📊 ระบบบริหาร & เหตุฉุกเฉิน

กระบวนการประเมินความเสี่ยงสี่ขั้นจากอันตรายถึงแผนควบคุม

วิธีประเมินความเสี่ยงสี่ขั้น ชี้บ่งเหตุการณ์อันตราย ให้คะแนนโอกาสและความรุนแรงจากหลักฐาน ตัดสินระดับ เลือกมาตรการตามลำดับชั้น และประเมินความเสี่ยงคงเหลือซ้ำ

Safety Station 10117 กันยายน 2569อ่าน 30 นาที · 6,500 คำ
กระบวนการประเมินความเสี่ยงสี่ขั้นจากอันตรายถึงแผนควบคุม

ตารางประเมินความเสี่ยงจำนวนมากกรอกครบทุกแผนก แต่ช่องมาตรการของจุดหนีบเครื่องบรรจุมีเพียง “ระวังอันตราย” กับ “สวมอุปกรณ์ป้องกัน” เอกสารดูครบ ทว่ายังบอกไม่ได้ว่าอวัยวะจะเข้าไปถึงจุดหนีบได้อย่างไร มาตรการที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ตรงไหน และใครต้องแก้อะไรให้เสร็จเมื่อไร

ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการประเมินความเสี่ยง (risk assessment) ให้ครบสี่ขั้น คือ ชี้บ่งอันตราย (hazard identification) วิเคราะห์โอกาสกับความรุนแรง จัดระดับเพื่อตัดสิน และควบคุมพร้อมประเมินซ้ำ หลายสถานประกอบกิจการเรียกกระบวนการนี้ว่า HIRARC บทนี้เน้นวิธีลงมือทำ ส่วนสถานประกอบกิจการที่เข้าข่าย บทบาทของผู้ชำนาญการ แบบรายงาน และกำหนดเวลาตามกฎหมาย อ่านแยกได้ที่ ฐานกฎหมายของการประเมินความเสี่ยงในไทย

ภาพรวมของกระบวนการสี่ขั้น

กระบวนการทั้งสี่ขั้นต่อกันเป็นวงจร ผลของขั้นหนึ่งเป็นข้อมูลตั้งต้นของขั้นถัดไป ทีมเดียวกันจึงควรทำต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ

ขั้น คำถามหลัก ผลงานที่ต้องได้
1 ชี้บ่ง อะไรทำอันตรายใคร และเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด รายการอันตราย เหตุการณ์ และผลกระทบที่เจาะจง
2 วิเคราะห์ มีโอกาสเกิดเพียงใด และถ้าเกิดจะรุนแรงแค่ไหน คะแนนโอกาสและความรุนแรงพร้อมเหตุผล
3 ตัดสิน คะแนนอยู่ระดับใด ยอมรับได้หรือไม่ ลำดับความสำคัญและคำตัดสินที่ตรงเกณฑ์
4 ควบคุม จะลดอันตรายด้วยอะไร ใครทำ เสร็จเมื่อไร แผนควบคุมและผลประเมินความเสี่ยงคงเหลือ

ความผิดพลาดในขั้นต้นจะไหลไปถึงทุกขั้น งานที่ดีจึงให้เวลากับการเดินพื้นที่ คุยกับคนทำงาน และเขียนเหตุการณ์อันตรายให้ชัดก่อนเปิดตารางคะแนน

การกำหนดขอบเขตก่อนเริ่ม

ก่อนชี้บ่ง ทีมต้องตกลงว่ากำลังประเมินพื้นที่ กระบวนการ งาน หรือตำแหน่งใด จุดเริ่มและจุดจบอยู่ตรงไหน และครอบคลุมคนกลุ่มใด หากขอบเขตกว้างอย่าง “ฝ่ายผลิต” ตารางจะเต็มไปด้วยข้อความทั่วไป ควรแตกเป็นหน่วยที่สังเกตได้ เช่น รับวัตถุดิบ ตั้งเครื่อง เดินเครื่อง แก้ชิ้นงานติด ทำความสะอาด เปลี่ยนแม่พิมพ์ และซ่อมบำรุง

ข้อมูลตั้งต้นควรมีขั้นตอนปฏิบัติงาน ผังพื้นที่ คู่มือเครื่องจักร สารเคมีและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ประวัติอุบัติเหตุ เหตุเกือบเกิด (near miss) ผลตรวจสภาพแวดล้อม และข้อร้องเรียนของลูกจ้าง เอกสารช่วยตั้งคำถาม แต่ไม่แทนการดูงานจริง เพราะวิธีทำงานที่เกิดขึ้นในกะกลางคืนหรือช่วงเร่งผลิตอาจต่างจากขั้นตอนบนกระดาษ

ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการจัดทำแผนควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ ซึ่งต่อจากนี้เรียกว่าประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ข้อ 5 วรรคสาม กำหนดให้ลูกจ้างที่รู้ขั้นตอนงานนั้นอย่างน้อย 1 คนมีส่วนร่วมกับผู้ประเมินอันตราย จป. หรือกรรมการความปลอดภัย แล้วแต่กรณี และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผลจากผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย

คนทำงานจริงในทีมช่วยให้เห็นการเอื้อม การปีน การปลดวัสดุติดขัด และทางลัดที่เกิดขึ้นจริง นอกเหนือจากการเดินเครื่องในภาวะปกติ

ขั้นที่หนึ่ง ชี้บ่งอันตรายให้เห็นเหตุการณ์

ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ข้อ 6 กำหนดให้การชี้บ่งครอบคลุมทุกขั้นตอน วิธีปฏิบัติงาน และทุกกิจกรรม โดยเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกันที่เหมาะสม แต่ละวิธีเป็นหนึ่งในวิธีชี้บ่งอันตราย เช่น การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JSA) การตรวจสอบตามรายการ (Checklist) การวิเคราะห์โดยใช้คำถาม “จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า...” (What-if) การศึกษาอันตรายและกระบวนการทำงาน (HAZOP) ตลอดจนการวิเคราะห์ผลจากความล้มเหลวของอุปกรณ์ (FMEA)

หัวใจของขั้นนี้คือแยกสี่ส่วนออกจากกัน

  • แหล่งอันตราย (hazard) เช่น ชุดส่งกำลังที่หมุน ใบมีด ไฟฟ้า สารกัดกร่อน หรือพื้นต่างระดับ
  • เหตุการณ์อันตราย (hazardous event) เช่น มือเข้าไปในช่องขณะลูกกลิ้งหมุน สารกระเด็นเข้าตา หรือคนตกผ่านช่องเปิด
  • ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ รวมผู้ปฏิบัติงาน ช่างซ่อม ผู้รับเหมา คนขับรถ และผู้ที่เดินผ่าน
  • ผลกระทบ เช่น นิ้วถูกหนีบ กระดูกหัก สูญเสียอวัยวะ แผลไหม้จากสารเคมี หรือเสียชีวิต

คำว่า “เครื่องจักร” บอกเพียงแหล่งอันตราย ส่วนข้อความ “มือถูกลูกกลิ้งดึงเข้าไปขณะใช้แท่งเขี่ยชิ้นงานติด” ทำให้ทีมเห็นเหตุการณ์ ผู้สัมผัส และช่วงงานที่ต้องควบคุม เมื่อเขียนชัด การให้คะแนนและเลือกมาตรการในขั้นต่อไปจะอิงเหตุการณ์เดียวกัน

การชี้บ่งต้องดูอย่างน้อยสามสภาวะ ได้แก่ งานปกติ งานผิดปกติ เช่น เริ่มเครื่อง ไฟดับ หรือชิ้นงานติด และงานที่ทำเป็นครั้งคราว เช่น ทำความสะอาด ซ่อม และทดสอบหลังซ่อม อุบัติเหตุรุนแรงมักเกิดช่วงที่คนต้องออกจากวิธีเดินเครื่องปกติ

สำหรับงานที่แบ่งเป็นลำดับได้ชัด ใช้ การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย แยกแต่ละขั้นแล้วถามว่าในขั้นนั้นคนสัมผัสพลังงาน วัสดุ เครื่องมือ หรือสภาพแวดล้อมใด กระบวนการซับซ้อนที่ค่าการเดินเครื่องเบี่ยงเบนได้หลายพารามิเตอร์ใช้ HAZOP ร่วม และถ้าต้องการดูว่าเหตุหนึ่งลุกลามผ่านมาตรการได้กี่ทาง ใช้ การวิเคราะห์อุบัติการณ์ตามลำดับ (ETA)

ขั้นที่สอง วิเคราะห์จากหลักฐาน

เมื่อได้รายการเหตุการณ์อันตราย ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ข้อ 7 กำหนดให้นำผลชี้บ่งมาวิเคราะห์โอกาสและความรุนแรงเพื่อจัดระดับอันตราย วิธีที่ใช้ได้มีสี่ทาง ทางแรกคือวิธีขั้นต่ำตามรายละเอียดท้ายประกาศ ซึ่งแบ่งสามระดับในแต่ละมิติ อีกสามทางคือวิธีที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล วิธีที่หน่วยงานราชการยอมรับ และวิธีที่อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายให้ความเห็นชอบ

การให้คะแนนโอกาส

ก่อนลงคะแนน ให้รวบรวมหลักฐานแทนการถามกันว่า “คิดว่าเกิดบ่อยไหม” หลักฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความถี่และเวลาที่สัมผัส จำนวนคน ประวัติเหตุและเหตุเกือบเกิด สภาพเครื่องจักร สถานะของมาตรการที่มีอยู่ และโอกาสที่คนจะเข้าใกล้อันตราย อันตรายต่อสุขภาพ เช่น สารเคมี เสียง และท่าทางการทำงาน ให้ใช้ผลตรวจวัดสภาพแวดล้อมและระยะเวลาสัมผัสจริงเป็นหลักฐาน

ตามตารางขั้นต่ำ โอกาสระดับน้อยมีลักษณะเกิดยาก มีวิธีปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษร และควบคุมต่อเนื่อง ระดับปานกลางอาจเกิดเป็นครั้งคราวหรือควบคุมไม่ต่อเนื่อง ส่วนระดับมากเกิดได้ง่าย เคยเกิดซ้ำ ไม่มีวิธีปฏิบัติ หรือไม่ได้ควบคุม ข้อความในช่องเหตุผลควรระบุหลักฐาน เช่น “แก้ชิ้นงานติดเฉลี่ยกะละสองครั้ง การ์ดเปิดได้โดยเครื่องไม่หยุด และมีเหตุเกือบถูกหนีบสามครั้งในหกเดือน”

การให้คะแนนความรุนแรง

ให้พิจารณาผลรุนแรงที่สุดที่ยังสมเหตุสมผลกับเหตุการณ์ แทนการใช้ผลของครั้งล่าสุดเป็นตัวแทน หากมือเข้าไปถึงลูกกลิ้งกำลังหมุน ผลอาจถึงการสูญเสียอวัยวะ แม้เหตุครั้งก่อนมีเพียงรอยถลอก ความรุนแรงจึงต้องสะท้อนพลังงานและเส้นทางการสัมผัสจริง

ตารางขั้นต่ำแบ่งเป็นระดับน้อยสำหรับการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ปฐมพยาบาลได้ ระดับปานกลางสำหรับกรณีต้องรับการรักษาทางการแพทย์ และระดับมากสำหรับการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยรุนแรง สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ เสียชีวิต หรือเกิดอุบัติภัย การหยุดดำเนินงานและความเสียหายต่อทรัพย์สินก็อยู่ในเกณฑ์พิจารณาด้วย

การทำให้คะแนนสม่ำเสมอ

ทีมควรอ่านนิยามก่อนประชุมให้คะแนน ใช้เหตุการณ์ตัวอย่างเทียบระดับ และบันทึกเหตุผลทุกครั้งที่เห็นต่าง หากสองแผนกให้คะแนนงานแบบเดียวกันต่างกันมาก ให้กลับไปตรวจหลักฐานแทนการเฉลี่ยคะแนน

ขั้นที่สาม จัดระดับและตัดสิน

ในตารางขั้นต่ำ คะแนนความเป็นอันตรายเกิดจากระดับโอกาสคูณระดับความรุนแรง แล้วเทียบตารางจัดระดับ

ตารางความเสี่ยง 3 คูณ 3 คะแนน 3 ขึ้นไปต้องมีแผน

ความรุนแรง \ โอกาส มาก 3 ปานกลาง 2 น้อย 1
มาก 3 9 สูงมาก 6 สูง 3 ปานกลาง
ปานกลาง 2 6 สูง 4 ปานกลาง 2 ต่ำ
น้อย 1 3 ปานกลาง 2 ต่ำ 1 ต่ำมาก

ตัวเลขที่คำนวณได้ต้องแปลต่อเป็นคำตัดสินและสิ่งที่ต้องทำ

คะแนน ระดับ ความหมายตามตารางท้ายประกาศ
1 ต่ำมาก อันตรายเล็กน้อย ไม่ต้องจัดทำแผนควบคุม
2 ต่ำ ยอมรับได้ ต้องเฝ้าระวังและติดตามตรวจสอบมาตรการควบคุม
3 หรือ 4 ปานกลาง ทบทวนมาตรการควบคุม พร้อมจัดทำแผนลดและควบคุม
6 สูง ดำเนินงานเพื่อลดระดับอันตราย พร้อมจัดทำแผนลดและควบคุม
9 สูงมาก ยอมรับไม่ได้ ต้องหยุดดำเนินการและปรับปรุงแก้ไขทันที พร้อมจัดทำแผนลดและควบคุม

ตารางท้ายประกาศเขียนคำว่า “ยอมรับได้” ไว้ที่ระดับต่ำ และ “ยอมรับไม่ได้” ไว้ที่ระดับสูงมาก ส่วนตารางที่ 4 กำหนดให้ระดับปานกลาง สูง และสูงมาก (คะแนน 3 ขึ้นไป) จัดทำแผนลดและควบคุมทุกระดับ ข้อ 8 เป็นข้อที่วางหลักว่าระดับที่ยอมรับไม่ได้ต้องมีแผน เมื่อใช้ตารางขั้นต่ำ ทีมจึงต้องลงทุกแถวที่ได้ 3 ขึ้นไปในแบบ ปอ.2

สีและชื่อระดับของแต่ละองค์กรอาจไม่เหมือนกัน ตารางห้าคูณห้าใช้ได้เมื่อเป็นวิธีที่เข้าทางใดทางหนึ่งของข้อ 7 แต่ห้ามนำคะแนนจากตารางหนึ่งไปอ่านด้วยเกณฑ์ของอีกตาราง องค์กรต้องเขียนนิยาม วิธีคำนวณ และเส้นแบ่งการยอมรับให้ครบ แล้วใช้ชุดเดียวกันทั้งระบบ ในแบบรายงานท้ายประกาศ ข้อ 5 ต้องระบุว่าวิธีจัดระดับมาจากทางใด ถ้าเป็นวิธีที่อธิบดีเห็นชอบ ต้องแนบหนังสือเห็นชอบด้วย

คำว่า “ยอมรับได้” ไม่ได้แปลว่าไม่มีอันตราย นิยามในประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ข้อ 4 หมายถึงระดับที่ไม่ต้องเพิ่มมาตรการ หรือมีมาตรการเหมาะสมแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังและตรวจให้มาตรการคงประสิทธิภาพ หากการ์ดชำรุด ขั้นตอนเปลี่ยน หรือคนเลิกปฏิบัติตาม คะแนนเดิมย่อมใช้ยืนยันสภาพปัจจุบันไม่ได้

ขั้นที่สี่ ควบคุมและประเมินซ้ำ

ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ข้อ 8 กำหนดให้กรณีระดับอันตรายยอมรับไม่ได้ต้องจัดทำแผน เพื่อลดและควบคุมให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และตารางที่ 4 ขยายให้ระดับตั้งแต่ 3 ขึ้นไปต้องมีแผนด้วย แบบ ปอ.2 ท้ายประกาศกำหนดช่องของแผนไว้ คือมาตรการ ระยะเวลาดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ และผู้ตรวจติดตาม

เลือกมาตรการตามลำดับชั้นการควบคุม (hierarchy of controls) คือ การกำจัดอันตราย การใช้สิ่งที่อันตรายน้อยกว่า การควบคุมทางวิศวกรรม การควบคุมทางบริหาร และอุปกรณ์คุ้มครองส่วนบุคคล มาตรการชั้นบนควบคุมที่แหล่งอันตรายและพึ่งพาพฤติกรรมคนน้อยกว่า จึงควรพิจารณาก่อน

ลำดับ แนวควบคุม ตัวอย่างสำหรับจุดหนีบลูกกลิ้ง
1 กำจัด ปรับกระบวนการและระบบป้อนชิ้นงานไม่ให้ต้องเขี่ยชิ้นงานติดขณะเครื่องเดิน
2 แทนที่ จุดหนีบลูกกลิ้งมักไม่มีทางเลือกชั้นนี้ ใช้กับอันตรายอื่นในงานเดียวกัน เช่น สารทำความสะอาดที่กัดกร่อนน้อยกว่า
3 วิศวกรรม ติดการ์ดและระบบเชื่อมโยง (interlock) ที่ทำให้เครื่องหยุดเมื่อเปิด
4 บริหาร กำหนดวิธีหยุดและการตัดแยกพลังงาน (energy isolation) อบรม และตรวจการปฏิบัติ
5 อุปกรณ์ส่วนบุคคล ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะกับอันตรายส่วนที่ยังเหลือ โดยไม่ใช้แทนการ์ด

หลังติดตั้งมาตรการ ต้องประเมินซ้ำด้วยเหตุการณ์เดิมและหลักฐานใหม่ ผลที่เหลือเรียกว่าความเสี่ยงคงเหลือ (residual risk) หากยังอยู่ในระดับที่ต้องมีแผน ให้เพิ่มหรือเปลี่ยนมาตรการต่อ การใส่คะแนนเป้าหมายลงตารางตั้งแต่ยังไม่ทำมาตรการเป็นเพียงการคาดการณ์ ควรแยก “คะแนนคาดหมายหลังควบคุม” ออกจาก “คะแนนที่ยืนยันหลังตรวจรับ” ให้ชัด

ตัวอย่างจุดหนีบเครื่องบรรจุครบสี่ขั้น

ในตัวอย่างนี้ พนักงานต้องใช้แท่งเขี่ยถุงที่ติดหน้าลูกกลิ้ง เครื่องยังเดินได้เมื่อฝาครอบเปิด และเคยมีเหตุถุงมือถูกดึงแต่พนักงานปล่อยมือทัน

ขั้นชี้บ่ง เขียนว่า “มือหรือถุงมือถูกลูกกลิ้งดึงเข้าไปขณะเขี่ยถุงติด ส่งผลให้นิ้วถูกหนีบหรือสูญเสียอวัยวะ” ระบุผู้สัมผัสทั้งพนักงานเดินเครื่องและช่างที่เข้ามาแก้เหตุ

ขั้นวิเคราะห์ ทีมพบว่าแก้ถุงติดหลายครั้งต่อกะ การ์ดไม่มีระบบตัดเครื่อง และเคยเกิดเหตุเกือบถูกดึง จึงให้โอกาสมาก 3 ส่วนความรุนแรงให้มาก 3 เพราะพลังงานของลูกกลิ้งทำให้สูญเสียอวัยวะได้

ขั้นตัดสิน คะแนนเท่ากับ 9 อยู่ระดับสูงมาก ตามตารางท้ายประกาศต้องหยุดดำเนินการและแก้ไขทันที ทีมเสนอผลต่อผู้จัดการโรงงานเพื่อสั่งหยุดงานแก้ถุงติดแบบเดิม และเสนอนายจ้างเรื่องงบแก้ระบบป้อน

ขั้นควบคุม ทีมแก้ระบบป้อนเพื่อลดถุงติด ติดฝาครอบพร้อมระบบตัดเครื่อง กำหนดการตัดแยกพลังงานสำหรับการแก้ติด และตรวจรับก่อนใช้งาน หลังทดลองจริง พนักงานเข้าถึงลูกกลิ้งขณะหมุนไม่ได้ โอกาสจึงลดลง แต่ถ้าระบบเชื่อมโยงเสียหรือไม่ทำงาน การสัมผัสลูกกลิ้งที่กำลังหมุนยังรุนแรงเท่าเดิม เมื่อตรวจรับแล้ว ทีมให้โอกาสน้อย 1 ความรุนแรงคงมาก 3 คะแนนคงเหลือเท่ากับ 3 ระดับปานกลาง ตามตารางที่ 4 แถวนี้จึงยังอยู่ในแผน โดยงานในแผนเปลี่ยนจากติดตั้งมาตรการเป็นทดสอบระบบเชื่อมโยงและตรวจการตัดแยกพลังงานตามรอบ

ตัวอย่างนี้แสดงว่ามาตรการควบคุมมักลดโอกาสได้ชัดกว่าความรุนแรง เมื่อใช้ตารางขั้นต่ำ แถวที่ความรุนแรงระดับมากจึงไม่หลุดจากแผน ตราบที่เหตุการณ์เดิมยังเกิดขึ้นได้

การเขียนหนึ่งแถวให้ตรวจย้อนกลับได้

หนึ่งแถวของตารางที่ดีควรอ่านต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน

  1. พื้นที่และขั้นตอนงานที่เจาะจง
  2. แหล่งอันตราย เหตุการณ์ และผู้สัมผัส
  3. ผลกระทบที่สมเหตุสมผล
  4. มาตรการที่มีอยู่จริงและสถานะ ว่ายังทำงานได้ ยังไม่มีหลักฐานว่าพร้อม หรือใช้ไม่ได้ในวันนี้
  5. คะแนนโอกาส ความรุนแรง และเหตุผลจากหลักฐาน
  6. คะแนนรวม ระดับ และคำตัดสิน
  7. มาตรการเพิ่มตามลำดับชั้น ผู้รับผิดชอบ และวันแล้วเสร็จ
  8. ผลตรวจรับและคะแนนความเสี่ยงคงเหลือ

ข้อ 1 ถึง 6 ลงช่องของแบบ ปอ.1 ได้ตรงตัว ช่องโอกาสและความรุนแรงใส่คะแนนจากสภาพปัจจุบันที่มีหลักฐาน มาตรการใหม่ในข้อ 7 ลงช่องข้อเสนอแนะ แล้วไปเป็นแผนในแบบ ปอ.2 ส่วนข้อ 8 เก็บเป็นเอกสารแนบ หากนำสิ่งที่ยังไม่ได้ทำไปลดคะแนนปัจจุบัน ผลประเมินจะต่ำกว่าสภาพจริง ช่องผู้รับผิดชอบควรเป็นเจ้าของงานที่มีอำนาจจัดการทรัพยากร

จุดที่ทำให้การประเมินใช้ไม่ได้

  • เริ่มจากรายการอันตรายสำเร็จรูป รายการช่วยเตือนความจำได้ แต่ต้องยืนยันกับงานจริงทุกครั้ง
  • รวมหลายเหตุการณ์ไว้ในแถวเดียว การลื่น สารเคมีกระเด็น และไฟไหม้มีโอกาส ความรุนแรง และมาตรการต่างกัน ควรแยกแถว
  • ให้คะแนนก่อนเขียนเหตุการณ์ คนในทีมจะนึกถึงผลกระทบคนละแบบและเถียงตัวเลขโดยไม่มีฐานร่วม
  • ใช้จำนวนอุบัติเหตุเป็นหลักฐานเดียว การไม่เคยเกิดอาจมาจากโชคหรือข้อมูลไม่ครบ ต้องดูการสัมผัสและความแข็งแรงของมาตรการร่วมด้วย
  • ลดความรุนแรงเพราะมีขั้นตอนอบรม ขั้นตอนมักลดโอกาส แต่ผลเมื่อสัมผัสพลังงานเดิมอาจยังรุนแรงเท่าเดิม
  • จบที่อุปกรณ์ส่วนบุคคล ให้พิจารณาการกำจัด แทนที่ และวิศวกรรมก่อน โดยใช้อุปกรณ์เป็นมาตรการเสริมตามความเหมาะสม
  • ไม่ประเมินซ้ำ คะแนนหลังควบคุมที่ยังไม่ผ่านการตรวจรับเป็นเพียงเป้าหมาย

การทบทวนที่ทำให้วงจรเดินต่อ

ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย ข้อ 5 วรรคหนึ่ง กำหนดการทบทวนทุก 3 ปี และวรรคสองกำหนดกรณีเปลี่ยนแปลงให้ครอบคลุมก่อน ระหว่าง และหลังการเปลี่ยนแปลง ไม่เกิน 30 วัน รอบเปลี่ยนแปลงก็ต้องมีผู้ชำนาญการให้คำแนะนำและรับรองผล จึงต้องกันเวลาที่ผู้ชำนาญการต้องแจ้งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ตามข้อ 19 (2) กฎกระทรวงการอนุญาตเป็นผู้ชำนาญการ พ.ศ. 2567 ไว้ในกรอบ 30 วันด้วย

เหตุที่ควรเปิดประเมินใหม่ ได้แก่ เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุเกือบเกิด เครื่องจักร วัตถุดิบ หรือวิธีทำงานเปลี่ยน มาตรการชำรุด ผลตรวจสภาพแวดล้อมผิดปกติ มีข้อร้องเรียนสุขภาพ เริ่มงานผู้รับเหมาชุดใหม่ หรือพบข้อมูลอันตรายที่ไม่เคยพิจารณา การทบทวนต้องย้อนกลับไปดูขอบเขตและการชี้บ่ง การเปลี่ยนวันที่บนเอกสารแล้วลงนามใหม่ยังไม่นับเป็นการทบทวน

รายการตรวจก่อนปิดการประเมิน

  • ขอบเขตแยกเป็นงานหรือกิจกรรมที่สังเกตได้
  • มีลูกจ้างที่รู้ขั้นตอนงานจริงร่วมประเมิน
  • ครบงานปกติ งานผิดปกติ งานทำเป็นครั้งคราว และผู้ที่อาจได้รับผลกระทบ
  • แต่ละแถวแยกแหล่งอันตราย เหตุการณ์ และผลกระทบชัดเจน
  • คะแนนโอกาสและความรุนแรงมีเหตุผลกับหลักฐานรองรับ
  • ใช้เกณฑ์ชุดเดียวกันทั้งองค์กรและแปลคะแนนเป็นคำตัดสินถูกต้อง
  • แถวที่ได้ 3 ขึ้นไปตามตารางที่ 4 มีแผน ผู้รับผิดชอบ กำหนดเสร็จ และผู้ตรวจติดตาม
  • พิจารณามาตรการชั้นบนก่อนการอบรมและอุปกรณ์ส่วนบุคคล
  • ตรวจรับมาตรการและประเมินความเสี่ยงคงเหลือแล้ว
  • กำหนดเหตุเปิดทบทวนและเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลงไว้ตรวจสอบได้

สรุป

กระบวนการประเมินความเสี่ยงที่ใช้ได้จริงจำได้ด้วยสี่คำ คือ ชี้ วิเคราะห์ ตัดสิน และคุม ขั้นแรกทำให้ทุกคนเห็นเหตุการณ์เดียวกัน ขั้นที่สองใช้หลักฐานให้คะแนนโอกาสกับความรุนแรง ขั้นที่สามแปลคะแนนเป็นระดับและคำตัดสิน ขั้นที่สี่เลือกมาตรการตามลำดับชั้น จัดทำแผน ตรวจรับ และประเมินความเสี่ยงคงเหลือซ้ำ

เมื่อมาตรการเสื่อม งานเปลี่ยน หรือเกิดสัญญาณใหม่ วงจรต้องกลับไปเริ่มที่การชี้บ่งอีกครั้ง

งานประเมินอันตรายต้องมีผู้ชำนาญการรับรองผล ถ้าคุณเป็น จป. หรือวิศวกรที่ทำงานประเมินอันตรายอยู่แล้ว ลงชื่อรับแจ้งเมื่อเปิดรอบอบรมผู้ชำนาญการ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที ลงชื่อรับแจ้ง

อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ JSA / HIRARC? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ETA วิธีเรียงมาตรการและแตกกิ่งให้ตรงตรรกะของระบบจริง
บริหาร

ETA วิธีเรียงมาตรการและแตกกิ่งให้ตรงตรรกะของระบบจริง

วิธีเรียงมาตรการตามเวลา แตกกิ่งทำงานและไม่ทำงาน ยุบกิ่งที่ไม่ได้รับสัญญาณ ตรวจสาเหตุร่วม และกำหนดผลที่เกิดขึ้นให้ต่างกันจริง ก่อนใส่ค่าความน่าจะเป็นใน ETA

22 ก.ย. 2569อ่าน 29 นาที
ETA การวิเคราะห์อุบัติการณ์ตามลำดับ และการตั้งสถานการณ์จำลองให้พอดี
บริหาร

ETA การวิเคราะห์อุบัติการณ์ตามลำดับ และการตั้งสถานการณ์จำลองให้พอดี

ETA หนึ่งในวิธีชี้บ่งอันตรายตามข้อ 6 ประกาศเรื่องการประเมินอันตราย วิธีตั้งสถานการณ์จำลองให้พอดี แปดขั้นตอน และตัวอย่างคำนวณความถี่จากระบบตรวจจับแก๊ส

16 ก.ย. 2569อ่าน 30 นาที
FMEA ขั้นแรก เขียนหน้าที่และรูปแบบความล้มเหลวให้ครบก่อนให้คะแนน
บริหาร

FMEA ขั้นแรก เขียนหน้าที่และรูปแบบความล้มเหลวให้ครบก่อนให้คะแนน

เขียนหน้าที่ให้วัดได้ แล้วพลิกเป็นรูปแบบความล้มเหลวด้วยคำช่วยคิดเจ็ดแบบ หนึ่งรูปแบบต่อแถว พร้อมตัวอย่างระบบป้อนชิ้นงานเข้าแท่นอัดและรายการตรวจก่อนวิเคราะห์ผล

20 ก.ย. 2569อ่าน 29 นาที