กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 — สรุป 9 หมวด 67 ข้อ
สรุปกฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ครบ 9 หมวด 67 ข้อ — แจ้งก่อนเริ่มงาน 15 วัน ผู้ควบคุมงาน บันได 1.50 ม. รั้ว 2 ม. PPE ลิฟต์ชั่วคราว งานในน้ำ และงานรื้อถอน

งานก่อสร้างเป็นกิจกรรมที่มีสถิติการเสียชีวิตจากการทำงานสูงที่สุดในประเทศไทยมาตลอดทศวรรษ ตั้งแต่การพลัดตกจากที่สูง วัสดุตกหล่น เครนล้ม ดินถล่ม ไปจนถึงเสาเข็มหัก กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 จึงถูกออกมาเป็น "กฎหมายแม่บท" ของไซต์ก่อสร้างทุกประเภท รวม 9 หมวด 67 ข้อ ซึ่งเป็นกฎกระทรวงที่ใหญ่ที่สุดในชุดที่ออกตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ผู้ประกอบกิจการที่ละเลยข้อใดข้อหนึ่ง มีบทลงโทษทั้งทางอาญาและทางปกครองตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554
1. ที่มาและขอบเขตการบังคับใช้
กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามอำนาจในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 และให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ขอบเขตคำว่า "งานก่อสร้าง" ตามข้อ 2 ของกฎกระทรวงฯ ครอบคลุมการก่อสร้างสิ่งก่อสร้างทุกชนิด ตั้งแต่อาคาร สนามบิน ทางรถไฟ ถนน อุโมงค์ ท่าเรือ สะพาน ท่อระบายน้ำ ประปา รั้ว กำแพง ป้าย พื้นที่จอดรถ และรวมถึงงานต่อเติม ซ่อมแซม ปรับปรุง ดัดแปลง เคลื่อนย้าย รื้อถอน หรือทำลายสิ่งก่อสร้างนั้นด้วย นั่นหมายความว่าผู้รับเหมาที่เข้าซ่อมหลังคาโรงงาน เปลี่ยนป้ายบิลบอร์ด หรือรื้อกำแพงเก่า ก็อยู่ในบังคับของกฎกระทรวงฉบับนี้เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างอาคารสูง
2. โครงสร้าง 9 หมวด 67 ข้อ

| หมวด | หัวข้อ | ข้อ |
|---|---|---|
| 1 | บททั่วไป (ข้อมูล เขตก่อสร้าง ป้าย PPE ผู้ควบคุมงาน) | 3 - 21 |
| 2 | งานเจาะและงานขุด | 22 - 29 |
| 3 | งานก่อสร้างที่มีเสาเข็มและกำแพงพืด | 30 - 46 |
| 4 | ลิฟต์ชั่วคราวที่ใช้ในงานก่อสร้าง | 47 - 53 |
| 5 | เชือก ลวดสลิง และรอก | 54 - 55 |
| 6 | ทางเดินชั่วคราวยกระดับสูง | 56 |
| 7 | งานอุโมงค์ | 57 - 58 |
| 8 | งานก่อสร้างในน้ำ | 59 - 61 |
| 9 | งานรื้อถอนหรือทำลายสิ่งก่อสร้าง | 62 - 67 |
หมวด 1 เป็นหมวดที่ใช้กับทุกไซต์ก่อสร้าง ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ส่วนหมวดที่ 2 ถึง 9 เป็นมาตรฐานเฉพาะลักษณะงาน ผู้ประกอบกิจการต้องปฏิบัติร่วมกันทุกหมวดที่เกี่ยวข้องกับโครงการของตน
3. หมวด 1 บททั่วไป — กฎที่ทุกไซต์ต้องทำ
3.1 แจ้งข้อมูลงานก่อสร้างก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 15 วัน (ข้อ 3)
ข้อ 3 ของกฎกระทรวงฯ บัญญัติว่า ก่อนเริ่มงานก่อสร้างไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน นายจ้างต้องแจ้งข้อมูลงานก่อสร้างต่ออธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย หน้าที่นี้ใช้เฉพาะงานก่อสร้างที่มีลักษณะอันตรายตามที่กำหนด ได้แก่
- งานอาคารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นใดชั้นหนึ่งในหลังเดียวกันเกิน 2,000 ตารางเมตร หรืออาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไป และมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นใดชั้นหนึ่งในหลังเดียวกันเกิน 1,000 ตารางเมตร
- งานอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป
- งานสะพานที่มีความยาวระหว่างกึ่งกลางตอม่อแรกถึงกึ่งกลางตอม่อสุดท้ายตั้งแต่ 30 เมตรขึ้นไป งานสะพานข้ามทางแยกหรือทางยกระดับ สะพานกลับรถ หรือทางแยกต่างระดับ
- งานขุด งานซ่อมแซม หรืองานรื้อถอนระบบสาธารณูปโภคที่ลึกตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป
- งานอุโมงค์หรือทางลอด
- งานก่อสร้างอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด
แบบและวิธีการแจ้งให้เป็นไปตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดแบบแจ้งข้อมูลก่อนเริ่มงานก่อสร้าง ลงวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564 ซึ่งเปิดให้แจ้งทางไปรษณีย์ โทรสาร หรือผ่านระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ผู้ดำเนินการที่ประสงค์จะแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ต้องลงทะเบียนขอรหัส User ID และ Password ผ่านเว็บไซต์ของกรมก่อน
งานก่อสร้างขนาดเล็กที่ไม่ตรงกับลักษณะใด ๆ ข้างต้นไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า 15 วัน แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานในกฎกระทรวงนี้ทุกประการ
3.2 ผู้ควบคุมงานต้องตรวจความปลอดภัยทุกขั้นตอน (ข้อ 5)
ข้อ 5 บัญญัติว่า นายจ้างต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานทำหน้าที่ตรวจความปลอดภัยในการทำงาน ก่อนการทำงานและขณะทำงานทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดความปลอดภัย นิยามตามข้อ 2 กำหนดให้ "ผู้ควบคุมงาน" คือผู้ซึ่งรับผิดชอบในการอำนวยการหรือควบคุมดูแลงานก่อสร้างตามลักษณะและประเภทของงาน
ในทางปฏิบัติ ผู้ควบคุมงานคือคนละบุคคลกับ จป.วิชาชีพ และคนละหน้าที่กับวิศวกรผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงานต้องอยู่ประจำหน้างานและดูแลให้การปฏิบัติงานของลูกจ้างทุกขั้นเป็นไปอย่างปลอดภัย หากเป็นงานเสี่ยงสูง เช่น งานเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่หรืองานกำแพงพืด กฎกระทรวงกำหนดให้ต้องมีวิศวกรประจำสถานที่ก่อสร้างเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง สำหรับการวางแผนรวมของโครงการ ผู้ประกอบกิจการควรจัดทำ Site Safety Plan สำหรับโครงการ ก่อนเริ่มงาน เพื่อใช้เป็นกรอบการตรวจรายวันของผู้ควบคุมงาน
3.3 พื้นต่างระดับ 1.50 เมตร ต้องมีบันได/ทางลาด พร้อมราวกันตก (ข้อ 8)
ข้อ 8 บัญญัติว่า ในกรณีที่ลูกจ้างต้องทำงานก่อสร้างบนพื้นต่างระดับที่มีความสูงตั้งแต่ 1.50 เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีบันไดหรือทางลาด พร้อมทั้งติดตั้งราวกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) หรือมาตรการอื่นใดเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
จุดที่ต้องระวังคือ ตัวเลข 1.50 เมตรในข้อนี้ใช้กับ "พื้นต่างระดับในงานก่อสร้าง" เพื่อบังคับให้มีบันได/ทางลาดและราวกันตก ไม่ใช่เกณฑ์การ "ทำงานในที่สูง" ตามกฎหมายไทยทั่วไป กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชันฯ พ.ศ. 2564 ใช้นิยาม "ทำงานในที่สูง" ที่ระดับตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไปและบังคับใช้ Harness ที่ระดับตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้ปฏิบัติงานในไซต์ก่อสร้างต้องอ่านกฎสองฉบับนี้ควบคู่กัน เพื่อไม่ให้สับสนตัวเลข สำหรับระบบหยุดยั้งการตกที่ระดับ 4 เมตร อ่านต่อใน Fall Arrest System (ABCD)
3.4 รั้วเขตก่อสร้างสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร และเขตอันตราย (ข้อ 15 - 16)
ข้อ 15 บัญญัติว่า นายจ้างต้องกำหนดบริเวณเขตก่อสร้าง โดยทำรั้วสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ที่มั่นคงแข็งแรงไว้ตลอดแนวเขตก่อสร้าง หรือกั้นเขตด้วยวัสดุที่เหมาะสมตามลักษณะงาน และมีป้าย "เขตก่อสร้าง" แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน และห้ามมิให้บุคคลซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตก่อสร้างนั้น
ตัวเลข 2 เมตรในข้อนี้คือ "ความสูงของรั้ว" ไม่ใช่ความสูงของพื้นที่ก่อสร้าง วัตถุประสงค์คือกั้นบุคคลภายนอกออกจากเขตอันตรายของไซต์
ส่วน "เขตอันตราย" ตามข้อ 16 หมายถึงพื้นที่ภายในไซต์ที่กำลังก่อสร้าง พื้นที่ติดตั้งนั่งร้านหรือปั้นจั่น พื้นที่เก็บเชื้อเพลิงหรือวัตถุระเบิด พื้นที่ทำงานในที่สูง และพื้นที่ที่อาจมีวัสดุตกหล่น เขตเหล่านี้ต้องมีรั้วหรือการกั้นเขตเฉพาะ มีป้าย "เขตอันตราย" และในเวลากลางคืนต้องจัดให้มีสัญญาณไฟสีส้มตลอดเวลา
3.5 ป้ายเตือนและหมายเลขฉุกเฉิน (ข้อ 11 - 13)
ข้อ 11 กำหนดให้นายจ้างต้องติดป้ายเตือนอันตราย สัญญาณแสงสีส้ม ณ ทางเข้าออกของยานพาหนะทุกแห่ง และจัดให้มีผู้ให้สัญญาณในขณะที่มียานพาหนะเข้าออกเขตก่อสร้าง ข้อ 12 กำหนดให้ติดป้ายแสดงหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน เช่น โรงพยาบาล หน่วยงานดับเพลิง หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยที่ใกล้ที่สุดไว้ ณ เขตก่อสร้างให้เห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนข้อ 13 กำหนดให้ติดหรือตั้งป้ายสัญลักษณ์เตือนอันตรายและเครื่องหมายป้ายบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น ห้ามเข้า เขตอันตราย ระวังวัสดุตกหล่น ให้สวมใส่ PPE หรือข้อความอื่นที่เข้าใจง่าย
3.6 PPE และการห้ามทำงานในภัยธรรมชาติ (ข้อ 9, 20)
ข้อ 9 กำหนดว่า นายจ้างต้องมิให้ลูกจ้างทำงานก่อสร้างในขณะที่เกิดภัยธรรมชาติหรือมีเหตุการณ์ที่อาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง เว้นแต่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในงานก่อสร้างหรือเพื่อการช่วยเหลือหรือการบรรเทาเหตุ และต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนเข้าทำงาน พร้อมกำหนดมาตรการป้องกัน ส่วนข้อ 20 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดและดูแลให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตลอดเวลาที่ทำงานก่อสร้าง
นอกจากนี้ ข้อ 4, 6, 7, 10, 14, 17 และ 19 ครอบคลุมเรื่องความมั่นคงของพื้นที่ทำงาน การจัดเก็บวัสดุ การขนย้ายดิน แสงสว่างฉุกเฉิน การรับส่งลูกจ้าง การเข้าพักในเขตก่อสร้าง และทางร่วมทางแยก ผู้ประกอบกิจการควรอ่านครบทั้งหมวดก่อนจัดทำ Site Safety Plan
4. หมวด 2 - 3 งานเจาะ ขุด เสาเข็ม และกำแพงพืด
หมวด 2 ครอบคลุมงานเจาะหรือขุดรู หลุม บ่อ คู ในเขตก่อสร้าง ข้อ 23 กำหนดให้มีราวกันตกตามมาตรฐาน วสท. และป้ายเตือน รวมทั้งสัญญาณแสงสีส้มในเวลากลางคืน ข้อ 26 บังคับว่าการเจาะหรือขุดที่ลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ต้องมีการคำนวณ ออกแบบ และกำหนดขั้นตอนโดยวิศวกรก่อนลงมือปฏิบัติงาน และข้อ 29 ห้ามมิให้ลูกจ้างลงไปทำงานในรู หลุม บ่อ คู ที่มีขนาดกว้างน้อยกว่า 75 เซนติเมตร และมีความลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป
หมวด 3 ว่าด้วยเครื่องตอกเสาเข็ม เครื่องขุดเจาะ และกำแพงพืด ข้อ 31 กำหนดคุณลักษณะของเครื่องตอกเสาเข็ม ได้แก่ โครงเครื่องต้องสร้างด้วยโลหะที่มีจุดคราก (yield point) ไม่น้อยกว่า 2,400 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร โครงเครื่องต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2 และคานติดตั้งรอกต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5
ข้อ 32 บัญญัติว่า เมื่อติดตั้งเครื่องตอกเสาเข็มแล้วเสร็จ นายจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรตรวจสอบและรับรองว่าถูกต้องเป็นไปตามรายละเอียดคุณลักษณะตามข้อ 31 ก่อนจึงจะใช้งานได้ ข้อ 33 กำหนดให้ผู้ควบคุมงานต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องจักร เครื่องมือ และพื้นที่การทำงานก่อนเริ่มงานในแต่ละวัน และเก็บเอกสารผลการตรวจสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
งานเสาเข็มเจาะขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 70 เซนติเมตรขึ้นไป กำหนดในข้อ 43 ว่าต้องมีวิศวกรที่มีประสบการณ์ด้านเสาเข็มเจาะประจำสถานที่ก่อสร้างตลอดเวลาทำงาน และข้อ 45 บังคับให้มีวิศวกรซึ่งมีประสบการณ์ควบคุมการทำงานด้านกำแพงพืดอยู่ประจำสถานที่ก่อสร้างตลอดเวลาทำงานเช่นเดียวกัน
5. หมวด 4 ลิฟต์ชั่วคราว
หมวด 4 ครอบคลุมลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราว ลิฟต์โดยสารชั่วคราว และลิฟต์ที่ใช้ทั้งขนส่งวัสดุและโดยสารชั่วคราว ข้อ 47 กำหนดว่าในการสร้าง ประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ตรวจสอบ ใช้ ซ่อมบำรุง และรื้อถอนลิฟต์ดังกล่าว นายจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด หากไม่มี ต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทำขึ้นเป็นหนังสือ
ข้อ 48 บัญญัติให้นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบและรับรองโดยวิศวกรก่อนใช้งาน และข้อ 49 บัญญัติให้ตรวจสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของลิฟต์อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง โดยวิศวกรเป็นผู้ควบคุมและบันทึกวันเวลาที่ตรวจสอบ
ข้อ 51 ห้ามมิให้บุคคลใดโดยสารลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราว เว้นแต่เป็นการติดตั้ง ตรวจสอบ บำรุงรักษา และรื้อถอนโดยผู้ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องเท่านั้น และต้องติดป้ายห้ามโดยสารให้เห็นได้อย่างชัดเจน ข้อ 53 กำหนดเงื่อนไขการใช้ลิฟต์ทุกประเภท รวมทั้งต้องจัดให้มีลูกจ้างซึ่งอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีที่ได้รับการฝึกอบรมการบังคับลิฟต์อย่างปลอดภัยทำหน้าที่เป็นผู้บังคับลิฟต์ประจำตลอดเวลาที่ใช้ลิฟต์
6. หมวด 5 - 7 เชือก-ลวดสลิง ทางเดินยกระดับ และอุโมงค์
หมวด 5 ข้อ 54 - 55 กำหนดว่า การใช้เชือกหรือลวดสลิงกับรอก ต้องมีขนาดเหมาะสมกับร่องรอก ไม่ชำรุดเสียหายจนทำให้ขาดความแข็งแรงทนทาน และจุดที่อาจครูดต้องมีลูกกลิ้งหรือวัสดุรอง
หมวด 6 ข้อ 56 บัญญัติว่า ในงานก่อสร้างที่มีทางเดินชั่วคราวยกระดับสูงตั้งแต่ 1.50 เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีการสร้างทางเดินนั้นด้วยวัสดุที่สามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกจรได้ตามสภาพการใช้งานจริง แต่ต้องไม่น้อยกว่า 250 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยมีความกว้างไม่น้อยกว่า 45 เซนติเมตร และต้องมีราวกันตกตามมาตรฐาน วสท. ตลอดทางเดิน
หมวด 7 ข้อ 57 - 58 ว่าด้วยงานอุโมงค์ กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีคู่มือการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยและจัดอบรมลูกจ้างก่อนเข้าทำงาน รวมทั้งต้องอบรมทบทวนหรือเพิ่มเติมเป็นประจำไม่น้อยกว่าเดือนละหนึ่งครั้ง ในการขุดเจาะอุโมงค์ ต้องมีวิศวกรซึ่งมีประสบการณ์ด้านอุโมงค์และด้านปฐพีวิศวกรรมเป็นผู้ออกแบบและกำหนดวิธีปฏิบัติงาน และต้องมีวิศวกรซึ่งมีประสบการณ์ด้านงานขุดเจาะอุโมงค์เป็นผู้ควบคุมงานตลอดเวลา
7. หมวด 8 งานก่อสร้างในน้ำ
หมวด 8 ใช้กับงานก่อสร้างทุกประเภทในน้ำหรือบนสิ่งก่อสร้างที่อยู่เหนือน้ำ รวมถึงการก่อสร้างที่ใช้เรือ แคร่ลอย หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้งานในลักษณะเดียวกัน ข้อ 59 กำหนดให้ก่อนให้ลูกจ้างทำงานก่อสร้างในน้ำ นายจ้างต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงานและป้องกันอันตราย แผนฉุกเฉินกรณีเกิดภัยจากธรรมชาติ และจัดให้มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตตามข้อกำหนดของกรมเจ้าท่าหรือหน่วยงานอื่น เช่น ชูชีพ เข็มขัดนิรภัย สายชูชีพ และอุปกรณ์ PPE อื่น โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่าจำนวนลูกจ้างที่ทำงานก่อสร้างในน้ำ
ข้อ 60 บังคับให้ใช้บริภัณฑ์ไฟฟ้าชนิดที่สามารถป้องกันน้ำและความชื้น และข้อ 61 บัญญัติว่าในการทำงานบนแคร่ลอย นั่งร้าน หรือส่วนของสิ่งก่อสร้างเหนือพื้นน้ำ นายจ้างต้องควบคุมให้ลูกจ้างสวมใส่ชูชีพตลอดเวลาทำงาน และถ้ามีการทำงานในเวลากลางคืน ชูชีพนั้นต้องติดพรายน้ำหรือวัสดุเรืองแสงด้วย
8. หมวด 9 งานรื้อถอนหรือทำลายสิ่งก่อสร้าง
ข้อ 62 บัญญัติว่า การรื้อถอนหรือทำลายสิ่งก่อสร้างที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร นายจ้างต้องเก็บเอกสารหลักฐานการอนุญาตนั้นไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบ และต้องจัดให้มีวิศวกรกำหนดขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนหรือทำลายให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ใบอนุญาตที่อ้างถึงในข้อนี้คือใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ไม่ใช่ใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554
ข้อ 63 กำหนดว่า งานรื้อถอนที่ไม่ต้องขออนุญาตตาม กม.อาคาร นายจ้างก็ยังคงต้องกำหนดขั้นตอนและวิธีการรื้อถอนหรือทำลายให้เหมาะสมกับลักษณะงาน รวมทั้งจัดการอบรมหรือชี้แจงลูกจ้างก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
ข้อ 64 กำหนดมาตรการก่อนรื้อถอน 6 ข้อหลัก ได้แก่
- ตัดไฟฟ้า ก๊าซ ประปา ไอน้ำ หรือพลังงานอื่นที่ใช้อยู่ในสิ่งที่จะรื้อถอน
- ขจัดหรือเคลื่อนย้ายสารเคมี ถังก๊าซ วัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด หรือวัตถุอันตรายอื่น ๆ ออกจากบริเวณ
- นำวัสดุแหลมคม กระจก หรือวัสดุอื่นที่อาจหลุดร่วงหรือแตกได้ง่ายออกให้หมด
- จัดให้มีแผงรับวัสดุที่อาจร่วงหล่นจากการรื้อถอน
- จัดให้มีหลังคาที่มีความมั่นคงแข็งแรงครอบตลอดทางเดินบริเวณรื้อถอน
- จัดให้มีการฉีดน้ำหรือใช้วิธีอื่นที่เหมาะสมเพื่อป้องกันหรือขจัดฝุ่นตลอดเวลาทำงาน
ข้อ 65 กำหนดว่า กรณีรื้อถอนด้วยวัตถุระเบิด ต้องมีผู้ชำนาญการด้านวัตถุระเบิดและวิศวกรซึ่งมีประสบการณ์ด้านการรื้อถอนด้วยวัตถุระเบิดเป็นผู้ควบคุมงาน และข้อ 67 บัญญัติว่า หากปรากฏการเคลื่อนตัวของสิ่งที่กำลังรื้อถอน หรือมีสิ่งบอกเหตุที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่ลูกจ้าง นายจ้างต้องสั่งให้หยุดการทำงานและเคลื่อนย้ายลูกจ้างออกจากบริเวณนั้นทันที
9. ตัวเลขทอง — เก็บใส่กระเป๋าเสื้อ

| รายการ | ตัวเลข | ที่มา |
|---|---|---|
| แจ้งข้อมูลก่อนเริ่มงาน | ≥ 15 วัน | ข้อ 3 |
| พื้นต่างระดับ → บันได + ราวกันตก | ≥ 1.50 ม. | ข้อ 8 |
| รั้วเขตก่อสร้าง | ≥ 2 ม. | ข้อ 15 |
| เจาะ-ขุดลึก → วิศวกรออกแบบ | ≥ 2 ม. | ข้อ 26 |
| ห้ามลงทำงานในหลุมกว้าง < 75 ซม. ลึก ≥ 2 ม. | 75 ซม. / 2 ม. | ข้อ 29 |
| โลหะโครงเครื่องตอกเสาเข็ม Yield Point | ≥ 2,400 กก./ซม.² | ข้อ 31 |
| เสาเข็มเจาะใหญ่ → วิศวกรประจำตลอด | Ø ≥ 70 ซม. | ข้อ 43 |
| ตรวจลิฟต์ชั่วคราวโดยวิศวกร | ≥ 1 ครั้ง/เดือน | ข้อ 49 |
| ทางเดินชั่วคราวยกระดับ → น้ำหนักจรขั้นต่ำ | 250 กก./ม.² | ข้อ 56 |
| ทางเดินชั่วคราว → ความกว้างขั้นต่ำ | 45 ซม. | ข้อ 56 |
| อบรมก่อนเข้าทำงานในอุโมงค์ — ทบทวน | ≥ 1 ครั้ง/เดือน | ข้อ 57 |
10. ความสัมพันธ์กับกฎหมายลูกและกฎฉบับอื่น

กฎกระทรวงฉบับนี้ไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ทำงานร่วมกับกฎหมายลูกและกฎกระทรวงฉบับอื่น ๆ ในไซต์เดียวกัน ผู้ประกอบกิจการต้องอ่านควบคู่กันไป
กฎหมายลูกในกลุ่มเดียวกัน
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดแบบแจ้งข้อมูลก่อนเริ่มงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 — กำหนดแบบและช่องทาง e-Service สำหรับการแจ้งข้อมูลตามข้อ 3
กฎกระทรวงข้างเคียงที่ใช้ร่วมกัน
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับนั่งร้านในงานก่อสร้าง และค้ำยัน พ.ศ. 2564 — ใช้กับนั่งร้านทุกประเภทในไซต์
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลายฯ พ.ศ. 2564 — ใช้นิยาม "ทำงานในที่สูง" ที่ 2 เมตร และ Harness ที่ 4 เมตร
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 — ใช้กับเครนและเครื่องจักรหนักในไซต์
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 — ใช้กับงานไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าในไซต์
11. บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
การฝ่าฝืนกฎกระทรวงฉบับนี้ ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ซึ่งบัญญัติให้นายจ้างต้องบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง โทษอยู่ที่มาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ฉบับเดียวกัน คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ การไม่จัดให้ลูกจ้างมี PPE ตามข้อ 20 อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ ซึ่งมีโทษตามมาตรา 62 คือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีนิติบุคคล กรรมการและผู้บริหารระดับสูงอาจต้องรับโทษส่วนตัวตามมาตรา 69 หากความผิดเกิดจากการสั่งการหรือการละเว้นของตน รายละเอียดบทลงโทษทั้งหมดดูได้ใน ค่าปรับและบทลงโทษ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ
12. คำถามที่พบบ่อย
Q1: ไซต์ก่อสร้างขนาดเล็ก เช่น สร้างบ้านพัก 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม. ต้องแจ้ง 15 วันล่วงหน้าตามข้อ 3 หรือไม่
A: ไม่จำเป็น เพราะไม่ตรงกับลักษณะใน (1) - (5) ของข้อ 3 (ไม่ใช่อาคารสูง 23 ม. ไม่เกิน 2,000 ตร.ม. ไม่ใช่สะพาน ไม่ใช่ขุดลึก 3 ม. และไม่ใช่อุโมงค์) แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับนี้ครบทุกข้อ รวมทั้งหน้าที่จัดผู้ควบคุมงาน (ข้อ 5) PPE (ข้อ 20) รั้ว 2 ม. (ข้อ 15) ป้ายเตือน (ข้อ 11 - 13) และอื่น ๆ
Q2: ทำงานที่ระดับสูง 1.80 เมตร ต้องใส่ Harness ตามกฎกระทรวงงานก่อสร้าง 2564 หรือไม่
A: กฎกระทรวงงานก่อสร้าง 2564 ข้อ 8 บังคับ "บันได/ทางลาดและราวกันตก" ที่พื้นต่างระดับ 1.50 ม. ขึ้นไป ไม่ได้บังคับ Harness ที่ระดับนั้น ส่วนการบังคับ Harness อยู่ที่กฎกระทรวง Fall Protection พ.ศ. 2564 ข้อ 9 ซึ่งบังคับใช้ที่ระดับสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ตัวเลขที่ 1.80 ม. มาจากมาตรฐาน OSHA ของสหรัฐ ไม่ใช่กฎหมายไทย ผู้ประกอบกิจการต้องระมัดระวังไม่ผสมตัวเลข
Q3: ผู้ควบคุมงานตามข้อ 5 ต้องเป็น จป.วิชาชีพ หรือไม่
A: นิยามตามข้อ 2 ไม่ได้บังคับว่าผู้ควบคุมงานต้องเป็น จป.วิชาชีพ ระบุเพียงว่าเป็นผู้ซึ่งรับผิดชอบในการอำนวยการหรือควบคุมดูแลงานก่อสร้างตามลักษณะและประเภทของงาน อย่างไรก็ตาม สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างถึงเกณฑ์ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2565 ยังคงต้องจัดให้มี จป.หัวหน้างาน จป.วิชาชีพ และ คปอ. แยกต่างหาก
Q4: รั้ว 2 เมตรตามข้อ 15 ต้องเป็นรั้วแบบไหน — สังกะสี อิฐบล็อก หรือลวดตาข่ายได้ไหม
A: กฎกระทรวงไม่ได้กำหนดวัสดุ ระบุเพียง "รั้วสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ที่มั่นคงแข็งแรง" หรือ "กั้นเขตด้วยวัสดุที่เหมาะสมตามลักษณะงาน" ดังนั้นผู้ประกอบกิจการเลือกวัสดุได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องมั่นคงพอที่จะกั้นบุคคลภายนอกออกจากเขตอันตราย พร้อมป้าย "เขตก่อสร้าง" ที่ชัดเจน
Q5: การรื้อถอนอาคารเก่าเพื่อใช้พื้นที่ใหม่ ต้องขออนุญาตจากใคร
A: ใบอนุญาตการรื้อถอนตามข้อ 62 อ้างถึงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร ผู้ประกอบกิจการต้องยื่นขอใบอนุญาตรื้อถอนจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ไม่ใช่จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อย่างไรก็ตาม การรื้อถอนยังต้องปฏิบัติตามมาตรฐานในกฎกระทรวงฉบับนี้ทุกข้อในหมวด 9 ควบคู่กันไป
13. สรุป
- กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 เป็นกฎหมายแม่บทของไซต์ก่อสร้างทุกประเภทในไทย รวม 9 หมวด 67 ข้อ ออกตามมาตรา 5 + มาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554
- งานก่อสร้างที่มีลักษณะอันตรายตามข้อ 3 (อาคารสูง 23 ม. ขึ้นไป สะพาน 30 ม. ขึ้นไป ขุดลึก 3 ม. อุโมงค์ ฯลฯ) ต้องแจ้งข้อมูลก่อนเริ่มงานไม่น้อยกว่า 15 วัน ผ่าน e-Service ของกรมสวัสดิการฯ
- ทุกไซต์ต้องจัดผู้ควบคุมงาน (ข้อ 5) ทำรั้วเขตก่อสร้างสูง 2 ม. (ข้อ 15) ติดป้ายเตือนและหมายเลขฉุกเฉิน (ข้อ 11 - 13) ดูแลให้ลูกจ้างใช้ PPE (ข้อ 20) และมีบันได + ราวกันตกที่พื้นต่างระดับ 1.50 ม. (ข้อ 8)
- งานเสาเข็ม ลิฟต์ชั่วคราว อุโมงค์ และก่อสร้างในน้ำ ต้องมีวิศวกรเข้ามาตรวจสอบ รับรอง หรือควบคุมงานตามจุดที่กำหนด
- งานรื้อถอนตามหมวด 9 ต้องมีหลักฐานใบอนุญาตตาม กม.อาคาร (ถ้าจำเป็น) วิศวกรกำหนดขั้นตอน และมาตรการป้องกันอันตรายตามข้อ 64 ครบ 6 ข้อ
- การฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ — จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท และกรรมการอาจรับโทษส่วนตัวตามมาตรา 69
14. อ้างอิงกฎหมาย
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 — มาตรา 5, 8, 22, 53, 62, 69
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 — 9 หมวด 67 ข้อ
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดแบบแจ้งข้อมูลก่อนเริ่มงานก่อสร้าง ลงวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ. 2564
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558
- พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 — ใช้กับการขออนุญาตรื้อถอน
- มาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) — สำหรับราวกันตก ระยะห่างจากสายไฟฟ้า และมาตรฐานเครื่องตอกเสาเข็ม
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 — สรุป 10 หมวด 36 ข้อ
สรุปสาระสำคัญกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ครบทั้ง 10 หมวด 36 ข้อ พร้อมขีดจำกัด TWA/STEL/Ceiling ตามประกาศกรม 2560 และบทลงโทษตาม พ.ร.บ. 2554 มาตรา 56

กฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 — สรุปครบ 4 หมวด 23 ข้อ
สรุปกฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ครบ 4 หมวด 23 ข้อ นิยาม O2 19.5-23.5% LEL 10% บุคลากร 4 ตำแหน่ง หนังสืออนุญาตทำงาน 12 รายการ และหลักสูตรอบรม 4 ระดับตามประกาศกรม 2563

กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 — สรุปครบ 4 หมวด 25 ข้อ
สรุปกฎกระทรวงความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ครบ 4 หมวด 25 ข้อ หน้าที่นายจ้าง 5 ประการ เกณฑ์แรงดัน 50 โวลต์ ระบบป้องกันฟ้าผ่า PPE และผู้ตรวจสอบตามมาตรา 9/11