Site Safety Plan ก่อสร้าง — 7 ส่วนหลัก + เทมเพลตเอกสาร
Site Safety Plan สำหรับงานก่อสร้าง — 7 ส่วนตาม CIOB/ANSI A10.33 + กฎกระทรวง 2564 ข้อ 3 แจ้ง 15 วัน ข้อ 5 ผู้ควบคุมงาน ข้อ 8 ที่สูง 1.50 ม. ข้อ 15 รั้ว 2 ม. สรุป + เทมเพลต

วันแรกของไซต์ก่อสร้างใหม่ — ผู้รับเหมาช่วงเริ่มขนของเข้ามากองที่หน้างาน รถปูนรอเข้าเทพื้น คนงานสิบกว่าคนทยอยเซ็นชื่อเข้าทำงาน หัวหน้าโครงการเปิดแฟ้มขึ้นมา หา "แผนความปลอดภัย" ของไซต์ที่อยู่ในมือ แต่เปิดแล้วเจอเอกสาร 3 หน้า ก็อปจากไซต์เก่าเปลี่ยนชื่อโครงการ ลายเซ็นวิศวกรเป็นของไซต์ที่จบไปแล้ว 2 ปี
นี่คือภาพที่ จป.ก่อสร้างหลายคนเจอบ่อย ๆ — Site Safety Plan ที่ใช้กันจริงในหน้างาน บางครั้งกลายเป็นเอกสารหลอก ๆ ที่เปิดมาแค่ตอนเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการฯ มาตรวจ
ที่ทำให้เรื่องนี้ยุ่ง คือ กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดโครงสร้างของ Site Safety Plan โดยตรง กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 บังคับเฉพาะ องค์ประกอบ ที่งานก่อสร้างต้องครอบคลุม (รั้วเขต ราวกันตก ผู้ควบคุมงาน การแจ้ง 15 วันก่อนเริ่ม) แต่ไม่ได้บอกว่าต้องเขียนเป็นเอกสารชื่อ "Site Safety Plan" หน้าตาแบบไหน
ส่วนที่เป็น "โครงสร้าง 7 ส่วน" ที่หลายโครงการในไทยใช้กัน — มาจากกรอบมาตรฐานต่างประเทศ ที่ CIOB (Chartered Institute of Building) และมาตรฐาน ANSI/ASSP A10.33 ของสหรัฐ ใช้เป็น baseline · ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่เป็น industry framework ที่ช่วยให้องค์ประกอบกฎหมายไทยทุกข้อถูกครอบในเอกสารฉบับเดียว
หน้านี้สรุปครบ — Plan คืออะไร 7 ส่วนคืออะไร แต่ละส่วนต้องเอาข้อกฎหมายไทยข้อไหนใส่เข้าไปบ้าง และเทมเพลตหน้าตาแบบไหนที่ใช้ได้จริงในไซต์
ภาพรวม — Site Safety Plan คืออะไร ใครต้องทำ
Site Safety Plan คือเอกสารแผนความปลอดภัยประจำโครงการ ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับไซต์งานแต่ละไซต์ ระบุครบว่า:
- ใครรับผิดชอบอะไร (Project Manager, Site Engineer, จป.ก่อสร้าง, หัวหน้าทีม sub-contractor)
- งานในไซต์มี hazard อะไรบ้าง ควบคุมยังไง
- ใครเข้าไซต์ได้บ้าง ต้องผ่านอะไรก่อน
- ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน — เรียกใคร เคลื่อนคนยังไง
ลักษณะสำคัญที่หลายคนพลาด คือ Plan ต้องเฉพาะไซต์ — ก๊อป Plan จากโครงการเก่ามาแก้ชื่อแล้วใช้ ไม่ใช่วิธีที่ถูก เพราะ hazard ของไซต์แต่ละแห่งต่างกัน (พื้นที่ทำงาน วัสดุที่ใช้ คนงานที่เข้ามา เพื่อนบ้านรอบไซต์)
ใครต้องทำ
ตามกฎหมายไทย — นายจ้าง (ผู้ดำเนินการ ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ 2564) เป็นผู้รับผิดชอบ ในทางปฏิบัติงานนี้ตกที่ Project Manager + จป.ก่อสร้าง โดยมีวิศวกรเป็นผู้ตรวจสอบและลงนาม
ใช้เวลานานเท่าไหร่
Plan ระดับโครงการกลาง (อาคาร 5-10 ชั้น) เขียนรอบแรกประมาณ 3-5 วันทำงาน ถ้าได้ template + ข้อมูลพร้อม · แต่อย่าลืมว่า Plan เป็น living document ต้องอัปเดตตาม milestone ของโครงการ (เสาเข็มเสร็จ โครงสร้างเสร็จ งาน finishing) + ทุกครั้งที่เกิด near-miss / accident / scope เปลี่ยน
เตรียมการ — สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่มเขียน Plan
ก่อนเปิด Word เปล่า ๆ มาเขียน เตรียมของก่อน:
เอกสารโครงการ:
- แบบสถาปัตยกรรม + แบบโครงสร้าง
- ขอบเขตงาน (Scope) + timeline
- รายชื่อผู้รับเหมาช่วงทั้งหมด พร้อมประเภทงาน
- พื้นที่ไซต์ + ทางเข้าออก + แผนผังการใช้พื้นที่ (site layout)
ข้อมูลกฎหมาย:
- กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 (กฎหลัก)
- กฎกระทรวงนั่งร้านและค้ำยัน (ถ้ามีนั่งร้านสูง)
- กฎกระทรวงปั้นจั่น (ถ้ามีงานยก)
- กฎกระทรวงไฟฟ้า (ถ้าต้องเดินไฟชั่วคราว)
- กฎกระทรวงที่อับอากาศ (ถ้ามีงานในถัง/บ่อ)
คนที่เกี่ยวข้อง:
- วิศวกรโครงการ (สำหรับงานเสาเข็ม กำแพงพืด อุโมงค์ ต้องมีวิศวกรประจำตาม กฎกระทรวง 2564 ข้อ 43, 45, 58)
- จป.วิชาชีพ (สำหรับโครงการที่เข้าเกณฑ์)
- หัวหน้าทีม sub-contractor
เครื่องมือ:
- Template HIRARC สำหรับ Hazard ID
- Template Permit-to-Work (Hot Work, Confined Space, Excavation, Height, LOTO)
- Checklist Site Induction สำหรับคนใหม่
- Form รายงานอุบัติเหตุ + Near-miss
ขั้นตอน — ส่วนหลัก 7 ส่วนของ Site Safety Plan

โครง 7 ส่วนนี้ มาจาก ANSI/ASSP A10.33 (Multi-Employer Construction Site) + แนวทาง CIOB · ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่เป็น framework ที่ครอบองค์ประกอบของกฎกระทรวง 2564 ได้ครบทุกข้อ
ส่วนที่ 1 — Project Info + Stakeholders
ส่วนเปิดของเอกสาร ระบุ:
- ชื่อโครงการ ที่ตั้ง เลขที่ใบอนุญาตก่อสร้าง
- ขอบเขตงาน (Scope) + timeline ของแต่ละ phase
- ผู้รับผิดชอบหลัก พร้อมเบอร์ติดต่อ:
- Project Manager / ผู้จัดการโครงการ
- Site Engineer / วิศวกรประจำไซต์
- จป.วิชาชีพ / จป.ก่อสร้าง
- หัวหน้าทีม sub-contractor แต่ละราย
- ผู้ควบคุมงาน (กฎกระทรวง 2564 ข้อ 5)
ตรงนี้ต้องไม่ลืม — กฎหมายไทยบังคับให้นายจ้างต้องจัดให้มี ผู้ควบคุมงาน ตรวจความปลอดภัยก่อนการทำงานและขณะทำงานทุกขั้นตอน:
นายจ้างต้องจัดให้มีผู้ควบคุมงานทำหน้าที่ตรวจความปลอดภัยในการทำงาน ก่อนการทำงานและขณะทำงานทุกขั้นตอนเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
ผู้ควบคุมงาน ตามนิยามในกฎกระทรวง 2564 ข้อ 2 คือ "ผู้รับผิดชอบในการอำนวยการหรือควบคุมดูแลงานก่อสร้างตามลักษณะและประเภทของงาน" — ใน Plan ต้องระบุชื่อ + ความรับผิดชอบให้ชัด
การแจ้งข้อมูลก่อนเริ่มงาน
ก่อนเริ่มงาน — ถ้าโครงการเข้าเกณฑ์ตาม กฎกระทรวง 2564 ข้อ 3 นายจ้างต้องแจ้งข้อมูลงานก่อสร้างต่ออธิบดีกรมสวัสดิการฯ ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่ม
ก่อนเริ่มงานก่อสร้างไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ให้นายจ้างแจ้งข้อมูลงานก่อสร้าง ดังต่อไปนี้ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย
โครงการที่เข้าเกณฑ์ ตาม ข้อ 3:
| ประเภทงาน | เกณฑ์ |
|---|---|
| อาคาร | พื้นที่รวมเกิน 2,000 ตร.ม. (ทุกชั้นหรือชั้นใดชั้นหนึ่ง) หรือ สูงตั้งแต่ 15 ม. + พื้นที่รวมเกิน 1,000 ตร.ม. |
| อาคารสูง | ตั้งแต่ 23 ม. ขึ้นไป |
| สะพาน | ยาวระหว่างกึ่งกลางตอม่อแรก-สุดท้าย ตั้งแต่ 30 ม. ขึ้นไป รวมสะพานข้ามทางแยก สะพานกลับรถ ทางแยกต่างระดับ |
| งานขุด/ซ่อม/รื้อ สาธารณูปโภค | ลึกตั้งแต่ 3 ม. ขึ้นไป |
| อุโมงค์ / ทางลอด | ทุกขนาด |
วิธีแจ้ง — ปัจจุบันใช้ระบบ e-Service ของกรมสวัสดิการฯ ที่ http://eservice.labour.go.th ตามประกาศกรมสวัสดิการฯ ปี 2564 · ต้องลงทะเบียนขอ User ID + Password ก่อน
ใน Plan ส่วนที่ 1 ให้แนบสำเนาเอกสารการแจ้ง + วันที่แจ้ง + ชื่อพนักงานตรวจความปลอดภัยที่รับเรื่อง
ส่วนที่ 2 — Site Layout + Logistics
ผังพื้นที่ของไซต์ ระบุชัดว่าอะไรอยู่ตรงไหน:
- เขตก่อสร้าง (ตามนิยามกฎกระทรวง 2564 ข้อ 2) — พื้นที่ที่ดำเนินการก่อสร้าง
- เขตอันตราย — พื้นที่นั่งร้าน ปั้นจั่น เครื่องจักร ทางลำเลียงวัสดุ ที่เก็บเชื้อเพลิง ที่สูง ที่อาจมีของตก
- ทางเข้าออกของคน + ของยานพาหนะ (แยกกัน)
- จุดจอดรถ + ลานกองวัสดุ
- ที่พักคนงาน (ถ้ามี) + จุดทานอาหาร + ห้องน้ำ
- จุด muster point กรณีอพยพ
- จุดวางถังดับเพลิง + กล่องปฐมพยาบาล
- จุดติดตั้งป้ายเตือน + แสงไฟฉุกเฉิน
รั้วเขตและป้าย — บังคับตามกฎหมาย

กฎกระทรวง 2564 ข้อ 15 — บังคับชัดว่าต้องทำรั้วเขตก่อสร้าง:
นายจ้างต้องกำหนดบริเวณเขตก่อสร้าง โดยทำรั้วสูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ที่มั่นคงแข็งแรงไว้ตลอดแนวเขตก่อสร้าง
องค์ประกอบที่ครบ ตาม ข้อ 15:
- รั้วสูง ไม่น้อยกว่า 2 เมตร ตลอดแนวเขต (มั่นคงแข็งแรง)
- หรือกั้นเขตด้วยวัสดุที่เหมาะสมตามลักษณะงาน
- ป้าย "เขตก่อสร้าง" แสดงให้เห็นชัด
- ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า
สำหรับ "เขตอันตราย" ภายในไซต์ — ตาม ข้อ 16 ต้องกั้นแยก + ติดป้าย "เขตอันตราย" + กลางคืนต้องมีสัญญาณไฟสีส้มตลอดเวลา
ป้ายอื่นที่ต้องมีใน Plan:
- ป้ายเตือนทางเข้าออกยานพาหนะ + สัญญาณแสงสีส้ม + ผู้ให้สัญญาณ (ข้อ 11)
- ป้ายแสดงหมายเลขโทรศัพท์หน่วยงานฉุกเฉิน (โรงพยาบาล ดับเพลิง บรรเทาสาธารณภัย) (ข้อ 12)
- ป้ายเตือน/บังคับ ตามลักษณะงาน — ห้ามเข้า ระวังวัสดุตก ให้สวม PPE (ข้อ 13)
Logistics
ส่วนที่หลายไซต์ลืม — การจัดการ logistics ในไซต์:
- เส้นทางขนวัสดุ + เส้นทางเดินของคน (แยกกันถ้าทำได้)
- กระจกนูนที่ทางโค้ง/หักมุม — กฎกระทรวง 2564 ข้อ 19 บังคับ กระจกนูนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 50 ซม.
- การจัดเก็บวัสดุ — กฎกระทรวง 2564 ข้อ 6 บังคับให้รักษาความสะอาด แยกของเหลือใช้/ขยะ ทั้งอันตรายและไม่อันตราย
- ดินที่ขุดออก — ข้อ 7 บังคับให้มีสถานที่กองดินที่เหมาะสม + ป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย
ส่วนที่ 3 — Hazard Identification + JSA
หัวใจของ Plan · ระบุว่าในไซต์มี hazard อะไร โดยใช้ HIRARC เป็นเครื่องมือ
แตก hazard ตาม phase ของโครงการ:
| Phase | Hazard ที่พบบ่อย |
|---|---|
| งานปรับพื้นที่ + รื้อถอน | ฝุ่น เสียงดัง วัสดุตก สาธารณูปโภคใต้ดิน |
| งานเสาเข็ม | เสียง การสั่นสะเทือน เครื่องจักรหนัก ดินทรุด |
| งานขุดดิน | ดินพังทลาย น้ำท่วม สาธารณูปโภค |
| งานโครงสร้าง | ที่สูง วัสดุตก งานเชื่อม นั่งร้าน |
| งาน finishing | สารเคมี (สี ทินเนอร์) ไฟฟ้าชั่วคราว ที่สูง |
แต่ละ hazard ที่ระบุ ต้องตามด้วย:
- ใครเสี่ยง (ผู้ปฏิบัติงาน, sub-contractor, คนนอก, เพื่อนบ้าน)
- ระดับความเสี่ยง (ตามตาราง Risk Matrix ของบริษัท)
- มาตรการควบคุม — เรียงตาม Hierarchy of Controls — Elimination → Substitution → Engineering → Administrative → PPE
- ผู้รับผิดชอบ
- วิธี monitor
นอกจาก HIRARC ระดับโครงการ — ต้องมี JSA (Job Safety Analysis) เฉพาะของแต่ละงานย่อยที่มีความเสี่ยงสูง ทำก่อนเริ่มงานแต่ละครั้ง โดยเฉพาะงานที่ต้องมี permit
ส่วนที่ 4 — PPE Requirements per Task
ส่วนนี้ไม่ใช่ "ใส่หมวกใส่รองเท้านิรภัย" จบ · ต้องระบุละเอียดว่างานแต่ละประเภทใช้ PPE อะไร · ตาม กฎกระทรวง 2564 ข้อ 20 บังคับ:
นายจ้างต้องจัดและดูแลให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตลอดเวลาที่ทำงานก่อสร้าง
| งาน | PPE บังคับ |
|---|---|
| ทุกคนในเขตก่อสร้าง (baseline) | หมวกนิรภัย, รองเท้านิรภัย, เสื้อสะท้อนแสง |
| งานเชื่อม/ตัด | + หน้ากากเชื่อม, ถุงมือหนัง, ผ้ากันไฟ |
| งานเจียร | + แว่นกันสะเก็ด, ที่อุดหู, mask |
| งานที่สูง 4 ม.+ | + Full body harness + Lifeline |
| งานในที่อับอากาศ | + เครื่องวัดก๊าซ, SCBA/Air-line, ชุดกู้ภัย |
| งานสารเคมี/ทาสี | + respirator ตามชนิดสาร, ถุงมือกันเคมี, แว่น |
| งานในน้ำ/บนแคร่ลอย | + ชูชีพ (กฎกระทรวง 2564 ข้อ 61) |
อ่าน PPE 101 สำหรับวิธีเลือก PPE แต่ละประเภท
สำคัญ — Plan ต้องระบุ:
- ใครจ่ายค่า PPE (กฎหมายไทยบังคับนายจ้างเป็นผู้จัดให้)
- ความถี่ในการตรวจ/เปลี่ยน
- ใครเป็นคน fit-test (สำหรับ respirator + harness)
- วิธีจัดเก็บ + บำรุงรักษา
ส่วนที่ 5 — Permit-to-Work System
ระบบ permit ในไซต์ก่อสร้าง · ไม่ใช่ทุกงานต้องมี permit · ระบุชัดว่างานไหนเข้าเกณฑ์
Permit ที่ใช้บ่อยในไซต์ก่อสร้าง

Hot Work Permit — งานเชื่อม/ตัด/เจียร/บัดกรี ที่ก่อประกายไฟ
- กฎหมายไทยอ้างผ่านกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 18(6)
- ต้อง Fire Watch + เคลียร์รัศมีพื้นที่
- มีเอกสาร permit + ลายเซ็นผู้อนุญาตก่อนเริ่ม
Confined Space Permit — งานในถัง บ่อ ห้องใต้ดิน ท่อ
- กฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 บังคับ
- ต้องวัดก๊าซ 4 ชนิดก่อน + ผู้ช่วยเหลือนอกอุปกรณ์ทุกครั้ง
Excavation Permit — งานขุดดิน
- กฎกระทรวง 2564 ข้อ 22-29 บังคับ
- กรณีขุดลึก ตั้งแต่ 2 ม. ขึ้นไป — ตาม ข้อ 26 ต้องให้วิศวกรคำนวณ ออกแบบ กำหนดขั้นตอน + ติดตั้งสิ่งป้องกันดินพังทลาย
- กรณีลูกจ้างต้องลงไปทำงานในรู/หลุม ลึก 2 ม.+ — ข้อ 28 บังคับให้มีทางขึ้นลง เครื่องสูบน้ำ ระบบถ่ายเทอากาศ ผู้ควบคุมงาน อุปกรณ์สื่อสาร เชือกช่วยชีวิต + เข็มขัดนิรภัย
- ขนาดกว้างน้อยกว่า 75 ซม. + ลึก 2 ม.+ — ห้ามให้ลูกจ้างลงไปทำงาน (ข้อ 29)
Working at Height Permit — งานบนที่สูง
- กฎกระทรวง 2564 ข้อ 8 บังคับงานบนพื้นต่างระดับสูง 1.50 ม. ขึ้นไป:
ในกรณีที่ลูกจ้างต้องทำงานก่อสร้างบนพื้นต่างระดับที่มีความสูงตั้งแต่ 1.50 เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีบันไดหรือทางลาดพร้อมทั้งติดตั้งราวกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือมาตรการอื่นใดเพื่อให้เกิดความปลอดภัย
- ทางเดินชั่วคราวยกระดับสูง 1.50 ม.+ — ข้อ 56 บังคับ ต้องรับน้ำหนักไม่น้อยกว่า 250 กก./ตร.ม. กว้างไม่น้อยกว่า 45 ซม. + ราวกันตก
LOTO (Lockout-Tagout) Permit — งานที่ต้องตัด/แยกพลังงาน
- ใช้กับงานซ่อมเครื่องจักร งานต่อเชื่อมไฟฟ้า งานในระบบที่ยังอาจมีพลังงานสะสม
Flow ของ permit ใน Plan
ทุก permit ในไซต์ ต้องระบุใน Plan:
- ใครเป็นผู้ขอ (สำหรับงานที่จะทำ — ปกติคือ supervisor หรือหัวหน้าทีม sub)
- ใครเป็นผู้อนุญาต (มีอำนาจลงนาม — ปกติ Site Engineer หรือ จป.วิชาชีพ)
- ใครเป็นผู้ตรวจหน้างาน (ก่อนเริ่ม + ระหว่างงาน)
- อายุ permit (ปกติ 1 กะ ไม่เกิน 8-12 ชม.)
- เงื่อนไขที่ต้อง stop work (สภาพอากาศ ก๊าซเกินค่า ฯลฯ)
- การปิด permit เมื่อจบงาน + การตรวจหลังงาน
ส่วนที่ 6 — Emergency Response Plan
แผนตอบโต้ฉุกเฉินของไซต์ ครอบคลุม scenario อย่างน้อย 5 แบบ:
- อุบัติเหตุคน — บาดเจ็บ ตก ของหล่นใส่
- ไฟไหม้ — ในไซต์ ใน sub-station ในที่พักคนงาน
- ก๊าซรั่ว / สารเคมีหก
- โครงสร้างพังทลาย — นั่งร้านล้ม ดินพังทลายในงานขุด ผนังกำแพงพืดเคลื่อน
- ภัยธรรมชาติ — ฝนตกหนัก ลมแรง น้ำท่วม ฟ้าผ่า
กฎหมายไทยมีบางส่วนเข้ามาบังคับ:
- กฎกระทรวง 2564 ข้อ 9 — ห้ามให้ลูกจ้างทำงานก่อสร้างขณะเกิดภัยธรรมชาติ หรือเหตุที่อาจทำให้ไม่ปลอดภัย เว้นแต่เพื่อความปลอดภัยหรือช่วยเหลือ/บรรเทาเหตุ
- ข้อ 12 — ต้องติดป้ายแสดงเบอร์โทรหน่วยงานฉุกเฉิน (โรงพยาบาล ดับเพลิง บรรเทาสาธารณภัย) ที่ใกล้ที่สุด ให้เห็นชัด
องค์ประกอบของ Emergency Plan
แต่ละ scenario ต้องระบุ:
- ใครเป็น Incident Commander (ผู้บัญชาการเหตุการณ์)
- เส้นทางอพยพ + จุด muster point
- หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน (รพ. ใกล้สุด + รถพยาบาล + ดับเพลิง + ตำรวจ + สถานีไฟฟ้า)
- ทีมปฐมพยาบาล + ที่ตั้งกล่อง first-aid
- การติดต่อนายจ้าง + ครอบครัวผู้บาดเจ็บ
- การรายงานต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย ตาม พ.ร.บ. 2554
Drill — Plan ต้องระบุความถี่ในการซ้อมแผน (อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง สำหรับโครงการระยะยาว · ทุก 6 เดือนสำหรับโครงการเสี่ยงสูง)
ส่วนที่ 7 — Audit + Compliance Tracking
Plan ที่ไม่มีการตรวจติดตาม = Plan ที่ไม่มีอยู่จริง · ส่วนที่ 7 ระบุระบบตรวจติดตาม:
Daily Site Inspection
ตรวจรายวัน ตามที่ กฎกระทรวง 2564 ข้อ 5 บังคับให้ผู้ควบคุมงานตรวจ ก่อนการทำงานและขณะทำงานทุกขั้นตอน · ใช้ checklist สั้น ๆ:
- รั้วเขตก่อสร้าง + ป้าย ยังครบ
- PPE ของคนงานครบ
- นั่งร้าน + ราวกันตก ยังมั่นคง
- ทางเดิน + ทางขึ้นลง สะอาด ไม่มีของกีดขวาง
- ดับเพลิง + first-aid พร้อมใช้
- ป้ายเตือน + สัญญาณไฟ ยังทำงาน
Weekly Safety Walk
เดินตรวจสัปดาห์ละครั้ง ร่วมกับ Project Manager + จป. + หัวหน้าทีม sub-contractor · ใช้ checklist ละเอียดกว่า daily
Monthly Safety Committee Meeting
ประชุม คปอ. (ถ้าโครงการเข้าเกณฑ์ต้องมี) หรือทีม safety ของโครงการ · ทบทวน:
- สถิติอุบัติเหตุ + near-miss ของเดือน
- Audit findings ที่ยังเปิดอยู่
- การเปลี่ยนแปลง scope / phase ที่จะถึง
Plan Review Cycle
Plan ไม่ใช่เอกสารที่เขียนครั้งเดียวจบ · ทบทวนทุกครั้งที่:
- จบ phase ใหญ่ (เสาเข็มเสร็จ โครงสร้างเสร็จ finishing เริ่ม)
- เกิดอุบัติเหตุ / near-miss
- Scope งานเปลี่ยน / sub-contractor ใหม่เข้ามา
- กฎหมาย/มาตรฐานที่อ้างเปลี่ยน
- ผ่านการ audit จากเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการฯ หรือ external auditor
ตัวอย่างเทมเพลต — โครงเอกสาร Site Safety Plan
โครงไฟล์ที่แนะนำ (ปรับได้ตามขนาดโครงการ):
Site Safety Plan — [ชื่อโครงการ]
Revision: [number] · Date: [date] · Approved by: [name + position]
ส่วนที่ 1 — Project Information
1.1 ข้อมูลโครงการ (ชื่อ ที่ตั้ง เลขที่ใบอนุญาต)
1.2 Scope + Timeline
1.3 องค์กรและผู้รับผิดชอบ (org chart + เบอร์ติดต่อ)
1.4 ผู้ควบคุมงาน (ตามข้อ 5)
1.5 เอกสารการแจ้ง 15 วันก่อนเริ่ม (ถ้าเข้าเกณฑ์ ข้อ 3)
ส่วนที่ 2 — Site Layout + Logistics
2.1 ผังพื้นที่ไซต์ (drawing)
2.2 รั้วเขตก่อสร้าง 2 ม. (ข้อ 15)
2.3 เขตอันตรายภายในไซต์ (ข้อ 16)
2.4 ทางเข้าออก คน/รถ
2.5 ป้ายและสัญญาณ (ข้อ 11-13, 19)
2.6 การจัดเก็บวัสดุ + ดินขุด (ข้อ 6-7)
ส่วนที่ 3 — Hazard Identification + JSA
3.1 HIRARC ระดับโครงการ
3.2 JSA แต่ละงานเสี่ยงสูง
3.3 Hierarchy of Controls — สรุปมาตรการ
3.4 ตาราง Risk Register
ส่วนที่ 4 — PPE Requirements
4.1 PPE Matrix ตามประเภทงาน
4.2 ผู้รับผิดชอบจัดและบำรุงรักษา
4.3 Fit-test + Inspection schedule
ส่วนที่ 5 — Permit-to-Work
5.1 ประเภท permit ที่ใช้ในโครงการ
5.2 ขั้นตอนการขอ/อนุญาต/ปิด
5.3 ผู้อนุญาต + ผู้ตรวจหน้างาน
5.4 Form template แต่ละประเภท
ส่วนที่ 6 — Emergency Response
6.1 รายชื่อ scenario + ขั้นตอนตอบโต้
6.2 Incident Commander + ทีม
6.3 เส้นทางอพยพ + Muster point (drawing)
6.4 เบอร์ฉุกเฉิน (ข้อ 12)
6.5 ปฐมพยาบาล + รพ. ใกล้สุด
6.6 Drill schedule
ส่วนที่ 7 — Audit + Compliance
7.1 Daily inspection checklist
7.2 Weekly safety walk checklist
7.3 Monthly meeting agenda
7.4 Plan review schedule
7.5 Document control + version history
ภาคผนวก
A. สำเนาเอกสารการแจ้ง 15 วัน
B. รายชื่อ sub-contractor + เอกสาร pre-qualification
C. Site Induction material
D. Permit form templates
E. Form รายงานอุบัติเหตุ + near-miss
F. รายการกฎหมายที่อ้าง
Sub-contractor Management
ส่วนที่ Plan หลายฉบับลืม — การจัดการ sub-contractor · ใน Plan ต้องระบุ:
- Pre-qualification — เอกสารที่ sub ต้องส่งก่อนเข้าไซต์ (ทะเบียนบริษัท, ใบ บอจ.5, ประกันสังคม, ใบรับรอง จป., ประวัติอุบัติเหตุ 3 ปี)
- Site Induction — การอบรมแนะนำไซต์ก่อนเริ่มทำงาน ระยะเวลาขั้นต่ำ 1-2 ชม.
- การถ่ายทอด Plan — sub ต้องได้รับ Plan + ปฏิบัติตาม
- Daily report — sub รายงานคนเข้า/ออก + งานที่ทำ ทุกวัน
- Performance review — ประเมิน sub ทุกเดือน
นายจ้างหลักมีหน้าที่ตามกฎหมาย พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 มาตรา 16 ในการดูแลให้ผู้รับเหมาช่วงปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกัน
ข้อควรระวัง — ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
จากการเดินตรวจไซต์จริง ๆ — Plan ที่มีปัญหามักเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งใน 6 ข้อนี้:
1. ก๊อปจาก template เก่า ไม่ปรับให้เข้ากับไซต์
- ชื่อโครงการ ที่ตั้ง วิศวกร ยังเป็นของไซต์ก่อน
- Hazard ที่เขียน ไม่ตรงกับงานที่ทำจริงในไซต์นี้
2. ไม่ได้แจ้ง 15 วันก่อนเริ่ม ทั้งที่เข้าเกณฑ์ข้อ 3
- โครงการเข้าเกณฑ์ (เช่น อาคาร 17 ม.) แต่ลืมแจ้ง — ฝ่าฝืน กฎหมาย
- แจ้งแล้วแต่ไม่มีหลักฐานในแฟ้ม
3. รั้วเขตไม่ครบ 2 ม. หรือทำเฉพาะด้านที่เห็น
- ทำรั้วด้านหน้าโชว์ครบ ด้านหลังโล่ง
- คนภายนอกเดินเข้ามาในไซต์ได้ — ฝ่าฝืน ข้อ 15
4. PPE Matrix เขียนรวม ๆ ว่า "PPE ตามงาน" ไม่ระบุชัด
- คนงานจริงเลยใส่ไม่ครบ ที่สูง 4 ม. ขึ้นมาเดินไม่มี harness
5. Permit เป็นเอกสารหน้าเดียว ไม่มี Fire Watch / ไม่มีการตรวจวัดก๊าซ
- ฟอร์มมี แต่ปล่อยให้คนงานเซ็นเองทุกคน
6. Emergency Plan ไม่เคย drill
- เอกสารสวย — แต่คนงานไม่รู้ว่า muster point อยู่ตรงไหน
FAQ — คำถามที่เจอบ่อย
Q: โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้นในที่ดินส่วนตัว ต้องทำ Site Safety Plan ไหม
ตามกฎกระทรวง 2564 ครอบคลุม "งานก่อสร้าง" ทุกประเภท (ข้อ 2 นิยาม) — โดยหลักนายจ้างที่จ้างลูกจ้างทำงานก่อสร้าง ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ ไม่ว่าโครงการใหญ่หรือเล็ก · แต่ "การแจ้ง 15 วันก่อนเริ่ม" ตามข้อ 3 ใช้เฉพาะโครงการที่เข้าเกณฑ์ (อาคาร 2,000 ตร.ม.+ / สูง 15 ม.+ / 23 ม.+ / สะพาน 30 ม.+ / ขุดลึก 3 ม.+ / อุโมงค์) · บ้าน 2 ชั้นเล็ก ๆ ไม่เข้าเกณฑ์แจ้ง แต่ยังต้องมี Plan เพื่อปฏิบัติตามข้ออื่นของกฎกระทรวง (รั้ว ป้าย PPE ผู้ควบคุมงาน)
Q: ใครเป็นคนเซ็น Plan ในที่สุด
ในทางปฏิบัติ — Project Manager เป็นผู้เซ็นในนามนายจ้าง · จป.วิชาชีพเซ็นรับรองด้านความปลอดภัย · วิศวกรเซ็นรับรองส่วนที่เป็นการคำนวณ/ออกแบบ (โดยเฉพาะงานเสาเข็ม ข้อ 32 / งานขุดลึก ข้อ 26 / กำแพงพืด ข้อ 45 / อุโมงค์ ข้อ 58) · กฎหมายไทยไม่ได้ระบุชัดว่า Plan ในภาพรวมต้องเซ็นโดยใคร — แต่ส่วนที่ต้องมีวิศวกรรับรอง ระบุชัดในกฎกระทรวง 2564 หลายข้อ
Q: Plan ต้องอัปเดตบ่อยแค่ไหน
อย่างน้อย:
- จบ phase ใหญ่ของโครงการ
- หลังเกิดอุบัติเหตุ / near-miss
- เมื่อ scope เปลี่ยน / sub-contractor ใหม่เข้า
- เมื่อกฎหมายที่อ้างถึงเปลี่ยน
- ทบทวนทั้งฉบับอย่างน้อยปีละครั้ง สำหรับโครงการระยะยาว
Q: ขุดดินลึก 1.5 ม. ต้องมี permit หรือไม่
กฎกระทรวง 2564 ระบุชัดเฉพาะการขุดที่ลึก ตั้งแต่ 2 ม. ขึ้นไป ในข้อ 26 ที่ต้องให้วิศวกรคำนวณออกแบบ + ติดตั้งสิ่งป้องกันดินพังทลาย · ที่ 1.5 ม. กฎหมายไม่บังคับ permit หรือวิศวกรเฉพาะ — แต่ Plan ของโครงการอาจกำหนดเข้มกว่ากฎหมายได้ (เช่น บังคับ permit ทุกการขุดที่ลึก 1 ม.+ ตามมาตรฐาน internal)
Q: ที่สูง 1.50 ม. ต้องใส่ Harness หรือยัง
ตามกฎกระทรวง 2564 ข้อ 8 — งานก่อสร้างบนพื้นต่างระดับสูง 1.50 ม. ขึ้นไป บังคับให้มี บันได/ทางลาด + ราวกันตก (ตามมาตรฐาน วสท.) หรือมาตรการอื่นเพื่อความปลอดภัย · ส่วน Harness บังคับที่สูง 4 ม. ขึ้นไป ตามกฎกระทรวงงานในที่สูง พ.ศ. 2564 (กฎหมายอีกฉบับ) · ที่ 1.50-4 ม. — กฎหมายเน้น engineering control (ราวกันตก) ก่อน · industry practice หลายโครงการเลือกบังคับ Harness ที่ 1.8 ม. (ตาม OSHA US) เพื่อเข้มกว่า แต่นั่นไม่ใช่กฎหมายไทย
checklist สรุปสั้น — Site Safety Plan ที่ใช้งานได้จริง
ก่อนปิด Plan แล้วใช้งานในไซต์ ผ่าน 12 ข้อนี้ก่อน:
- ส่วนที่ 1 — ระบุ Project Manager + ผู้ควบคุมงาน (ข้อ 5) + วิศวกร + จป. ครบ พร้อมเบอร์
- ส่วนที่ 1 — ถ้าเข้าเกณฑ์ข้อ 3 มีสำเนาการแจ้ง 15 วันก่อนเริ่มในแฟ้ม
- ส่วนที่ 2 — Site layout drawing พร้อม รั้ว 2 ม. (ข้อ 15) + เขตอันตราย (ข้อ 16) + muster point
- ส่วนที่ 2 — ป้ายเตือน + เบอร์ฉุกเฉิน (ข้อ 12) + สัญญาณไฟ ครบทุกจุดที่กำหนด
- ส่วนที่ 3 — HIRARC ระดับโครงการ + JSA รายงานทำเสร็จก่อนเริ่มงานเสี่ยงสูง
- ส่วนที่ 4 — PPE Matrix ระบุ PPE ตามงาน ไม่เขียนรวม
- ส่วนที่ 5 — Permit-to-Work form ทุกประเภทที่ใช้ในโครงการ พร้อม flow + ผู้อนุญาต
- ส่วนที่ 5 — Working at Height permit ครอบคลุมงาน 1.50 ม.+ (ข้อ 8) และ Excavation permit ครอบคลุมขุดลึก 2 ม.+ (ข้อ 26)
- ส่วนที่ 6 — Emergency Plan มี scenario ครบ 5 แบบ + Drill schedule
- ส่วนที่ 7 — Daily inspection checklist + ผู้ควบคุมงานลงนามทุกวัน (ข้อ 5)
- ส่วนที่ 7 — กำหนด Plan review cycle ที่ milestone + เหตุการณ์ trigger
- ลายเซ็น Project Manager + จป.วิชาชีพ + วิศวกร ลงล่าสุดในหน้าปก
สรุป
- Site Safety Plan = เอกสารแผนความปลอดภัยประจำไซต์ ไม่ใช่ template สำเร็จรูปที่ก๊อปใช้ซ้ำได้
- โครงสร้าง 7 ส่วน (Info / Layout / Hazard / PPE / Permit / Emergency / Audit) มาจากกรอบมาตรฐานต่างประเทศ (CIOB + ANSI/ASSP A10.33) ไม่ใช่กฎหมายไทย — แต่เป็น framework ที่ครอบองค์ประกอบของกฎกระทรวง 2564 ได้ครบ
- กฎหมายไทยที่ Plan ต้องครอบคลุม — กฎกระทรวง 2564 ข้อ 3 (แจ้ง 15 วัน), ข้อ 5 (ผู้ควบคุมงาน), ข้อ 8 (1.50 ม. ราวกันตก), ข้อ 15 (รั้ว 2 ม.), ข้อ 16 (เขตอันตราย), ข้อ 26 (ขุดลึก 2 ม.+ ต้องวิศวกร)
- Plan เป็น living document — ทบทวนทุก milestone / หลังอุบัติเหตุ / scope เปลี่ยน
- ผู้รับเหมาช่วงต้องผ่าน Pre-qualification + Site Induction + ปฏิบัติตาม Plan เดียวกัน
ลองเริ่มที่ส่วนที่ 1 + ส่วนที่ 2 ของไซต์ตัวเองก่อน — เปิดดูว่ามีชื่อผู้ควบคุมงานครบหรือยัง รั้วเขตครบ 2 ม. รอบไซต์หรือไม่ ถ้าตรง 2 ข้อนี้ยังไม่ครบ Plan ที่เหลือก็ยังเดินต่อไม่ได้
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
