🔥 อัคคีภัย

เฝ้าต่อหนึ่งชั่วโมงหลังจบงานความร้อน เกณฑ์สากลที่ใบอนุญาตต้องกำหนดเอง

กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดชั่วโมงเฝ้าต่อหลังงานเชื่อม กฎกระทรวงฯ 2564 ข้อ 26 ถึง 32 วางมาตรการไว้ ส่วนเกณฑ์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงมาจากมาตรฐานสากล พร้อมวิธีเฝ้าและหลักฐาน

Safety Station 10113 กันยายน 2569อ่าน 29 นาที · 6,483 คำ
เฝ้าต่อหนึ่งชั่วโมงหลังจบงานความร้อน เกณฑ์สากลที่ใบอนุญาตต้องกำหนดเอง

งานเชื่อม งานตัด และงานเจียรจบลงเมื่อแหล่งความร้อนดับ แต่ความเสี่ยงของพื้นที่ไม่ได้จบพร้อมกัน สะเก็ดโลหะหลอมที่ร่วงเข้าไปในฉนวนหุ้มท่อ ในร่องพื้น หรือในรางเคเบิล ยังคุกรุ่นอยู่ได้อีกหลายชั่วโมงโดยไม่มีเปลวให้เห็น เพลิงไหม้จากงานความร้อนจำนวนมากจึงปะทุในช่วงที่ทุกคนแยกย้ายกลับไปแล้ว

ตัวเลข "อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง" ที่ผู้เฝ้าระวังไฟใช้กันเป็นเกณฑ์ของมาตรฐานสากล กฎหมายไทยไม่ได้เขียนจำนวนนาทีของช่วงเฝ้าต่อไว้ในฉบับใด แต่เขียนหน้าที่ของนายจ้างเกี่ยวกับงานเชื่อมและงานตัดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 26 ถึงข้อ 32 ส่วนตัวเลขของช่วงเฝ้าต่อเป็นค่าที่สถานประกอบกิจการกำหนดไว้ในระบบใบอนุญาตทำงานความร้อนของตนเอง การแยกสองชั้นนี้ให้ขาดคือจุดตั้งต้นของเรื่องนี้

ขอบเขตที่กฎหมายไทยกำหนดไว้สำหรับงานเชื่อมและงานตัด

ข้อ 26 กำหนดว่า ก่อนใช้งานเครื่องเชื่อมไฟฟ้าและเครื่องเชื่อมก๊าซ นายจ้างต้องจัดให้มีเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ติดตั้งไว้ในบริเวณใกล้เคียงที่สามารถนำมาใช้ดับเพลิงได้ทันที จัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้ลูกจ้างสวมใส่ จัดบริเวณที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟง่ายวางอยู่ จัดให้มีฉากกั้นป้องกันอันตรายจากประกายไฟและแสงจ้า และจัดแสงสว่างกับการระบายอากาศอย่างเหมาะสม

ข้อ 27 กำหนดว่า นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้างหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่มีการทำงานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟ้าหรือเครื่องเชื่อมก๊าซ หน้าที่นี้ใช้ตลอดช่วงที่พื้นที่ยังอยู่ในความควบคุม จึงครอบคลุมถึงชั่วโมงเฝ้าต่อหลังแหล่งความร้อนดับด้วย

ข้อ 28 กำหนดว่า นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลให้ลูกจ้างปฏิบัติโดยเคร่งครัด เมื่อใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าหรือเครื่องเชื่อมก๊าซกับภาชนะบรรจุสารไวไฟ หรือในบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการระเบิด เพลิงไหม้ หรือไฟลามจากก๊าซ น้ำมัน หรือวัตถุไวไฟอื่น ถ้อยคำว่าจัดให้มีมาตรการคือฐานทางกฎหมายที่รองรับระบบใบอนุญาตทำงานความร้อน รวมถึงช่วงเฝ้าต่อด้วย

ข้อ 29 ถึงข้อ 32 เติมรายละเอียดของอุปกรณ์ ตั้งแต่สายดินของวงจรเชื่อม การตรวจสอบการรั่วไหลและการสึกหรอก่อนใช้งาน อุปกรณ์กันเปลวไฟย้อนกลับ ไปจนถึงมาตรการยึดถังบรรจุก๊าซกันล้ม ทั้งหมดควบคุมที่ตัวแหล่งความร้อน ยังไม่มีข้อใดพูดถึงเวลาหลังงานจบ

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ทำงานคู่กันอีกฉบับ ข้อ 18 (6) กำหนดให้นายจ้างป้องกันอัคคีภัยจากการเชื่อมหรือตัดโลหะ ซึ่งเป็นแหล่งความร้อนสูงที่อาจทำให้เกิดการลุกไหม้ได้ และข้อ 23 (1) กำหนดให้ทำความสะอาดเพื่อมิให้มีของเสียที่ติดไฟได้ง่ายตกค้าง ไม่น้อยกว่าวันละหนึ่งครั้ง งานกะไม่น้อยกว่ากะละหนึ่งครั้ง

รายละเอียดของทั้งสองฉบับอ่านต่อได้ที่ สรุปกฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ. 2564 และ สรุปกฎกระทรวงป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555

เหตุที่สะเก็ดตกค้างติดไฟหลังคนกลับไปแล้ว

เม็ดที่อันตรายที่สุดคือเม็ดที่หายไปจากสายตาทั้งที่ยังร้อน จุดตกค้างที่พบซ้ำมีห้าแห่ง ได้แก่ ร่องพื้นที่มีฝุ่นสะสมอยู่ก้นร่อง รางเคเบิลซึ่งเต็มไปด้วยฉนวนสายไฟและมักพาดผ่านใต้จุดงาน ใต้แผ่นพื้นตะแกรงที่สะเก็ดลอดลงไปถึงชั้นล่าง หลังฉนวนหุ้มท่อและผนังเบา และกองเศษผ้าหรือถังขยะที่เปื้อนน้ำมัน

กลไกที่ทอดเวลาออกไปมีสองทาง ทางแรกคือการคุกรุ่น เชื้อที่มีรูพรุนอย่างฉนวน เศษผ้า และผงไม้ ไม่ลุกเป็นเปลวทันทีที่รับสะเก็ด แต่ค่อยทำปฏิกิริยากับออกซิเจนอยู่ภายในเนื้อวัสดุ ปล่อยความร้อนสะสมเร็วกว่าที่ระบายออก จนอุณหภูมิไต่ขึ้นถึงจุดปะทุ ซึ่งกินเวลาหลายสิบนาทีจนถึงหลายชั่วโมง ทางที่สองคือการนำความร้อนผ่านโลหะ ชิ้นงานที่เชื่อมถ่ายความร้อนไปตามท่อ คาน หรือแผ่นผนัง แล้วจุดเชื้อที่แนบอยู่อีกด้านหนึ่งได้โดยไม่ต้องมีสะเก็ดข้ามไปสักเม็ด กฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 18 (3) กำหนดให้นายจ้างป้องกันอัคคีภัยจากการแผ่รังสี การนำ หรือการพาความร้อนจากแหล่งกำเนิดความร้อนสูงไปสู่วัตถุที่ติดไฟได้ง่าย การเฝ้าต่อจึงต้องรวมอีกฝั่งของผนังและชั้นที่อยู่ใต้จุดงานเข้าไปด้วยเสมอ

ที่มาของเกณฑ์หนึ่งชั่วโมง และเหตุผลที่เกณฑ์เดิมสามสิบนาทีขยับขึ้น

เกณฑ์เฝ้าต่อที่วงการใช้กันมานานคือ 30 นาที หลายโรงงานในประเทศไทยยังกำหนดตัวเลขนี้ไว้ในระเบียบและในแบบฟอร์มใบอนุญาตของตนถึงปัจจุบัน ตัวเลขนี้มาจากมาตรฐานสากลว่าด้วยการป้องกันอัคคีภัยระหว่างงานเชื่อม งานตัด และงานความร้อนอื่น ฉบับเก่า

มาตรฐานสากลฉบับปัจจุบันขยับเกณฑ์ขึ้นเป็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมงนับจากงานความร้อนหยุดสนิท เพราะสถิติเพลิงไหม้ที่มีต้นทางจากงานความร้อนแสดงว่าเหตุจำนวนมากปะทุช้ากว่าครึ่งชั่วโมง ช่วงสามสิบนาทีจึงจับไฟกลุ่มที่คุอยู่ในฉนวนและใต้ร่องพื้นไม่ทัน และยังเปิดให้ผู้อนุญาตกำหนดช่วงติดตามเพิ่มเติมได้อีกถึง 3 ชั่วโมงตามความเสี่ยงของงาน

เมื่อกติกาภายในกับมาตรฐานสากลไม่เท่ากัน หลักตัดสินมีข้อเดียวคือยึดเกณฑ์ที่เข้มกว่า ผู้รับผิดชอบงานอัคคีภัยที่พบว่าระเบียบยังเขียน 30 นาทีอยู่ เสนอปรับขึ้นเป็น 1 ชั่วโมงได้ทันที เพราะเป็นการยกระดับที่แทบไม่มีต้นทุนเพิ่ม

เกณฑ์และตัวเลขที่ต้องผ่าน แยกตามแหล่งที่มา

ตารางนี้แยกให้เห็นว่าค่าใดมาจากกฎหมายไทยและค่าใดมาจากมาตรฐานสากล

เรื่อง กฎหมายไทยกำหนดไว้หรือไม่ ค่าที่ใช้ ที่มา
เครื่องดับเพลิงประจำจุดงาน กำหนด ติดตั้งใกล้เคียงที่นำมาใช้ได้ทันที กฎกระทรวงฯ 2564 ข้อ 26 (1)
เคลียร์วัสดุติดไฟง่ายและจัดฉากกั้น กำหนด แต่ไม่ระบุระยะ ไม่ให้มีวัสดุติดไฟง่ายวางอยู่ กฎกระทรวงฯ 2564 ข้อ 26 (3) และ (4)
กันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าเขตงาน กำหนด ควบคุมดูแลตลอดช่วงที่ทำงาน กฎกระทรวงฯ 2564 ข้อ 27
มาตรการเพิ่มเมื่องานอยู่ในบริเวณเสี่ยงเพลิงไหม้ กำหนด จัดให้มีมาตรการและควบคุมโดยเคร่งครัด กฎกระทรวงฯ 2564 ข้อ 28
ทำความสะอาดของเสียที่ติดไฟได้ง่าย กำหนด ไม่น้อยกว่าวันละ 1 ครั้ง งานกะไม่น้อยกว่ากะละ 1 ครั้ง กฎกระทรวงอัคคีภัย 2555 ข้อ 23 (1)
อบรมดับเพลิงขั้นต้น กำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของลูกจ้างในแต่ละหน่วยงาน กฎกระทรวงอัคคีภัย 2555 ข้อ 27
รัศมีเคลียร์วัสดุติดไฟได้รอบจุดงาน ไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลข 11 เมตร มาตรฐานสากล
ช่วงเฝ้าต่อหลังงานความร้อนหยุดสนิท ไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลข อย่างน้อย 1 ชั่วโมง มาตรฐานสากล
ช่วงติดตามเพิ่มเติมหลังชั่วโมงแรก ไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลข ถึง 3 ชั่วโมงตามความเสี่ยง มาตรฐานสากล
สัดส่วนผู้เฝ้าระวังไฟต่อผู้ทำงานความร้อน ไม่ได้กำหนด ผู้เฝ้า 1 คน ต่อผู้ทำงาน 4 คนในจุดเดียวกัน แนวปฏิบัติสากล

ค่าที่กฎหมายไทยกำหนดใช้เป็นเกณฑ์ตรวจของพนักงานตรวจความปลอดภัยได้ทันที ส่วนค่าจากมาตรฐานสากลจะผูกพันภายในก็ต่อเมื่อเขียนไว้ในระเบียบหรือในแบบฟอร์มใบอนุญาตแล้วเท่านั้น

ผู้มีหน้าที่ในช่วงเฝ้าต่อ และงานของแต่ละคน

  • นายจ้าง จัดให้มีมาตรการตามข้อ 26 ถึงข้อ 32 จัดกำลังคนให้จุดเฝ้าไม่ว่างตลอดช่วงที่กำหนด และจัดให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยเข้าฝึกอบรมเรื่องการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง การปฐมพยาบาล และการช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน ตามข้อ 28 (2) ของกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555
  • ผู้อนุญาต กำหนดความยาวของช่วงเฝ้าต่อและช่วงติดตามเพิ่มเติมลงในใบอนุญาตตั้งแต่ตอนอนุมัติ ระบุจำนวนผู้เฝ้าและชั้นที่ต้องมีผู้เฝ้า และเป็นผู้เดียวที่ปิดงานได้
  • ผู้ปฏิบัติงานความร้อน แจ้งเวลาที่แหล่งความร้อนหยุดจริง ปิดวาล์วถังก๊าซและเก็บอุปกรณ์ แล้วเดินชี้ให้ผู้เฝ้าระวังไฟดูจุดที่สะเก็ดกระเด็นแรงและช่องที่สะเก็ดลอดลงไป
  • ผู้เฝ้าระวังไฟ อยู่ประจำพื้นที่ตลอดช่วงที่กำหนด เดินตรวจตามเส้นทางที่วางไว้ ใช้อำนาจสั่งหยุดตามที่ระบบใบอนุญาตมอบไว้ และรายงานผลรอบสุดท้ายต่อผู้อนุญาต ตำแหน่งนี้ต้องเป็นคนละคนกับผู้ทำงานความร้อนเสมอ

จุดเริ่มนับเวลา และการเดินตรวจระหว่างเฝ้า

ชั่วโมงเฝ้าต่อนับจากเวลาที่งานความร้อนหยุดสนิท ไม่ใช่นับจากเวลาที่ช่างเริ่มเก็บเครื่องมือ และไม่ใช่เวลาสิ้นสุดที่เขียนคาดการณ์ไว้ตอนขออนุญาต ความต่างระหว่างสองเวลานี้มักอยู่ที่ 15 ถึง 30 นาที ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้ช่วงเฝ้าจริงสั้นกว่าที่ระเบียบกำหนด วิธีที่ตรวจย้อนได้คือจดเวลาสามจุดลงในใบอนุญาตพร้อมลายมือชื่อกำกับ ได้แก่ เวลาที่แหล่งความร้อนหยุดสนิท เวลาที่ครบช่วงเฝ้าต่อ และเวลาที่ตรวจรอบสุดท้ายเสร็จ

การเฝ้าต่อคือการตรวจเชิงรุกด้วยประสาทสัมผัสทุกทาง เพราะเชื้อที่คุอยู่จะไม่ส่งเปลวออกมาให้เห็น การยืนรอเฉยจนครบเวลาจึงจับสัญญาณไม่ทัน ลำดับที่ใช้ได้จริงมีหกขั้น

  1. วางเส้นทางเดินจากข้อมูลระหว่างงาน จุดที่สะเก็ดตกมาก จุดที่คลุมหรืออุดไว้ และชั้นล่างที่สะเก็ดร่วงถึง ต้องอยู่ในเส้นทางทุกรอบ
  2. เดินวนตามจุดตกสะเก็ด ทั้งจุดงาน พื้นด้านล่าง ฝั่งตรงข้ามของผนัง และชั้นถัดลงไป วนซ้ำเป็นระยะตลอดช่วงเฝ้า
  3. เปิดชายผ้ากันไฟตรวจใต้ผ้า กองวัสดุที่คลุมไว้คือจุดที่เชื้อหลบเข้าไปคุได้บ่อยที่สุด
  4. ใช้หลังมืออังหาความร้อน ที่ผนัง กองวัสดุ และแนวร่องพื้น จุดใดอุ่นผิดปกติให้เฝ้าจนเย็นลง
  5. ดมกลิ่นและฟังเสียงทุกครั้งที่หยุดเดิน ยืนนิ่งสักครู่เพื่อฟังเสียงแตกเบาและดมกลิ่นไหม้
  6. บันทึกผลแต่ละรอบ จุดที่ตรวจ เวลา และสิ่งที่พบ เพื่อให้ผู้อนุญาตใช้ตัดสินเรื่องช่วงติดตามเพิ่มเติม

งานที่สะเก็ดลงไปหลายชั้นต้องมีผู้เฝ้าครบทุกชั้นที่สะเก็ดไปถึง เว้นแต่ปิดกั้นเส้นทางตกได้จริง เครื่องดับเพลิงประจำจุดต้องอยู่กับที่จนจบช่วงเฝ้า และต้องตรงประเภทของเชื้อเพลิงรอบจุดงาน วิธีเลือกให้ตรงประเภทอ่านต่อได้ที่ ถังดับเพลิงแต่ละประเภทและเทคนิคการใช้

ช่วงติดตามเพิ่มเติม และปัจจัยที่ใช้ตัดสินขยายเวลา

หลังครบชั่วโมงแรก มาตรฐานสากลเปิดให้ผู้อนุญาตกำหนดช่วงติดตามเพิ่มเติมต่อได้อีกถึง 3 ชั่วโมง ช่วงนี้กำหนดเป็นรอบกลับมาตรวจซ้ำเป็นระยะ โดยไม่ต้องยืนประจำที่ตลอดเวลาเหมือนชั่วโมงแรก ปัจจัยที่ใช้ตัดสินว่าควรขยายหรือไม่ ได้แก่

  • มีฉนวนหุ้มท่อ ผนังเบา หรือวัสดุเคลือบติดไฟได้อยู่ในแนวที่สะเก็ดไปถึง
  • มีร่องพื้นลึก ช่องผนัง หรือรางเคเบิลที่ตรวจถึงยาก
  • งานอยู่หลายระดับ และสะเก็ดร่วงลงไปมากกว่าหนึ่งชั้น
  • พื้นที่อยู่ใกล้ภาชนะบรรจุสารไวไฟตามข้อ 28 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564
  • ระหว่างชั่วโมงแรกพบจุดที่อุ่นผิดปกติ ได้กลิ่นไหม้ หรือเห็นควันบางแม้เพียงครั้งเดียว
  • พื้นที่จะไม่มีคนอยู่หลังเลิกกะ ทำให้ไม่มีใครพบเหตุในช่วงกลางคืน

ข้อสุดท้ายสำคัญเป็นพิเศษ หากช่วงเฝ้าจะไปสิ้นสุดหลังคนกลับหมดแล้ว ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือเลื่อนงานให้จบเร็วขึ้นในวันถัดไป หรือจัดกำลังคนเฝ้าต่อจนครบจริง

เกณฑ์ที่ต้องผ่านก่อนคืนพื้นที่

เมื่อครบช่วงเฝ้าต่อและช่วงติดตามเพิ่มเติม ผู้เฝ้าระวังไฟเดินตรวจตามลำดับหกขั้นอีกหนึ่งรอบเต็มเป็นรอบปิดท้าย พื้นที่จะคืนได้เมื่อผ่านครบทุกข้อต่อไปนี้

  • ทุกจุดในเส้นทางตรวจเย็น ไม่มีจุดใดอุ่นผิดปกติ
  • ไม่มีกลิ่นไหม้และไม่มีควันในทุกระดับที่สะเก็ดไปถึง
  • ผ้ากันไฟเปิดตรวจใต้ผ้าครบทุกผืน และยืนยันได้ว่าไม่มีสะเก็ดลอดช่องเปิดลงไป
  • เศษวัสดุ เศษโลหะร้อน และของเสียที่ติดไฟได้ง่ายเก็บออกตามข้อ 23 ของกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555
  • เครื่องดับเพลิงประจำจุดยังพร้อมใช้ และเก็บกลับที่เดิมหลังปิดงานแล้ว
  • ผู้อนุญาตรับรายงานผลรอบสุดท้ายแล้วจึงลงชื่อปิดงาน

ลายเซ็นปิดงานจึงเป็นคำยืนยันว่าพื้นที่ปลอดภัยพอที่จะปล่อยไว้โดยไม่มีคนเฝ้า

เอกสารและหลักฐานที่ต้องเก็บ

  • ใบอนุญาตที่ระบุความยาวช่วงเฝ้าต่อและช่วงติดตามเพิ่มเติมไว้ตั้งแต่ตอนอนุมัติ พร้อมชื่อผู้เฝ้าระวังไฟและชั้นที่ประจำ
  • บันทึกเวลาสามจุดพร้อมลายมือชื่อกำกับ คือ เวลาที่แหล่งความร้อนหยุดสนิท เวลาครบช่วงเฝ้า และเวลาตรวจรอบสุดท้าย
  • บันทึกผลการเดินตรวจแต่ละรอบ ระบุจุดที่ตรวจและสิ่งที่พบ
  • หลักฐานการตรวจอุปกรณ์ก่อนใช้งานตามข้อ 26 และข้อ 30 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 และทะเบียนผู้ผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 27 และข้อ 28 (2) ของกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555
  • ระเบียบภายในที่ระบุค่าของช่วงเฝ้าต่อ พร้อมมาตรฐานสากลที่อ้างอิง

ช่วงเฝ้าต่อมักหลุดตรงไหน

  • เซ็นปิดใบอนุญาตพร้อมกับเก็บเครื่องมือ เท่ากับตัดช่วงเฝ้าออกทั้งช่วง และทำให้เอกสารขัดกับความจริง
  • นับเวลาจากตอนช่างเริ่มเก็บของ ทำให้ช่วงเฝ้าจริงสั้นกว่าที่ระเบียบกำหนด 15 ถึง 30 นาที
  • ยืนเฝ้าอยู่จุดเดียวจนครบเวลา เชื้อที่คุอยู่ในฉนวนหรือใต้ร่องพื้นไม่ส่งสัญญาณมาถึงจุดยืน ต้องเดินไปหาให้ถึงที่
  • เฝ้าเฉพาะชั้นที่ทำงาน งานหลายระดับต้องมีผู้เฝ้าครบทุกชั้นที่สะเก็ดไปถึง เว้นแต่ปิดกั้นเส้นทางตกได้จริง
  • ปล่อยให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ทันทีที่หยุดเชื่อม ขัดกับข้อ 27 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 เพราะเขตงานยังไม่ปิด
  • ให้ช่างเฝ้าพื้นที่ด้วยตนเอง ทำให้ไม่มีใครเห็นจุดตกสะเก็ดขณะที่ช่างก้มหน้าอยู่กับงาน

เช็กลิสต์ก่อนคืนพื้นที่

  1. ตรวจว่าแบบฟอร์มใบอนุญาตที่ใช้อยู่มีช่องกรอกเวลาที่แหล่งความร้อนหยุดสนิทหรือยัง
  2. ตรวจว่าค่าช่วงเฝ้าต่อในระเบียบเป็น 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง ถ้ายังเป็นค่าเดิม เสนอปรับขึ้น
  3. เพิ่มช่องกรอกช่วงติดตามเพิ่มเติมและเหตุผลที่กำหนดช่วงนั้น ให้ผู้อนุญาตกรอกตอนอนุมัติ
  4. ระบุชื่อผู้เฝ้าระวังไฟรายชั้น สำหรับงานที่สะเก็ดร่วงลงมากกว่าหนึ่งชั้น
  5. ตรวจว่าผู้เฝ้าระวังไฟทุกคนอยู่ในทะเบียนผู้ผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 27 และข้อ 28 (2) ของกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555
  6. ทำแผนที่จุดตกสะเก็ดของพื้นที่ที่มีงานความร้อนบ่อย พร้อมแบบบันทึกการเดินตรวจรายรอบ
  7. กำหนดเวลาตัดรอบของวัน ว่างานความร้อนต้องหยุดเวลาใดเพื่อให้ช่วงเฝ้าจบก่อนคนออกจากพื้นที่ แล้วซักซ้อมกับผู้รับเหมาให้ใช้กติกาเดียวกัน

โครงของใบอนุญาตทำงานความร้อนทั้งใบอ่านต่อได้ที่ ใบอนุญาตทำงานความร้อนและขั้นตอนงานเชื่อม งานตัด งานเจียร

คำถามที่พบบ่อย

กฎหมายไทยกำหนดให้เฝ้าต่อหลังจบงานกี่นาที กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดจำนวนนาทีของช่วงเฝ้าต่อไว้ กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ข้อ 26 ถึงข้อ 32 กำหนดมาตรการเกี่ยวกับงานเชื่อมและงานตัดไว้ครบ แต่ค่าของช่วงเฝ้าเป็นตัวเลขที่สถานประกอบกิจการกำหนดเองในระบบใบอนุญาต โดยอ้างอิงมาตรฐานสากลได้

โรงงานที่ยังใช้เกณฑ์ 30 นาที ผิดกฎหมายหรือไม่ ไม่ผิดกฎหมายไทยโดยตรง เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนตัวเลขไว้ แต่ 30 นาทีเป็นเกณฑ์จากมาตรฐานสากลฉบับเก่า ขณะที่ฉบับปัจจุบันขยับเป็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เมื่อสองค่าไม่ตรงกันให้ยึดค่าที่เข้มกว่า

ให้พนักงานรักษาความปลอดภัยเดินตรวจแทนได้หรือไม่ รอบเดินตรวจทั่วไปใช้แทนผู้เฝ้าระวังไฟไม่ได้ เพราะไม่ได้เจาะจงจุดตกสะเก็ด ผู้ที่รับหน้าที่เฝ้าต้องผ่านการฝึกอบรมตามข้อ 28 (2) ของกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 และรับมอบข้อมูลจุดเสี่ยงจากผู้ปฏิบัติงานก่อน

บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน

กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 และกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ออกตามความในมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 53 กำหนดว่า นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษเป็นผลปลายทาง ส่วนเหตุผลที่ควรทำให้ครบตั้งแต่ต้นคือ ไฟที่เพิ่งปะทุจากเชื้อคุยังเป็นเพลิงเริ่มเกิด เครื่องดับเพลิงเครื่องเดียวเอาอยู่ ขอเพียงมีคนเห็นทัน

สรุป

  • กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดจำนวนนาทีของช่วงเฝ้าต่อ แต่กำหนดมาตรการงานเชื่อมและงานตัดไว้ในกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ข้อ 26 ถึงข้อ 32 และกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 18 (6)
  • เกณฑ์อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังงานความร้อนหยุดสนิท และช่วงติดตามเพิ่มเติมอีกถึง 3 ชั่วโมง เป็นค่าของมาตรฐานสากล ซึ่งผูกพันภายในเมื่อเขียนไว้ในระเบียบและใบอนุญาต
  • เกณฑ์เดิม 30 นาทีมาจากมาตรฐานสากลฉบับเก่า และขยับขึ้นเพราะเพลิงจากงานความร้อนจำนวนมากปะทุช้ากว่าครึ่งชั่วโมง เมื่อสองค่าไม่ตรงกันให้ยึดค่าที่เข้มกว่า
  • นับเวลาจากจุดที่แหล่งความร้อนหยุดสนิท บันทึกเวลาสามจุดพร้อมลายมือชื่อ แล้วเดินตรวจเชิงรุกตามลำดับหกขั้นให้ครบทุกชั้นที่สะเก็ดไปถึง

อ้างอิงกฎหมาย

  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 26, 27, 28, 29, 30, 31 และ 32 อ่านฉบับเต็ม
  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 18, 23, 27 และ 28 อ่านฉบับเต็ม
  • พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 8 และมาตรา 53 อ่านฉบับเต็ม

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ดับเพลิง? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

เฝ้าต่อ 1 ชั่วโมงหลังจบงานความร้อน เกณฑ์สากลไม่ใช่กฎหมายไทย — Safety Station 101