📊 ระบบบริหาร & เหตุฉุกเฉิน

โครงการเดินตรวจของผู้บริหาร วางรอบ ตั้งคำถาม และปิดเรื่องให้จบ

วิธีตั้งโครงการเดินตรวจของผู้บริหาร ตั้งแต่ออกแบบรอบการเดิน เลือกทีมและพื้นที่ คำถามที่ควรถาม กลไกปิดเรื่องหลังเดิน และตัวชี้วัดที่เลี่ยงกับดักการนับจำนวนครั้ง

Safety Station 10112 กันยายน 2569อ่าน 30 นาที · 6,517 คำ
โครงการเดินตรวจของผู้บริหาร วางรอบ ตั้งคำถาม และปิดเรื่องให้จบ

โครงการเดินตรวจของผู้บริหาร วางรอบ ตั้งคำถาม และปิดเรื่องให้จบ

โครงการเดินตรวจของผู้บริหารส่วนใหญ่เริ่มเหมือนกัน คือ ประชุมกันครั้งหนึ่ง เดินรอบแรกทั้งคณะ ถ่ายรูปลงบอร์ด แล้วเงียบไปภายในสามเดือน สาเหตุอยู่ที่ไม่มีใครออกแบบไว้ว่ารอบต่อไปคือเมื่อไร ใครไปด้วย ไปพื้นที่ไหน และเรื่องที่ได้ยินจะไปจบตรงไหน

การเดินตรวจของผู้บริหารเป็นโครงการ ไม่ใช่กิจกรรม ต้องมีปฏิทิน มีเจ้าของ มีบันทึก และมีวงรอบปิดเรื่อง

เป้าหมายของการเดิน และงานที่คนอื่นทำแทนไม่ได้

เป้าหมายคือส่งสัญญาณว่าเรื่องนี้สำคัญพอที่คนตัดสินใจจะมายืนดูด้วยตาตัวเอง และเปิดช่องให้เรื่องที่ติดอยู่ที่หน้างานเดินขึ้นไปถึงคนที่ปลดล็อกได้

การหาข้อบกพร่องทางเทคนิคมีคนทำอยู่แล้วตามกฎหมาย กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 9 (5) กำหนดให้ จป.ระดับหัวหน้างานตรวจสภาพเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ ก่อนลงมือปฏิบัติงานประจำวัน ส่วนข้อ 22 (5) กำหนดให้ จป.ระดับวิชาชีพตรวจประเมินการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนงานหรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน

การเดินของผู้บริหารจึงไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อทำงานซ้ำกับสองบทบาทนั้น งานที่คนอื่นทำแทนไม่ได้มีสามอย่าง คือ ตัดสินเรื่องที่ค้างเพราะงบประมาณ ชี้ขาดเมื่อความปลอดภัยชนกับแผนผลิต และทำให้คนที่เคยพูดแล้วเงียบกลับมาพูดอีก

ฐานกฎหมายที่ใกล้ที่สุด และส่วนที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้

พูดให้ตรงก่อนเริ่มออกแบบ คือ ไม่มีกฎหมายไทยฉบับใดกำหนดให้ผู้บริหารต้องเดินตรวจพื้นที่ตามรอบ ไม่มีความถี่ ไม่มีแบบฟอร์ม ไม่มีชั่วโมงขั้นต่ำ การเดินตรวจเป็นวิธีการที่องค์กรเลือกใช้เอง เพื่อทำให้หน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วเกิดขึ้นจริงที่หน้างาน

ฐานที่ใกล้ที่สุดคือกฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 12 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของ จป.ระดับบริหารไว้ 4 ข้อ สองข้อแรกคือกำกับดูแล จป.ทุกระดับในบังคับบัญชาของตน และเสนอแผนงานหรือโครงการต่อนายจ้าง ส่วนสองข้อหลังเป็นหัวใจของเรื่องนี้

ข้อ 12 ... (3) ส่งเสริม สนับสนุน และติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานให้เป็นไปตามแผนงานหรือโครงการ เพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการ (4) กำกับดูแลและติดตามให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้างตามที่ได้รับรายงานหรือตามข้อเสนอแนะของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน คณะกรรมการความปลอดภัย หรือหน่วยงานความปลอดภัย

คำว่า "ติดตาม" ปรากฏทั้งสองวรรค หน้าที่ตามตัวบทจึงหนักไปทางการตามให้เรื่องเดินต่อ มากกว่าการไปตรวจหาของเสียเอง โครงการที่เดินแล้วจบตรงนั้นจะไม่ตอบข้อ 12 (4) เลย

อีกสามจุดรอบตัวบทนี้ ข้อ 10 กำหนดให้กิจการตามบัญชี 1 และบัญชี 2 ที่มีลูกจ้าง 2 คนขึ้นไป และบัญชี 3 ที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้นไป จัดให้ลูกจ้างระดับผู้บริหารทุกคนเป็น จป.ระดับบริหารภายใน 120 วัน ข้อ 11 (1) กำหนดให้ผ่านหลักสูตร จป.ระดับบริหาร ซึ่งประกาศกรมฯ พ.ศ. 2566 ข้อ 3 กำหนดไว้ 12 ชั่วโมง และข้อ 42 กำหนดให้นำรายชื่อ จป.ทุกระดับไปขึ้นทะเบียนต่อกรมฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง

สำหรับกิจการตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 ที่มีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป ข้อ 12 ของฉบับนั้นกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีช่องทางรับความคิดเห็นและข้อร้องเรียน เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงระบบ การเดินตรวจเป็นช่องทางนั้นได้ดี เพราะไม่ต้องรอวาระประชุม

กติกาห้าข้อที่ต้องตกลงกันก่อนออกเดินรอบแรก

ถ้าข้ามขั้นนี้ รอบแรกจะกลายเป็นการตรวจจับผิด และรอบที่สองจะไม่มีใครพูดความจริงอีก

  1. เดินเพื่อฟัง ให้ผู้บริหารพูดน้อยกว่าที่พนักงานพูด เป้าหมายคือได้ยินเรื่องที่ยังไม่เคยขึ้นถึงโต๊ะ
  2. สิ่งที่เห็นวันนั้นเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่คะแนนของหัวหน้าพื้นที่ ห้ามผูกผลการเดินกับการประเมินผลรายบุคคล เพราะทันทีที่ผูก ทุกพื้นที่จะจัดฉากรอ
  3. ทุกเรื่องที่รับปากต้องมีเจ้าของและวันกำหนดเสร็จก่อนแยกย้าย ไม่มีคำว่ารับไปดูก่อน
  4. แจ้งช่วงสัปดาห์ แต่ไม่แจ้งจุดและเวลา การไม่บอกเลยสร้างความกลัว การบอกละเอียดทำให้เห็นแต่ของที่จัดไว้แล้ว
  5. ไม่สั่งแก้ข้ามสายบังคับบัญชา ส่งผ่านหัวหน้าพื้นที่ ยกเว้นเห็นอันตรายที่อาจถึงชีวิตทันที กรณีนั้นให้หยุดงานก่อน

ขั้นตอนตั้งโครงการ ทีละขั้น

ขั้นที่ 1 เขียนวัตถุประสงค์และขอบเขต

ให้เหลือประโยคเดียวที่ทุกคนท่องได้ เช่น "ผู้บริหารเข้าพื้นที่เพื่อรับเรื่องจากคนหน้างานโดยตรง และปิดเรื่องนั้นให้จบภายในรอบที่กำหนด" แล้วระบุว่ารวมพื้นที่ผู้รับเหมาและกะกลางคืนหรือไม่

ขั้นที่ 2 ออกแบบรอบการเดิน

แยกความถี่ตามระดับ เพราะเวลาที่แต่ละระดับมีไม่เท่ากัน ตัวเลขในตารางเป็นค่าตั้งต้นสำหรับโรงงานขนาดกลาง ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด

ระดับผู้เดิน ความถี่ตั้งต้น เวลาต่อรอบ ขอบเขตพื้นที่
ผู้บริหารสูงสุด ไตรมาสละหนึ่งรอบ 60 นาที หมุนพื้นที่เสี่ยงสูงให้ครบในหนึ่งปี
ผู้จัดการโรงงาน เดือนละหนึ่งรอบ 45 นาที ทุกพื้นที่ผลิตและพื้นที่สนับสนุน
ผู้จัดการฝ่าย เดือนละสองรอบ 30 นาที พื้นที่ในความรับผิดชอบของตน
รอบร่วมกับ คปอ. ไตรมาสละหนึ่งรอบ 90 นาที พื้นที่ที่มีเรื่องค้างมากที่สุด

ลงปฏิทินทั้งปีตั้งแต่ต้นปี พร้อมชื่อผู้บริหารเจ้าของรอบเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ลงว่าฝ่ายผลิต การไม่ระบุชื่อคนคือสาเหตุอันดับต้นที่รอบหลุด

ขั้นที่ 3 กำหนดว่าใครไปด้วย

กลุ่มใหญ่ทำให้พนักงานเงียบทันทีที่เห็นขบวน จำนวนที่ทำงานได้จริงคือ 3 ถึง 5 คน

บทบาท หน้าที่ระหว่างเดิน
ผู้บริหารเจ้าของรอบ ถามและฟัง ตัดสินเรื่องที่ตัดสินได้เลย
หัวหน้าพื้นที่ ให้บริบทของงาน และรับเรื่องที่ต้องแก้ในพื้นที่ตน
จป.วิชาชีพ หรือ จป.เทคนิค ให้ข้อมูลเทคนิคและกฎหมายเมื่อถูกถาม ไม่ใช่คนนำการเดิน
กรรมการความปลอดภัยฝ่ายลูกจ้าง เป็นสะพานให้พนักงานกล้าพูด และนำเรื่องเข้า คปอ. ต่อ
ผู้บันทึก จดทุกเรื่องพร้อมจุดที่พบ ไม่ตีความ

ผู้บันทึกเป็นตำแหน่งที่คนตัดออกบ่อยที่สุดและขาดไม่ได้ที่สุด เมื่อไม่มีคนจด ทุกเรื่องจะหายภายในสองวัน

ขั้นที่ 4 เลือกพื้นที่และช่วงเวลา

เลือกตามความเสี่ยง ไม่ใช่ตามความสะดวก โดยเรียงลำดับจากสถิติการประสบอันตราย รายงานเหตุเกือบเกิด ผลประเมินความเสี่ยง และรายการข้อบกพร่องที่ยังค้าง พื้นที่ที่มักตกสำรวจและควรบรรจุไว้ปีละหนึ่งรอบ ได้แก่ ห้องเก็บสารเคมี ห้องเครื่อง งานบนหลังคา ระบบบำบัดน้ำเสีย และพื้นที่ที่ผู้รับเหมาเข้าทำงาน ส่วนงานที่เสี่ยงที่สุดมักเกิดนอกเวลาที่ผู้บริหารอยู่ จึงควรมีรอบเดินช่วงเปลี่ยนกะและกะกลางคืนปีละสองรอบ

ขั้นที่ 5 เตรียมคำถามและแบบบันทึกหนึ่งหน้า

เตรียมคำถามหลักสามข้อต่อรอบก็พอ มากกว่านั้นจะกลายเป็นการสัมภาษณ์ ส่วนแบบบันทึกให้เหลือหนึ่งหน้า มีวันที่ พื้นที่ ผู้ร่วมเดิน เรื่องที่ได้ยินโดยเขียนเป็นประโยคของคนพูด จุดที่พบ ระดับความเร่งด่วน เจ้าของเรื่องและวันกำหนดเสร็จ และช่องสำหรับสิ่งที่ทำได้ดี ช่องสุดท้ายทำให้การเดินไม่กลายเป็นการมาหาของเสียอย่างเดียว

ขั้นที่ 6 ยืนสรุปตรงพื้นที่ก่อนแยกย้าย

ยืนสรุปห้านาที ทวนทุกเรื่องพร้อมชื่อเจ้าของและวันกำหนดเสร็จให้ทุกคนได้ยินพร้อมกัน รวมทั้งคนที่เล่าเรื่องนั้น แล้วส่งใบบันทึกเข้าทะเบียนกลางในวันเดียวกัน

คำถามที่ควรถาม และคำถามที่ทำให้หน้างานเตรียมฉากรับ

คำถามคือจุดที่ทำให้โครงการพลิกจากเครื่องมือรับฟังเป็นเครื่องมือจับผิดได้ในประโยคเดียว หลักคือ ถามเรื่องงาน ไม่ถามเรื่องคน และถามสิ่งที่ผู้ถามยังไม่รู้คำตอบ

คำถามที่ใช้ได้ สิ่งที่มักจะได้ยิน
งานตรงนี้ ขั้นตอนไหนที่พี่ว่าเสี่ยงที่สุด จุดเสี่ยงจริงที่ไม่เคยขึ้นในเอกสารประเมินความเสี่ยง
ครั้งล่าสุดที่เกือบเกิดเรื่องตรงนี้ เป็นเรื่องอะไร เหตุเกือบเกิดที่ไม่มีใครรายงาน เพราะไม่มีใครเจ็บ
มีเรื่องอะไรที่พี่เคยบอกแล้วยังไม่ได้แก้บ้าง รายการค้างที่ตกหล่น และเหตุผลที่คนเลิกบอก
ถ้าเครื่องติดขัดกลางกะ พี่ทำยังไง วิธีทำจริง ซึ่งมักต่างจากขั้นตอนในคู่มือ
อุปกรณ์ที่ใช้อยู่ มีอันไหนใช้ไม่ถนัด อุปกรณ์ป้องกันที่คนไม่ใส่เพราะใส่แล้วทำงานไม่ได้
คำถามที่ทำให้เตรียมฉากรับ ผลที่ตามมา
ทำไมไม่สวมแว่นนิรภัย ได้คำตอบเอาตัวรอด รอบหน้าจะมีคนวิ่งไปบอกล่วงหน้าก่อนถึงหน้างาน
รู้ขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัยไหม ได้คำตอบว่ารู้ทุกครั้ง ไม่ได้ข้อมูลกลับมา
ใครเป็นคนทำแบบนี้ เปลี่ยนการเดินเป็นการหาตัวคน เรื่องจะหยุดไหลทันที
เดือนนี้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ใช่ไหม กดดันให้พื้นที่ไม่รายงาน ข้อมูลทั้งระบบจะเพี้ยน
ทำไมตัวเลขพื้นที่นี้แย่กว่าที่อื่น เปลี่ยนการเดินเป็นการประเมินผลหัวหน้าพื้นที่

เมื่อเห็นการทำงานที่ไม่ปลอดภัยจริง ให้ถามถึงสาเหตุแทนตัวคน เช่น อะไรทำให้ต้องทำแบบนี้ คำตอบมักชี้ไปที่ปัญหาระบบ เช่น อุปกรณ์ไม่พอ หรือขั้นตอนที่เขียนไว้ทำจริงไม่ได้

การปิดเรื่องหลังเดิน จุดที่โครงการส่วนใหญ่ล้ม

โครงการที่ตายไปมักตายที่จุดเดียวกัน คือ เรื่องที่ได้ยินมาไม่กลายเป็นงานที่มีเจ้าของ พอเดินรอบถัดไป พนักงานคนเดิมจะเงียบ เพราะเคยพูดแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลไกที่ทำให้ตามได้จริงมีห้าชิ้น

ชิ้นที่ 1 แปลงเป็นรายการก่อนแยกย้าย ทุกเรื่องต้องมีเลขรายการ เจ้าของที่เป็นชื่อคน และวันกำหนดเสร็จ ก่อนออกจากพื้นที่ เพราะกลับถึงโต๊ะจะมีงานอื่นแทรกเสมอ

ชิ้นที่ 2 ทะเบียนเดียว ไม่แยกทะเบียนของผู้บริหาร เรื่องจากการเดินต้องลงทะเบียนเดียวกับเรื่องจากรายงานเหตุเกือบเกิด บัตรสังเกตพฤติกรรม ผลการตรวจของ จป. และมติ คปอ. เมื่อแยกทะเบียน เรื่องของผู้บริหารจะกลายเป็นงานพิเศษที่แทรกคิวคนอื่น

ชิ้นที่ 3 วาระประจำในที่ประชุม คปอ. กฎหมายให้เวทีติดตามมาแล้ว กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 33 กำหนดให้คณะกรรมการความปลอดภัยประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และข้อ 32 (9) กำหนดให้ติดตามผลความคืบหน้าเรื่องที่เสนอต่อนายจ้าง จึงควรให้รายการค้างจากการเดินเป็นวาระประจำในที่ประชุมชุดนี้ ไม่ต้องตั้งประชุมใหม่

ชิ้นที่ 4 แจ้งกลับถึงคนที่พูด การปิดในระบบยังไม่ใช่การปิดเรื่อง ต้องกลับไปบอกคนที่เล่าให้ฟังว่าเรื่องของเขาจบอย่างไร วิธีที่ใช้ได้กับคนทั้งพื้นที่คือติดกระดาษหนึ่งหน้าที่บอร์ดหน้าพื้นที่ บอกว่าเรื่องจากรอบก่อนปิดแล้วกี่เรื่อง และที่เหลืออยู่ที่ขั้นตอนใด

ชิ้นที่ 5 เรื่องที่ทำไม่ได้ต้องตอบว่าทำไม คำตอบว่ายังทำไม่ได้ในปีนี้เพราะอะไร พร้อมมาตรการชั่วคราวที่ให้แทน มีน้ำหนักกว่าความเงียบมาก คนเลิกพูดเพราะไม่ได้รับคำตอบ ไม่ใช่เพราะถูกปฏิเสธ

ทะเบียนเรื่องค้างและใบบันทึกการเดินควรเก็บไว้ไม่น้อยกว่าสองปี ให้ตรงกับอายุที่กฎกระทรวงระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 ข้อ 8 (3) กำหนดไว้สำหรับเอกสารของระบบ และที่กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 35 กำหนดไว้สำหรับรายงานการประชุม คปอ.

สัญญาณเตือนที่ควรดูทุกไตรมาสคือวิธีที่ใช้ปิดเรื่อง ถ้าปิดเรื่องเกินครึ่งด้วยคำว่าอบรมย้ำหรือตักเตือน แปลว่ากำลังแก้ที่ปลายทาง ให้ย้อนไปดูว่ามีมาตรการทางวิศวกรรมหรือการปรับขั้นตอนงานที่ทำได้แต่ยังไม่ทำหรือไม่

ตัวชี้วัดที่ใช้ได้จริง และกับดักของการนับจำนวนครั้ง

ตัวชี้วัดแรกที่ทุกที่เลือกใช้คือจำนวนรอบที่เดินได้เทียบกับแผน และนั่นคือกับดักที่ทำให้โครงการเสียรูปเร็วที่สุด เพราะเดินสิบนาทีก็นับได้หนึ่งรอบเท่ากับเดินสี่สิบห้านาที เมื่อวัดที่จำนวน คนจะเลือกพื้นที่ที่เดินง่ายจนพื้นที่เสี่ยงสูงตกสำรวจ และโรงงานที่เดินครบทุกรอบแต่ไม่ปิดเรื่องเลยจะได้คะแนนเต็ม

กับดักซ้อนคือการวัดจำนวนเรื่องที่พบต่อรอบ เพราะจะได้เรื่องเล็กที่เก็บง่ายจำนวนมาก ส่วนเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เงินและเวลาจะไม่มีใครยกขึ้นมา

ตัวชี้วัด วิธีคำนวณ อ่านค่า
สัดส่วนเรื่องที่ปิดภายในกำหนด เรื่องที่ปิดไม่เกินวันกำหนด หารด้วยเรื่องทั้งหมดในรอบ ตัวชี้วัดหลัก ค่าต่ำแปลว่ากลไกปิดเรื่องยังไม่ทำงาน
อายุเฉลี่ยของเรื่องที่ยังค้าง รวมวันของทุกเรื่องที่ยังไม่ปิด หารด้วยจำนวนเรื่อง ค่าที่โตขึ้นแปลว่ารับเรื่องเร็วกว่าที่แก้ได้
ความครอบคลุมของพื้นที่เสี่ยงสูง พื้นที่เสี่ยงสูงที่เดินครบตามปฏิทิน หารด้วยพื้นที่เสี่ยงสูงทั้งหมด ใช้แทนการนับจำนวนรอบ เลือกแต่พื้นที่ง่ายไม่ได้
สัดส่วนเรื่องที่แก้ที่ต้นเหตุ เรื่องที่ปิดด้วยการแก้ทางวิศวกรรมหรือปรับขั้นตอนงาน หารด้วยเรื่องที่ปิดทั้งหมด ค่าต่ำแปลว่าปิดด้วยการเตือนเป็นหลัก
เรื่องที่มาจากปากพนักงานโดยตรง นับเรื่องที่พนักงานเล่า แยกจากที่ผู้บริหารสังเกตเอง วัดความกล้าพูด ค่าที่โตขึ้นแปลว่าช่องทางทำงาน

จำนวนรอบที่เดินได้ตามแผนยังมีประโยชน์ แต่ให้ดูรายบุคคล ไม่ควรรวมเป็นค่าเฉลี่ยขององค์กร เพราะค่าเฉลี่ยจะกลบผู้บริหารที่ไม่เคยเดินเลย ตัวชี้วัดชุดนี้เป็นตัวชี้วัดเชิงป้องกัน ควรใช้คู่กับตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์อย่างสถิติการประสบอันตราย ตามที่อธิบายไว้ในบท ตัวชี้วัดความปลอดภัยเชิงป้องกันและเชิงผลลัพธ์

ตัวอย่างหนึ่งรอบการเดิน ตั้งแต่ต้นจนปิดเรื่อง

ตัวอย่างนี้ประกอบขึ้นจากรูปแบบที่พบบ่อย ตัวเลขเป็นค่าสมมุติ โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ 320 คน ผู้จัดการโรงงานเป็นเจ้าของรอบเดือนนี้ ปฏิทินระบุพื้นที่งานเชื่อมและพ่นสี ทีมสี่คน ใช้เวลา 45 นาที

เรื่องที่ได้ มาจาก เจ้าของ ผลที่เกิด
ท่อดูดควันเชื่อมแรงลมตก ช่างต้องก้มใกล้ชิ้นงาน ช่างเล่า หัวหน้าซ่อมบำรุง พบท่ออ่อนแตกใน 3 วัน เปลี่ยนแล้วปิดเรื่อง
ถังสีที่รอใช้วางกองหน้าตู้ดับเพลิง กรรมการ คปอ. ชี้ หัวหน้าแผนกพ่นสี ตีเส้นพื้นที่วางใหม่และย้ายในวันนั้น
แว่นครอบตาเป็นฝ้าเร็ว ช่างเลยถอดตอนงานละเอียด ช่างเล่า จป.วิชาชีพ ทดลองสองรุ่น เลือกได้ใน 6 สัปดาห์
ทางเดินระหว่างช่องเชื่อมมีสายไฟพาดพื้น ผู้บริหารเห็นเอง หัวหน้าแผนกเชื่อม เดินสายใหม่ในกะถัดไป
ขอพัดลมระบายอากาศเพิ่มในห้องพ่นสี ช่างเล่า ผู้จัดการโรงงาน ตอบใน 2 สัปดาห์ว่ายังไม่อนุมัติปีนี้ พร้อมมาตรการชั่วคราว

เรื่องสุดท้ายทำให้โครงการน่าเชื่อถือที่สุด เพราะผู้จัดการโรงงานกลับไปตอบเองที่หน้างานว่างบลงทุนปีนี้ไม่ผ่าน แต่จะปรับรอบงานให้ช่างสลับออกมาพักนอกห้อง

เดินครบ เรื่องยังค้าง

ข้อผิดพลาด สิ่งที่เกิดขึ้น วิธีเลี่ยง
แจ้งล่วงหน้าถึงจุดและเวลา พื้นที่จัดของรอไว้ แจ้งเป็นช่วงสัปดาห์ ไม่ระบุจุด
ทีมเดินเป็นขบวนสิบคน พนักงานเงียบทันทีที่เห็น จำกัดไม่เกิน 5 คน และให้ผู้บริหารถามเอง
สั่งแก้ข้ามหัวหน้าพื้นที่ หัวหน้าพื้นที่เสียบทบาท ส่งผ่านหัวหน้าพื้นที่ ยกเว้นอันตรายถึงชีวิตทันที
เดินพื้นที่เดิมเพราะสะดวก พื้นที่เสี่ยงสูงตกสำรวจ ใช้ปฏิทินรายปี และวัดความครอบคลุม
ผูกผลการเดินกับการประเมินผลหัวหน้างาน ทุกพื้นที่เตรียมฉากรับ ประกาศตั้งแต่ต้นว่าไม่ใช้ประเมินรายบุคคล
โครงการผูกกับผู้บริหารคนเดียว ย้ายคนแล้วโครงการหยุด เขียนเป็นระเบียบปฏิบัติ มีปฏิทินและวาระรองรับ

เช็กลิสต์ตั้งแต่เตรียมคำถามถึงปิดเรื่อง

  • วัตถุประสงค์เป็นประโยคเดียว ระบุว่ารวมพื้นที่ผู้รับเหมาและกะกลางคืนหรือไม่
  • ตกลงกติกาห้าข้อ โดยเฉพาะข้อที่ไม่ใช้ผลการเดินประเมินรายบุคคล
  • ปฏิทินรายปีระบุชื่อเจ้าของรอบ พร้อมพื้นที่ที่จัดลำดับตามความเสี่ยง
  • แบบบันทึกหนึ่งหน้า มีผู้บันทึกประจำ และใช้ทะเบียนเดียวกับแหล่งอื่นที่มีอยู่
  • ทีมไม่เกิน 5 คน มีคำถามสามข้อ และทบทวนรายการค้างของพื้นที่นั้นก่อนออกเดิน
  • ยืนสรุปห้านาทีก่อนแยกย้าย แล้วส่งใบบันทึกเข้าทะเบียนกลางก่อนสิ้นวัน
  • รายการค้างเข้าวาระ คปอ. ทุกเดือน และอัปเดตกระดาษที่บอร์ดหน้าพื้นที่
  • ทบทวนตัวชี้วัดทุกไตรมาส และนำผลเข้าการทบทวนระบบตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ข้อ 10 ซึ่งกำหนดไว้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

สรุป

  • กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดให้ผู้บริหารต้องเดินตรวจตามรอบ กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 12 กำหนดหน้าที่ของ จป.ระดับบริหารไว้ 4 ข้อ โดยข้อ 12 (3) และข้อ 12 (4) เน้นที่การติดตาม
  • โครงการที่อยู่ได้ต้องมีปฏิทินที่ระบุชื่อคน ทีมขนาดเล็กที่มีผู้บันทึก คำถามที่เตรียมล่วงหน้า และวงรอบปิดเรื่อง
  • กลไกปิดเรื่องห้าชิ้น คือ แปลงเป็นรายการก่อนแยกย้าย ทะเบียนเดียว วาระประจำใน คปอ. แจ้งกลับถึงคนที่พูด และตอบให้ชัดเมื่อทำไม่ได้
  • การนับจำนวนรอบเป็นกับดัก ให้วัดที่สัดส่วนเรื่องที่ปิดภายในกำหนด อายุเฉลี่ยของเรื่องค้าง ความครอบคลุมของพื้นที่เสี่ยงสูง และสัดส่วนเรื่องที่แก้ที่ต้นเหตุ

รอบแรกเลือกพื้นที่ที่มีเรื่องค้าง ตั้งทีมสี่คน เตรียมคำถามสามข้อ และรับทุกเรื่องเข้าทะเบียน เป้าหมายคือแจ้งผลกลับถึงคนที่พูด ไม่ใช่เดินให้ครบเส้นทาง


อ้างอิง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ จป. และ คปอ.? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการเดินตรวจของผู้บริหาร วางรอบและปิดเรื่องให้จบ — Safety Station 101