👷‍♂️ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย

จป.หัวหน้างานคนใหม่ 30 วันแรก แผนลงหน้างานทีละสัปดาห์

แผน 30 วันแรกของ จป.หัวหน้างานคนใหม่ แบ่ง 4 สัปดาห์ รู้จักพื้นที่ หาเอกสารให้เจอ เดินตรวจและพูดคุยก่อนเริ่มงาน พร้อมสิ่งที่ควรมีในมือเมื่อครบเดือน

Safety Station 10110 กันยายน 2569อ่าน 30 นาที · 6,536 คำ
จป.หัวหน้างานคนใหม่ 30 วันแรก แผนลงหน้างานทีละสัปดาห์

ประกาศแต่งตั้งหัวหน้างานออกวันจันทร์ ใบรับรองการอบรม 12 ชั่วโมงมาถึงวันพุธ พอวันพฤหัสก็มีคนเดินมาถามแล้วว่าไลน์นี้ใครเซ็นใบตรวจเครื่อง 30 วันแรกของ จป.หัวหน้างานคนใหม่หน้าตาแบบนี้ และเดือนนี้เองที่ตัดสินว่าปีถัดไปทีมจะเดินมาเล่าเรื่องเสี่ยงให้ฟังเอง หรือจะเก็บเงียบไว้จนกลายเป็นอุบัติเหตุ

แผนข้างล่างแบ่งเป็นสี่สัปดาห์ สัปดาห์ละหนึ่งเป้าหมาย ทุกงานอยู่ในขอบเขตที่หัวหน้างานทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรองบประมาณ

จุดตั้งต้นตามกฎหมายของหัวหน้างานคนใหม่

กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ข้อ 7 กำหนดให้นายจ้างของสถานประกอบกิจการตามบัญชี 1 และบัญชี 2 ที่มีลูกจ้างสองคนขึ้นไป และบัญชี 3 ที่มีลูกจ้างยี่สิบคนขึ้นไป จัดให้ลูกจ้างระดับหัวหน้างานซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 8 ทุกคน เป็น จป.หัวหน้างาน ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน ส่วนข้อ 8 กำหนดว่า "เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างานต้องเป็นลูกจ้างระดับหัวหน้างาน และมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด" ได้แก่ ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร จป.หัวหน้างาน หรือเคยเป็น จป.หัวหน้างานตามกฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2549 หรือมีคุณสมบัติของ จป.ระดับเทคนิคขึ้นไปอยู่แล้ว หลักสูตรที่ใช้จริงคือ 12 ชั่วโมง แบ่งเป็น 4 หมวดวิชา หมวดละสามชั่วโมง

เหนือขึ้นไปอีกชั้นคือมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดว่า "ให้นายจ้างมีหน้าที่จัดและดูแลสถานประกอบกิจการและลูกจ้างให้มีสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ" และให้ลูกจ้างมีหน้าที่ให้ความร่วมมือกับนายจ้าง หน้าที่ของ จป.หัวหน้างานจึงเป็นมือไม้ของหน้าที่นายจ้างข้อนี้ที่ลงมาถึงหน้างาน คุณมีอำนาจตามสายบังคับบัญชาอยู่แล้วในการสั่งงาน จัดคน และกำหนดวิธีทำงาน

อีกเรื่องที่ต้องเคลียร์ตั้งแต่สัปดาห์แรกคือการขึ้นทะเบียน ข้อ 42 กำหนดให้นายจ้างนำรายชื่อ จป.ทุกระดับ รวมถึงระดับหัวหน้างาน ไปขึ้นทะเบียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน "ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว" เดินไปถามฝ่ายบุคคลตั้งแต่วันแรกว่ายื่นแล้วหรือยัง ดีกว่าเดินไปตรวจใครก่อน ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องแนบดูได้ที่ ขั้นตอนขึ้นทะเบียน จป.

ส่วนหน้าที่ตามกฎหมาย 10 ข้อ อยู่ในข้อ 9 ของกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน ตัวบทเต็มอยู่ที่ 10 หน้าที่ตามกฎหมายของ จป.หัวหน้างาน บทนี้หยิบมาเฉพาะข้อที่ลงมือได้จริงในเดือนแรก ส่วนเกณฑ์ว่าที่ทำงานแบบใดต้องมี จป.ระดับใดบ้าง ดูได้ที่ ใครต้องมี จป. และระดับไหน

หลักสามข้อก่อนลงพื้นที่

ตำแหน่งมาก่อนความพร้อมเสมอ หน้าที่ตามข้อ 9 ติดมากับการแต่งตั้ง ไม่ได้ติดมากับจำนวนปีที่ทำงาน เดือนแรกจึงเลือกทำสิ่งที่ทำได้ทันทีก่อน

หน้าที่แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกทำเองได้ทั้งหมด ได้แก่ กำกับดูแลให้ลูกจ้างทำตามคู่มือความปลอดภัย สอนวิธีปฏิบัติงานที่ถูกต้อง ตรวจสภาพเครื่องจักรก่อนเริ่มงานประจำวัน และกำกับดูแลการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) กลุ่มที่สองตัวบทเขียนไว้ว่าให้ร่วมกับ จป.ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ ได้แก่ การวิเคราะห์งานหาความเสี่ยง การจัดทำคู่มือของหน่วยงาน และการตรวจสอบหาสาเหตุเมื่อเกิดเหตุ

ข้อมูลหน้างานคือทรัพยากรที่ต้องสะสม หัวหน้างานกันอุบัติเหตุได้เพราะคนในทีมยอมเดินมาบอกว่าเมื่อวานเกือบโดน ความไว้ใจแบบนี้สร้างได้ในเดือนแรก และพังได้ในสัปดาห์แรกเช่นกัน

สัปดาห์ที่ 1 รู้จักพื้นที่ รู้จักคน และรู้ว่าเอกสารอยู่ที่ไหน

เป้าหมายมีข้อเดียว คือจบสัปดาห์แล้วต้องตอบได้ว่าขอบเขตที่รับผิดชอบมีอะไรบ้าง ใครทำอะไร และเอกสารสำคัญอยู่ที่ใคร ยังไม่ต้องแก้อะไร

เดินขอบเขตความรับผิดชอบให้ครบ

ขอแผนผังพื้นที่จากฝ่ายผลิตหรือฝ่ายซ่อมบำรุง แล้วเดินจริงตามแผนผังทีละจุด จุดที่ต้องปักหมุดไว้ ได้แก่ เครื่องจักรทุกตัวและปุ่มหยุดฉุกเฉิน เส้นทางหนีไฟและจุดรวมพล ถังดับเพลิงและตู้ปฐมพยาบาล ที่เก็บสารเคมีและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (MSDS) จุดที่คนกับรถยกใช้ทางร่วมกัน และงานที่ทำนอกเวลาปกติหรือทำคนเดียว

เดินสองรอบในเวลาต่างกันจะเห็นภาพครบกว่า รอบแรกช่วงเริ่มกะที่ทุกอย่างยังเข้าที่ รอบที่สองช่วงเร่งงาน เพราะพฤติกรรมลัดขั้นตอนโผล่ตอนคนรีบ

รู้จักคนในทีมทีละคน

จัดเวลาคุยตัวต่อตัวคนละสิบถึงสิบห้านาที คำถามที่ได้ผลดีมีสามข้อ คือ งานที่ทำอยู่ขั้นตอนไหนเสี่ยงที่สุด เคยมีเหตุเกือบเกิด (near-miss) อะไรที่ยังจำได้ และมีของที่เบิกแล้วไม่เคยได้ไหม

ฟังอย่างเดียว จดอย่างเดียว ยังไม่ต้องรับปากว่าจะแก้เรื่องไหน เพราะยังไม่รู้ว่าเรื่องไหนมีเจ้าภาพอยู่แล้ว

เอกสารที่ต้องหาให้เจอตั้งแต่ต้น

ส่วนนี้คนใหม่มักข้าม แล้วต้องกลับมาเสียเวลาตอนเกิดเหตุ เอกสารชุดนี้ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน และหลายฉบับไม่มีใครส่งมาให้ถ้าไม่ขอ

เอกสาร มักเก็บอยู่ที่ ใช้ตอนไหน
คู่มือว่าด้วยความปลอดภัยฯ ของสถานประกอบกิจการ หน่วยงานความปลอดภัย เกณฑ์กำกับดูแลตามข้อ 9 (1)
คู่มือฯ ของหน่วยงานที่คุณรับผิดชอบ หัวหน้างานคนก่อน หรือแฟ้มประจำไลน์ ทบทวนทุกหกเดือน ตามข้อ 9 (3)
ผลการประเมินอันตรายและแผนควบคุมดูแล จป.วิชาชีพ บอกว่างานใดถูกจัดว่าเสี่ยงสูง
ผลตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน หน่วยงานความปลอดภัย เสียง ความร้อน แสง สารเคมี
ทะเบียนเครื่องจักรและผลตรวจสอบประจำปี ฝ่ายซ่อมบำรุง ใช้คู่กับการตรวจประจำวัน
สถิติการประสบอันตรายย้อนหลัง เลขานุการ คปอ. เคยเจ็บจากอะไร ซ้ำที่จุดไหน
รายชื่อและหน้าที่ของคณะกรรมการความปลอดภัย ปิดประกาศ ณ สถานประกอบกิจการ ช่องทางเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม
แบบและช่องทางรายงานอุบัติเหตุกับเหตุเกือบเกิด จป.วิชาชีพ หรือฝ่ายบุคคล ต้องรู้ก่อนเกิดเหตุ

ข้อ 34 กำหนดให้นายจ้างปิดประกาศรายชื่อและหน้าที่ของคณะกรรมการความปลอดภัยไว้โดยเปิดเผยไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน และปิดประกาศมติที่ประชุมภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีมติ หาบอร์ดนี้ไม่เจอให้ถามหาเลย เพราะเป็นช่องทางที่เรื่องของหน้างานจะเดินขึ้นไปถึงระดับตัดสินใจ องค์ประกอบและหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้อ่านได้ที่ คปอ. คือใคร มีหน้าที่อะไรบ้าง

สัปดาห์ที่ 2 งานที่เริ่มได้เองโดยไม่ต้องรออนุมัติ

สองงานที่เริ่มได้ทันทีคือการพูดคุยก่อนเริ่มงานและการเดินตรวจ ทั้งคู่ไม่ต้องใช้งบ และเป็นเนื้อของข้อ 9 โดยตรง

การพูดคุยก่อนเริ่มงาน

ใช้เวลาห้าถึงสิบนาทีก่อนเริ่มกะ เนื้อหาที่ได้ผลจริงมีสามท่อน คือ วันนี้ทำงานอะไรและใครอยู่จุดไหน จุดเสี่ยงวันนี้เปลี่ยนจากเมื่อวานตรงไหน และของที่ต้องเตรียมก่อนลงมือ

ให้คนในทีมพูดสลับกัน อย่าให้กลายเป็นเวทีของหัวหน้าคนเดียว วิธีง่ายที่สุดคือให้คนที่ทำงานเสี่ยงที่สุดของวันนั้นเล่าเองว่าจะทำอย่างไร แล้วให้คนอื่นเสริม ซึ่งตรงกับข้อ 9 (4) ที่ให้สอนวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้องแก่ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบ

การเดินตรวจก่อนลงมือปฏิบัติงานประจำวัน

ข้อ 9 (5) กำหนดหน้าที่ไว้ตรงตัวว่า "ตรวจสอบสภาพการทำงานของเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยก่อนลงมือปฏิบัติงานประจำวัน" ประโยคนี้บอกความถี่ไว้ในตัวแล้วว่าเป็นงานประจำวัน

ยังไม่ต้องมีแบบฟอร์มสวย ใช้กระดาษแผ่นเดียวที่มีหัวข้อคงที่ห้าถึงเจ็ดข้อตามเครื่องจักรในไลน์ของคุณ เช่น การ์ดครอบส่วนหมุนอยู่ครบ ปุ่มหยุดฉุกเฉินกดได้จริง สายไฟไม่ชำรุด พื้นไม่มีของขวางทางหนีไฟ เรื่องที่สำคัญกว่ารูปแบบฟอร์ม ได้แก่ ตรวจแล้วเจอของเสียต้องมีปลายทางว่าใครแก้และแก้เมื่อไร ถ้าไม่มีใครแก้ ทีมจะเลิกรายงานภายในสองสัปดาห์

การกำกับดูแลการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

ข้อ 9 (6) กำหนดให้กำกับดูแลการใช้ PPE ของลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบ เดือนแรกให้ตรวจว่าของที่มีอยู่ใช้ได้จริงก่อนตรวจว่าคนใส่หรือไม่ใส่ ขนาดถูกกับตัวคนหรือเปล่า สภาพยังใช้ได้ไหม เบิกใหม่ต้องผ่านใครและกี่วัน คนที่ไม่ใส่แว่นนิรภัยเพราะแว่นเป็นฝ้าจนมองไม่เห็น กับคนที่ไม่อยากใส่ ต้องแก้คนละทาง

สัปดาห์ที่ 3 ลงลึกงานเสี่ยงสูงหนึ่งงาน

สัปดาห์นี้เลือกงานเดียวพอ ให้เลือกงานที่คนในทีมเอ่ยถึงบ่อยที่สุดตอนคุยตัวต่อตัว หรืองานที่สถิติย้อนหลังบอกว่าเคยเจ็บซ้ำ

ข้อ 9 (2) กำหนดหน้าที่ไว้ว่า "วิเคราะห์งานในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อค้นหาความเสี่ยงหรืออันตรายเบื้องต้นจากการทำงาน โดยอาจร่วมดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพ" เครื่องมือมาตรฐานที่วงการใช้คือการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JSA) ซึ่งเป็นหัวข้อวิชาหนึ่งในหลักสูตร 12 ชั่วโมงที่เพิ่งผ่านมา

  1. แตกงานเป็นขั้นตอนย่อย ยืนดูของจริงหนึ่งรอบเต็ม แล้วเขียนตามที่คนทำจริง ไม่ใช่ตามที่คู่มือเขียนไว้ ช่องว่างระหว่างสองอย่างนี้คือจุดที่อันตรายซ่อนอยู่
  2. ระบุอันตรายของแต่ละขั้น ถามว่าขั้นนี้อะไรหนีบได้ ตกใส่ได้ ไหม้ได้ ทำให้ลื่น และอะไรที่สะสมทีละน้อยจนป่วยภายหลัง
  3. เรียงวิธีควบคุมจากที่ได้ผลถาวรที่สุดลงมา ตัดอันตรายออก เปลี่ยนของหรือวิธีที่อันตรายน้อยกว่า ปรับตัวเครื่องหรือติดการ์ด ตามด้วยกติกาและการฝึก แล้วจึงเป็น PPE เป็นด่านสุดท้าย
  4. นำผลไปคุยกับ จป.วิชาชีพหรือหน่วยงานความปลอดภัย ให้ช่วยดูว่าตรงกับผลการประเมินอันตรายของบริษัทหรือไม่ ถ้าเจอสิ่งที่ยังไม่มีในผลประเมิน ข้อมูลชุดนั้นมีค่ามาก เพราะมาจากคนที่อยู่กับงานทุกวัน

สัปดาห์ที่ 4 ปิดวงจรรายงานและคู่มือของหน่วยงาน

สามสัปดาห์แรกเป็นการรับข้อมูลเข้า สัปดาห์สุดท้ายคือทำให้ข้อมูลเดินออกไปถูกทาง

เส้นทางรายงานที่ต้องรู้ก่อนวันที่ต้องใช้

ข้อ 9 (7) กำหนดให้รายงานการประสบอันตราย การเจ็บป่วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างต่อนายจ้าง และแจ้งต่อ จป.ระดับเทคนิคขึ้นไป ส่วนที่ใดมีหน่วยงานความปลอดภัย ให้แจ้งหน่วยงานความปลอดภัย "ทันทีที่เกิดเหตุ" ต่อด้วยข้อ 9 (8) ที่ให้ร่วมตรวจสอบหาสาเหตุ รายงานผล และเสนอแนวทางแก้ไขต่อนายจ้างโดยไม่ชักช้า

เหนือขึ้นไป มาตรา 34 กำหนดหน้าที่นายจ้างไว้ว่า กรณีลูกจ้างเสียชีวิตต้องแจ้งพนักงานตรวจความปลอดภัยทันทีที่ทราบ และแจ้งรายละเอียดกับสาเหตุเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน ส่วนกรณีเพลิงไหม้ การระเบิด สารเคมีรั่วไหล หรืออุบัติภัยร้ายแรงอื่น ให้แจ้งทันทีที่ทราบ และแจ้งเป็นหนังสือภายในเจ็ดวันนับแต่วันเกิดเหตุ คุณไม่ใช่คนยื่นเอกสารเหล่านี้ แต่ข้อมูลตั้งต้นออกจากมือคุณ จึงต้องซ้อมไว้ในหัวว่าเวลาเกิดเหตุ ใครโทรหาใครก่อน เบอร์อยู่ที่ไหน และต้องจดอะไรบ้างในสิบนาทีแรก

คู่มือของหน่วยงานและเวทีที่เรื่องจะเดินต่อ

ข้อ 9 (3) กำหนดให้จัดทำคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยฯ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยร่วมกับ จป.ระดับเทคนิค เทคนิคขั้นสูง หรือวิชาชีพ เพื่อเสนอคณะกรรมการความปลอดภัยหรือนายจ้าง และนายจ้างต้องกำหนดให้ทบทวนอย่างน้อยทุกหกเดือน เดือนแรกยังไม่ต้องเขียนใหม่ทั้งเล่ม แค่ตรวจว่าคู่มือของหน่วยงานคุณมีอยู่จริงหรือไม่ และทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อไร ถ้าเกินหกเดือนแล้ว นั่นคือวาระแรกที่คุณมีเหตุผลเต็มร้อยจะเสนอขึ้นไป

ข้อ 33 กำหนดให้คณะกรรมการความปลอดภัยประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ลูกจ้างหรือบุคคลภายนอกสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ให้ประชุมโดยไม่ชักช้าเพื่อทบทวนรายงานการสอบสวนอุบัติเหตุ และเสนอแนะแนวทางป้องกันแก้ไขต่อนายจ้าง รู้วันประชุมของเดือน รู้ว่าใครเป็นเลขานุการ และรู้ว่าเรื่องต้องส่งก่อนกี่วัน เท่ากับมีทางส่งเรื่องที่แก้ไม่ได้ในระดับไลน์ ขึ้นไปถึงคนที่มีงบและมีอำนาจ

ตัวอย่างจากหน้างานจริง

ไลน์บรรจุของโรงงานอาหารแห่งหนึ่งเปลี่ยนหัวหน้ากะใหม่ สัปดาห์แรกเขาเดินพื้นที่สองรอบและคุยตัวต่อตัวครบสิบสองคน สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่รายการอุปกรณ์ชำรุด แต่เป็นประโยคเดียวกันจากสี่คน คือช่วงเปลี่ยนม้วนฟิล์มต้องเอื้อมมือเข้าไปใกล้ลูกกลิ้งขณะเครื่องยังเดินอยู่ เพราะหยุดเครื่องแล้วรอเริ่มใหม่จะเสียเวลาราวเจ็ดนาที และยอดของกะจะไม่ถึง แต่ผลการประเมินอันตรายของบริษัทระบุงานนี้ไว้แค่บรรทัดเดียวว่าเป็นงานเดินเครื่องปกติ

สัปดาห์ที่สองเขาเริ่มพูดคุยก่อนเริ่มกะห้านาที และให้คนที่ต้องเปลี่ยนฟิล์มวันนั้นเล่าลำดับงานเอง วันที่สามมีคนพูดขึ้นมาเองว่าเมื่อวานปลายถุงมือเฉี่ยวลูกกลิ้ง ซึ่งเป็นเหตุเกือบเกิดที่ไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน สัปดาห์ที่สามเขาแตกงานนี้เป็นขั้นตอนย่อยเก้าขั้นแล้วชวน จป.วิชาชีพลงมาดูของจริง จึงเห็นว่าเหตุที่คนไม่หยุดเครื่องมาจากปุ่มหยุดอยู่คนละฝั่งกับจุดที่ต้องยืนทำงาน

สัปดาห์ที่สี่เขาเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยสามเรื่อง คือ ย้ายปุ่มหยุดมาฝั่งเดียวกับจุดทำงาน เพิ่มขั้นตอนหยุดเครื่องเข้าไปในคู่มือของหน่วยงาน และปรับเป้ายอดของกะให้เผื่อเวลาเปลี่ยนม้วน สองเรื่องแรกอนุมัติในเดือนนั้น เรื่องที่สามผ่านในอีกสองเดือนถัดมาเพราะมีบันทึกเหตุเกือบเกิดสามครั้งประกอบ จุดที่ทำให้แผนนี้เดินได้ คือเขาไม่ได้เริ่มด้วยการออกใบเตือนคนที่เอื้อมมือเข้าไปในเครื่อง

กับดักของคนใหม่ที่ทำให้ทีมปิดข้อมูล

เริ่มต้นด้วยการจับผิด กับดักข้อนี้ราคาแพงที่สุด คนใหม่ที่อยากพิสูจน์ตัวเองมักเริ่มด้วยการเดินตรวจแล้วจดชื่อคนที่ทำผิดกติกา ภายในสองสัปดาห์ทีมจะเรียนรู้ว่าเวลาคุณเดินเข้ามาต้องทำให้ถูกไว้ก่อน พอเดินออกไปค่อยทำแบบเดิม ที่หนักกว่านั้นคือเหตุเกือบเกิดจะหายไปจากรายงาน เพราะการเล่าว่าเกือบโดนเท่ากับยอมรับว่าทำผิดขั้นตอน หัวหน้างานที่ไม่มีข้อมูลเหตุเกือบเกิด จะรู้เรื่องครั้งแรกตอนมีคนเจ็บจริง

ทางออกคือแยกสองเรื่องให้ชัดตั้งแต่วันแรก เรื่องที่เล่ามาเองใช้เพื่อแก้ไข ไม่ใช่เพื่อลงโทษ ส่วนการจงใจฝ่าฝืนกติกาความปลอดภัยร้ายแรงยังมีผลตามระเบียบของบริษัท พูดเส้นแบ่งนี้ให้ทีมได้ยินตั้งแต่การพูดคุยก่อนเริ่มงานครั้งแรก แล้วทำให้เห็นจริงในครั้งแรกที่มีคนกล้าเล่า

รับปากเกินอำนาจ ถ้าตอบว่าเดี๋ยวจัดให้ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเรื่องติดตรงไหน ความน่าเชื่อถือจะหมดตอนสัปดาห์ที่สาม ตอบว่าจะไปตามให้ว่าเรื่องอยู่ขั้นไหนแล้วกลับมาบอกวันศุกร์ ดีกว่ารับปากลอย

เปลี่ยนวิธีทำงานก่อนเข้าใจว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ทางลัดทุกอันมีเหตุผลของตัวเอง ส่วนใหญ่คือเวลา ระยะทาง หรือของที่เบิกไม่ได้ แก้ที่เหตุแล้วทางลัดจะหายเอง สั่งห้ามอย่างเดียวแล้วทางลัดจะย้ายไปทำตอนที่คุณไม่อยู่

ทำงานเงียบคนเดียว ตัวบทข้อ 9 เขียนคำว่าร่วมกับ จป.ระดับสูงกว่าไว้ถึงสามข้อ เดินไปแนะนำตัวกับ จป.วิชาชีพตั้งแต่สัปดาห์แรก แล้วสัปดาห์ที่สามและสี่จะง่ายขึ้นมาก

เมื่อครบ 30 วัน ควรตอบอะไรได้บ้าง

ใช้รายการนี้ตรวจตัวเองตอนสิ้นเดือน ข้อไหนยังว่าง ให้ยกไปเป็นงานของเดือนที่สอง

  • แผนผังพื้นที่ที่ปักตำแหน่งเครื่องจักร ปุ่มหยุดฉุกเฉิน ถังดับเพลิง จุดปฐมพยาบาล เส้นทางหนีไฟ และจุดรวมพล
  • บันทึกการคุยตัวต่อตัวครบทุกคน พร้อมความเสี่ยงที่แต่ละคนเอ่ยถึง
  • ที่อยู่ของคู่มือความปลอดภัยของสถานประกอบกิจการ และคู่มือของหน่วยงานคุณ พร้อมวันที่ทบทวนครั้งล่าสุด
  • ผลการประเมินอันตรายและแผนควบคุมดูแลส่วนที่เกี่ยวกับงานของคุณ
  • แบบตรวจก่อนเริ่มงานประจำวันที่ใช้จริงมาแล้วอย่างน้อยสิบวันทำงาน พร้อมสถานะการแก้ไขของที่เจอ
  • ผลวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัยของงานเสี่ยงสูงหนึ่งงาน ที่ผ่านตา จป.ระดับสูงกว่าแล้ว
  • ลำดับการแจ้งเหตุที่เขียนเป็นข้อ พร้อมเบอร์ติดต่อของ จป.วิชาชีพ และห้องปฐมพยาบาล
  • คำยืนยันจากฝ่ายบุคคลว่ารายชื่อของคุณยื่นขึ้นทะเบียนต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแล้ว
  • วาระอย่างน้อยหนึ่งเรื่องที่เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย หรือเสนอต่อนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร

สรุป

  • เดือนแรกวางเป็นสี่สัปดาห์ คือ รู้จักพื้นที่และคน เริ่มงานที่ทำเองได้ ลงลึกงานเสี่ยงสูงหนึ่งงาน แล้วปิดวงจรรายงานกับคู่มือ
  • สัปดาห์แรกเก็บข้อมูลอย่างเดียว ทั้งพื้นที่ คน และตำแหน่งของเอกสาร โดยยังไม่ตัดสินใครและยังไม่รับปากใคร
  • งานที่เริ่มได้ทันทีคือการพูดคุยก่อนเริ่มงานและการเดินตรวจประจำวัน ซึ่งเป็นหน้าที่ตามข้อ 9 อยู่แล้ว
  • การเริ่มต้นด้วยการจับผิดทำให้เหตุเกือบเกิดหายไปจากรายงาน และข้อมูลชุดนั้นใช้กันคนเจ็บได้ดีที่สุด

เริ่มจากงานเดียวก็พอในสัปดาห์นี้ เดินไปขอแผนผังพื้นที่ของไลน์ตัวเอง แล้วเดินตามให้ครบหนึ่งรอบ


อ้างอิง

  • กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานฯ พ.ศ. 2565 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 33 ข้อ 34 ข้อ 42
  • พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 6 มาตรา 34
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมฯ จป.หัวหน้างานและบริหาร ข้อ 2

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ จป.หัวหน้างาน? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

จป.หัวหน้างาน — 10 หน้าที่ตามกฎหมาย (พร้อมตัวบท ข้อ 9)
จป

จป.หัวหน้างาน — 10 หน้าที่ตามกฎหมาย (พร้อมตัวบท ข้อ 9)

จป.หัวหน้างานมีหน้าที่ตามกฎหมาย 10 ข้อ ตามกฎกระทรวง จป. 2565 ข้อ 9 — รวมตัวบทเต็ม จัดกลุ่มเข้าใจง่าย คุมงาน ค้นหาความเสี่ยง รับมือเหตุ

30 มิ.ย. 2569อ่าน 3 นาที
จป.หัวหน้างาน — หน้าที่ คุณสมบัติ และการอบรมที่ต้องรู้
จป

จป.หัวหน้างาน — หน้าที่ คุณสมบัติ และการอบรมที่ต้องรู้

จป.หัวหน้างาน คือใคร ทำหน้าที่อะไร ต้องอบรมกี่ชั่วโมง ใครต้องเป็น และเงินเดือนเท่าไหร่ — สรุปครบตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565

16 พ.ค. 2569อ่าน 18 นาที
7 ข้อต่าง จป.หัวหน้างาน vs จป.เทคนิค — เลือกอย่างไรให้ตรงกฎหมาย
จป

7 ข้อต่าง จป.หัวหน้างาน vs จป.เทคนิค — เลือกอย่างไรให้ตรงกฎหมาย

เปรียบเทียบ จป.หัวหน้างาน vs จป.เทคนิค ครบ 7 ข้อ — ประเภท เกณฑ์โรงงาน จำนวน เวลาที่ต้องจัด ชั่วโมงอบรม (12 vs 30 ชม.) หน้าที่ และบทบาทกับ จป.ระดับอื่นตามกฎกระทรวง 2565

9 พ.ค. 2569อ่าน 17 นาที
จป.หัวหน้างานคนใหม่ 30 วันแรก แผนลงหน้างานรายสัปดาห์ — Safety Station 101