พ.ร.บ.ความปลอดภัย พ.ศ. 2554 — มาตรา 32 ประเมินอันตรายและจัดทำแผน
สรุปมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 — หน้าที่นายจ้างในการประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบ จัดทำแผน และส่งให้อธิบดี พร้อมบทลงโทษตามมาตรา 56

พ.ร.บ.ความปลอดภัย พ.ศ. 2554 — มาตรา 32 ประเมินอันตรายและจัดทำแผน
นายจ้างจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่ามาตรา 32 พูดเรื่อง "หน้าที่ทั่วไปของนายจ้างในการจัดสภาพการทำงานปลอดภัย" — ที่จริงเนื้อหานั้นคือ มาตรา 6 มาตรา 32 เป็นบทบัญญัติเฉพาะที่บังคับให้นายจ้างของกิจการที่กำหนด ต้องประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบ จัดทำแผน และส่งผลให้อธิบดี โดยต้องได้รับการรับรองจากผู้ชำนาญการตามมาตรา 33
ความเข้าใจคลาดเคลื่อนตรงจุดนี้ส่งผลให้ผู้ประกอบกิจการหลายรายไม่ปฏิบัติตามครบถ้วน และถูกพนักงานตรวจสั่งปรับปรุงตามมาด้วยโทษอาญาที่บัญญัติไว้ในมาตรา 56
บทบัญญัติของมาตรา 32 ฉบับเต็ม
มาตรา 32 บัญญัติว่า
"เพื่อประโยชน์ในการควบคุม กำกับ ดูแลการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้นายจ้างดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) จัดให้มีการประเมินอันตราย (2) ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีผลต่อลูกจ้าง (3) จัดทำแผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และจัดทำแผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ (4) ส่งผลการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบ แผนการดำเนินงานและแผนการควบคุมตาม (1) (2) และ (3) ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย"
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง รวมถึงประเภทกิจการ ขนาดของกิจการที่ต้องดำเนินการ และระยะเวลาที่ต้องดำเนินการ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีกำหนดโดยประกาศ และในการดำเนินการ นายจ้างจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผลจาก ผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีตามมาตรา 33
4 ขั้นตอนหลักที่นายจ้างต้องดำเนินการ

มาตรา 32 ไม่ได้กำหนดเพียง "หน้าที่จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย" แบบทั่วไป แต่กำหนด ขั้นตอนเฉพาะ 4 ข้อ ที่ต้องทำตามลำดับและส่งผลให้ทางราชการ
1. จัดให้มีการประเมินอันตราย (Hazard Assessment)
นายจ้างต้องสำรวจและประเมินอันตรายในสถานประกอบกิจการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งอันตรายทางกายภาพ (เสียง แสง ความร้อน รังสี) อันตรายทางเคมี อันตรายทางชีวภาพ อันตรายจากเครื่องจักร และอันตรายจากท่าทางการทำงาน
2. ศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมในการทำงาน
ต้องศึกษาว่าสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ประเมินไว้ในข้อ (1) มีผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้างอย่างไร เช่น ระดับเสียงที่วัดได้ส่งผลต่อระบบการได้ยินของลูกจ้างหรือไม่ สารเคมีที่ใช้มีโอกาสก่อโรคจากการประกอบอาชีพหรือไม่
3. จัดทำแผน 2 ประเภท
ผลการประเมินและการศึกษาผลกระทบต้องนำมาจัดทำแผนงาน ได้แก่
- แผนการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — กำหนดมาตรการลดความเสี่ยง ระบุผู้รับผิดชอบ งบประมาณ และกำหนดเวลา
- แผนการควบคุมดูแลลูกจ้างและสถานประกอบกิจการ — กำหนดวิธีติดตาม ตรวจสอบ และทบทวนผล
4. ส่งผลและแผนให้อธิบดี
เมื่อจัดทำเสร็จ นายจ้างต้องส่งผลการประเมินอันตราย ผลการศึกษาผลกระทบ และแผนทั้งสองชุด ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามแบบและภายในระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
บทบาทของผู้ชำนาญการตามมาตรา 33
มาตรา 32 วรรคสาม กำหนดเงื่อนไขสำคัญว่า การดำเนินการตามมาตรานี้ นายจ้างต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและได้รับการรับรองผลจากผู้ชำนาญการ ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 33
"มาตรา 33 ผู้ใดจะทำการเป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน จะต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีตามพระราชบัญญัตินี้ การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง"
ในทางปฏิบัติ ผู้ชำนาญการคือบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและรับรองผลการประเมินอันตราย การศึกษาผลกระทบ และแผนงาน ก่อนนายจ้างจะส่งให้อธิบดี
ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติตาม
มาตรา 32 ใช้บังคับกับนายจ้างของ ประเภทกิจการและขนาดของกิจการที่รัฐมนตรีกำหนด ไม่ใช่ทุกสถานประกอบกิจการ ขอบเขตการบังคับใช้ที่ชัดเจนต้องดูจากประกาศกระทรวงแรงงานที่ออกตามวรรคสองของมาตรานี้
นิยาม "นายจ้าง" ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. ครอบคลุม
- บุคคลซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้าง
- ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง
- ในกรณีนิติบุคคล ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล รวมถึงผู้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจดังกล่าว
บทลงโทษกรณีฝ่าฝืน — มาตรา 56
นายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 32 มีความผิดทางอาญาตามมาตรา 56
"มาตรา 56 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 มาตรา 16 หรือมาตรา 32 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"
โทษตามมาตรา 56 จัดอยู่ในระดับโทษกลางของหมวด 8 บทกำหนดโทษ ไม่ใช่โทษสูงสุด ที่ผู้ประกอบกิจการต้องระวังเพิ่มเติมคือ หากการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 32 มีผลให้สถานประกอบกิจการไม่เป็นไปตามมาตรฐานในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ด้วย — โทษตามมาตรา 53 (จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท) อาจถูกนำมาใช้ควบคู่กัน
ความแตกต่างระหว่างมาตรา 6, มาตรา 8 และมาตรา 32
ทั้งสามมาตรานี้ดูคล้ายกันแต่บทบาทต่างกันชัดเจน
| มาตรา | สาระสำคัญ | ผู้ปฏิบัติ | ความเฉพาะเจาะจง |
|---|---|---|---|
| 6 | จัดและดูแลสถานประกอบกิจการให้มีสภาพการทำงานปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ | นายจ้างทุกราย | หน้าที่ทั่วไป (general duty) |
| 8 | บริหาร จัดการ และดำเนินการตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง | นายจ้างทุกราย | ขึ้นกับกฎกระทรวงแต่ละฉบับ |
| 32 | ประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบ จัดทำแผน และส่งให้อธิบดี | นายจ้างของกิจการที่รัฐมนตรีกำหนด | เฉพาะกลุ่ม + ต้องผ่านผู้ชำนาญการ |
มาตรา 6 เป็นหลักการกว้าง ๆ ส่วนมาตรา 32 เป็นกลไก compliance ที่กำหนดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ (เอกสารส่งทางราชการ) เมื่อใดที่บทบัญญัติ "ส่งผลให้อธิบดี" ปรากฏ ผู้ประกอบกิจการต้องรู้ทันทีว่ามาตรา 32 ใช้บังคับ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ทุกสถานประกอบกิจการต้องทำตามมาตรา 32 หรือไม่? ตอบ: ไม่ ต้องเป็นกิจการที่อยู่ในประกาศกระทรวงแรงงานที่ออกตามวรรคสองของมาตรา 32 เท่านั้น โดยทั่วไปคือกิจการขนาดใหญ่หรือกิจการที่มีความเสี่ยงสูง
ถาม: ผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 ต่างจาก จป.วิชาชีพอย่างไร? ตอบ: จป.วิชาชีพเป็นลูกจ้างประจำของสถานประกอบกิจการที่ขึ้นทะเบียนตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ส่วนผู้ชำนาญการตามมาตรา 33 เป็นบุคคลภายนอกที่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี ทำหน้าที่ตรวจรับรองและให้คำแนะนำเฉพาะเรื่องตามมาตรา 32
ถาม: นายจ้างส่งผลให้อธิบดีไม่ทันกำหนด มีโทษอย่างไร? ตอบ: ถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 32 มีโทษตามมาตรา 56 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถาม: ถ้าผลการประเมินอันตรายส่งไปแล้ว ต้องส่งทุกปีหรือไม่? ตอบ: ขึ้นกับประกาศของรัฐมนตรีที่กำหนดวิธีการและระยะเวลา โดยทั่วไปต้องทบทวนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงาน เครื่องจักร หรือกระบวนการผลิตที่มีนัยสำคัญ
สรุป
- มาตรา 32 ไม่ใช่ "หน้าที่ทั่วไปของนายจ้าง" — เนื้อหานั้นอยู่ในมาตรา 6
- มาตรา 32 บังคับให้นายจ้างของกิจการที่กำหนด ต้องประเมินอันตราย ศึกษาผลกระทบ จัดทำแผน และส่งผลให้อธิบดี
- การดำเนินการต้องผ่านการรับรองจากผู้ชำนาญการที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 33
- บทลงโทษกรณีฝ่าฝืนคือมาตรา 56 — จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- หากการฝ่าฝืนพ่วงกับการไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงตามมาตรา 8 อาจถูกปรับเพิ่มตามมาตรา 53 (สูงสุด 400,000 บาท)
อ้างอิงกฎหมาย
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

6 เรื่องที่พนักงานใหม่ต้องรู้ตาม พ.ร.บ. 2554
วันแรกเข้างาน เซ็นเอกสารเยอะจนจำไม่ไหว แต่ พ.ร.บ.ความปลอดภัย 2554 ระบุชัดว่าลูกจ้างใหม่มีสิทธิและหน้าที่อะไรบ้าง อ้างมาตรา 6, 14, 16, 17, 21 ได้เลยตั้งแต่วันแรก

พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 — สรุปสาระสำคัญฉบับสมบูรณ์
สรุป พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ครบทุกหมวด หน้าที่นายจ้าง กฎหมายลูก 17 ฉบับ และบทลงโทษที่ต้องรู้