อ่านค่า EN 388:2016 บนถุงมือ — กันบาด เสียดสี ทิ่มแทง (4 ตัวเลข + A-F + P)
วิธีอ่านรหัส EN 388:2016 บนถุงมือกันบาด — 4 ตัวเลข (เสียดสี/บาด/ฉีก/ทิ่ม) + ตัว A-F (TDM) + P (impact) พร้อมข้อต่างจาก ANSI A1-A9 และฐานกฎหมายไทย ม.22

ช่างหน้างานขอเปลี่ยนถุงมือกันบาด ผู้รับผิดชอบจัดซื้อเปิด catalog ขึ้นมาเจอรูปสัญลักษณ์ค้อนกับรหัสเรียงกัน 4543C, 4X43D, 2121X — เลือกตัวไหนถึงจะตรงงาน หลายคนเดาเอาว่า "ตัวเลขเยอะ ๆ คือทนกว่า" ซึ่งไม่ถูก เพราะตัวเลขแต่ละช่องในรหัส EN 388 บอกคนละเรื่องกัน ช่องหนึ่งคือกันเสียดสี อีกช่องคือกันบาด อีกช่องคือกันทิ่ม ถ้าอ่านไม่เป็นก็เลือกถุงมือที่กันได้ผิดอันตราย — เช่น เลือกถุงมือกันเสียดสีดีไปทำงานตัดกระจกที่ต้องการกันบาด
การอ่านรหัส EN 388 ให้เป็นจึงสำคัญมากสำหรับ จป. และคนจัดซื้อ เพราะถุงมือคือ PPE ที่ใช้กันแทบทุกงาน และเป็นหนึ่งใน PPE ที่กฎหมายไทยบังคับให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้าง รายละเอียดพื้นฐานของ PPE ดูได้ที่ พื้นฐาน PPE เบื้องต้น
EN 388 คือมาตรฐานอะไร
EN 388:2016 (ฉบับปรับปรุง +A1:2018) เป็น มาตรฐานของสหภาพยุโรป สำหรับถุงมือป้องกันความเสี่ยงเชิงกล (mechanical risks) คือความเสี่ยงทางกายภาพอย่างการบาด การเสียดสี การฉีกขาด และการทิ่มแทง
ขอย้ำให้ชัดตั้งแต่ต้นว่า EN 388 ไม่ใช่กฎหมายไทย — เป็นมาตรฐานยุโรป แต่ใช้อ้างอิงในไทยได้ เพราะ
- พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 มาตรา 22 กำหนดให้ "นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้ มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด" และถ้าลูกจ้างไม่สวมใส่ ให้นายจ้างสั่งหยุดงานจนกว่าจะสวมใส่
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 ข้อ 3 ระบุมาตรฐาน PPE ที่ยอมรับ ซึ่งรวมถึง "มาตรฐานสหภาพยุโรป (European Standards : EN)" ไว้ด้วย เคียงกับ ISO, AS/NZS, ANSI, JIS, NIOSH และ OSHA
พูดง่าย ๆ คือ มาตรา 22 สั่งให้ใช้ PPE "ที่ได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศ" และประกาศกรมฯ 2554 ข้อ 3 ก็ประกาศว่า EN เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ใช้ได้ ดังนั้นถุงมือที่ผ่าน EN 388 จึงถือว่า "ได้มาตรฐาน" ตามกฎหมายไทย
อ่าน Pictogram EN 388 — 4 ตัวเลข เรียงตามลำดับ

บนหลังถุงมือ (หรือกล่อง) จะมีรูปสัญลักษณ์ค้อนกับโล่ ใต้รูปจะมีรหัส โดย 4 ตัวเลขแรกเรียงตามลำดับนี้เสมอ ห้ามสลับ
| ตำแหน่ง | ทดสอบอะไร | ช่วงระดับ |
|---|---|---|
| ตัวที่ 1 | การเสียดสี (Abrasion) | 1-4 |
| ตัวที่ 2 | การบาดด้วยใบมีดหมุน (Coupe Test) | 1-5 |
| ตัวที่ 3 | การฉีกขาด (Tear) | 1-4 |
| ตัวที่ 4 | การทิ่มแทง (Puncture) | 1-4 |
ข้อสังเกตที่คนพลาดบ่อย — ตัวที่ 2 (Coupe / การบาด) มีระดับ 1 ถึง 5 ส่วนอีก 3 ตัว (เสียดสี ฉีกขาด ทิ่มแทง) มีระดับ 1 ถึง 4 เท่านั้น อย่าจำสลับกัน ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งทนในด้านนั้น
ลำดับการอ่านให้จำว่า เสียดสี - บาด - ฉีก - ทิ่ม เรียงจากซ้ายไปขวา
ตัวอักษร A-F — ค่ากันบาดแบบ TDM
หลังตัวเลข 4 ตัว อาจมีตัวอักษรตัวที่ 5 เป็น A ถึง F นี่คือค่ากันบาดจากการทดสอบแบบ TDM (ตามมาตรฐาน EN ISO 13997 หรือเรียก TDM-100) โดย A ต่ำสุด F สูงสุด
การทดสอบ TDM วัด "แรงเป็นนิวตัน" ที่ใช้ตัดทะลุวัสดุด้วยใบมีดตรงเลื่อนเป็นระยะ 20 มม. ต่างจาก Coupe Test (ตัวเลขตัวที่ 2) ที่ใช้ใบมีดหมุน
ทำไมต้องมี TDM เพิ่มมา ทั้งที่มี Coupe Test อยู่แล้ว — เพราะ Coupe Test มีจุดอ่อนกับวัสดุกันบาดสูง ถ้าถุงมือทำจากวัสดุแข็งมาก (เช่น มีเส้นใยแก้วหรือเหล็ก) ใบมีดหมุนของ Coupe Test จะ "ทื่อ" ระหว่างทดสอบ ทำให้ค่าที่ได้เพี้ยน EN 388:2016 จึงเพิ่ม TDM (A-F) เข้ามาเพื่อวัดวัสดุกันบาดสูงให้แม่นกว่า
ดังนั้นสำหรับถุงมือกันบาดระดับสูง ให้ดูตัวอักษร A-F เป็นหลัก ส่วน Coupe Test (ตัวที่ 2) จะแม่นกับวัสดุกันบาดทั่วไป
ตัว P — ผ่านทดสอบกันแรงกระแทก
บางรหัสจะมีตัว P ต่อท้าย ตัว P หมายถึงถุงมือ ผ่านการทดสอบกันแรงกระแทก (Impact) ตาม EN 388:2016+A1:2018 — เหมาะกับงานที่เสี่ยงของหนักหล่นทับหรือกระแทกหลังมือ เช่น งาน oil & gas งานเหมือง งานประกอบหนัก
ถ้าไม่มีตัว P แปลว่าถุงมือนั้นไม่ได้ทดสอบ หรือไม่ผ่านการทดสอบกันแรงกระแทก ไม่ได้แปลว่ามันกันกระแทกได้แค่ระดับต่ำ
วิธีอ่านรหัสจริง — ตัวอย่าง 4543C

ลองอ่านรหัสตัวอย่าง 4543C ทีละช่อง
- 4 = เสียดสีระดับ 4 (สูงสุด)
- 5 = Coupe (บาดด้วยใบมีดหมุน) ระดับ 5 (สูงสุด)
- 4 = ฉีกขาดระดับ 4 (สูงสุด)
- 3 = ทิ่มแทงระดับ 3
- C = TDM cut ระดับ C
แปลว่าถุงมือคู่นี้ทนเสียดสีและฉีกขาดสูงสุด กันบาดได้ดีมาก (Coupe 5 + TDM C) แต่กันทิ่มแทงได้ปานกลาง (ระดับ 3)
หลักการเลือกคือ ดูอันตรายของงานเป็นตัวตั้ง
- งานตัดกระจก ตัดโลหะแผ่น จับใบมีด → เน้นตัว Coupe (ตัวที่ 2) และ TDM (A-F) ให้สูง
- งานจับวัสดุหยาบ เหล็กเส้น ไม้ → เน้นตัวเสียดสี (ตัวที่ 1) ให้สูง
- งานจับเศษโลหะแหลม เข็ม ลวด → เน้นตัวทิ่มแทง (ตัวที่ 4) ให้สูง
- งานเสี่ยงของหนักกระแทก → มองหาตัว P
อย่าสับสน EN 388 (A-F) กับ ANSI (A1-A9)
นี่คือจุดที่ผิดบ่อยที่สุด และอันตรายที่สุด
ถุงมือที่นำเข้ามาขายในไทยมักพิมพ์มาตรฐานทั้งของยุโรปและอเมริกาไว้บนกล่องคู่กัน
- EN 388 (ยุโรป) ใช้ตัวอักษร A-F สำหรับค่ากันบาด TDM — วัดเป็น นิวตัน (newton)
- ANSI/ISEA 105 (สหรัฐฯ) ใช้ระดับ A1-A9 สำหรับค่ากันบาด — วัดเป็น gram-force
ทั้งสองเป็น คนละสเกล วัดคนละหน่วย ห้ามเอาตัวอักษร "A" ของ EN 388 ไปเทียบกับ "A1" ของ ANSI ตรง ๆ เพราะคนละความหมายและคนละค่า ถ้าเห็นกล่องเขียน "ANSI A4" กับ "EN 388 ... D" อย่าคิดว่าตัวเลขกับตัวอักษรหมายถึงระดับเดียวกัน ต้องดูแยกว่าใช้มาตรฐานไหนเป็นเกณฑ์ และใช้สเกลของมาตรฐานนั้นในการเปรียบเทียบ
ข้อจำกัด — EN 388 วัดแค่ความเสี่ยงเชิงกล
ต้องเข้าใจให้ชัดว่า EN 388 วัดความทนเชิงกลเท่านั้น (เสียดสี บาด ฉีก ทิ่ม กระแทก) ไม่ครอบคลุมอันตรายอื่น
- สารเคมี → ต้องดูมาตรฐาน EN 374 แทน ถ้างานสัมผัสสารเคมี ดู เลือกถุงมือกันสารเคมี (EN 374)
- ความร้อน/เปลวไฟ → ต้องดู EN 407
- ไฟฟ้า → ต้องดูถุงมือฉนวนไฟฟ้าตามมาตรฐานเฉพาะ
ถ้างานสัมผัสหลายอันตรายพร้อมกัน เช่น ทั้งคมและสารเคมี ต้องเลือกถุงมือที่ผ่านหลายมาตรฐาน ไม่ใช่เลือก EN 388 ระดับสูงแล้วคิดว่าครอบคลุมทุกอย่าง
กฎหมายไทยไม่ได้กำหนด "ระดับ EN 388 ขั้นต่ำ"
คำถามที่ จป. ถามบ่อยคือ "กฎหมายไทยบังคับถุงมือ EN 388 ระดับเท่าไร" — คำตอบคือ กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดระดับ EN 388 ขั้นต่ำสำหรับงานชนิดใด ๆ
กฎหมายไทยบังคับเพียง 2 อย่าง
- นายจ้างต้องจัด PPE ที่ "ได้มาตรฐาน" (มาตรา 22) — และ EN เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ยอมรับ (ประกาศกรมฯ 2554 ข้อ 3)
- PPE ต้อง "เหมาะกับชนิดหรือประเภทของงานที่ลูกจ้างปฏิบัติ" (ตามท้ายข้อ 3)
ส่วนการตัดสินใจว่างานตัดกระจกควรใช้ Coupe ระดับเท่าไร หรือ TDM ระดับไหน เป็น หน้าที่ของ จป. ที่ต้องทำ Risk Assessment ประเมินอันตรายของงานแล้วเลือกระดับให้เหมาะ ไม่มีตัวเลขตายตัวในกฎหมาย
ระวังอย่าเขียนหรือพูดผิดว่า "กฎหมายไทยกำหนดถุงมือ EN 388 ระดับ 4" เพราะไม่มีในตัวบท — กฎหมายให้กรอบกว้าง ส่วนรายละเอียดเป็นวิจารณญาณของ จป.
Checklist เลือกถุงมือ EN 388
- อ่านรหัสบนหลังถุงมือ/กล่องออก (เสียดสี-บาด-ฉีก-ทิ่ม + A-F + P)
- ระบุอันตรายหลักของงาน → เลือกช่องที่ต้องเน้นให้สูง
- งานกันบาดสูง → ดูตัว A-F (TDM) เป็นหลัก ไม่ใช่แค่ Coupe
- ตรวจว่าใช้สเกล EN 388 (A-F) หรือ ANSI (A1-A9) — อย่าเทียบข้ามระบบ
- งานเสี่ยงกระแทก → มองหาตัว P
- งานสัมผัสสารเคมี/ความร้อน → ต้องมีมาตรฐานเพิ่ม (EN 374 / EN 407)
- บันทึกผล Risk Assessment ว่าทำไมเลือกระดับนี้
คำถามที่พบบ่อย
รหัส 4543C อ่านยังไง เสียดสีระดับ 4, Coupe ระดับ 5, ฉีกขาดระดับ 4, ทิ่มแทงระดับ 3, TDM cut ระดับ C
ตัว X ในรหัส EN 388 แปลว่าอะไร แปลว่าไม่ได้ทดสอบหรือทดสอบไม่ได้ในด้านนั้น เช่น 4X43 คือไม่ได้ทดสอบ Coupe Test (มักเพราะใช้ TDM แทนในวัสดุกันบาดสูง)
EN 388 ระดับ A กับ ANSI A1 เหมือนกันไหม ไม่เหมือน คนละสเกล คนละหน่วย EN 388 (A-F) วัดนิวตัน ส่วน ANSI (A1-A9) วัด gram-force ห้ามเทียบตรง ๆ
กฎหมายไทยบังคับถุงมือ EN 388 ระดับไหน ไม่ได้บังคับระดับเฉพาะ กฎหมายให้นายจ้างจัด PPE ที่ได้มาตรฐาน (ม.22 + ประกาศกรม 2554 ข้อ 3) และเหมาะกับงาน ส่วนระดับขึ้นกับ Risk Assessment ของ จป.
ถุงมือ EN 388 ระดับสูงกันสารเคมีได้ไหม ไม่ได้ EN 388 วัดแค่ความเสี่ยงเชิงกล สารเคมีต้องดู EN 374 แยกต่างหาก
สรุป
- EN 388:2016 เป็นมาตรฐานยุโรปสำหรับถุงมือกันความเสี่ยงเชิงกล — ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่ใช้อ้างได้เพราะประกาศกรมฯ 2554 ข้อ 3 ยอมรับ EN และ ม.22 บังคับให้จัด PPE ที่ได้มาตรฐาน
- รหัส 4 ตัวเลขเรียง เสียดสี (1-4) - บาด/Coupe (1-5) - ฉีก (1-4) - ทิ่ม (1-4) อย่าสลับ และจำว่า Coupe มีถึงระดับ 5
- ตัวอักษร A-F = ค่ากันบาด TDM (นิวตัน, A ต่ำ F สูง) ใช้ดูสำหรับวัสดุกันบาดสูง · ตัว P = ผ่านทดสอบกันแรงกระแทก
- อย่าสับสน A-F ของ EN 388 (นิวตัน) กับ A1-A9 ของ ANSI (gram-force) — คนละสเกล
- EN 388 ครอบคลุมแค่ความเสี่ยงเชิงกล สารเคมี/ความร้อนต้องดูมาตรฐานอื่น
- กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดระดับ EN 388 ขั้นต่ำ — จป. ต้องเลือกระดับจาก Risk Assessment
เมื่อเลือกถุงมือถูกระดับแล้ว ขั้นต่อไปคือบริหารสต็อกและรอบเปลี่ยนให้มีของพร้อมใช้เสมอ ลองดู การจัดการคลัง PPE ประกอบ และเริ่มจากเดินไปอ่านรหัส EN 388 บนถุงมือที่หน้างานคุณใช้อยู่ตอนนี้ ว่ามันกันได้ตรงกับอันตรายจริงหรือเปล่า
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

PPE คืออะไร — คู่มือ 101 อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
PPE คืออะไร มีกี่ประเภท เลือกอย่างไร และใส่อย่างไร — สรุปครบสำหรับมือใหม่ พร้อมมาตรฐานและข้อกำหนดตามกฎหมายไทย

จัดการ PPE Inventory — เบิก จ่าย ตรวจ ครบทุกขั้น
ระบบจัดการ PPE inventory ตั้งแต่จัดซื้อ รับเข้าสต๊อก จ่ายให้พนักงาน ตรวจตามรอบ จนถึงทิ้ง พร้อม template ใบเบิก และมาตรฐาน มอก./ISO/EN/ANSI ที่กฎหมายไทยยอมรับ

PPE มือใหม่ใส่ผิดบ่อย 5 จุด — ข้อ 3 หลายคนพลาด
5 จุดที่มือใหม่ชอบใส่ PPE ผิด — หมวก แว่น ถุงมือ รองเท้า เครื่องช่วยหายใจ — แก้ได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียเงิน