เลือกอุปกรณ์ปกป้องตาและใบหน้าให้ถูก — กระแทก สารเคมี ฝุ่น แสงเชื่อม
เลือกแว่นนิรภัย goggle face shield ให้ตรงอันตราย กระแทก สารเคมีกระเด็น ฝุ่น แสง UV งานเชื่อม อ่านรหัส ANSI Z87+ D3 D4 D5 เทียบ EN 166 พร้อมฐานกฎหมายไทย มาตรา 22

ในไลน์เจียรโลหะ พนักงานคนหนึ่งใส่แว่นนิรภัยใสครบทุกคน แต่พอมีงานเทสารเคมีล้างพื้นในกะถัดมา ทุกคนก็ยังใส่แว่นตัวเดิม — ที่นี้ก็เป็นปัญหาว่าแว่นที่กันสะเก็ดเจียรได้ดี อาจปล่อยให้สารเคมีกระเด็นเข้าตาจากด้านข้างได้สบาย เพราะมันคนละอันตราย คนละอุปกรณ์
ดวงตาเป็นอวัยวะที่บาดเจ็บแล้วฟื้นยากที่สุดอย่างหนึ่ง การเลือกอุปกรณ์ปกป้องตาและใบหน้าจึงไม่ใช่แค่ "หาแว่นมาใส่" แต่ต้องเริ่มจากรู้ว่าอันตรายคืออะไรก่อน แล้วค่อยเลือกอุปกรณ์ให้ตรง ลองดูกันว่าอันตรายแต่ละแบบใช้อะไร และรหัสบนแว่นบอกอะไรเราบ้าง
ภาพรวม — ใครต้องสนใจ และกฎหมายไทยพูดอะไร
อุปกรณ์ปกป้องตาและใบหน้าเป็น PPE ที่งานหลายแบบต้องใช้ ทั้งงานเจียร งานเชื่อม งานแล็บ งานพ่นสี งานเทสารเคมี และคนที่ต้อง "เลือกให้ถูก" คือ จป. กับฝ่ายจัดซื้อ ที่ต้องเข้าใจว่าแว่นแต่ละแบบกันอะไรได้บ้าง ก่อนจะต่อยอดจากพื้นฐาน PPE เบื้องต้นไปสู่การเลือกตามงานจริง
กฎหมายไทยพูดอะไร
ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และถ้าลูกจ้างไม่ยอมสวมใส่ ให้นายจ้างสั่งหยุดงานนั้นจนกว่าจะสวมใส่
ส่วน "มาตรฐาน" ที่ยอมรับมีอะไรบ้าง อยู่ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 ข้อ 3 ที่ระบุว่ารวมถึงมาตรฐานของ ANSI (สถาบันมาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา) มาตรฐานสหภาพยุโรป (EN) ISO มอก. และอื่น ๆ โดยให้เหมาะสมกับชนิดหรือประเภทของงานที่ลูกจ้างปฏิบัติ
นี่คือฐานที่ทำให้รหัสอย่าง ANSI Z87.1 (สหรัฐฯ) และ EN 166 (ยุโรป) ที่เราจะคุยกันต่อ ใช้อ้างอิงในไทยได้ ขอย้ำให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าทั้งสองตัวนี้เป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่เพราะประกาศกรมฯ ข้อ 3 ยอมรับทั้ง ANSI และ EN แว่น/goggle ที่ผ่าน Z87.1 หรือ EN 166 จึงถือว่าได้มาตรฐานตามมาตรา 22 นอกจากนี้กฎหมายเฉพาะด้าน เช่น กฎกระทรวงเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ก็กำหนดให้นายจ้างจัด PPE ปกป้องตาตามลักษณะอันตรายของงานด้วย
หลักเลือกที่ถูกต้อง — เริ่มที่ "อันตราย" ไม่ใช่ "รูปแบบ"

ความผิดพลาดที่เจอบ่อยคือเลือกจาก "รูปทรงที่คุ้นเคย" ก่อน ทั้งที่ควรเริ่มจากถามว่า "อันตรายชนิดใด" แล้วค่อยจับคู่กับอุปกรณ์ที่เหมาะ
- กระแทก / เศษวัสดุกระเด็น (งานเจียร เคาะ ตัด) → แว่นนิรภัย (safety glasses) ที่มี side shield กันด้านข้าง หรือ goggle ถ้าเศษเยอะ
- สารเคมี / ของเหลวกระเด็น → goggle แบบปิดสนิทชนิดระบายอากาศทางอ้อม (indirect vent) เพื่อกันของเหลวเข้า และถ้าเสี่ยงกระเด็นใส่หน้าให้ใส่ face shield ทับอีกชั้น
- ฝุ่น / ผง → goggle กันฝุ่นที่ปิดรอบดวงตา ไม่ให้ฝุ่นเล็ดลอดเข้า
- แสงจ้า / UV / IR / งานเชื่อม → เลนส์กรองแสงที่เลือกเฉดให้เหมาะกับกระบวนการ ดูเพิ่มเรื่องอันตราย UV และฟูมจากงานเชื่อม
จำหลักง่าย ๆ คือ แว่นนิรภัยเป็นด่านพื้นฐาน goggle ปิดสนิทกว่าใช้กับของเหลว/ฝุ่น ส่วน face shield ป้องกันทั้งใบหน้าแต่ใช้เป็นชั้นเสริม ไม่ใช่ชั้นหลัก
อ่านรหัส ANSI Z87.1 (มาตรฐานสหรัฐฯ)

ถ้าแว่นที่ใช้เป็นมาตรฐานอเมริกา จะเจอรหัสกลุ่ม ANSI Z87.1 (สหรัฐฯ ไม่ใช่กฎหมายไทย) บนเลนส์และกรอบ
- Z87 — ต้องมีเครื่องหมายนี้บนทั้งเลนส์และกรอบ แสดงว่าผ่านมาตรฐานพื้นฐาน
- Z87+ — ผ่านการทดสอบกระแทกระดับสูง ทั้งแบบ high-mass (วัตถุหนักตก) และ high-velocity (วัตถุความเร็วสูง) ถ้าเห็นแค่ Z87 เฉย ๆ ไม่มีเครื่องหมายบวก แปลว่าทนกระแทกระดับพื้นฐานเท่านั้น
- D3 — ป้องกันของเหลวกระเด็น/ละออง (droplet/splash)
- D4 — ป้องกันฝุ่น (dust)
- D5 — ป้องกันฝุ่นละเอียด (fine dust)
ส่วนงานที่เกี่ยวกับแสง ANSI Z87.1 ใช้ตัวอักษรนำหน้าเฉดดังนี้
- W + เลขเฉด — ตัวกรองงานเชื่อม (Welding shade ตั้งแต่ 1.3 ถึง 14)
- U + เลข — กรองรังสี UV (เฉด 2 ถึง 6)
- R + เลข — กรองความร้อน/อินฟราเรด (เฉด 1.3 ถึง 10)
- L + เลข — กรองแสงจ้าทั่วไป/visible (เฉด 1.3 ถึง 10)
อ่านรหัส EN 166 (มาตรฐานยุโรป)
ถ้าแว่นเป็นมาตรฐานยุโรป จะใช้สัญลักษณ์คนละชุดกับ ANSI ตรงนี้ห้ามจำสลับกัน เพราะเลขเดียวกันความหมายไม่เหมือนกัน รหัสกลุ่ม EN 166 (ยุโรป ไม่ใช่กฎหมายไทย) มีดังนี้
- Optical class 1 / 2 / 3 — บอกคุณภาพการมองเห็น โดย class 1 ใส่ต่อเนื่องได้ดีที่สุด class 3 เหมาะใช้ช่วงสั้น ๆ
- สัญลักษณ์แรงกระแทก S / F / B / A — เรียงจากต่ำไปสูง โดย F = ทดสอบที่ 45 เมตร/วินาที, B = 120 เมตร/วินาที, A = 190 เมตร/วินาที
- 3 — ป้องกันของเหลว
- 4 — ป้องกันฝุ่นหยาบ
- 5 — ป้องกันก๊าซและฝุ่นละเอียด
- 9 — ป้องกันโลหะหลอมและของแข็งร้อน
จะเห็นว่าเลข 3, 4, 5 ในระบบ EN เป็นเรื่องของเหลว/ฝุ่น/ก๊าซ ส่วน ANSI ใช้ D3, D4, D5 ซึ่งความหมายใกล้กันแต่คนละรหัส อย่าเขียนปนกัน เวลาอ่าน spec ต้องดูก่อนว่าแว่นตัวนั้นใช้มาตรฐานไหน
งานเชื่อม — เลือกเฉดให้ตรงกระบวนการ
งานเชื่อมเป็นกรณีพิเศษ เพราะแสงจากการเชื่อมมีทั้ง UV และ IR ที่ทำร้ายตาได้แม้มองแวบเดียว เฉดของเลนส์ (shade number) ต้องเลือกให้เข้มพอกับความสว่างของกระบวนการ
ตามตารางแนะนำของ ANSI/AWS (เป็นมาตรฐาน/แนวทางสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย) งานเชื่อมแต่ละแบบใช้เฉดต่างกัน เช่น งานเชื่อมไฟฟ้า งานเชื่อมแก๊ส และงานตัดด้วยความร้อน ต้องใช้เฉดคนละระดับ โดยกระแสยิ่งสูงหรือแสงยิ่งจ้า เฉดยิ่งต้องเข้ม หลักการคือเลือกเฉดที่เข้มพอจนมองส่วนโค้งเชื่อม (arc) ได้สบายตา ไม่แสบ ไม่ต้องหรี่ตา ถ้าไม่แน่ใจเฉดเฉพาะของกระบวนการ ให้ยึดตารางของผู้ผลิต/AWS เป็นหลัก อย่าเดาเอาเอง เพราะเฉดอ่อนเกินไปเท่ากับไม่ได้ป้องกัน
ข้อปฏิบัติที่พลาดไม่ได้
- face shield ไม่ใช่อุปกรณ์ปกป้องตาหลัก ต้องสวมแว่นนิรภัยหรือ goggle อยู่ใต้ face shield เสมอ เพราะ face shield กันใบหน้าแต่เปิดช่องด้านล่าง/ด้านข้างให้ของกระเด็นเข้าตาได้
- เลนส์ต้องพอดีกับใบหน้า ไม่มีช่องว่างด้านข้างให้สะเก็ดหรือของเหลวลอดเข้า แว่นหลวมเท่ากับป้องกันไม่เต็มที่
- ตรวจรอยขีดข่วนและเปลี่ยนเมื่อมัว เลนส์ที่เป็นรอยทำให้มองไม่ชัดและจุดที่ถูกขูดอาจอ่อนแอลง
- goggle สารเคมีต้องเป็นชนิดระบายอากาศทางอ้อม (indirect vent) ไม่ใช่ goggle รูระบายเปิดตรง ๆ ที่ปล่อยให้ของเหลวกระเด็นเข้าได้
เลือกตามงานจริง — ตารางย่อ
- งานเจียร / ตัด / เคาะโลหะ → แว่นนิรภัย Z87+ มี side shield (หรือ goggle ถ้าเศษเยอะ)
- งานเทสารเคมี / แล็บ → goggle indirect vent + face shield ทับ และเตรียมฝักบัวล้างตาฉุกเฉินไว้รับมือเมื่อสารเคมีกระเด็นตา
- งานที่ฝุ่นเยอะ → goggle กันฝุ่น (D4/D5 ฝั่ง ANSI หรือ 4/5 ฝั่ง EN)
- งานเชื่อม → หน้ากากเชื่อม/เลนส์กรองเฉดตรงกับกระบวนการ (W shade ฝั่ง ANSI)
- งานพ่นสี → goggle/face shield ที่กันละอองสีและตัวทำละลาย
คำถามที่พบบ่อย
Z87 กับ Z87+ ต่างกันอย่างไร Z87 คือผ่านมาตรฐานพื้นฐานของ ANSI Z87.1 (สหรัฐฯ) ส่วน Z87+ ผ่านการทดสอบกระแทกระดับสูงเพิ่ม งานที่เสี่ยงของกระเด็นแรง ๆ เช่นเจียร ตัด ควรเลือก Z87+
ใส่ face shield อย่างเดียวพอไหม ไม่พอ face shield เป็นชั้นเสริม ต้องมีแว่นนิรภัยหรือ goggle อยู่ใต้เสมอ เพราะ face shield เปิดช่องด้านล่าง/ด้านข้าง
รหัส 3 ของ EN กับ D3 ของ ANSI เหมือนกันไหม ความหมายใกล้กันคือเรื่องของเหลว แต่เป็นคนละมาตรฐานคนละรหัส EN 166 ใช้เลข 3 ส่วน ANSI Z87.1 ใช้ D3 อย่าเขียนปนกัน ดูก่อนว่าแว่นใช้มาตรฐานไหน
กฎหมายไทยบังคับ Z87+ หรือ EN 166 ระดับไหน ไม่ได้ระบุระดับเฉพาะต่องานชนิดใด กฎหมายไทยบังคับเพียงให้นายจ้างจัด PPE ปกป้องตา/ใบหน้าที่ได้มาตรฐานและเหมาะกับงาน (มาตรา 22 + ประกาศกรมฯ 2554 ข้อ 3) การเลือกระดับเป็นหน้าที่ จป. ตามผลประเมินความเสี่ยง
สรุป
- เริ่มจากระบุ "อันตราย" ก่อน (กระแทก / สารเคมี / ฝุ่น / แสงเชื่อม) แล้วค่อยเลือก "อุปกรณ์"
- ANSI Z87.1 (สหรัฐฯ) ใช้รหัส Z87, Z87+, D3/D4/D5, W/U/R/L ส่วน EN 166 (ยุโรป) ใช้ optical class 1-3, S/F/B/A, 3/4/5/9 อย่าจำสลับ
- งานเชื่อมต้องเลือกเฉดเลนส์ให้ตรงกระบวนการ ยึดตาราง ANSI/AWS หรือผู้ผลิต ไม่เดา
- face shield เป็นชั้นเสริม ต้องมีแว่น/goggle ใต้เสมอ และเลนส์ต้องพอดีไม่มีช่องว่าง
- กฎหมายไทยไม่ได้สั่งระดับเฉพาะ แต่ให้นายจ้างจัด PPE ปกป้องตาที่ได้มาตรฐานและเหมาะกับงาน
ลองเดินดูในไลน์ของคุณว่าทุกงานที่เสี่ยงต่อดวงตา มีอุปกรณ์ที่ "ตรงอันตราย" จริงหรือไม่ บางจุดอาจใส่แว่นกันสะเก็ดทั้งที่งานนั้นเสี่ยงสารเคมีกระเด็น นั่นคือช่องว่างที่ควรปิดก่อนเกิดเหตุ
อ้างอิง
- พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 มาตรา 22
- ประกาศกรมฯ เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 ข้อ 3
- มาตรฐาน ANSI/ISEA Z87.1 (สหรัฐฯ) และ EN 166 (ยุโรป) — Eye and Face Protection (มาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย)
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านค่า EN 388:2016 บนถุงมือ — กันบาด เสียดสี ทิ่มแทง (4 ตัวเลข + A-F + P)
วิธีอ่านรหัส EN 388:2016 บนถุงมือกันบาด — 4 ตัวเลข (เสียดสี/บาด/ฉีก/ทิ่ม) + ตัว A-F (TDM) + P (impact) พร้อมข้อต่างจาก ANSI A1-A9 และฐานกฎหมายไทย ม.22

PPE คืออะไร — คู่มือ 101 อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
PPE คืออะไร มีกี่ประเภท เลือกอย่างไร และใส่อย่างไร — สรุปครบสำหรับมือใหม่ พร้อมมาตรฐานและข้อกำหนดตามกฎหมายไทย

จัดการ PPE Inventory — เบิก จ่าย ตรวจ ครบทุกขั้น
ระบบจัดการ PPE inventory ตั้งแต่จัดซื้อ รับเข้าสต๊อก จ่ายให้พนักงาน ตรวจตามรอบ จนถึงทิ้ง พร้อม template ใบเบิก และมาตรฐาน มอก./ISO/EN/ANSI ที่กฎหมายไทยยอมรับ