โครงการเดินตรวจของผู้บริหาร วางรอบ ตั้งคำถาม และปิดเรื่องให้จบ
วิธีตั้งโครงการเดินตรวจของผู้บริหาร ตั้งแต่ออกแบบรอบการเดิน เลือกทีมและพื้นที่ คำถามที่ควรถาม กลไกปิดเรื่องหลังเดิน และตัวชี้วัดที่เลี่ยงกับดักการนับจำนวนครั้ง

โครงการเดินตรวจของผู้บริหาร วางรอบ ตั้งคำถาม และปิดเรื่องให้จบ
โครงการเดินตรวจของผู้บริหารส่วนใหญ่เริ่มเหมือนกัน คือ ประชุมกันครั้งหนึ่ง เดินรอบแรกทั้งคณะ ถ่ายรูปลงบอร์ด แล้วเงียบไปภายในสามเดือน สาเหตุอยู่ที่ไม่มีใครออกแบบไว้ว่ารอบต่อไปคือเมื่อไร ใครไปด้วย ไปพื้นที่ไหน และเรื่องที่ได้ยินจะไปจบตรงไหน
การเดินตรวจของผู้บริหารเป็นโครงการ ไม่ใช่กิจกรรม ต้องมีปฏิทิน มีเจ้าของ มีบันทึก และมีวงรอบปิดเรื่อง
เป้าหมายของการเดิน และงานที่คนอื่นทำแทนไม่ได้
เป้าหมายคือส่งสัญญาณว่าเรื่องนี้สำคัญพอที่คนตัดสินใจจะมายืนดูด้วยตาตัวเอง และเปิดช่องให้เรื่องที่ติดอยู่ที่หน้างานเดินขึ้นไปถึงคนที่ปลดล็อกได้
การหาข้อบกพร่องทางเทคนิคมีคนทำอยู่แล้วตามกฎหมาย กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 9 (5) กำหนดให้ จป.ระดับหัวหน้างานตรวจสภาพเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ ก่อนลงมือปฏิบัติงานประจำวัน ส่วนข้อ 22 (5) กำหนดให้ จป.ระดับวิชาชีพตรวจประเมินการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนงานหรือมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน
การเดินของผู้บริหารจึงไม่ได้ตั้งขึ้นเพื่อทำงานซ้ำกับสองบทบาทนั้น งานที่คนอื่นทำแทนไม่ได้มีสามอย่าง คือ ตัดสินเรื่องที่ค้างเพราะงบประมาณ ชี้ขาดเมื่อความปลอดภัยชนกับแผนผลิต และทำให้คนที่เคยพูดแล้วเงียบกลับมาพูดอีก
ฐานกฎหมายที่ใกล้ที่สุด และส่วนที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้
พูดให้ตรงก่อนเริ่มออกแบบ คือ ไม่มีกฎหมายไทยฉบับใดกำหนดให้ผู้บริหารต้องเดินตรวจพื้นที่ตามรอบ ไม่มีความถี่ ไม่มีแบบฟอร์ม ไม่มีชั่วโมงขั้นต่ำ การเดินตรวจเป็นวิธีการที่องค์กรเลือกใช้เอง เพื่อทำให้หน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้แล้วเกิดขึ้นจริงที่หน้างาน
ฐานที่ใกล้ที่สุดคือกฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 12 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของ จป.ระดับบริหารไว้ 4 ข้อ สองข้อแรกคือกำกับดูแล จป.ทุกระดับในบังคับบัญชาของตน และเสนอแผนงานหรือโครงการต่อนายจ้าง ส่วนสองข้อหลังเป็นหัวใจของเรื่องนี้
ข้อ 12 ... (3) ส่งเสริม สนับสนุน และติดตามการดำเนินงานเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานให้เป็นไปตามแผนงานหรือโครงการ เพื่อให้มีการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับสถานประกอบกิจการ (4) กำกับดูแลและติดตามให้มีการแก้ไขข้อบกพร่องเพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้างตามที่ได้รับรายงานหรือตามข้อเสนอแนะของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน คณะกรรมการความปลอดภัย หรือหน่วยงานความปลอดภัย
คำว่า "ติดตาม" ปรากฏทั้งสองวรรค หน้าที่ตามตัวบทจึงหนักไปทางการตามให้เรื่องเดินต่อ มากกว่าการไปตรวจหาของเสียเอง โครงการที่เดินแล้วจบตรงนั้นจะไม่ตอบข้อ 12 (4) เลย
อีกสามจุดรอบตัวบทนี้ ข้อ 10 กำหนดให้กิจการตามบัญชี 1 และบัญชี 2 ที่มีลูกจ้าง 2 คนขึ้นไป และบัญชี 3 ที่มีลูกจ้าง 20 คนขึ้นไป จัดให้ลูกจ้างระดับผู้บริหารทุกคนเป็น จป.ระดับบริหารภายใน 120 วัน ข้อ 11 (1) กำหนดให้ผ่านหลักสูตร จป.ระดับบริหาร ซึ่งประกาศกรมฯ พ.ศ. 2566 ข้อ 3 กำหนดไว้ 12 ชั่วโมง และข้อ 42 กำหนดให้นำรายชื่อ จป.ทุกระดับไปขึ้นทะเบียนต่อกรมฯ ภายใน 30 วันนับแต่วันแต่งตั้ง
สำหรับกิจการตามบัญชีท้ายกฎกระทรวงระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 ที่มีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป ข้อ 12 ของฉบับนั้นกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีช่องทางรับความคิดเห็นและข้อร้องเรียน เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงระบบ การเดินตรวจเป็นช่องทางนั้นได้ดี เพราะไม่ต้องรอวาระประชุม
กติกาห้าข้อที่ต้องตกลงกันก่อนออกเดินรอบแรก
ถ้าข้ามขั้นนี้ รอบแรกจะกลายเป็นการตรวจจับผิด และรอบที่สองจะไม่มีใครพูดความจริงอีก
- เดินเพื่อฟัง ให้ผู้บริหารพูดน้อยกว่าที่พนักงานพูด เป้าหมายคือได้ยินเรื่องที่ยังไม่เคยขึ้นถึงโต๊ะ
- สิ่งที่เห็นวันนั้นเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่คะแนนของหัวหน้าพื้นที่ ห้ามผูกผลการเดินกับการประเมินผลรายบุคคล เพราะทันทีที่ผูก ทุกพื้นที่จะจัดฉากรอ
- ทุกเรื่องที่รับปากต้องมีเจ้าของและวันกำหนดเสร็จก่อนแยกย้าย ไม่มีคำว่ารับไปดูก่อน
- แจ้งช่วงสัปดาห์ แต่ไม่แจ้งจุดและเวลา การไม่บอกเลยสร้างความกลัว การบอกละเอียดทำให้เห็นแต่ของที่จัดไว้แล้ว
- ไม่สั่งแก้ข้ามสายบังคับบัญชา ส่งผ่านหัวหน้าพื้นที่ ยกเว้นเห็นอันตรายที่อาจถึงชีวิตทันที กรณีนั้นให้หยุดงานก่อน
ขั้นตอนตั้งโครงการ ทีละขั้น
ขั้นที่ 1 เขียนวัตถุประสงค์และขอบเขต
ให้เหลือประโยคเดียวที่ทุกคนท่องได้ เช่น "ผู้บริหารเข้าพื้นที่เพื่อรับเรื่องจากคนหน้างานโดยตรง และปิดเรื่องนั้นให้จบภายในรอบที่กำหนด" แล้วระบุว่ารวมพื้นที่ผู้รับเหมาและกะกลางคืนหรือไม่
ขั้นที่ 2 ออกแบบรอบการเดิน
แยกความถี่ตามระดับ เพราะเวลาที่แต่ละระดับมีไม่เท่ากัน ตัวเลขในตารางเป็นค่าตั้งต้นสำหรับโรงงานขนาดกลาง ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด
| ระดับผู้เดิน | ความถี่ตั้งต้น | เวลาต่อรอบ | ขอบเขตพื้นที่ |
|---|---|---|---|
| ผู้บริหารสูงสุด | ไตรมาสละหนึ่งรอบ | 60 นาที | หมุนพื้นที่เสี่ยงสูงให้ครบในหนึ่งปี |
| ผู้จัดการโรงงาน | เดือนละหนึ่งรอบ | 45 นาที | ทุกพื้นที่ผลิตและพื้นที่สนับสนุน |
| ผู้จัดการฝ่าย | เดือนละสองรอบ | 30 นาที | พื้นที่ในความรับผิดชอบของตน |
| รอบร่วมกับ คปอ. | ไตรมาสละหนึ่งรอบ | 90 นาที | พื้นที่ที่มีเรื่องค้างมากที่สุด |
ลงปฏิทินทั้งปีตั้งแต่ต้นปี พร้อมชื่อผู้บริหารเจ้าของรอบเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ลงว่าฝ่ายผลิต การไม่ระบุชื่อคนคือสาเหตุอันดับต้นที่รอบหลุด
ขั้นที่ 3 กำหนดว่าใครไปด้วย
กลุ่มใหญ่ทำให้พนักงานเงียบทันทีที่เห็นขบวน จำนวนที่ทำงานได้จริงคือ 3 ถึง 5 คน
| บทบาท | หน้าที่ระหว่างเดิน |
|---|---|
| ผู้บริหารเจ้าของรอบ | ถามและฟัง ตัดสินเรื่องที่ตัดสินได้เลย |
| หัวหน้าพื้นที่ | ให้บริบทของงาน และรับเรื่องที่ต้องแก้ในพื้นที่ตน |
| จป.วิชาชีพ หรือ จป.เทคนิค | ให้ข้อมูลเทคนิคและกฎหมายเมื่อถูกถาม ไม่ใช่คนนำการเดิน |
| กรรมการความปลอดภัยฝ่ายลูกจ้าง | เป็นสะพานให้พนักงานกล้าพูด และนำเรื่องเข้า คปอ. ต่อ |
| ผู้บันทึก | จดทุกเรื่องพร้อมจุดที่พบ ไม่ตีความ |
ผู้บันทึกเป็นตำแหน่งที่คนตัดออกบ่อยที่สุดและขาดไม่ได้ที่สุด เมื่อไม่มีคนจด ทุกเรื่องจะหายภายในสองวัน
ขั้นที่ 4 เลือกพื้นที่และช่วงเวลา
เลือกตามความเสี่ยง ไม่ใช่ตามความสะดวก โดยเรียงลำดับจากสถิติการประสบอันตราย รายงานเหตุเกือบเกิด ผลประเมินความเสี่ยง และรายการข้อบกพร่องที่ยังค้าง พื้นที่ที่มักตกสำรวจและควรบรรจุไว้ปีละหนึ่งรอบ ได้แก่ ห้องเก็บสารเคมี ห้องเครื่อง งานบนหลังคา ระบบบำบัดน้ำเสีย และพื้นที่ที่ผู้รับเหมาเข้าทำงาน ส่วนงานที่เสี่ยงที่สุดมักเกิดนอกเวลาที่ผู้บริหารอยู่ จึงควรมีรอบเดินช่วงเปลี่ยนกะและกะกลางคืนปีละสองรอบ
ขั้นที่ 5 เตรียมคำถามและแบบบันทึกหนึ่งหน้า
เตรียมคำถามหลักสามข้อต่อรอบก็พอ มากกว่านั้นจะกลายเป็นการสัมภาษณ์ ส่วนแบบบันทึกให้เหลือหนึ่งหน้า มีวันที่ พื้นที่ ผู้ร่วมเดิน เรื่องที่ได้ยินโดยเขียนเป็นประโยคของคนพูด จุดที่พบ ระดับความเร่งด่วน เจ้าของเรื่องและวันกำหนดเสร็จ และช่องสำหรับสิ่งที่ทำได้ดี ช่องสุดท้ายทำให้การเดินไม่กลายเป็นการมาหาของเสียอย่างเดียว
ขั้นที่ 6 ยืนสรุปตรงพื้นที่ก่อนแยกย้าย
ยืนสรุปห้านาที ทวนทุกเรื่องพร้อมชื่อเจ้าของและวันกำหนดเสร็จให้ทุกคนได้ยินพร้อมกัน รวมทั้งคนที่เล่าเรื่องนั้น แล้วส่งใบบันทึกเข้าทะเบียนกลางในวันเดียวกัน
คำถามที่ควรถาม และคำถามที่ทำให้หน้างานเตรียมฉากรับ
คำถามคือจุดที่ทำให้โครงการพลิกจากเครื่องมือรับฟังเป็นเครื่องมือจับผิดได้ในประโยคเดียว หลักคือ ถามเรื่องงาน ไม่ถามเรื่องคน และถามสิ่งที่ผู้ถามยังไม่รู้คำตอบ
| คำถามที่ใช้ได้ | สิ่งที่มักจะได้ยิน |
|---|---|
| งานตรงนี้ ขั้นตอนไหนที่พี่ว่าเสี่ยงที่สุด | จุดเสี่ยงจริงที่ไม่เคยขึ้นในเอกสารประเมินความเสี่ยง |
| ครั้งล่าสุดที่เกือบเกิดเรื่องตรงนี้ เป็นเรื่องอะไร | เหตุเกือบเกิดที่ไม่มีใครรายงาน เพราะไม่มีใครเจ็บ |
| มีเรื่องอะไรที่พี่เคยบอกแล้วยังไม่ได้แก้บ้าง | รายการค้างที่ตกหล่น และเหตุผลที่คนเลิกบอก |
| ถ้าเครื่องติดขัดกลางกะ พี่ทำยังไง | วิธีทำจริง ซึ่งมักต่างจากขั้นตอนในคู่มือ |
| อุปกรณ์ที่ใช้อยู่ มีอันไหนใช้ไม่ถนัด | อุปกรณ์ป้องกันที่คนไม่ใส่เพราะใส่แล้วทำงานไม่ได้ |
| คำถามที่ทำให้เตรียมฉากรับ | ผลที่ตามมา |
|---|---|
| ทำไมไม่สวมแว่นนิรภัย | ได้คำตอบเอาตัวรอด รอบหน้าจะมีคนวิ่งไปบอกล่วงหน้าก่อนถึงหน้างาน |
| รู้ขั้นตอนการทำงานที่ปลอดภัยไหม | ได้คำตอบว่ารู้ทุกครั้ง ไม่ได้ข้อมูลกลับมา |
| ใครเป็นคนทำแบบนี้ | เปลี่ยนการเดินเป็นการหาตัวคน เรื่องจะหยุดไหลทันที |
| เดือนนี้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ใช่ไหม | กดดันให้พื้นที่ไม่รายงาน ข้อมูลทั้งระบบจะเพี้ยน |
| ทำไมตัวเลขพื้นที่นี้แย่กว่าที่อื่น | เปลี่ยนการเดินเป็นการประเมินผลหัวหน้าพื้นที่ |
เมื่อเห็นการทำงานที่ไม่ปลอดภัยจริง ให้ถามถึงสาเหตุแทนตัวคน เช่น อะไรทำให้ต้องทำแบบนี้ คำตอบมักชี้ไปที่ปัญหาระบบ เช่น อุปกรณ์ไม่พอ หรือขั้นตอนที่เขียนไว้ทำจริงไม่ได้
การปิดเรื่องหลังเดิน จุดที่โครงการส่วนใหญ่ล้ม
โครงการที่ตายไปมักตายที่จุดเดียวกัน คือ เรื่องที่ได้ยินมาไม่กลายเป็นงานที่มีเจ้าของ พอเดินรอบถัดไป พนักงานคนเดิมจะเงียบ เพราะเคยพูดแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลไกที่ทำให้ตามได้จริงมีห้าชิ้น
ชิ้นที่ 1 แปลงเป็นรายการก่อนแยกย้าย ทุกเรื่องต้องมีเลขรายการ เจ้าของที่เป็นชื่อคน และวันกำหนดเสร็จ ก่อนออกจากพื้นที่ เพราะกลับถึงโต๊ะจะมีงานอื่นแทรกเสมอ
ชิ้นที่ 2 ทะเบียนเดียว ไม่แยกทะเบียนของผู้บริหาร เรื่องจากการเดินต้องลงทะเบียนเดียวกับเรื่องจากรายงานเหตุเกือบเกิด บัตรสังเกตพฤติกรรม ผลการตรวจของ จป. และมติ คปอ. เมื่อแยกทะเบียน เรื่องของผู้บริหารจะกลายเป็นงานพิเศษที่แทรกคิวคนอื่น
ชิ้นที่ 3 วาระประจำในที่ประชุม คปอ. กฎหมายให้เวทีติดตามมาแล้ว กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 33 กำหนดให้คณะกรรมการความปลอดภัยประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง และข้อ 32 (9) กำหนดให้ติดตามผลความคืบหน้าเรื่องที่เสนอต่อนายจ้าง จึงควรให้รายการค้างจากการเดินเป็นวาระประจำในที่ประชุมชุดนี้ ไม่ต้องตั้งประชุมใหม่
ชิ้นที่ 4 แจ้งกลับถึงคนที่พูด การปิดในระบบยังไม่ใช่การปิดเรื่อง ต้องกลับไปบอกคนที่เล่าให้ฟังว่าเรื่องของเขาจบอย่างไร วิธีที่ใช้ได้กับคนทั้งพื้นที่คือติดกระดาษหนึ่งหน้าที่บอร์ดหน้าพื้นที่ บอกว่าเรื่องจากรอบก่อนปิดแล้วกี่เรื่อง และที่เหลืออยู่ที่ขั้นตอนใด
ชิ้นที่ 5 เรื่องที่ทำไม่ได้ต้องตอบว่าทำไม คำตอบว่ายังทำไม่ได้ในปีนี้เพราะอะไร พร้อมมาตรการชั่วคราวที่ให้แทน มีน้ำหนักกว่าความเงียบมาก คนเลิกพูดเพราะไม่ได้รับคำตอบ ไม่ใช่เพราะถูกปฏิเสธ
ทะเบียนเรื่องค้างและใบบันทึกการเดินควรเก็บไว้ไม่น้อยกว่าสองปี ให้ตรงกับอายุที่กฎกระทรวงระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 ข้อ 8 (3) กำหนดไว้สำหรับเอกสารของระบบ และที่กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 35 กำหนดไว้สำหรับรายงานการประชุม คปอ.
สัญญาณเตือนที่ควรดูทุกไตรมาสคือวิธีที่ใช้ปิดเรื่อง ถ้าปิดเรื่องเกินครึ่งด้วยคำว่าอบรมย้ำหรือตักเตือน แปลว่ากำลังแก้ที่ปลายทาง ให้ย้อนไปดูว่ามีมาตรการทางวิศวกรรมหรือการปรับขั้นตอนงานที่ทำได้แต่ยังไม่ทำหรือไม่
ตัวชี้วัดที่ใช้ได้จริง และกับดักของการนับจำนวนครั้ง
ตัวชี้วัดแรกที่ทุกที่เลือกใช้คือจำนวนรอบที่เดินได้เทียบกับแผน และนั่นคือกับดักที่ทำให้โครงการเสียรูปเร็วที่สุด เพราะเดินสิบนาทีก็นับได้หนึ่งรอบเท่ากับเดินสี่สิบห้านาที เมื่อวัดที่จำนวน คนจะเลือกพื้นที่ที่เดินง่ายจนพื้นที่เสี่ยงสูงตกสำรวจ และโรงงานที่เดินครบทุกรอบแต่ไม่ปิดเรื่องเลยจะได้คะแนนเต็ม
กับดักซ้อนคือการวัดจำนวนเรื่องที่พบต่อรอบ เพราะจะได้เรื่องเล็กที่เก็บง่ายจำนวนมาก ส่วนเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เงินและเวลาจะไม่มีใครยกขึ้นมา
| ตัวชี้วัด | วิธีคำนวณ | อ่านค่า |
|---|---|---|
| สัดส่วนเรื่องที่ปิดภายในกำหนด | เรื่องที่ปิดไม่เกินวันกำหนด หารด้วยเรื่องทั้งหมดในรอบ | ตัวชี้วัดหลัก ค่าต่ำแปลว่ากลไกปิดเรื่องยังไม่ทำงาน |
| อายุเฉลี่ยของเรื่องที่ยังค้าง | รวมวันของทุกเรื่องที่ยังไม่ปิด หารด้วยจำนวนเรื่อง | ค่าที่โตขึ้นแปลว่ารับเรื่องเร็วกว่าที่แก้ได้ |
| ความครอบคลุมของพื้นที่เสี่ยงสูง | พื้นที่เสี่ยงสูงที่เดินครบตามปฏิทิน หารด้วยพื้นที่เสี่ยงสูงทั้งหมด | ใช้แทนการนับจำนวนรอบ เลือกแต่พื้นที่ง่ายไม่ได้ |
| สัดส่วนเรื่องที่แก้ที่ต้นเหตุ | เรื่องที่ปิดด้วยการแก้ทางวิศวกรรมหรือปรับขั้นตอนงาน หารด้วยเรื่องที่ปิดทั้งหมด | ค่าต่ำแปลว่าปิดด้วยการเตือนเป็นหลัก |
| เรื่องที่มาจากปากพนักงานโดยตรง | นับเรื่องที่พนักงานเล่า แยกจากที่ผู้บริหารสังเกตเอง | วัดความกล้าพูด ค่าที่โตขึ้นแปลว่าช่องทางทำงาน |
จำนวนรอบที่เดินได้ตามแผนยังมีประโยชน์ แต่ให้ดูรายบุคคล ไม่ควรรวมเป็นค่าเฉลี่ยขององค์กร เพราะค่าเฉลี่ยจะกลบผู้บริหารที่ไม่เคยเดินเลย ตัวชี้วัดชุดนี้เป็นตัวชี้วัดเชิงป้องกัน ควรใช้คู่กับตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์อย่างสถิติการประสบอันตราย ตามที่อธิบายไว้ในบท ตัวชี้วัดความปลอดภัยเชิงป้องกันและเชิงผลลัพธ์
ตัวอย่างหนึ่งรอบการเดิน ตั้งแต่ต้นจนปิดเรื่อง
ตัวอย่างนี้ประกอบขึ้นจากรูปแบบที่พบบ่อย ตัวเลขเป็นค่าสมมุติ โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ 320 คน ผู้จัดการโรงงานเป็นเจ้าของรอบเดือนนี้ ปฏิทินระบุพื้นที่งานเชื่อมและพ่นสี ทีมสี่คน ใช้เวลา 45 นาที
| เรื่องที่ได้ | มาจาก | เจ้าของ | ผลที่เกิด |
|---|---|---|---|
| ท่อดูดควันเชื่อมแรงลมตก ช่างต้องก้มใกล้ชิ้นงาน | ช่างเล่า | หัวหน้าซ่อมบำรุง | พบท่ออ่อนแตกใน 3 วัน เปลี่ยนแล้วปิดเรื่อง |
| ถังสีที่รอใช้วางกองหน้าตู้ดับเพลิง | กรรมการ คปอ. ชี้ | หัวหน้าแผนกพ่นสี | ตีเส้นพื้นที่วางใหม่และย้ายในวันนั้น |
| แว่นครอบตาเป็นฝ้าเร็ว ช่างเลยถอดตอนงานละเอียด | ช่างเล่า | จป.วิชาชีพ | ทดลองสองรุ่น เลือกได้ใน 6 สัปดาห์ |
| ทางเดินระหว่างช่องเชื่อมมีสายไฟพาดพื้น | ผู้บริหารเห็นเอง | หัวหน้าแผนกเชื่อม | เดินสายใหม่ในกะถัดไป |
| ขอพัดลมระบายอากาศเพิ่มในห้องพ่นสี | ช่างเล่า | ผู้จัดการโรงงาน | ตอบใน 2 สัปดาห์ว่ายังไม่อนุมัติปีนี้ พร้อมมาตรการชั่วคราว |
เรื่องสุดท้ายทำให้โครงการน่าเชื่อถือที่สุด เพราะผู้จัดการโรงงานกลับไปตอบเองที่หน้างานว่างบลงทุนปีนี้ไม่ผ่าน แต่จะปรับรอบงานให้ช่างสลับออกมาพักนอกห้อง
เดินครบ เรื่องยังค้าง
| ข้อผิดพลาด | สิ่งที่เกิดขึ้น | วิธีเลี่ยง |
|---|---|---|
| แจ้งล่วงหน้าถึงจุดและเวลา | พื้นที่จัดของรอไว้ | แจ้งเป็นช่วงสัปดาห์ ไม่ระบุจุด |
| ทีมเดินเป็นขบวนสิบคน | พนักงานเงียบทันทีที่เห็น | จำกัดไม่เกิน 5 คน และให้ผู้บริหารถามเอง |
| สั่งแก้ข้ามหัวหน้าพื้นที่ | หัวหน้าพื้นที่เสียบทบาท | ส่งผ่านหัวหน้าพื้นที่ ยกเว้นอันตรายถึงชีวิตทันที |
| เดินพื้นที่เดิมเพราะสะดวก | พื้นที่เสี่ยงสูงตกสำรวจ | ใช้ปฏิทินรายปี และวัดความครอบคลุม |
| ผูกผลการเดินกับการประเมินผลหัวหน้างาน | ทุกพื้นที่เตรียมฉากรับ | ประกาศตั้งแต่ต้นว่าไม่ใช้ประเมินรายบุคคล |
| โครงการผูกกับผู้บริหารคนเดียว | ย้ายคนแล้วโครงการหยุด | เขียนเป็นระเบียบปฏิบัติ มีปฏิทินและวาระรองรับ |
เช็กลิสต์ตั้งแต่เตรียมคำถามถึงปิดเรื่อง
- วัตถุประสงค์เป็นประโยคเดียว ระบุว่ารวมพื้นที่ผู้รับเหมาและกะกลางคืนหรือไม่
- ตกลงกติกาห้าข้อ โดยเฉพาะข้อที่ไม่ใช้ผลการเดินประเมินรายบุคคล
- ปฏิทินรายปีระบุชื่อเจ้าของรอบ พร้อมพื้นที่ที่จัดลำดับตามความเสี่ยง
- แบบบันทึกหนึ่งหน้า มีผู้บันทึกประจำ และใช้ทะเบียนเดียวกับแหล่งอื่นที่มีอยู่
- ทีมไม่เกิน 5 คน มีคำถามสามข้อ และทบทวนรายการค้างของพื้นที่นั้นก่อนออกเดิน
- ยืนสรุปห้านาทีก่อนแยกย้าย แล้วส่งใบบันทึกเข้าทะเบียนกลางก่อนสิ้นวัน
- รายการค้างเข้าวาระ คปอ. ทุกเดือน และอัปเดตกระดาษที่บอร์ดหน้าพื้นที่
- ทบทวนตัวชี้วัดทุกไตรมาส และนำผลเข้าการทบทวนระบบตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ข้อ 10 ซึ่งกำหนดไว้อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
สรุป
- กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดให้ผู้บริหารต้องเดินตรวจตามรอบ กฎกระทรวง จป. พ.ศ. 2565 ข้อ 12 กำหนดหน้าที่ของ จป.ระดับบริหารไว้ 4 ข้อ โดยข้อ 12 (3) และข้อ 12 (4) เน้นที่การติดตาม
- โครงการที่อยู่ได้ต้องมีปฏิทินที่ระบุชื่อคน ทีมขนาดเล็กที่มีผู้บันทึก คำถามที่เตรียมล่วงหน้า และวงรอบปิดเรื่อง
- กลไกปิดเรื่องห้าชิ้น คือ แปลงเป็นรายการก่อนแยกย้าย ทะเบียนเดียว วาระประจำใน คปอ. แจ้งกลับถึงคนที่พูด และตอบให้ชัดเมื่อทำไม่ได้
- การนับจำนวนรอบเป็นกับดัก ให้วัดที่สัดส่วนเรื่องที่ปิดภายในกำหนด อายุเฉลี่ยของเรื่องค้าง ความครอบคลุมของพื้นที่เสี่ยงสูง และสัดส่วนเรื่องที่แก้ที่ต้นเหตุ
รอบแรกเลือกพื้นที่ที่มีเรื่องค้าง ตั้งทีมสี่คน เตรียมคำถามสามข้อ และรับทุกเรื่องเข้าทะเบียน เป้าหมายคือแจ้งผลกลับถึงคนที่พูด ไม่ใช่เดินให้ครบเส้นทาง
อ้างอิง
- กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานฯ พ.ศ. 2565
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565
- ประกาศกรมฯ หลักสูตรอบรม จป.หัวหน้างานและ จป.บริหาร พ.ศ. 2566
- หน้าที่ 4 ข้อของ จป.ระดับบริหาร พร้อมตัวบทข้อ 12
- ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565
- ตัวชี้วัดความปลอดภัยเชิงป้องกันและเชิงผลลัพธ์
- แบบบัตรสังเกตพฤติกรรมความปลอดภัยหนึ่งหน้า
- วาระประชุม คปอ. รายเดือน ที่ใช้ได้จริงตามกฎหมาย
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ปฏิทินรายงานที่นายจ้างต้องส่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตลอดปี
รวมรายงานที่นายจ้างต้องส่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แยกรายงานตามปฏิทินกับรายงานตามเหตุการณ์ พร้อมกำหนดวัน แบบที่ใช้ และเลขข้อกฎหมายจากตัวบทจริง

SMS ตามกฎกระทรวง 2565 — 5 องค์ประกอบที่โรงงาน 50+ คนต้องมี
ระบบการจัดการด้านความปลอดภัย (SMS) ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 — ใครต้องทำ 5 องค์ประกอบ แผนงาน 11 ปัจจัย เก็บเอกสาร 2 ปี และทำไม ISO 45001 ถือว่าผ่านเกณฑ์แล้ว