สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว ส่วนประกอบ การอ่านป้าย และเกณฑ์เลิกใช้
ส่วนประกอบสายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว หน้าที่ของห่วงแต่ละตำแหน่ง ความต่างจากเข็มขัดพยุงตัว วิธีอ่านป้ายประจำอุปกรณ์ และเกณฑ์เลิกใช้ทันที อิงกฎกระทรวง พ.ศ. 2564

สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัวเป็นชิ้นส่วนเดียวในระบบกันตกที่อยู่ติดตัวคน เมื่อระบบทำงาน สายรัดตัวคือสิ่งที่รับร่างกายไว้แล้วส่งแรงต่อไปยังเชือกนิรภัยและจุดยึด สายรัดตัวที่เลือกผิดชนิด สวมผิดวิธี หรือหมดสภาพไปแล้ว จะไม่มีใครรู้จนถึงวินาทีที่คนตกจริง
กฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 กำหนดให้นายจ้างจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับสภาพของการทำงาน แต่ตัวบทไม่ได้ระบุเลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของสายรัดตัวไว้ จุดที่กฎหมายผูกไว้ตรง ๆ คือ คู่มือของผู้ผลิต และการตรวจสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง
สิ่งที่กฎกระทรวงกำหนด และสิ่งที่ตัวบทไม่ได้ระบุ
ข้อ 4 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 เขียนหน้าที่ของนายจ้างไว้ว่า
นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีมาตรฐาน เหมาะสมกับสภาพของการทำงานในที่สูง ที่ลาดชัน ... และลักษณะของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน เช่น เข็มขัดนิรภัย เชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิต หมวกนิรภัย รองเท้าชนิดหุ้มส้นพื้นยาง หรือถุงมือ และดูแลให้ลูกจ้างใช้อุปกรณ์นั้น
ถ้อยคำสำคัญมีสองชุด ชุดแรกคือ "ที่มีมาตรฐาน" ซึ่งตัวบทไม่ได้ขยายต่อว่าเป็นมาตรฐานหมายเลขใดหรือของสถาบันใด ชุดที่สองคือ "เหมาะสมกับสภาพของการทำงาน" และ "ลักษณะของอันตรายที่อาจเกิดขึ้น" ซึ่งผูกกับงานตรงหน้า ไม่ได้ผูกกับรุ่นสินค้า วรรคสองของข้อเดียวกันยังกำหนดให้จัดทำจุดยึดตรึงเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตไว้กับส่วนของอาคารหรือโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย
ข้อ 5 กำหนดหน้าที่ต่อเนื่องหลังจัดอุปกรณ์มาแล้ว
นายจ้างต้องจัดให้มีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายตามข้อ 3 และอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามข้อ 4 ตามมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด และจัดให้มีการตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ให้มีความปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
จุดยึดของข้อ 5 คือ "มาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด" ไม่ใช่มาตรฐานกลางฉบับใดฉบับหนึ่ง เส้นทางนี้ต่อกับข้อ 3 ซึ่งกำหนดให้ปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด และหากอุปกรณ์ชิ้นนั้นไม่มีคู่มือ นายจ้างต้องให้วิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ
| ประเด็น | ตัวบทกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 เขียนไว้อย่างไร |
|---|---|
| เลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ | ไม่ระบุ ข้อ 4 ใช้คำว่า "ที่มีมาตรฐาน" เท่านั้น |
| เกณฑ์ที่ใช้แทน | ข้อ 3 คู่มือของผู้ผลิต หรือหนังสือที่วิศวกรจัดทำ · ข้อ 5 ตรวจก่อนใช้งานทุกครั้ง |
| ความสูงที่เกี่ยวข้อง | ข้อ 1 นิยามที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป · ข้อ 9 ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิตพร้อมอุปกรณ์ตลอดเวลาทำงาน |
| เอกสารที่ต้องเก็บ | ข้อ 2 ข้อบังคับและขั้นตอนปฏิบัติงาน · ข้อ 3 คู่มือ · ข้อ 5 หลักฐานการตรวจ · ข้อ 7 เก็บเป็นอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ |
ในระดับพระราชบัญญัติ มาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ลูกจ้างมีหน้าที่สวมใส่และดูแลรักษาอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ตลอดเวลาทำงาน หากลูกจ้างไม่สวมใส่ ให้นายจ้างสั่งให้หยุดการทำงานนั้นจนกว่าจะสวมใส่
เส้นแบ่งจึงชัดเจน กฎหมายไทยกำหนดว่าต้องมีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและเหมาะสมกับงาน ต้องทำตามคู่มือผู้ผลิต และต้องตรวจก่อนใช้ทุกครั้ง
ส่วนประกอบของสายรัดตัวเต็มตัว และหน้าที่ของแต่ละชิ้น
สายรัดตัวหนึ่งชุดประกอบด้วยแถบสายทอ ห่วงโลหะ และหัวเข็มปรับ ประกอบกันเป็นโครงที่โอบลำตัว หลักการออกแบบคือ พาแรงกระแทกออกจากจุดเปราะบาง แล้วกระจายลงหน้าอก สะโพก และต้นขา
| ชิ้นส่วน | หน้าที่ | ผลเมื่อชิ้นนั้นบกพร่อง |
|---|---|---|
| สายบ่า | พาดไหล่สองข้าง รับแรงจากห่วงหลังลงมา | บิดเป็นเกลียวแล้วแรงกดลงแนวแคบจุดเดียว |
| สายอก | ล็อกสายบ่าสองเส้นเข้าหากันที่กลางอก | ไม่ล็อกหรือล็อกต่ำ สายบ่าถ่างหลุดพ้นไหล่ |
| สายขา | โอบโคนขาสองข้าง รับน้ำหนักตัวหลักขณะห้อย | หย่อนแล้วตัวไถลลงในชุด สายรูดกระแทกซอกขา |
| สายสะโพกและแผ่นรองหลัง | คุมห่วงหลังให้อยู่กึ่งกลางสะบัก | เลื่อนต่ำแล้วห้อยตัวในท่าหัวคะมำ |
| หัวเข็มปรับ | ปรับความยาวสายให้พอดีตัวและล็อกค้างไว้ | ฟันสึกแล้วสายรูดไหลเอง |
| ห่วงโลหะสามตำแหน่ง | จุดต่ออุปกรณ์ตามหน้าที่ของแต่ละห่วง ดูตารางถัดไป | เกี่ยวผิดห่วงแล้วแรงเข้าลำตัวคนละแนวกับที่ออกแบบ |
| ตัวบ่งชี้การรับแรงตก | แสดงว่าชุดนี้เคยรับแรงตกมาแล้ว | ฉีกเปิดแล้วคือหลักฐานว่าต้องปลดทิ้งทั้งชุด |
| ป้ายประจำอุปกรณ์ | บอกตัวตนของอุปกรณ์และเงื่อนไขการใช้ | อ่านไม่ออกแล้วพิสูจน์อายุและประวัติไม่ได้ |
เส้นทางแรงเดินเป็นลำดับเดียว คือ จุดยึด → เชือกนิรภัย → ห่วงหลัง → สายบ่า → สายสะโพกและสายขา → ร่างกาย ชิ้นใดอ่อนแอ ระบบทั้งชุดอ่อนแอตามชิ้นนั้น ภาพรวมของทั้งระบบดูได้ที่ ระบบกันตก ABCD ส่วนเกณฑ์ของจุดยึดที่ปลายอีกด้าน ดูได้ที่ จุดยึดและการทดสอบติดตั้ง
ห่วงแต่ละตำแหน่งใช้ทำอะไรได้ และใช้ทำอะไรไม่ได้
| ตำแหน่งห่วง | ใช้ทำอะไรได้ | ใช้ทำอะไรไม่ได้ |
|---|---|---|
| ห่วงหลัง กึ่งกลางระหว่างสะบัก | ต่อระบบยับยั้งการตก คือ จุดเกี่ยวเชือกนิรภัยหรือสายช่วยชีวิต | เป็นห่วงหลักของงานกันตก ไม่มีข้อห้าม |
| ห่วงอก | ต่ออุปกรณ์ไต่ขึ้นลงแนวดิ่งหรืองานช่วยเหลือ เฉพาะรุ่นที่คู่มือระบุไว้ | ใช้แทนห่วงหลังในงานยับยั้งการตกทั่วไป เมื่อคู่มือไม่ได้ระบุให้ใช้ |
| ห่วงข้างเอวซ้ายและขวา | จัดตำแหน่งทำงาน เช่น โอบเสาแล้วเอนตัวทำงานสองมือ | ต่อระบบยับยั้งการตก |
วิธีตรวจที่ใช้ได้ทันทีหน้างาน คือ ถามตัวเองก่อนเกี่ยวทุกครั้งว่า ถ้าตกในจังหวะนี้ แรงจะเข้าที่ห่วงใด เมื่อคำตอบไม่ใช่ห่วงหลัง ให้หยุดแล้วทบทวนใหม่ ยกเว้นคู่มือของชุดนั้นระบุไว้เป็นอย่างอื่นชัดเจน
ความต่างระหว่างเข็มขัดพยุงตัวกับสายรัดตัวเต็มตัว
เข็มขัดพยุงตัว คือ เข็มขัดคาดเอวเส้นเดียวที่มีห่วงเกี่ยวอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังเอว หน้างานไทยยังหยิบมาใช้แทนสายรัดตัวอยู่บ่อยเพราะใส่ง่ายกว่า ความต่างของสองชิ้นนี้อยู่ที่การกระจายแรง
| หัวข้อ | เข็มขัดพยุงตัว | สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว |
|---|---|---|
| จุดรับแรงบนร่างกาย | เอวจุดเดียว | หน้าอก สะโพก และต้นขา กระจายพร้อมกัน |
| ท่าหลังหยุด | ตัวพับที่เอว ศีรษะห้อยลง | ลำตัวตั้ง ศีรษะขึ้น |
| หน้าที่ที่ทำได้ | จำกัดระยะไม่ให้เดินถึงขอบตก และจัดตำแหน่งทำงาน | จำกัดระยะ จัดตำแหน่งทำงาน และยับยั้งการตก |
| หน้าที่ที่ทำไม่ได้ | ยับยั้งการตก | ไม่มี เมื่อเกี่ยวให้ตรงห่วง |
เหตุผลซ้อนกันสามชั้น ชั้นแรก แรงกระแทกทั้งก้อนวิ่งเข้าลำตัวที่แถบสายกว้างไม่กี่นิ้วรอบเอว จุดที่อยู่ใต้แถบสายนั้น คือ อวัยวะภายในช่องท้องและกระดูกสันหลังส่วนเอว ซึ่งไม่มีโครงกระดูกแข็งรองรับแบบสะโพก ชั้นที่สอง เมื่อตัวถูกรั้งที่เอวจุดเดียว ร่างจะพับครึ่งและศีรษะเหวี่ยงลงจนกระแทกโครงสร้างข้างเคียง ชั้นที่สาม ร่างกายส่วนบนไม่มีสายบ่ายึดไว้ คนที่ตกในท่ากลับหัวจึงไถลหลุดออกจากเข็มขัดได้
หลักตัดสินจึงสั้นมาก คือ งานใดที่คนตกได้ ต้องใช้สายรัดตัวแบบเต็มตัวเท่านั้น ส่วนเข็มขัดพยุงตัวเก็บไว้กับงานที่ออกแบบมาให้ไม่มีการตกตั้งแต่แรก
ประเด็นที่สับสนบ่อยคือถ้อยคำในตัวบท กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ใช้คำรวมว่า "เข็มขัดนิรภัย" ทั้งในข้อ 4 ข้อ 9 ข้อ 15 ข้อ 22 และข้อ 23 คำรวมนี้ไม่ได้แปลว่าเข็มขัดคาดเอวใช้แทนกันได้ทุกงาน เพราะข้อ 4 กำกับไว้ว่าอุปกรณ์ต้องเหมาะสมกับลักษณะของอันตราย เมื่ออันตรายคือการตกจากที่สูง อุปกรณ์ที่เหมาะสมย่อมเป็นชนิดที่หยุดการตกได้โดยไม่ทำให้ผู้ใช้บาดเจ็บซ้ำ
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตอ้างถึง และสถานะตามกฎหมายไทย
ป้ายบนสายรัดตัวที่ขายในประเทศไทยมักพิมพ์ชื่อชุดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศไว้ ชุดที่พบบ่อยคือ ANSI Z359 ของสหรัฐอเมริกา และชุดมาตรฐาน EN ของยุโรป โดยเลขเฉพาะของสายรัดตัวเต็มตัวอยู่ที่ EN 361 ข้อกำหนดภายในมาตรฐานเหล่านี้มีลิขสิทธิ์ บทนี้จึงอ้างเพียงชื่อชุดให้เทียบกับป้ายบนอุปกรณ์ได้
ค่าอ้างอิงสากล ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมายไทย กฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 ไม่ได้อ้างถึงมาตรฐานหมายเลขใดไว้ในตัวบท พนักงานตรวจความปลอดภัยจึงใช้ถ้อยคำในกฎกระทรวงเป็นเกณฑ์
ข้อกำหนดของมาตรฐานสากลยังผูกพันหน่วยงานไทยได้ แต่ผูกพันทางอ้อม เส้นทางคือ ผู้ผลิตทดสอบสินค้าตามมาตรฐานที่ตนอ้าง แล้วเขียนเงื่อนไขการใช้งานและอายุการใช้งานลงในคู่มือ จากนั้นข้อ 3 และข้อ 5 กำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามคู่มือนั้น ฐานทางกฎหมายจึงมาจากตัวบทไทย
เมื่อเขียนเอกสารภายใน ให้แยกให้เห็นว่าเกณฑ์ใดมาจากกฎกระทรวง เกณฑ์ใดมาจากคู่มือผู้ผลิต และเกณฑ์ใดเป็นนโยบายภายในที่เข้มกว่ากฎหมาย ส่วนการกำหนดให้จัดซื้อเฉพาะสินค้าที่อ้างมาตรฐานชุดใด ทำได้ในฐานะข้อกำหนดการจัดซื้อของหน่วยงานเอง
วิธีอ่านป้ายบนตัวสายรัด
ป้ายประจำอุปกรณ์มักเย็บติดไว้ใต้แผ่นปิดกันน้ำบริเวณสายบ่าหรือสายเอว บางรุ่นซ้อนกันหลายแผ่นแบบพลิกอ่านทีละหน้า ป้ายคือเอกสารประจำตัวของอุปกรณ์ชิ้นนั้น และเป็นสิ่งเดียวที่พิสูจน์อายุและประวัติได้ในภายหลัง
| ข้อมูลบนป้าย | ใช้ทำอะไร |
|---|---|
| ชื่อผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย | ตามหาคู่มือฉบับจริง และติดต่อเมื่อมีประกาศเรียกคืน |
| รุ่นและแบบของอุปกรณ์ | เทียบกับคู่มือให้ตรงรุ่น เพราะเงื่อนไขห่วงอกต่างกันตามรุ่น |
| หมายเลขประจำชิ้น | ผูกกับทะเบียนอุปกรณ์ ผลการตรวจ และประวัติของชิ้น |
| วันที่ผลิต หรือรหัสรุ่นการผลิต | เป็นจุดตั้งต้นนับอายุการใช้งานตามที่คู่มือกำหนด |
| ชุดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่อ้างถึง | ตรวจว่าสินค้าตรงกับข้อกำหนดการจัดซื้อของหน่วยงาน |
| พิกัดน้ำหนักผู้ใช้รวมอุปกรณ์ | ตรวจว่าน้ำหนักผู้ใช้บวกเครื่องมืออยู่ในช่วงที่ผู้ผลิตกำหนด |
การอ่านป้ายให้ได้ประโยชน์จริงมีสามขั้น ขั้นแรก อ่านรุ่นและหมายเลขประจำชิ้น แล้วเทียบกับทะเบียนอุปกรณ์ ขั้นที่สอง อ่านวันที่ผลิตหรือวันเริ่มใช้ แล้วเทียบกับอายุที่คู่มือของรุ่นนั้นกำหนด ขั้นที่สาม อ่านพิกัดน้ำหนักผู้ใช้ แล้วเทียบกับน้ำหนักผู้สวมบวกเครื่องมือที่พกขึ้นไปจริง จุดนี้ตกหล่นบ่อยในงานที่ช่างพกกระเป๋าเครื่องมือหนักติดเอว
ป้ายที่ซีดจนอ่านไม่ออก ขาดหาย หรือถูกตัดออก ทำให้อุปกรณ์ชิ้นนั้นระบุตัวตนไม่ได้ จึงตรวจสอบประวัติและอายุไม่ได้ ต้องปลดออกจากระบบ แม้เนื้อสายยังดูดี ส่วนการเขียนชื่อผู้ใช้บนแถบสายด้วยปากกาเคมี คู่มือผู้ผลิตส่วนใหญ่ห้ามไว้ เพราะตัวทำละลายในหมึกทำให้เส้นใยเสื่อม ให้ใช้ป้ายห้อยแทน
เกณฑ์ตัดสินว่าเมื่อไรต้องเลิกใช้ทันที
ข้อ 5 กำหนดให้ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ก่อนการใช้งานทุกครั้ง การตรวจจบลงด้วยคำตัดสินสองทาง คือ ใช้ต่อได้ หรือ ปลดออกจากระบบ ไม่มีทางที่สามแบบใช้ไปก่อนแล้วค่อยดูอาการ รายการต่อไปนี้เจอแล้วตัดสินได้ทันที
- เคยรับแรงตกจริงมาแล้ว ปลดทิ้งทั้งชุด ทั้งสายรัดตัว เชือกนิรภัย และตัวเชื่อมต่อ แม้ตาเปล่าดูปกติ เพราะเส้นใยรับแรงเกินขีดไปแล้ว
- ตัวบ่งชี้การรับแรงตกฉีกเปิด หรือซองตัวลดแรงกระชากฉีกออก ถือเป็นหลักฐานตามข้อ 1 ปลดทิ้งทันที
- แถบสายมีรอยตัด ขาดวิ่น เปื่อยยุ่ย รอยไหม้ หรือเนื้อสายแข็งกระด้าง และตะเข็บเย็บแตกหรือด้ายหลุด โดยเฉพาะที่โคนห่วงหลังและจุดต่อสายขา ปลดทิ้ง
- ห่วงโลหะบิดเบี้ยว ร้าว สึกเป็นร่อง สนิมกินลึก หรือหัวเข็มปรับที่สายรูดไหลผ่านได้เอง ปลดทิ้ง
- ป้ายประจำอุปกรณ์อ่านไม่ออก หรืออายุการใช้งานเกินที่คู่มือของรุ่นนั้นกำหนด ปลดออกจากระบบ
อาการอีกกลุ่มยังไม่ถึงขั้นตัดสินเองได้ เช่น สีของสายซีดจางเป็นหย่อมจากแดดหรือสารเคมี กลุ่มนี้ให้หยุดใช้ก่อน ติดป้ายห้ามใช้ แล้วส่งให้ผู้ที่หน่วยงานมอบหมายตัดสินตามคู่มือ การปลดทิ้งต้องทำให้อุปกรณ์ใช้ต่อไม่ได้จริง คือ ตัดแถบสายให้ขาดก่อนนำไปทิ้ง พร้อมตัดชื่อออกจากทะเบียน รายละเอียดจุดตรวจรายชิ้นและเกณฑ์อายุการใช้งาน อ่านต่อได้ที่ ตรวจและดูแลอุปกรณ์กันตกก่อนใช้งาน
เมื่อไรสายรัดตัวจึงช่วยไม่ได้
- เกี่ยวเชือกนิรภัยที่ห่วงข้างเอวเพราะเอื้อมถึงง่ายกว่า ห่วงข้างเอวมีไว้จัดตำแหน่งการทำงาน เมื่อตกจริงแรงจะพับตัวที่เอวแทนที่จะกระจายผ่านสายบ่า
- สายขาหย่อนเพราะรัดแน่นแล้วอึดอัด เกณฑ์ที่จำง่ายคือสอดฝ่ามือแบนเข้าใต้สายได้พอดี
- ห่วงหลังเลื่อนลงมาอยู่กลางหลังส่วนล่าง ทำให้ห้อยตัวในท่าหัวคะมำ จุดนี้เจ้าตัวมองไม่เห็นเอง ต้องให้เพื่อนร่วมงานตรวจก่อนขึ้น
- เก็บสายรัดตัวไว้ท้ายกระบะ ตากแดด ตากฝน คลุกน้ำมันเครื่อง และถูกของหนักทับ อุปกรณ์ที่เก็บแบบนี้เสื่อมเร็วกว่าอายุที่ผู้ผลิตกำหนด
- ใช้สายรัดตัวโดยยังไม่มีแผนช่วยเหลือ และไม่คิดที่ว่างใต้เท้า ดูต่อที่ ช่วยผู้ค้างที่สูงและภาวะห้อยแขวน และ คำนวณระยะดิ่งปลอดภัยใต้จุดยึด
เช็กลิสต์ก่อนสวม
- อ่านป้ายให้ครบ ชื่อผู้ผลิต รุ่น หมายเลขประจำชิ้น วันที่ผลิต และพิกัดน้ำหนักผู้ใช้
- เทียบหมายเลขประจำชิ้นกับทะเบียนอุปกรณ์ ดูผลตรวจครั้งล่าสุด และเปิดคู่มือของรุ่นนั้นดูว่าห่วงอกใช้ทำอะไรได้
- จับห่วงหลังยกชุดขึ้นให้สายห้อยคลี่ แล้วสางสายที่พันกันออก
- รูดมือไปตามแถบสายทุกเส้นทีละช่วง หารอยตัด รอยไหม้ จุดแข็งกระด้าง และตะเข็บที่แตก
- ตรวจห่วงโลหะว่าไม่บิด ไม่ร้าว ไม่สึกเป็นร่อง หัวเข็มปรับล็อกสนิท และตัวบ่งชี้การรับแรงตกยังไม่ฉีกเปิด
- สวมให้สายบ่าไม่บิด ล็อกสายอกที่ระดับกลางอก และล็อกสายขาทั้งสองข้างให้สนิท
- ปรับกระชับทุกจุดจนสอดฝ่ามือแบนเข้าใต้สายได้พอดี แล้วเก็บปลายสายส่วนเกิน
- ให้เพื่อนร่วมงานตรวจว่าห่วงหลังอยู่กึ่งกลางระหว่างสะบัก และสายทุกเส้นล็อกครบ
- ยืนยันว่าเกี่ยวที่ห่วงหลัง จุดยึดมั่นคงตามข้อ 4 และมีแผนช่วยเหลือพร้อมใช้
- เลิกงานแล้วทำความสะอาดตามคู่มือ แขวนเก็บในที่ร่ม แห้ง พ้นแดด สารเคมี และของมีคม
- บันทึกผลการตรวจลงทะเบียน ชุดที่ตัดสินว่าปลดทิ้งให้ตัดสายให้ใช้ไม่ได้แล้วตัดชื่อออกจากทะเบียนทันที
คำถามที่พบบ่อย
กฎหมายไทยกำหนดให้ใช้สายรัดตัวที่ผ่านมาตรฐานหมายเลขใด กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ไม่ได้ระบุหมายเลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไว้ในตัวบท ข้อ 4 ใช้ถ้อยคำว่าอุปกรณ์ต้อง "มีมาตรฐาน" และ "เหมาะสมกับสภาพของการทำงาน" ส่วนเกณฑ์ที่ผูกเป็นรูปธรรมอยู่ที่ข้อ 3 คู่มือของผู้ผลิต และข้อ 5 การตรวจสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง
อุปกรณ์ไม่มีคู่มือจากผู้ผลิต ต้องทำอย่างไร ข้อ 3 กำหนดว่าหากไม่มีรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน นายจ้างต้องให้วิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ ในทางปฏิบัติ อุปกรณ์ที่ไม่มีทั้งคู่มือและป้ายระบุตัวตน มักคุ้มค่ากว่าที่จะเปลี่ยนใหม่
สายรัดตัวที่ยังไม่เคยใช้ เก็บไว้ในคลังหลายปี ยังใช้ได้หรือไม่ อุปกรณ์ประเภทสิ่งทอมีอายุการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ในคู่มือ บางรายนับจากวันผลิต บางรายนับจากวันเริ่มใช้ จำนวนปีจึงเป็นเงื่อนไขของผู้ผลิตแต่ละราย ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด
บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2564 ออกตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 53
โทษเป็นผลปลายทาง ส่วนเหตุผลที่ควรทำให้ครบตั้งแต่ต้นอยู่ใกล้ตัวกว่านั้น สายรัดตัวหนึ่งชุดราคาเท่ากับค่าแรงไม่กี่วัน และการตรวจใช้เวลาสองถึงสามนาทีต่อชุด
สรุป
- ข้อ 4 ของกฎกระทรวงการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 กำหนดให้จัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานและเหมาะสมกับสภาพงาน โดยไม่ได้ระบุเลขมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไว้ เกณฑ์ที่ผูกเป็นรูปธรรมอยู่ที่ข้อ 3 คู่มือผู้ผลิต และข้อ 5 การตรวจก่อนใช้งานทุกครั้ง
- ห่วงบนสายรัดตัวใช้แทนกันไม่ได้ ห่วงหลังสำหรับยับยั้งการตก ห่วงอกสำหรับไต่แนวดิ่งตามที่คู่มือระบุ ห่วงข้างเอวสำหรับจัดตำแหน่งการทำงานเท่านั้น
- เข็มขัดพยุงตัวยับยั้งการตกไม่ได้ เพราะรับแรงที่เอวจุดเดียว ทำให้ตัวพับ ศีรษะเหวี่ยงลง และไถลหลุดออกจากเข็มขัดได้ งานที่คนตกได้ต้องใช้สายรัดตัวแบบเต็มตัว
- ชื่อชุดมาตรฐานที่พิมพ์บนป้ายเป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศ ผูกพันหน่วยงานไทยทางอ้อมผ่านคู่มือผู้ผลิตตามข้อ 3 และข้อ 5
- ป้ายอ่านไม่ออก ร่องรอยรับแรงตก ตะเข็บแตก สายขาดหรือไหม้ ห่วงเสียรูป หรือสายรูดไหลเอง ล้วนเป็นเหตุปลดใช้ ส่วนข้อกำหนดจัดซื้อทั้งระบบดูที่ ชุดมาตรฐานระบบป้องกันการตก
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ. 2564 ข้อ 1, 2, 3, 4, 5, 7, 9, 15, 22 และ 23 อ่านฉบับเต็ม
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 5, 8, 22 และ 53 อ่านฉบับเต็ม
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

ABCD ระบบกันตก — Anchor, Body, Connector, Descent ครบจบ
ระบบกันตก ABCD คืออะไร — 4 องค์ประกอบ Anchor, Body, Connector, Descent อธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อมเกณฑ์กฎหมายไทย 2 ม. และ 4 ม. ตามกฎกระทรวง 2564

Arrest Force และ Free-Fall Distance — แรงกระชากและเกณฑ์ MAF ตาม ANSI Z359.11 เทียบกฎไทย
Arrest Force คือแรงกระชากตอนระบบหยุดการตก MAF ตาม ANSI Z359/OSHA สหรัฐ จำกัดที่ 1,800 ปอนด์ ทำไมห้ามใช้ lanyard เปล่า เทียบกับกฎกระทรวง 2564 ที่กำหนดแค่อุปกรณ์ได้มาตรฐาน

คำนวณ Fall Clearance — ระยะปลอดภัยใต้จุดยึด ตามวิธี ANSI Z359 เทียบเกณฑ์กฎกระทรวง 2564
Fall Clearance คือระยะดิ่งขั้นต่ำใต้จุดยึดที่ระบบกันตกต้องการเพื่อหยุดร่างก่อนถึงพื้น สูตร ANSI Z359 (สหรัฐ) บวก FFD+DD+HS+HH+SF เทียบเกณฑ์ 2 ม./4 ม. ของกฎกระทรวง 2564