คำนวณความลาดข้างบ่อขุดตามชนิดดิน: เกณฑ์ 2 เมตร กับตารางความลาดสากล
บ่อขุดลึกตั้งแต่ 2 เมตร กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ข้อ 26 กำหนดให้วิศวกรคำนวณและออกแบบก่อนลงมือ ส่วนตารางความลาดตามชนิดดินเป็นค่าอ้างอิงสากล พร้อมตัวอย่างคำนวณความกว้างปากบ่อ

บ่อขุดลึก 3 เมตรที่ผนังตั้งฉากดูเรียบร้อยดีในเช้าวันแรก แล้วพังทับคนงานในบ่ายวันเดียวกัน เป็นรูปแบบอุบัติเหตุงานดินที่ซ้ำกันแทบทุกครั้ง เพราะดินไม่ส่งสัญญาณเตือนก่อนพัง ความลาดข้างของบ่อจึงเป็นมาตรการที่วางไว้ตั้งแต่ก่อนขุด ไม่ใช่สิ่งที่แก้ได้หลังเห็นรอยแยก
กฎหมายไทยวางเส้นแบ่งไว้ที่ความลึก 2 เมตร เมื่อบ่อลึกถึงเกณฑ์นี้ งานขุดเปลี่ยนสถานะเป็นงานที่ต้องผ่านการคำนวณและออกแบบโดยวิศวกรก่อนลงมือ ส่วนตัวเลขความลาดตามชนิดดินที่คุ้นเคยกันดีเป็นค่าอ้างอิงจากมาตรฐานสากล ไม่ใช่ตัวเลขในกฎหมายไทย การแยกสองชุดนี้ให้ขาดคือจุดตั้งต้นของการอ้างอิงที่ถูกต้อง
เส้นแบ่งที่ 2 เมตร ตามกฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 จัดงานขุดไว้ในหมวด 2 โดยใช้ถ้อยคำว่า การเจาะหรือขุดรู หลุม บ่อ คู หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน
ข้อที่เป็นหัวใจของเรื่องความลาดข้างคือข้อ 26 ซึ่งกำหนดว่า การเจาะหรือขุดรู หลุม บ่อ คู หรือสิ่งอื่นที่มีลักษณะเดียวกันที่ลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีการคำนวณ ออกแบบ และกำหนดขั้นตอนการดำเนินการโดยวิศวกรก่อนลงมือปฏิบัติงาน และต้องปฏิบัติตามแบบและขั้นตอนดังกล่าว รวมทั้งต้องติดตั้งสิ่งป้องกันดินพังทลายไว้ด้วย
ประโยคนี้ผูกสามเรื่องเข้าด้วยกัน คือ ผู้คำนวณต้องเป็นวิศวกรซึ่งกฎกระทรวงนิยามว่าเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ผลการคำนวณต้องออกมาเป็นแบบและขั้นตอนที่นำไปปฏิบัติจริง และต้องมีสิ่งป้องกันดินพังทลายที่บ่อ การขุดตามความเคยชินโดยไม่มีแบบรองรับจึงไม่ผ่านเกณฑ์ข้อนี้
ข้ออื่นในหมวดเดียวกันต้องอ่านคู่กับข้อ 26 ข้อ 25 กำหนดให้มีปลอกเหล็ก แผ่นเหล็ก ค้ำยัน หรืออุปกรณ์อื่นที่มั่นคงแข็งแรงกันดินพังทลาย โดยตรวจสอบและได้รับความเห็นชอบจากวิศวกร ซึ่งใช้กับบ่อทุกความลึก ข้อ 27 กำหนดว่ากรณีมีเครื่องจักรหนักหรือกองวัสดุหนักใกล้ปากบ่อ ต้องกันดินพังทลายด้วยเสาเข็มพืดหรือวิธีอื่น โดยวิศวกรเห็นชอบเป็นหนังสือและปิดประกาศสำเนาไว้ ณ สถานที่ก่อสร้าง ส่วนข้อ 23 และข้อ 24 คุมราวกันตก ป้ายเตือน และการปิดคลุมปากบ่อ
ข้อที่ผูกกับตัวเลขในการออกแบบโดยตรงคือข้อ 29 ซึ่งห้ามให้ลูกจ้างลงไปทำงานในบ่อที่กว้างน้อยกว่า 75 เซนติเมตรและลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ความกว้างก้นบ่อ 75 เซนติเมตรจึงเป็นค่าตั้งต้นของผู้ออกแบบ แล้วจึงบวกความลาดข้างขึ้นไปหาความกว้างที่ปากบ่อ ส่วนข้อ 28 กำหนดให้บ่อลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไปที่มีลูกจ้างลงไปทำงาน ต้องมีครบหกรายการ ตั้งแต่ทางขึ้นลง เครื่องสูบน้ำ ระบบถ่ายเทอากาศและแสงสว่าง ผู้ควบคุมงานประจำปากบ่อ อุปกรณ์สื่อสารฉุกเฉิน จนถึงสายช่วยชีวิตพร้อมเข็มขัดนิรภัย
นอกหมวด 2 ยังมีข้อ 7 เรื่องสถานที่เก็บกองดินพร้อมมาตรการป้องกันอันตรายและฝุ่นฟุ้งกระจาย และข้อ 3 (4) ที่กำหนดให้แจ้งข้อมูลงานก่อสร้างต่ออธิบดีไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนเริ่มงาน สำหรับงานขุดระบบสาธารณูปโภคที่ลึกตั้งแต่ 3 เมตรขึ้นไป ภาพรวมทั้งฉบับอ่านต่อได้ที่ สรุปกฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ส่วนมาตรการระดับไซต์อยู่ใน แผนความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง
ตัวแปรที่กำหนดความลาดข้างที่ปลอดภัย
กฎกระทรวงฉบับนี้กำหนดกระบวนการไว้ชัด แต่ไม่ได้กำหนดตัวเลขความลาดตามชนิดดิน เพราะสภาพดินแต่ละพื้นที่ต่างกันมากจนใช้ตัวเลขชุดเดียวทั้งประเทศไม่ได้ กฎหมายจึงวางความรับผิดชอบไว้ที่วิศวกรผู้เซ็นแบบ ให้ชั่งน้ำหนักตัวแปรเหล่านี้กับดินจริง
- ชนิดและกำลังรับแรงเฉือนของดิน ดินเหนียวแน่นยืนผนังชันได้มากกว่าดินทรายหลวม เพราะแรงยึดเหนี่ยวเม็ดดินต่างกัน
- ระดับน้ำใต้ดินและการซึมของน้ำ น้ำที่ไหลผ่านผนังบ่อลดกำลังของดินลงเร็ว ดินทรายอิ่มน้ำแทบไม่เหลือกำลังยึดตัวเอง
- น้ำหนักกดที่ผิวดินข้างบ่อและแรงสั่นสะเทือน กองดินและเครื่องจักรใกล้ปากบ่อเพิ่มแรงดันด้านข้างเข้าหาผนัง ตรงกับกรณีตามข้อ 27 ส่วนงานตอกเสาเข็มทำให้ดินทรายแน่นตัวใหม่และเลื่อนไหลได้
- ชั้นดินที่ไม่เป็นเนื้อเดียวและระยะเวลาที่บ่อเปิดค้างไว้ บ่อที่ผ่านดินถมด้านบนแล้วเจอดินเหนียวด้านล่างต้องคิดความลาดแยกตามชั้น และบ่อที่เปิดค้างข้ามสัปดาห์เสี่ยงกว่าบ่อที่เปิดและกลบภายในวันเดียว
ตัวแปรชุดนี้อธิบายว่าเพราะเหตุใดบ่อลึกเท่ากันสองบ่อในไซต์เดียวกันจึงออกแบบต่างกันได้ และเพราะเหตุใดการลอกความลาดจากบ่อก่อนหน้าไปใช้ต่อจึงไม่มีฐานรองรับ
ตารางความลาดตามชนิดดิน ค่าอ้างอิงสากล
กล่องค่าอ้างอิงสากล ตัวเลขในหัวข้อนี้มาจากมาตรฐาน OSHA 29 CFR 1926 Subpart P ของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ตัวเลขในกฎหมายไทย ใช้เป็นจุดตั้งต้นให้วิศวกรพิจารณาได้ แต่ค่าที่นำไปปฏิบัติจริงต้องมาจากแบบที่วิศวกรคำนวณตามข้อ 26
| กลุ่มดินตามการจำแนกสากล | กำลังรับแรงอัดแบบไม่ถูกโอบรัด | ความลาดสูงสุดที่ยอมให้ (แนวราบ : แนวดิ่ง) | มุมจากแนวราบ | ตัวอย่างดิน |
|---|---|---|---|---|
| กลุ่ม A ดินแน่น | ≥ 1.5 tsf (ประมาณ 144 kPa) | 0.75 : 1 | 53 องศา | ดินเหนียวแน่น |
| กลุ่ม B ดินปานกลาง | 0.5 ถึง 1.5 tsf (48 ถึง 144 kPa) | 1 : 1 | 45 องศา | ดินตะกอน ดินร่วนปนทราย |
| กลุ่ม C ดินอ่อนและอิ่มน้ำ | น้อยกว่า 0.5 tsf (48 kPa) | 1.5 : 1 | 34 องศา | ดินทราย กรวด ดินถม |
หน่วย tsf คือ ตันต่อตารางฟุต โดย 1 tsf ประมาณ 95.76 kPa
หลักการที่อ่านได้จากตารางคือ ดินยิ่งอ่อนและยิ่งมีน้ำ ผนังบ่อยิ่งต้องเปิดออกกว้าง ดินกลุ่ม C ต้องถอยแนวขุดออกไป 1.5 เมตรทุกความลึก 1 เมตร ขณะที่ดินกลุ่ม A ถอยเพียง 0.75 เมตร การจำแนกดินตามระบบสากลอธิบายไว้แล้วใน ขุดดินปลอดภัย ชนิดดินและวิธีป้องกันดินพัง
วิธีคำนวณความกว้างปากบ่อจากความลาด
เมื่อได้อัตราส่วนความลาดจากวิศวกรแล้ว การแปลงเป็นความกว้างที่ต้องเปิดหน้าดินใช้สองบรรทัด
ระยะถอยต่อข้าง S = H × R
ความกว้างปากบ่อ W = B + 2 × S
H = ความลึกบ่อ (เมตร) · B = ความกว้างก้นบ่อ (เมตร)
R = อัตราส่วนความลาด แนวราบต่อแนวดิ่ง (ความลาด 1.5 : 1 ใช้ R = 1.5)
W = ความกว้างที่ต้องเปิดหน้าดินที่ระดับผิวดิน
อ่านเป็นคำพูดคือ ความลึกบ่อ คูณ อัตราส่วนความลาด เท่ากับระยะถอยต่อข้าง แล้วนำระยะถอยคูณสองบวกกับก้นบ่อ
ตัวอย่างคำนวณงานวางท่อระบายน้ำ
โจทย์จากงานจริง ท่อระบายน้ำเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.80 เมตร ก้นบ่อต้องกว้างพอให้ช่างสองคนจัดท่อได้ จึงกำหนดความกว้างก้นบ่อ 1.20 เมตร ซึ่งผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 75 เซนติเมตรตามข้อ 29 ความลึกบ่อวัดได้ 3.00 เมตร จึงเข้าเกณฑ์ข้อ 26 ผลสำรวจดินระบุว่าเป็นดินร่วนปนทรายที่ไม่มีน้ำใต้ดินในระดับก้นบ่อ วิศวกรเลือกใช้ความลาด 1 ต่อ 1
ขั้นที่ 1 หาระยะถอยต่อข้าง ความลึก 3.00 เมตร คูณ อัตราส่วน 1.0 เท่ากับ 3.00 เมตรต่อข้าง จากนั้นหาความกว้างปากบ่อ ก้นบ่อ 1.20 เมตร บวกระยะถอยสองข้างรวม 6.00 เมตร เท่ากับ 7.20 เมตร
ขั้นที่ 2 บวกพื้นที่ปฏิบัติงานริมบ่อ เว้นแนวปลอดกองดินข้างละ 0.60 เมตรตามแนวปฏิบัติสากล และทางเดินตรวจงานข้างละ 0.80 เมตร รวมความกว้างที่ต้องใช้จริง 10.00 เมตร
ขั้นที่ 3 ทดสอบกับสภาพจริง หากงานนี้อยู่บนถนนกว้าง 8.00 เมตร ผลคำนวณบอกทันทีว่าลาดข้างใช้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนไปใช้ค้ำยันหรือกล่องกันดินพัง
หากดินแปลงเดียวกันเป็นดินทรายที่มีน้ำใต้ดินสูง วิศวกรจะเลื่อนไปใช้ความลาดของกลุ่มดินอ่อนที่ 1.5 ต่อ 1 ผลลัพธ์จะต่างกันมาก
| รายการ | ความลาด 1 : 1 | ความลาด 1.5 : 1 |
|---|---|---|
| ระยะถอยต่อข้าง | 3.00 เมตร | 4.50 เมตร |
| ความกว้างปากบ่อ | 7.20 เมตร | 10.20 เมตร |
| ปริมาณดินขุดต่อความยาวบ่อ 1 เมตร | ประมาณ 12.6 ลูกบาศก์เมตร | ประมาณ 17.1 ลูกบาศก์เมตร |
แถวสุดท้ายคำนวณจากพื้นที่หน้าตัดรูปสี่เหลี่ยมคางหมู โดยนำผลรวมของความกว้างก้นบ่อกับความกว้างปากบ่อ คูณ ความลึก แล้ว หาร สอง ปริมาณดินขุดที่ต่างกันสะท้อนตรงไปที่ค่าขนย้ายดินและเวลาทำงาน
ข้อจำกัดของการลาดข้าง และจุดเปลี่ยนไปใช้ค้ำยันหรือกล่องกันดินพัง
การลาดข้างเรียบง่ายและตรวจสอบได้ด้วยตา แต่เมื่อพบข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ผู้ควบคุมงานต้องหยุดและส่งกลับให้วิศวกรทบทวนแบบ
- พื้นที่รอบบ่อไม่พอกับความกว้างปากบ่อที่คำนวณได้ เป็นข้อจำกัดที่พบมากที่สุดในงานเขตเมืองและงานบนผิวจราจร
- มีอาคาร ถนน หรือโครงสร้างอยู่ในระยะแนวลาด การขุดลาดเข้าไปใต้ฐานรากข้างเคียงทำให้ดินใต้ฐานรากนั้นสูญเสียการรองรับ
- มีน้ำใต้ดินไหลเข้าผนังบ่อ ผนังลาดที่มีน้ำซึมออกจะกัดเซาะตัวเองต่อเนื่อง แม้ความลาดจะถูกต้องตอนขุดเสร็จ
- มีเครื่องจักรหนักหรือกองวัสดุอยู่ใกล้ปากบ่อ ข้อ 27 กำหนดให้กันดินพังทลายด้วยเสาเข็มพืดหรือวิธีอื่น โดยวิศวกรเห็นชอบเป็นหนังสือ
- ชั้นดินไม่เป็นเนื้อเดียว หรือบ่อลึกเกินขอบเขตที่ตารางครอบคลุม ตารางสำเร็จรูปตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าดินสม่ำเสมอตลอดความลึก เกินจากนั้นต้องออกแบบเฉพาะงาน
| หัวข้อ | ลาดข้าง | ค้ำยัน | กล่องกันดินพัง |
|---|---|---|---|
| หลักการทำงาน | ลดความชันผนังจนดินอยู่ตัวด้วยน้ำหนักตัวเอง | ยันผนังบ่อด้วยโครงสร้างที่ถ่ายแรงข้ามบ่อ | กล่องเหล็กครอบพื้นที่ทำงาน ให้คนอยู่ในกล่อง |
| พื้นที่ที่ต้องใช้ | มากที่สุด เพิ่มตามความลึก | น้อย ขุดผนังตั้งได้ | น้อย ขุดผนังตั้งได้ |
| ป้องกันผนังบ่อ | ป้องกัน | ป้องกัน | ป้องกันเฉพาะคนที่อยู่ในกล่อง |
จุดที่มักเข้าใจคลาดเคลื่อนคือ กล่องกันดินพังไม่ได้ยันผนังบ่อ ผนังยังพังได้ตามปกติ กล่องเพียงกันไม่ให้ดินทับคนข้างใน การเดินออกจากกล่องสักครู่จึงเท่ากับอยู่ในบ่อที่ไม่มีการป้องกัน
เอกสารและหลักฐานที่ต้องเก็บไว้ที่หน้างาน
- แบบและขั้นตอนที่วิศวกรคำนวณสำหรับบ่อลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ตามข้อ 26 พร้อมระบุอัตราส่วนความลาดหรือรายละเอียดค้ำยัน
- หลักฐานการตรวจสอบสิ่งป้องกันดินพังทลายที่วิศวกรให้ความเห็นชอบ ตามข้อ 25 และหนังสือความเห็นชอบพร้อมสำเนาที่ปิดประกาศไว้ กรณีมีเครื่องจักรหนักใกล้ปากบ่อ ตามข้อ 27
- รายงานผลสำรวจดินที่ใช้เลือกความลาด พร้อมระบุมาตรฐานที่อ้างอิง บันทึกการตรวจบ่อประจำวัน และหลักฐานการแจ้งข้อมูลงานก่อสร้างตามข้อ 3 (4)
เงื่อนไขที่ทำให้สูตรความลาดใช้ไม่ได้
- อ้างตารางความลาดสากลแทนแบบของวิศวกร ตารางเป็นค่าตั้งต้น ส่วนที่กฎหมายไทยกำหนดคือแบบและขั้นตอนที่วิศวกรคำนวณตามข้อ 26
- วัดความลึกจากผิวดินเดิมที่ปรับไปแล้ว ต้องวัดจากผิวดินปัจจุบันถึงก้นบ่อ การวัดจากระดับเดิมทำให้บ่อที่ลึกเกิน 2 เมตรถูกจัดเป็นบ่อตื้นโดยไม่ตั้งใจ
- ใช้ความลาดชุดเดียวตลอดความยาวบ่อ บ่อวางท่อยาวมักผ่านดินหลายชนิด ความลาดต้องเปลี่ยนตามช่วง
- กองดินชิดปากบ่อ และขุดลาดแล้วไม่ตรวจซ้ำ กองดินเพิ่มน้ำหนักกดผนัง ส่วนผนังลาดเปลี่ยนสภาพได้จากฝนและน้ำใต้ดิน ต้องตรวจทุกวันและหลังฝนตก ระยะเว้นกองดิน 60 เซนติเมตรเป็นแนวปฏิบัติสากล ไม่ใช่ตัวเลขในกฎไทย
- ลืมอุปกรณ์ตามข้อ 28 ต้องมีครบหกรายการก่อนคนแรกลงบ่อ รวมถึงผู้ควบคุมงานซึ่งมีประสบการณ์ด้านงานดินและผ่านการอบรมการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ประจำที่ปากบ่อ
อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามข้อ 20 แยกตามลักษณะงาน อ่านต่อได้ที่ เลือก PPE ตามลักษณะงานก่อสร้าง
เช็คลิสต์ก่อนลงบ่อทุกครั้ง
- วัดความลึกจริงจากผิวดินปัจจุบัน ถ้าลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ต้องมีแบบและขั้นตอนจากวิศวกรอยู่ที่หน้างาน
- เทียบความลาดที่ขุดจริงกับอัตราส่วนในแบบ และตรวจว่าความกว้างก้นบ่อไม่น้อยกว่า 75 เซนติเมตร
- ตรวจผนังบ่อหารอยแยก ดินร่วง และจุดน้ำซึม ทำซ้ำทุกเช้าและหลังฝนตก
- ตรวจระยะกองดินและตำแหน่งเครื่องจักรจากปากบ่อ หากมีเครื่องจักรหนักเข้าใกล้ ต้องมีหนังสือความเห็นชอบจากวิศวกร
- ตรวจราวกันตก ป้ายเตือน และในเวลากลางคืนต้องมีสัญญาณแสงสีส้มหรือป้ายสีสะท้อนแสง
- ตรวจทางขึ้นลง เครื่องสูบน้ำ ระบบถ่ายเทอากาศ แสงสว่าง อุปกรณ์สื่อสารฉุกเฉิน และสายช่วยชีวิตพร้อมเข็มขัดนิรภัย
- ยืนยันว่ามีผู้ควบคุมงานประจำที่ปากบ่อตลอดเวลาทำงาน แล้วบันทึกผลการตรวจพร้อมลงชื่อผู้ตรวจ
คำถามที่พบบ่อย
กฎหมายไทยกำหนดองศาความลาดของบ่อขุดไว้เท่าไร
กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ไม่ได้กำหนดองศาความลาดหรือประเภทดินไว้ ข้อ 26 กำหนดว่าบ่อที่ลึกตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีการคำนวณ ออกแบบ และกำหนดขั้นตอนโดยวิศวกรก่อนลงมือ และต้องติดตั้งสิ่งป้องกันดินพังทลาย ส่วนองศาความลาดตามชนิดดินเป็นค่าอ้างอิงสากล
บ่อลึกไม่ถึง 2 เมตร ต้องป้องกันดินพังทลายด้วยหรือไม่
ต้องป้องกัน ข้อ 25 กำหนดให้บริเวณที่มีการเจาะหรือขุด นายจ้างต้องจัดให้มีปลอกเหล็ก แผ่นเหล็ก ค้ำยัน หรืออุปกรณ์อื่นที่มั่นคงแข็งแรงเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากดินพังทลาย โดยไม่จำกัดความลึก เกณฑ์ 2 เมตรในข้อ 26 เป็นจุดที่เพิ่มเงื่อนไขการคำนวณเข้ามา
ใช้กล่องกันดินพังแล้วยังต้องลาดข้างอีกหรือไม่
ขึ้นกับแบบที่วิศวกรออกแบบ ทั้งสองวิธีใช้ร่วมกันได้โดยลาดข้างส่วนบนแล้ววางกล่องในส่วนล่าง แต่จุดต่อระหว่างสองวิธีต้องอยู่ในแบบ ไม่ใช่ตัดสินใจกันที่หน้างาน
สรุป
- ความลึก 2 เมตรคือเส้นแบ่งตามข้อ 26 เมื่อถึงเกณฑ์นี้ ต้องมีการคำนวณ ออกแบบ และกำหนดขั้นตอนโดยวิศวกรก่อนลงมือ พร้อมติดตั้งสิ่งป้องกันดินพังทลาย
- กฎหมายไทยไม่ได้กำหนดประเภทดินและองศาความลาด ตารางความลาดตามชนิดดินเป็นค่าอ้างอิงสากล ใช้ตั้งต้นได้แต่อ้างแทนแบบของวิศวกรไม่ได้
- ความกว้างปากบ่อเท่ากับความกว้างก้นบ่อ บวกสองเท่าของผลคูณระหว่างความลึกกับอัตราส่วนความลาด บ่อลึก 3.00 เมตร ก้นบ่อ 1.20 เมตร ที่ความลาด 1 ต่อ 1 ต้องเปิดหน้าดินกว้าง 7.20 เมตร และเพิ่มเป็น 10.20 เมตรเมื่อต้องใช้ความลาด 1.5 ต่อ 1
- เมื่อพื้นที่ไม่พอ มีโครงสร้างข้างเคียง มีน้ำใต้ดิน หรือมีเครื่องจักรหนักใกล้ปากบ่อ ต้องเปลี่ยนไปใช้ค้ำยันหรือกล่องกันดินพัง โดยกล่องป้องกันคนที่อยู่ข้างใน ไม่ได้ป้องกันผนังบ่อ
อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐาน
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ข้อ 2 (นิยามวิศวกร) ข้อ 3 (4) ข้อ 7 (กองดิน) ข้อ 20 (PPE) ข้อ 22 ถึงข้อ 29 (หมวด 2 งานเจาะและงานขุด) law.safety.ac.th/laws/10-construction-02-minreg-2564
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 5 และมาตรา 8 (ฐานอำนาจออกกฎกระทรวง)
- OSHA 29 CFR 1926 Subpart P มาตรฐานสากลของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่กฎหมายไทย เป็นที่มาของการจำแนกกลุ่มดิน ความลาดสูงสุดที่ยอมให้ และระยะเว้นกองดินจากปากบ่อ 60 เซนติเมตร
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
