⚙️ เครื่องจักร / ปั้นจั่น / หม้อน้ำ

แบตเตอรี่ขับเคลื่อนรถยกไฟฟ้า และการประจุไฟให้ปลอดภัยตามข้อ 36

พื้นที่ประจุไฟแบตเตอรี่รถยกต้องห่างจากที่ลูกจ้างทำงานและมีมาตรการระบายอากาศตามกฎกระทรวงเครื่องจักรฯ 2564 ข้อ 36 พร้อมลำดับการประจุไฟและเช็คลิสต์ใช้ได้ทันที

Safety Station 10113 กันยายน 2569อ่าน 29 นาที · 6,463 คำ
แบตเตอรี่ขับเคลื่อนรถยกไฟฟ้า และการประจุไฟให้ปลอดภัยตามข้อ 36

แบตเตอรี่ขับเคลื่อนรถยกไฟฟ้า และการประจุไฟให้ปลอดภัยตามข้อ 36

ในคลังสินค้าที่ใช้รถยกไฟฟ้า มุมที่คนเดินผ่านบ่อยที่สุดโดยไม่ทันคิดว่าเป็นจุดเสี่ยง มักเป็นมุมที่จอดรถเสียบเครื่องประจุไฟทิ้งไว้ข้ามคืน ขณะที่แบตเตอรี่ตะกั่วกรดรับประจุไฟอยู่นั้น จะปล่อยก๊าซไฮโดรเจนออกมาตลอดเวลา ก๊าซชนิดนี้เบากว่าอากาศ ลอยขึ้นไปสะสมใต้ฝ้าหรือใต้หลังคา ไม่มีสีและไม่มีกลิ่นให้สังเกต และติดไฟได้ด้วยประกายไฟเพียงเล็กน้อย

ด้วยเหตุนี้ กฎหมายไทยจึงแยกพื้นที่ประจุไฟแบตเตอรี่รถยกออกมาเป็นข้อเฉพาะ ส่วนวิธีประจุไฟทีละขั้นและการดูแลน้ำยาเป็นรายละเอียดที่คู่มือผู้ผลิตกำหนด ทั้งสองส่วนต้องใช้คู่กันจึงจะปลอดภัยจริง

ทำไมพื้นที่ประจุไฟจึงเป็นจุดที่ต้องจัดการเป็นพิเศษ

อันตรายในพื้นที่ประจุไฟมาจาก 3 ทางที่เกิดพร้อมกันได้ในจุดเดียว

ก๊าซไฮโดรเจนจากการประจุไฟ เมื่อแบตเตอรี่ตะกั่วกรดรับประจุไฟ น้ำในน้ำยาอิเล็กโทรไลต์จะแตกตัวเป็นก๊าซไฮโดรเจนออกมาที่ช่องจุกเติมน้ำกลั่น และเกิดมากที่สุดในช่วงท้ายของการประจุ ถ้าอากาศไม่ถ่ายเท ก๊าซจะสะสมจนถึงระดับที่ติดไฟได้ ประกายไฟจากหน้าสัมผัสปลั๊กที่หลวม จากงานเชื่อมหรือเจียรใกล้เคียง หรือจากบุหรี่มวนเดียว ก็จุดก๊าซที่สะสมไว้ได้

ไอกรดและน้ำกรดจากน้ำยาแบตเตอรี่ น้ำยาในแบตเตอรี่ตะกั่วกรดคือกรดซัลฟิวริกผสมน้ำกลั่น หกใส่ผิวหนังแล้วกัด กระเด็นเข้าตาแล้วทำให้ตาบอดได้ กรดซัลฟูริกมีชื่ออยู่ในบัญชีตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ลำดับที่ 285 จึงไม่ใช่ของเหลวทั่วไปที่ปล่อยให้เยิ้มค้างบนฝาแบตเตอรี่ได้

การลัดวงจรจากโลหะและคราบสกปรก แบตเตอรี่ขับเคลื่อนจ่ายกระแสได้สูงมาก ประแจหรือไขควงที่วางพาดขั้วทั้งสองเพียงชั่วครู่ก็เกิดประกายไฟรุนแรงและร้อนพอที่จะไหม้มือได้ทันที ส่วนที่มองไม่เห็นคือคราบสกปรกและน้ำกรดที่เยิ้มบนฝา ซึ่งกลายเป็นทางเดินไฟฟ้าระหว่างเซลล์

อีกข้อที่มักลืมคือแบตเตอรี่ขับเคลื่อนหนักมาก การถอดสลับก้อนจึงต้องมีอุปกรณ์ช่วยยกโดยเฉพาะ

แบตเตอรี่ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่สตาร์ต ความต่างที่ต้องแยกให้ออก

คำว่า "แบตเตอรี่รถยก" ในที่ทำงานเดียวกันมักหมายถึงของสองอย่างที่ต่างกันคนละเรื่อง แบตเตอรี่ขับเคลื่อน (traction battery) คือแหล่งพลังงานเดียวของรถยกไฟฟ้าทั้งคัน หมดแล้วรถหยุดทำงาน ส่วน แบตเตอรี่สตาร์ต คือแบตเตอรี่ของรถยกเครื่องยนต์ จ่ายไฟให้มอเตอร์สตาร์ต ระบบจุดระเบิด และไฟส่องสว่าง ถ้าแยกสองอย่างนี้ไม่ออก การวางแผนดูแลจะผิดตั้งแต่ต้น

หัวข้อ แบตเตอรี่ขับเคลื่อน (รถไฟฟ้า) แบตเตอรี่สตาร์ต (รถเครื่องยนต์)
หน้าที่ พลังงานของรถทั้งคัน สตาร์ตเครื่อง + ระบบไฟฟ้าของรถ
การประจุไฟ เครื่องประจุไฟภายนอก ยาวต่อเนื่องหลังเลิกงาน ไดชาร์จประจุกลับเองขณะเครื่องยนต์ทำงาน
ความเกี่ยวข้องกับการทรงตัว เป็นน้ำหนักถ่วงส่วนหนึ่ง น้ำหนักขั้นต่ำอยู่บนป้ายพิกัด ไม่เกี่ยวกับการทรงตัวของรถ
งานดูแลประจำ ตรวจระดับน้ำยา เติมน้ำกลั่น เช็ดฝาให้แห้ง วัดค่าถ่วงจำเพาะ ตรวจขั้ว ตรวจระดับน้ำกลั่น เตรียมการพ่วงเมื่อสตาร์ตไม่ติด
อันตรายที่ต้องคุมเป็นอันดับแรก ไฮโดรเจนสะสมในพื้นที่ประจุไฟ ประกายไฟที่ขั้วขณะพ่วงสาย

แบตเตอรี่ขับเคลื่อนสองชนิดที่พบในรถยกไฟฟ้า

หัวข้อ ตะกั่วกรด (lead-acid) ลิเทียมไอออน (lithium-ion)
โครงสร้าง แผ่นธาตุจุ่มในน้ำยาอิเล็กโทรไลต์ คือกรดซัลฟิวริกผสมน้ำกลั่น เซลล์ลิเทียมพร้อมวงจรควบคุมในตัว
การเติมน้ำ ตรวจระดับและเติมน้ำกลั่นเท่านั้น ห้ามเติมน้ำกรดหรือน้ำประปา ไม่ต้องเติมน้ำ
การประจุไฟ ประจุยาวต่อเนื่องหลังเลิกงานจนเต็ม ขณะประจุปล่อยก๊าซไฮโดรเจน ประจุเร็วกว่า แทรกประจุช่วงพักได้ตามคู่มือผู้ผลิต
ข้อควรรู้ ต้องประจุในพื้นที่ที่จัดไว้ซึ่งมีการระบายอากาศ และห้ามประกายไฟ ห้ามใช้เครื่องประจุไฟข้ามชนิด หากก้อนบวม ร้อนผิดปกติ หรือมีกลิ่นไหม้ ให้หยุดใช้และแจ้งทันที

แรงดันของรังแบตเตอรี่เป็นค่าที่คู่มือผู้ผลิตกำหนด รถยกไฟฟ้าพิกัดไม่เกิน 2.5 ตัน มักใช้รังแบตเตอรี่ 48 โวลต์ ส่วนรถพิกัดตั้งแต่ 3 ตันขึ้นไปมักใช้ 72 โวลต์ ซึ่งมีผลกับการเลือกเครื่องประจุไฟให้ตรงรุ่น รายละเอียดของรถยกแต่ละชนิดอ่านได้ที่ รถยกแต่ละประเภทและการแบ่งชั้น

ข้อกำหนดของพื้นที่ประจุไฟที่กฎหมายไทยกำหนด

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 กำหนดเรื่องพื้นที่ประจุไฟไว้ที่ข้อ 36 ว่า

นายจ้างต้องควบคุมดูแลบริเวณที่มีการเติมประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่สำหรับรถยกที่ใช้ไฟฟ้าให้อยู่ห่างจากบริเวณที่ลูกจ้างทำงานได้อย่างปลอดภัย และจัดให้มีมาตรการเกี่ยวกับการระบายอากาศเพื่อป้องกันการสะสมของไอกรด และไอระเหยของไฮโดรเจนจากการประจุไฟฟ้า

หน้าที่ตามข้อนี้มี 2 เรื่อง คือทำเลของพื้นที่ประจุไฟ และมาตรการระบายอากาศ จุดที่ต้องอ่านให้ตรงตัวบทคือ ข้อ 36 ไม่ได้ระบุระยะห่างเป็นเมตร และไม่ได้ระบุอัตราการระบายอากาศเป็นตัวเลข ผู้เขียนแผนงานจึงต้องกำหนดค่าที่ใช้จริงเองจากคู่มือของผู้ผลิตแบตเตอรี่และเครื่องประจุไฟ ประกอบกับผลประเมินความเสี่ยงของพื้นที่นั้น ตัวเลขระยะห่างหรืออัตราลมที่เห็นในเอกสารของบริษัทข้ามชาติมักมาจากมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นคนละชั้นกับตัวบทของไทย

การวางผังยังต่อเนื่องกับข้อ 37 ที่กำหนดว่า นายจ้างต้องตีเส้นช่องทางเดินรถยกบริเวณภายในอาคาร หรือกำหนดเส้นทางเดินรถยกในบริเวณอื่นที่มีการใช้รถยกเป็นประจำ จุดที่ควรเลี่ยงคือมุมที่รถต้องถอยเข้าไปเสียบสายโดยตัดผ่านทางเดินคน การจัดระยะระหว่างคน ของ และทางเดินรถ อ่านเพิ่มได้ที่ ความปลอดภัยรถยกในคลังสินค้า

ข้อกำหนดอีกกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานประจุไฟ

  • ข้อ 8 กำหนดให้นายจ้างปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ และคู่มือนั้นต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่นที่ลูกจ้างศึกษาและปฏิบัติได้
  • ข้อ 34 (3) กำหนดให้ตรวจสอบรถยกให้มีสภาพใช้งานได้ดีและปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสำเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้
  • ข้อ 9 (1) จัดรถยกไว้ในกลุ่มเครื่องจักรที่ใช้ในงานยกและงานขนย้าย ซึ่งนายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบประจำปี

ส่วนอุปกรณ์ชำระล้างฉุกเฉิน สถานประกอบกิจการที่เข้าข่ายกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 มีข้อ 11 (1) กำหนดให้นายจ้างจัดที่ชำระล้างสารเคมีอันตรายที่ลูกจ้างใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน โดยอย่างน้อยต้องมีที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกาย จุดล้างตาใกล้พื้นที่ประจุไฟจึงต้องอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ปฏิบัติงานจำได้ เพราะกรดเข้าตาแล้วลืมตาหาทางไม่ได้

แยกให้ชัดว่าค่าไหนมาจากไหน

เรื่อง กฎหมายไทยกำหนด ค่าที่ต้องหาจากคู่มือผู้ผลิต
ทำเลพื้นที่ประจุไฟ ห่างจากบริเวณที่ลูกจ้างทำงานอย่างปลอดภัย (ข้อ 36) ระยะห่างเป็นเมตรและผังการวางเครื่องประจุไฟ
การระบายอากาศ มีมาตรการกันไอกรดและไอไฮโดรเจนสะสม (ข้อ 36) อัตราลมและตำแหน่งช่องระบายที่เหมาะกับห้องนั้น
วิธีประจุไฟ ปฏิบัติตามคู่มือผู้ผลิต (ข้อ 8) รอบการประจุ โหมดที่ใช้ และเวลาที่ใช้ต่อรอบ
การตรวจสอบ ตรวจก่อนใช้งานทุกครั้ง (ข้อ 34) และตรวจประจำปี (ข้อ 9) รายการตรวจของรุ่นนั้นและเกณฑ์ผ่านหรือไม่ผ่าน

ลำดับการประจุไฟ ตั้งแต่จอดรถจนถอดสาย

ลำดับด้านล่างเป็นแนวปฏิบัติทั่วไปของแบตเตอรี่ตะกั่วกรด ให้ปรับรายละเอียดตามคู่มือของรุ่นที่ใช้จริงเสมอ

  1. จอดในพื้นที่ที่จัดไว้เท่านั้น ลดงาลงแตะพื้น ดึงเบรกจอด ปิดสวิตช์กุญแจ ห้ามลากสายไปเสียบนอกพื้นที่ประจุไฟด้วยเหตุผลว่าจอดใกล้กว่า
  2. ตรวจก่อนเสียบ ดูสายไฟ ปลั๊ก และหน้าสัมผัสว่าไม่แตกร้าวและไม่ไหม้ดำ ถ้าฝาแบตเตอรี่มีคราบน้ำกรดเยิ้มให้เช็ดแห้งก่อน
  3. ปิดสวิตช์ก่อนเสียบปลั๊ก เสียบปลั๊กแบตเตอรี่กับเครื่องประจุไฟให้แน่นสนิท จับที่ตัวปลั๊กเสมอ ห้ามดึงที่สาย
  4. เปิดหรือแง้มฝาจุกตามที่คู่มือระบุ เพื่อให้ก๊าซระบายออกได้ ไม่อั้นอยู่ในตัวแบตเตอรี่
  5. เปิดสวิตช์เครื่องประจุไฟ และเลือกโหมดให้ถูก โหมดประจุปกติใช้เป็นประจำหลังเลิกงาน ส่วนโหมดประจุปรับสมดุลใช้ตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนดเท่านั้น
  6. ระหว่างประจุ ควบคุมพื้นที่ให้ว่างจากแหล่งประกายไฟ ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามงานเชื่อม ตัด เจียร ห้ามวางเครื่องมือโลหะบนฝาแบตเตอรี่ และให้ระบบระบายอากาศทำงานตามที่กำหนดไว้
  7. ประจุต่อเนื่องจนเต็ม ห้ามถอดเข้าถอดออกกลางคัน เพราะการประจุไม่เต็มซ้ำ ๆ ทำให้แผ่นธาตุเสื่อมถาวร
  8. เลิกประจุให้ปิดสวิตช์ของเครื่องประจุไฟก่อน แล้วจึงถอดปลั๊กออกจากแบตเตอรี่ ลำดับนี้กันประกายไฟที่หน้าสัมผัสขณะยังมีกระแสไหล
  9. ปิดฝาจุกให้ครบ เช็ดฝาให้แห้ง แล้วบันทึกลงใบตรวจประจำวันว่ารถพร้อมใช้ในกะถัดไป

การเติมน้ำกลั่นให้ทำตามจังหวะที่คู่มือกำหนด และเติมน้ำกลั่นเท่านั้น ห้ามเติมน้ำกรดหรือน้ำประปาเด็ดขาด

การประจุไฟสองแบบที่ต้องแยกใช้

แบบ ใช้เมื่อไร ข้อควรระวัง
ประจุปกติ (normal charge) ประจำหลังเลิกใช้งาน ประจุต่อเนื่องจนเต็ม ห้ามประจุแบบถอดเข้าถอดออก
ประจุปรับสมดุล (equalizing charge) ตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด ใช้เวลานานกว่า เพื่อปรับค่าถ่วงจำเพาะของทุกเซลล์ให้ใกล้เคียงกัน ห้ามใช้ทุกวัน เพราะแบตเตอรี่จะร้อนจัดและเสื่อมเร็ว

ค่าถ่วงจำเพาะ ตัวเลขที่บอกสภาพประจุ

สภาพประจุของแบตเตอรี่ตะกั่วกรดดูได้จากค่าถ่วงจำเพาะของน้ำยา วัดด้วยไฮโดรมิเตอร์ที่ช่องจุกแต่ละเซลล์ ค่าอ้างอิงจากคู่มือผู้ผลิตคือ ประจุเต็มอยู่ที่ราว 1.280 และเมื่อใช้จนหมดจะเหลือราว 1.15 ตัวเลขทั้งสองเป็นค่าของผู้ผลิต ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด

คู่มือของเครื่องประจุไฟยังแนะนำให้ช่างผู้ชำนาญวัดค่าถ่วงจำเพาะและแรงดันรายเซลล์อย่างน้อยเดือนละครั้ง ค่าที่ต่างกันมากผิดปกติระหว่างเซลล์เป็นสัญญาณที่ต้องแจ้งช่าง ไม่ใช่สิ่งที่แก้ด้วยการประจุไฟนานขึ้น

ห้าสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ขับเคลื่อนเสื่อมก่อนเวลา

แบตเตอรี่ขับเคลื่อนเสื่อมก่อนเวลาได้จากพฤติกรรมการใช้ล้วน ๆ

  1. ประจุไฟน้อยเกินไป ประจุไม่เต็มแล้วรีบถอดไปใช้ซ้ำ ๆ แผ่นธาตุจะเสื่อมสภาพถาวร
  2. ประจุไฟมากเกินไป ประจุค้างเกินจำเป็นหรือใช้โหมดปรับสมดุลพร่ำเพรื่อ ทำให้แบตเตอรี่ร้อนจัดและอายุสั้นลง
  3. การลัดวงจรในเซลล์ คราบสกปรกและน้ำกรดเยิ้มบนฝากลายเป็นทางเดินไฟฟ้า ป้องกันด้วยการเช็ดให้แห้งอยู่เสมอ
  4. สิ่งเจือปน จากการเติมน้ำที่ไม่ใช่น้ำกลั่น แร่ธาตุในน้ำจะไปเกาะแผ่นธาตุ
  5. การเกิดซัลเฟต คราบซัลเฟตเกาะแผ่นธาตุจากการปล่อยให้ประจุต่ำค้างไว้นานหรือประจุไม่เต็มเรื้อรัง เกาะแล้วความจุหายถาวร

ส่วนแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน คู่มือผู้ผลิตของรถบางรุ่นแนะนำว่าไม่ควรปล่อยก้อนที่เหลือความจุต่ำกว่าร้อยละ 20 ทิ้งไว้เกิน 15 วันโดยไม่ประจุไฟ ค่านี้เป็นค่าของผู้ผลิต ให้ตรวจกับคู่มือของรุ่นที่ใช้จริง

การพ่วงแบตเตอรี่สตาร์ตของรถเครื่องยนต์

รถยกเครื่องยนต์ที่สตาร์ตไม่ติดเพราะแบตเตอรี่สตาร์ตหมดไฟ เตรียมการก่อนคือปิดฝาจุกเติมน้ำกลั่นให้ครบทุกช่องทั้งสองคัน

  1. ปิดสวิตช์กุญแจและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดของรถทั้งสองคัน
  2. ต่อสายพ่วงสีแดงซึ่งเป็นขั้วบวก เข้าขั้วบวกของแบตเตอรี่ที่ไม่มีไฟ แล้วต่อปลายอีกด้านเข้าขั้วบวกของแบตเตอรี่ที่มีไฟ
  3. ต่อสายพ่วงสีดำซึ่งเป็นขั้วลบ เข้าขั้วลบของแบตเตอรี่ที่มีไฟ แล้วต่อปลายอีกด้านเข้าโลหะของเครื่องยนต์หรือตัวถังรถคันที่แบตเตอรี่อ่อน โดยให้จุดคีบห่างจากแบตเตอรี่มากที่สุด คู่มือทั่วไปแนะนำไม่น้อยกว่า 18 นิ้ว
  4. สตาร์ตเครื่องคันที่แบตเตอรี่มีไฟ แล้วเร่งเครื่องเล็กน้อย
  5. สตาร์ตเครื่องคันที่แบตเตอรี่หมด เมื่อติดแล้วเร่งเครื่องราว 2,000 รอบต่อนาที จนแน่ใจว่าเครื่องไม่ดับ
  6. ถอดสายย้อนลำดับ คือถอดสายลบจากตัวถังก่อน ตามด้วยขั้วลบของแบตเตอรี่ที่มีไฟ แล้วจึงถอดสายบวกจากคันแบตเตอรี่อ่อนและคันแบตเตอรี่ที่มีไฟตามลำดับ

เหตุผลที่สายลบเส้นสุดท้ายไปคีบที่ตัวถัง เพราะจังหวะคีบสายเส้นสุดท้ายคือจังหวะที่เกิดประกายไฟ ถ้าเกิดเหนือปากจุกที่มีไฮโดรเจนออกมา แบตเตอรี่จะระเบิดและน้ำกรดกระเด็นใส่คนที่ก้มอยู่ตรงนั้น ระยะ 18 นิ้วเป็นค่าจากคู่มือ ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด

ตัวอย่างจากหน้างานหนึ่งชุด

ตัวอย่างต่อไปนี้ประกอบขึ้นจากลักษณะหน้างานที่พบบ่อยในคลังสินค้าขนาดกลาง

คลังแห่งหนึ่งใช้รถยกไฟฟ้า 6 คัน แบตเตอรี่ตะกั่วกรดทั้งหมด ประจุไฟกลางคืนพร้อมกัน จุดประจุไฟเดิมอยู่ที่มุมด้านในของโซนหยิบสินค้า รอบข้างเป็นชั้นวางสูงจนเกือบชนฝ้าและไม่มีช่องระบายอากาศ พนักงานกะเช้าเข้ามาจัดของในโซนนี้ตั้งแต่เจ็ดโมง ขณะที่รถบางคันยังเสียบสายค้างอยู่

เมื่อทบทวนตามข้อ 36 ทีมงานพบ 3 ประเด็น คือพื้นที่ประจุไฟอยู่ในโซนทำงานโดยไม่ได้แยกออกมา ไม่มีมาตรการระบายอากาศที่ออกแบบไว้ มีเพียงพัดลมตั้งพื้น และชั้นวางสูงรอบด้านทำให้ก๊าซที่ลอยขึ้นไม่มีทางออก สิ่งที่แก้มี 4 อย่าง

  • ย้ายจุดประจุไฟไปที่ผนังด้านนอกของโซนหยิบสินค้า และกันพื้นที่ด้วยเส้นตีพื้นพร้อมป้ายห้ามสูบบุหรี่และห้ามใช้เปลวไฟ
  • ทำช่องระบายอากาศเหนือจุดประจุไฟและเดินพัดลมดูดอากาศ ให้ทำงานพร้อมกับเครื่องประจุไฟ ไม่ให้ขึ้นกับว่าใครจำได้ว่าต้องเปิด
  • ตีเส้นทางเดินรถเข้าออกจุดประจุไฟ ให้ไม่ตัดผ่านทางเดินคน ตามหน้าที่ในข้อ 37
  • ติดตั้งจุดล้างตาและฝักบัวชำระล้างในระยะที่เดินถึงได้ พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบทดสอบการไหลของน้ำตามรอบ

สิ่งที่ทำให้มุมชาร์จแบตเตอรี่กลายเป็นจุดเสี่ยง

ข้อผิดพลาด ผลที่ตามมา สิ่งที่ควรทำแทน
ลากสายไปเสียบนอกพื้นที่ประจุไฟเพราะจอดใกล้กว่า ก๊าซสะสมในพื้นที่ที่ไม่มีการระบายอากาศ ประจุไฟในพื้นที่ที่จัดไว้เท่านั้น ถ้าคิวเต็มให้รอ
ถอดสายกลางคันเพื่อเอารถไปใช้ต่อ แผ่นธาตุเสื่อมถาวร ความจุลดลงเรื่อย ๆ วางแผนจำนวนก้อนสำรองให้พอกับจำนวนกะ
ถอดปลั๊กทั้งที่เครื่องประจุไฟยังเปิดสวิตช์ ประกายไฟที่หน้าสัมผัสในบรรยากาศที่มีไฮโดรเจน ปิดสวิตช์เครื่องประจุไฟก่อนเสมอ แล้วจึงถอดปลั๊ก
คีบสายพ่วงเส้นสุดท้ายที่ขั้วลบของแบตเตอรี่ที่อ่อน ประกายไฟเหนือปากจุกที่มีไฮโดรเจน คีบที่โลหะตัวถังหรือเครื่องยนต์ ให้ห่างแบตเตอรี่มากที่สุด

เช็กลิสต์พื้นที่ชาร์จและการทำงานแต่ละครั้ง

สำหรับผู้ที่ดูแลพื้นที่ ใช้ทบทวนปีละครั้งหรือเมื่อย้ายผัง

  • พื้นที่ประจุไฟแยกออกจากบริเวณที่ลูกจ้างทำงานตามข้อ 36
  • มีมาตรการระบายอากาศที่ออกแบบไว้ และทำงานพร้อมกับเครื่องประจุไฟโดยไม่ต้องอาศัยความจำของคน
  • มีป้ายห้ามสูบบุหรี่และห้ามใช้เปลวไฟติดตั้งให้เห็นชัดในพื้นที่
  • ตีเส้นทางเดินรถเข้าออกพื้นที่ประจุไฟตามข้อ 37 และไม่ตัดผ่านทางเดินคน
  • มีจุดล้างตาและฝักบัวชำระล้างที่ใช้ได้ทันที พร้อมรอบทดสอบการไหลของน้ำ
  • มีคู่มือผู้ผลิตของแบตเตอรี่และเครื่องประจุไฟเป็นภาษาที่ลูกจ้างอ่านเข้าใจตามข้อ 8
  • มีน้ำกลั่นสำรอง ไฮโดรมิเตอร์ และอุปกรณ์ป้องกันประจำจุด ได้แก่ แว่นครอบตาหรือกระบังหน้า ถุงมือ และผ้ากันเปื้อนที่ทนกรด
  • เก็บบันทึกการตรวจก่อนใช้งานตามข้อ 34 (3) และผลตรวจประจำปีตามข้อ 9

สำหรับผู้ขับ ใช้ทุกครั้งที่นำรถเข้าประจุไฟ

  • จอดในพื้นที่ที่จัดไว้ ลดงาลงแตะพื้น ดึงเบรกจอด ปิดสวิตช์กุญแจ
  • ตรวจสายไฟ ปลั๊ก และหน้าสัมผัส และเช็ดฝาแบตเตอรี่ให้แห้งก่อนเสียบ
  • เสียบปลั๊กให้แน่นสนิท จับที่ตัวปลั๊ก ไม่ดึงที่สาย และแง้มฝาจุกตามคู่มือ
  • เลือกโหมดประจุให้ถูก และประจุต่อเนื่องจนเต็ม
  • ไม่มีเครื่องมือโลหะบนฝาแบตเตอรี่ ไม่มีงานประกายไฟและไม่มีคนสูบบุหรี่ในบริเวณ
  • เลิกประจุแล้วปิดสวิตช์เครื่องประจุไฟก่อน จึงถอดปลั๊ก ปิดฝาจุกครบ และบันทึกลงใบตรวจประจำวัน

สรุป

  • ข้อ 36 ของกฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 กำหนดหน้าที่นายจ้างไว้ 2 เรื่อง คือระยะห่างของบริเวณเติมประจุไฟฟ้าจากบริเวณที่ลูกจ้างทำงาน และมาตรการระบายอากาศกันไอกรดกับไอไฮโดรเจนสะสม
  • ตัวบทไม่ได้ให้ตัวเลขระยะห่างและอัตราลม ค่าที่ใช้จริงต้องมาจากคู่มือผู้ผลิตประกอบกับผลประเมินความเสี่ยงของพื้นที่นั้น
  • แบตเตอรี่ขับเคลื่อนเน้นวินัยการประจุไฟและความสะอาด ส่วนก้อนสตาร์ตเน้นลำดับการพ่วงสายและจุดคีบสายเส้นสุดท้าย
  • ค่าถ่วงจำเพาะราว 1.280 เมื่อประจุเต็มและราว 1.15 เมื่อใช้จนหมด แรงดัน 48 โวลต์กับ 72 โวลต์ตามพิกัดรถ และระยะคีบสายพ่วงไม่น้อยกว่า 18 นิ้ว ล้วนเป็นค่าของผู้ผลิต ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด

การตรวจพื้นที่ชาร์จหนึ่งรอบควรตอบให้ได้สามข้อ พื้นที่แยกจากคนทำงานจริงหรือไม่ ระบบระบายอากาศทำงานพร้อมเครื่องชาร์จหรือไม่ และจุดล้างตาที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน คำตอบทั้งสามข้อจะสะท้อนทันทีว่าการจัดพื้นที่เป็นไปตามข้อ 36 เพียงใด

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ รถยก / Forklift? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

แบตเตอรี่ขับเคลื่อนรถยกไฟฟ้า และการประจุไฟให้ปลอดภัย — Safety Station 101