ชนิดหัวตรวจของเครื่องวัดก๊าซ สี่แบบที่ใช้จริงและข้อจำกัดที่ต้องรู้
หัวตรวจสี่ชนิดในเครื่องวัดก๊าซที่อับอากาศ วัดอะไรได้ ตัวไหนเชื่อไม่ได้ในอากาศออกซิเจนต่ำ และสารที่ทำให้หัวตรวจเสื่อม พร้อมเกณฑ์บรรยากาศอันตรายตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562

เครื่องวัดก๊าซหนึ่งเครื่องมีหัวตรวจ (sensor) หลายชนิดประกอบอยู่ภายใน และหัวตรวจแต่ละชนิดตอบสนองต่อก๊าซคนละกลุ่มกัน ตัวเลขบนหน้าจอจึงเชื่อถือได้เท่าที่หัวตรวจในเครื่องนั้นวัดก๊าซชนิดนั้นได้จริง กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผล และประเมินสภาพอากาศก่อนและระหว่างที่ลูกจ้างทำงาน พร้อมวางนิยามบรรยากาศอันตรายไว้ในข้อ 1 แต่ไม่ได้กำหนดชนิดของหัวตรวจไว้ การเลือกหัวตรวจให้ตรงกับก๊าซที่คาดว่าจะพบจึงเป็นการตัดสินใจทางเทคนิคของนายจ้างและผู้ควบคุมงานเอง บทนี้แยกหัวตรวจสี่ชนิดที่ใช้จริง ว่าแต่ละชนิดวัดอะไรได้ และเสียความน่าเชื่อถือในสภาพใด ส่วนรอบสอบเทียบกับการทดสอบก่อนใช้ อ่านได้ที่ ทดสอบการตอบสนองกับการสอบเทียบเครื่องวัดก๊าซ
เกณฑ์ที่กฎหมายไทยกำหนด และค่าที่มาจากคู่มือผู้ผลิต
ข้อ 1 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2562 นิยามคำว่า บรรยากาศอันตราย ว่าหมายถึงสภาพอากาศที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากสภาวะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
- (1) มีออกซิเจนต่ำกว่าร้อยละ 19.5 หรือมากกว่าร้อยละ 23.5 โดยปริมาตร
- (2) มีก๊าซ ไอ หรือละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (lower flammable limit หรือ lower explosive limit)
- (3) มีฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ซึ่งมีค่าความเข้มข้นเท่ากับหรือมากกว่าค่าความเข้มข้นขั้นต่ำสุดของฝุ่นที่ติดไฟหรือระเบิดได้แต่ละชนิด (minimum explosible concentration)
- (4) มีค่าความเข้มข้นของสารเคมีแต่ละชนิดเกินมาตรฐานที่กำหนดตามกฎกระทรวงว่าด้วยสารเคมีอันตราย
- (5) สภาวะอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือชีวิตตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
สองอนุมาตรานี้ใช้เครื่องหมายไม่เหมือนกัน และผู้ตั้งค่าเตือนต้องอ่านให้ตรง ก๊าซและไอไวไฟใช้คำว่า เกิน ร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำ กล่าวคือค่าที่ 10 %LEL พอดียังไม่เข้านิยาม ส่วนฝุ่นไวไฟใช้คำว่า เท่ากับหรือมากกว่า กล่าวคือค่าที่เท่ากันพอดีเข้านิยามแล้ว ในทางปฏิบัติยังควรตั้งค่าเตือนของก๊าซไวไฟไว้ที่ 10 %LEL เพื่อให้เครื่องร้องก่อนถึงเส้นที่ตัวบทวางไว้ ส่วนค่าเกณฑ์ของก๊าซทั้งสี่ตัวที่วัดกันเป็นประจำ อ่านต่อได้ที่ เกณฑ์ก๊าซสี่ตัวก่อนเข้าที่อับอากาศ
ข้อ 6 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจวัด บันทึกผลการตรวจวัด และประเมินสภาพอากาศก่อนให้ลูกจ้างเข้าไปทำงานและในระหว่างที่ลูกจ้างทำงาน หากพบว่ามีสภาวะที่เป็นบรรยากาศอันตราย ให้ห้ามบุคคลใดเข้าไป นำลูกจ้างที่อยู่ภายในออกทันที ประเมินและค้นหาสาเหตุ แล้วจึงจัดการให้สภาพอากาศนั้นไม่มีบรรยากาศอันตราย เช่น การระบายอากาศ พร้อมเก็บบันทึกผลไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้อย่างน้อยหนึ่งปี ส่วนข้อ 7 เปิดทางไว้เฉพาะกรณีที่ดำเนินการตามข้อ 6 แล้วยังมีบรรยากาศอันตรายอยู่ และนายจ้างมีความจำเป็นที่จะต้องให้เข้าไป โดยต้องจัดให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
เส้นแบ่งที่ต้องจำให้แม่นคือ กฎหมายไทยกำหนดหน้าที่ตรวจวัดกับเกณฑ์สภาพอากาศที่ยอมให้เข้าทำงานได้ ส่วนชนิดหัวตรวจ ช่วงวัด เวลาตอบสนอง อายุหัวตรวจ รอบสอบเทียบ และจุดตั้งเตือนของก๊าซพิษ เป็นข้อมูลของผู้ผลิตประกอบกับนโยบายของสถานประกอบกิจการ
ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานฯ พ.ศ. 2563 ให้ภาพเดียวกัน ข้อ 6 กำหนดรายการอุปกรณ์การฝึกอบรมภาคปฏิบัติไว้ โดยสามรายการแรกเป็นเรื่องการตรวจวัด ได้แก่ เครื่องตรวจวัดปริมาณออกซิเจนในบรรยากาศ เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิดในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ และเครื่องตรวจวัดค่าความเข้มของสารเคมีในบรรยากาศ โดยให้นายจ้างเลือกใช้เครื่องตรวจวัดค่าความเข้มข้นของสารเคมีตามความเหมาะสมกับสารเคมีที่มีในสถานประกอบกิจการ ตัวบทผูกหน้าที่กับชนิดของค่าที่ต้องวัด ไม่ได้ผูกกับเทคโนโลยีของหัวตรวจ
หัวตรวจสี่ชนิดที่ใช้จริง และสิ่งที่แต่ละชนิดวัดได้
| ชนิดหัวตรวจ | วัดอะไรได้ | จุดเด่น | ข้อจำกัดที่ต้องรู้ |
|---|---|---|---|
| เซลล์ไฟฟ้าเคมี (electrochemical) | ออกซิเจน และก๊าซพิษ เช่น CO, H2S, NH3, SO2 | เลือกเฉพาะก๊าซได้หลายชนิด | อายุใช้งานจำกัด ไวต่อความชื้น อ่านค่าเพี้ยนข้ามชนิดได้ |
| เม็ดเผาไหม้ (catalytic bead) | ก๊าซและไอไวไฟ อ่านค่าเป็น %LEL | หัวเดียววัดก๊าซไวไฟได้หลายชนิด ทนทาน | ต้องมีออกซิเจนพอจึงอ่านค่าได้ตรง และถูกวางยาได้ |
| อินฟราเรด (infrared) | ไฮโดรคาร์บอน และคาร์บอนไดออกไซด์ | ไม่พึ่งออกซิเจน ไม่ถูกวางยา ใช้กับพื้นที่เติมก๊าซเฉื่อยได้ | มองไม่เห็นไฮโดรเจน ราคาสูง |
| โฟโตไอออไนเซชัน (photoionization) | ไอสารอินทรีย์ระเหย (VOC) ที่ระดับ ppm ต่ำ | เห็นไอตัวทำละลายที่หัวตรวจ %LEL มองไม่เห็น | อ่านค่ารวมไม่แยกชนิดสาร ต้องใช้ค่าสนองตอบ มองไม่เห็นมีเทน |
หัวตรวจแบบเซลล์ไฟฟ้าเคมี
หัวตรวจกลุ่มนี้ทำงานด้วยปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ ก๊าซเป้าหมายซึมผ่านเยื่อเข้าไปทำปฏิกิริยาแล้วเกิดกระแสไฟฟ้า ยิ่งก๊าซเข้มข้นมาก กระแสยิ่งมาก เครื่องจึงแปลงเป็นตัวเลขบนหน้าจอ ในเครื่องวัดหลายก๊าซทั่วไป ช่องออกซิเจนกับช่องก๊าซพิษเป็นหัวตรวจชนิดนี้ทั้งหมด
ผลที่ตามมามีสองข้อ ข้อแรก หัวตรวจชนิดนี้จำเพาะกับก๊าซที่ผู้ผลิตกำหนดมา ถ้าพื้นที่มีแอมโมเนียแต่เครื่องมีเฉพาะช่อง CO และ H2S หน้าจอจะไม่บอกอะไรเกี่ยวกับแอมโมเนียเลย ข้อสอง เซลล์มีสารเคมีภายในที่หมดสภาพไปตามเวลา คู่มือผู้ผลิตโดยทั่วไประบุอายุใช้งานไว้ราว 2 ถึง 3 ปี และเสื่อมเร็วขึ้นได้จากความชื้น ฝุ่น หรือก๊าซเข้มข้นสูง
หัวตรวจแบบเม็ดเผาไหม้
หัวตรวจชนิดนี้เป็นที่มาของค่าที่แสดงเป็น %LEL ภายในมีขดลวดเคลือบสารเร่งปฏิกิริยา เมื่อก๊าซไวไฟผ่านเข้ามาจะเกิดการเผาไหม้เล็ก ๆ บนผิวเม็ด ความร้อนที่เกิดขึ้นเปลี่ยนความต้านทานไฟฟ้าของขดลวด เครื่องจึงคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าขีดจำกัดล่างของการติดไฟของสารนั้น
จุดแข็งคือหัวเดียววัดก๊าซไวไฟได้หลายชนิด จึงเหมาะกับงานที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าไอไวไฟที่ค้างอยู่เป็นสารใด แต่มาพร้อมข้อจำกัดสองข้อ ข้อแรกคือผู้ผลิตสอบเทียบหัวตรวจด้วยก๊าซมาตรฐานเพียงชนิดเดียว มักเป็นมีเทนหรือเพนเทน เมื่อนำไปวัดสารไวไฟชนิดอื่น ค่าที่อ่านได้จะคลาดเคลื่อน จึงต้องคูณด้วยค่าปรับแก้ตามตารางในคู่มือของรุ่นนั้น ค่าปรับแก้ต่างกันตามรุ่นเครื่องและชนิดสาร การจำตัวเลขข้ามรุ่นทำให้แปลผลผิด ข้อสองคือเรื่องออกซิเจน ซึ่งแยกอธิบายไว้ในหัวข้อถัดไป
หัวตรวจแบบอินฟราเรด
หัวตรวจชนิดนี้ยิงลำแสงอินฟราเรดผ่านตัวอย่างอากาศ แล้วอ่านปริมาณแสงที่ก๊าซเป้าหมายดูดกลืนไป เพราะไม่ได้อาศัยการเผาไหม้ จึงวัดไฮโดรคาร์บอนได้แม้ในบรรยากาศออกซิเจนต่ำ และไม่ถูกวางยาจากสารเคมี คุณสมบัตินี้ทำให้หัวตรวจอินฟราเรดเป็นทางเลือกหลักของงานถังที่เติมก๊าซเฉื่อยไล่อากาศ เช่นในโรงงานปิโตรเคมี ซึ่งอธิบายไว้ที่ งานในถังที่เติมก๊าซไนโตรเจน
ข้อจำกัดคือหัวตรวจชนิดนี้มองไม่เห็นไฮโดรเจน เพราะโมเลกุลไฮโดรเจนไม่ดูดกลืนแสงอินฟราเรดในช่วงที่หัวตรวจอ่าน งานที่มีแหล่งกำเนิดไฮโดรเจน เช่น ห้องชาร์จแบตเตอรี่ จึงยึดค่าจากหัวตรวจอินฟราเรดตัวเดียวไม่ได้ ต้องเสริมด้วยหัวตรวจแบบเม็ดเผาไหม้หรือหัวตรวจเฉพาะไฮโดรเจน อีกข้อคือราคาต่อจุดวัดสูงกว่าชนิดอื่น
หัวตรวจแบบโฟโตไอออไนเซชัน
หัวตรวจชนิดนี้ใช้หลอดกำเนิดแสงอัลตราไวโอเลตทำให้โมเลกุลของไอสารอินทรีย์แตกตัวเป็นไอออน แล้ววัดกระแสที่เกิดขึ้น จุดเด่นคือเห็นไอตัวทำละลายที่ความเข้มข้นระดับ ppm ต่ำ ซึ่งต่ำเกินกว่าหัวตรวจ %LEL จะขยับ งานล้างถังตัวทำละลายและงานที่ต้องเฝ้าระวังอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าอันตรายจากไฟ จึงต้องใช้หัวตรวจชนิดนี้
ข้อจำกัดมีสามข้อ ข้อแรก หัวตรวจอ่านค่ารวมของไอสารอินทรีย์ทั้งหมดโดยไม่แยกว่าเป็นสารใด ตัวเลขที่ได้จึงต้องแปลงด้วยค่าสนองตอบของสารเป้าหมายตามคู่มือผู้ผลิต ข้อสอง หัวตรวจมองไม่เห็นมีเทน จึงใช้แทนช่องวัดก๊าซไวไฟไม่ได้ ข้อสาม หลอดกำเนิดแสงสกปรกหรือเสื่อมได้ ทำให้ค่าที่อ่านได้ลดลงเงียบ ๆ ตามเวลา
จำนวนช่องวัดบนหน้าจอจึงเป็นคนละเรื่องกับความครอบคลุมของหัวตรวจ การเลือกจำนวนช่องวัดให้เหมาะกับงาน อ่านต่อได้ที่ เครื่องวัดสี่ก๊าซกับห้าก๊าซในงานที่อับอากาศ
หัวตรวจแบบเม็ดเผาไหม้กับบรรยากาศออกซิเจนต่ำ
หัวตรวจแบบเม็ดเผาไหม้อ่านค่าด้วยการเผาไหม้ก๊าซตัวอย่างบนผิวหัวตรวจ และการเผาไหม้ต้องใช้ออกซิเจน เมื่อออกซิเจนในพื้นที่ต่ำ การเผาไหม้บนผิวเม็ดจึงไม่สมบูรณ์ ค่า %LEL ที่แสดงจะ ต่ำกว่าความเป็นจริง โดยที่หน้าจอไม่มีสัญญาณใดบอกว่าตัวเลขนั้นเชื่อไม่ได้
สภาพที่อันตรายถึงชีวิตคือถังที่อัดแน่นด้วยไอไวไฟจนแทนที่อากาศไปเกือบหมด หรือถังที่เติมก๊าซเฉื่อยไล่อากาศไว้ก่อนซ่อมบำรุง หน้าจออาจแสดงค่า %LEL ต่ำหรือเกือบเป็นศูนย์ ทั้งที่ภายในพร้อมติดไฟทันทีที่อากาศภายนอกไหลเข้าไปผสม คู่มือผู้ผลิตโดยทั่วไประบุว่าหัวตรวจชนิดนี้ต้องมีออกซิเจนเกินราวร้อยละ 10 โดยปริมาตรจึงอ่านค่าได้ตรง ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลของผู้ผลิต ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด และต่างกันได้ตามรุ่นเครื่อง
ข้อปฏิบัติที่ตามมามีสามข้อ
- อ่านค่าออกซิเจนก่อนเสมอ แล้วจึงตัดสินว่าจะเชื่อค่า %LEL หรือไม่ ถ้าค่าออกซิเจนต่ำผิดปกติ ค่าก๊าซไวไฟในขณะนั้นใช้ตัดสินใจไม่ได้
- พื้นที่ที่เติมก๊าซเฉื่อยหรือคาดว่าออกซิเจนต่ำ ให้ใช้เครื่องที่มีหัวตรวจอินฟราเรด หรือเครื่องที่วัดก๊าซไวไฟเป็นร้อยละโดยปริมาตร ตามคู่มือผู้ผลิต
- ค่า %LEL ต่ำในถังที่ยังไม่ระบายอากาศ ยังแปลว่าปลอดภัยไม่ได้ ให้ระบายอากาศจนค่าออกซิเจนกลับเข้าเกณฑ์ก่อน แล้ววัดซ้ำเพื่อยืนยัน
ลำดับการอ่านค่าที่ปลอดภัยจึงเรียงเป็น ออกซิเจน → ก๊าซไวไฟ → ก๊าซพิษ ด้วยเหตุผลทางเทคนิคนี้
สารที่ทำให้หัวตรวจเสื่อมและถูกวางยา
หัวตรวจแบบเม็ดเผาไหม้เสียความไวได้จากสารที่ไปเคลือบหรือทำลายผิวสารเร่งปฏิกิริยา กลุ่มที่พบบ่อยคือสารประกอบซิลิโคน ตะกั่ว และสารประกอบซัลไฟด์ อาการเสื่อมแบ่งได้สองแบบ
- การวางยา (poisoning) ผิวสารเร่งปฏิกิริยาเสียสภาพถาวร ความไวลดลงและไม่กลับคืน แม้พาเครื่องออกมาอยู่ในอากาศสะอาดแล้ว
- การยับยั้งชั่วคราว (inhibition) ความไวลดลงระหว่างสัมผัสสารรบกวน แล้วค่อย ๆ กลับคืนเมื่ออยู่ในอากาศสะอาดสักระยะ
แหล่งของสารกลุ่มนี้ในโรงงานไทยมีอยู่ทั่วไป ทั้งสเปรย์ซิลิโคนหล่อลื่น สารกันซึม กาวและวัสดุยาแนว น้ำยาขัดเงา และไอกำมะถันจากบ่อบำบัดน้ำเสีย ผลของการเสื่อมคือเครื่องยังเปิดติด หน้าจอยังแสดงตัวเลข ไฟสถานะยังปกติ แต่ตัวเลขที่แสดงต่ำกว่าความจริง อาการนี้ตรวจพบได้ทางเดียวคือการทดสอบด้วยก๊าซมาตรฐานตามรอบ ไม่ใช่ด้วยสายตา
หัวตรวจแบบเซลล์ไฟฟ้าเคมีมีปัญหาคนละแบบ คือการอ่านค่าเพี้ยนข้ามชนิด (cross-sensitivity) เพราะเซลล์ตอบสนองต่อก๊าซอื่นที่ทำปฏิกิริยาคล้ายกันด้วย ช่อง CO อ่านค่าขึ้นเมื่อมีไฮโดรเจน เช่นในห้องชาร์จแบตเตอรี่ ส่วนช่อง H2S ตอบสนองต่อซัลเฟอร์ไดออกไซด์และเมอร์แคปแทน แนวปฏิบัติคือแปลผลร่วมกับผลชี้บ่งอันตรายของพื้นที่นั้น และเปิดตารางค่าเพี้ยนข้ามชนิดในคู่มือเครื่อง ค่าที่ขึ้นเกินเกณฑ์ให้ปฏิบัติเสมือนมีอันตรายไว้ก่อน แล้วจึงสอบสวนหาสาเหตุ
อายุหัวตรวจกับรอบดูแลเครื่อง
หัวตรวจทุกชนิดมีอายุจำกัดและเสื่อมลงตามเวลา แม้เก็บไว้เฉย ๆ โดยไม่ได้ใช้งาน กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2562 ไม่ได้กำหนดรอบสอบเทียบหรือความถี่ของการทดสอบก่อนใช้ไว้เป็นตัวเลข หน้าที่ตามตัวบทหยุดอยู่ที่การตรวจวัด บันทึกผล และประเมินสภาพอากาศตามข้อ 6 ความถี่ของการดูแลเครื่องจึงต้องอ้างคู่มือผู้ผลิตกับมาตรฐานสากล และระบุที่มาให้ชัดในระเบียบปฏิบัติ
การแยกการทดสอบการตอบสนองก่อนใช้ประจำวันออกจากการสอบเทียบตามรอบ อธิบายไว้ครบแล้วที่ ทดสอบการตอบสนองกับการสอบเทียบเครื่องวัดก๊าซ สิ่งที่ต้องเพิ่มในมุมของหัวตรวจมีสองข้อ ข้อแรก เครื่องที่ทดสอบไม่ผ่านซ้ำ ๆ ทั้งที่สอบเทียบแล้ว มักบอกว่าหัวตรวจหมดอายุหรือถูกวางยา ข้อสอง ทะเบียนเครื่องควรบันทึกวันติดตั้งหัวตรวจแต่ละช่องแยกกัน เพราะแต่ละช่องหมดอายุไม่พร้อมกัน
การเลือกเครื่องให้ตรงกับก๊าซที่คาดว่าจะพบ
ข้อ 5 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2562 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการประเมินสภาพอันตรายในที่อับอากาศ หากพบว่ามีสภาพอันตราย ต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อลูกจ้าง และเก็บหลักฐานไว้ให้ตรวจสอบได้ ผลการประเมินตามข้อนี้คือจุดตั้งต้นของการเลือกเครื่อง เพราะบอกว่าพื้นที่นั้นมีแหล่งกำเนิดก๊าซชนิดใดได้บ้าง
| ลักษณะงาน | ก๊าซที่คาดว่าจะพบ | หัวตรวจที่ต้องมี |
|---|---|---|
| บ่อบำบัดน้ำเสีย ท่อระบายน้ำ | ออกซิเจนพร่อง · H2S · มีเทน | เซลล์ไฟฟ้าเคมี · เม็ดเผาไหม้ |
| งานเชื่อมหรือใช้เครื่องยนต์ในถัง | CO · ออกซิเจนพร่องจากการเผาไหม้ | เซลล์ไฟฟ้าเคมี · เม็ดเผาไหม้ |
| งานล้างถังตัวทำละลาย | ไอสารอินทรีย์ระเหย | โฟโตไอออไนเซชัน เสริมชุดหลัก |
| ถังที่เติมก๊าซเฉื่อยไล่อากาศ | ออกซิเจนต่ำมาก · ไฮโดรคาร์บอน | อินฟราเรด แทนเม็ดเผาไหม้ |
| ห้องเย็นและระบบทำความเย็น | แอมโมเนีย | เซลล์ไฟฟ้าเคมีเฉพาะแอมโมเนีย |
| ห้องชาร์จแบตเตอรี่ | ไฮโดรเจน | เม็ดเผาไหม้ หรือหัวตรวจเฉพาะไฮโดรเจน |
การซื้อเครื่องรุ่นเดียวแล้วใช้กับทุกงานทำให้เกิดช่องว่างในพื้นที่ที่มีก๊าซนอกชุดมาตรฐาน สถานประกอบกิจการที่มีที่อับอากาศหลายลักษณะจึงควรจัดเครื่องแยกตามกลุ่มพื้นที่ พร้อมระบุในระเบียบปฏิบัติว่าเครื่องรุ่นใดใช้กับงานใดได้
เอกสารและหลักฐานที่ต้องเก็บ
| หลักฐาน | ที่มา | ระยะเวลาเก็บ |
|---|---|---|
| บันทึกผลการตรวจวัดและการประเมินสภาพอากาศ | ข้อ 6 | อย่างน้อยหนึ่งปี |
| หลักฐานการประเมินสภาพอันตรายและมาตรการควบคุม | ข้อ 5 | เก็บไว้ให้ตรวจสอบได้ |
| ผลการประเมินสภาพอันตรายและบรรยากาศอันตรายในหนังสืออนุญาต | ข้อ 18 (8) | เก็บไว้ให้ตรวจสอบได้ |
| ทะเบียนเครื่อง ประวัติเปลี่ยนหัวตรวจ ใบสอบเทียบ | คู่มือผู้ผลิต · ระบบภายใน | ตามระเบียบภายใน |
บันทึกผลที่ใช้ได้จริงต้องระบุอย่างน้อยว่า วัดที่จุดใด เวลาใด ด้วยเครื่องหมายเลขใด ค่าที่อ่านได้แต่ละช่องเท่าใด และผู้วัดคือใคร หมายเลขเครื่องช่วยให้ตรวจย้อนหลังได้ว่าค่านั้นมาจากเครื่องที่พร้อมใช้งาน
เครื่องอ่านต่ำ
- เชื่อค่า %LEL ในถังที่ออกซิเจนต่ำ คือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด เพราะหัวตรวจแบบเม็ดเผาไหม้อ่านต่ำกว่าจริงโดยไม่มีสัญญาณเตือน
- ใช้เครื่องรุ่นเดียวกับทุกพื้นที่ พื้นที่ที่มีแอมโมเนีย คลอรีน หรือไอตัวทำละลาย ต้องมีหัวตรวจที่ตรงกับก๊าซนั้น
- นำค่าปรับแก้ของเครื่องรุ่นหนึ่งไปใช้กับอีกรุ่น ค่าปรับแก้ผูกกับรุ่นเครื่องและก๊าซที่ใช้สอบเทียบ
- ตั้งค่าศูนย์ในอากาศที่ปนเปื้อน เช่น ที่ปากบ่อ เท่ากับสอนเครื่องให้จำอากาศปนเปื้อนเป็นค่าศูนย์
- ใช้สเปรย์ซิลิโคนใกล้เครื่องระหว่างงาน ทำให้หัวตรวจแบบเม็ดเผาไหม้ถูกวางยาโดยไม่มีใครรู้ตัว
- บันทึกเฉพาะค่าที่ผ่านเกณฑ์ ค่าที่ไม่ผ่านและการแก้ไขตามข้อ 6 คือหลักฐานที่พนักงานตรวจความปลอดภัยใช้ตรวจ
เช็คลิสต์ก่อนเลือกเครื่องและก่อนนำไปใช้
- เปิดผลประเมินสภาพอันตรายของพื้นที่นั้นก่อน แล้วจึงระบุก๊าซที่ต้องวัด
- ตรวจว่าหัวตรวจแต่ละช่องครอบคลุมก๊าซที่ระบุไว้ครบ
- พื้นที่ที่ออกซิเจนต่ำหรือเติมก๊าซเฉื่อย เลือกเครื่องที่มีหัวตรวจอินฟราเรด
- พื้นที่ที่มีไอตัวทำละลาย เพิ่มหัวตรวจแบบโฟโตไอออไนเซชัน
- เก็บคู่มือผู้ผลิตไว้ที่หน่วยงาน พร้อมตารางค่าปรับแก้และค่าเพี้ยนข้ามชนิด
- ตั้งค่าศูนย์ในอากาศสะอาด แล้วทดสอบการตอบสนองด้วยก๊าซมาตรฐานที่ยังไม่หมดอายุ
- ตรวจวันติดตั้งหัวตรวจแต่ละช่องกับวันสอบเทียบล่าสุด
- อ่านค่าออกซิเจนก่อน แล้วจึงตัดสินว่าจะเชื่อค่าก๊าซไวไฟและก๊าซพิษหรือไม่
- บันทึกจุดวัด เวลา หมายเลขเครื่อง ค่าที่อ่านได้ และชื่อผู้วัดทุกครั้ง
สรุป
- กฎหมายไทยกำหนดหน้าที่ตรวจวัด บันทึกผล และประเมินสภาพอากาศตามข้อ 6 พร้อมเกณฑ์บรรยากาศอันตรายตามข้อ 1 ส่วนชนิดหัวตรวจ ช่วงวัด ค่าเตือนของก๊าซพิษ และอายุหัวตรวจ มาจากคู่มือผู้ผลิต
- ก๊าซและไอไวไฟใช้คำว่า เกิน ร้อยละ 10 ของค่า LEL ส่วนฝุ่นไวไฟใช้คำว่า เท่ากับหรือมากกว่า ค่าความเข้มข้นขั้นต่ำสุด
- หัวตรวจแบบเม็ดเผาไหม้ต้องมีออกซิเจนพอจึงอ่านค่าได้ตรง ค่าที่อ่านในบรรยากาศออกซิเจนต่ำจึงต่ำกว่าความจริงโดยไม่มีสัญญาณเตือน
- ซิลิโคน ตะกั่ว และสารประกอบซัลไฟด์ ทำให้หัวตรวจแบบเม็ดเผาไหม้เสื่อมถาวรได้ ส่วนหัวตรวจแบบเซลล์ไฟฟ้าเคมีอ่านค่าเพี้ยนข้ามชนิดได้
- เลือกหัวตรวจตามข้อ 5 ไม่ใช้รุ่นเดียวทุกงาน ผลจากสายยาวดูที่ ปั๊มดูดตัวอย่าง
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ข้อ 1 นิยามบรรยากาศอันตราย · ข้อ 5 การประเมินสภาพอันตราย · ข้อ 6 การตรวจวัดและบันทึกผล · ข้อ 7 กรณีจำเป็นต้องเข้าไปในบรรยากาศอันตราย · ข้อ 18 (8) ผลการประเมินในหนังสืออนุญาต
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และหลักสูตรการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ พ.ศ. 2563 ข้อ 6 อุปกรณ์การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ
- คู่มือผู้ผลิตของเครื่องวัดก๊าซแต่ละรุ่น สำหรับช่วงวัด ค่าปรับแก้ อายุหัวตรวจ และรอบสอบเทียบ
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

4-Gas vs 5-Gas Monitor — เลือกตัวไหนสำหรับงานที่อับอากาศ
เปรียบเทียบเครื่องวัดก๊าซ 4-gas และ 5-gas สำหรับงานที่อับอากาศ — เซ็นเซอร์ ความแม่นยำ การ Calibration และข้อจำกัดทางเทคนิค

4 ก๊าซต้องตรวจก่อนเข้าที่อับอากาศ — ค่า threshold และข้อกฎหมายไทย
เช็ค 4 ก๊าซก่อนเข้าที่อับอากาศ — O2 19.5-23.5%, LEL ไม่เกิน 10%, CO 50 ppm TWA, H2S Ceiling 20 ppm พร้อมลำดับการตรวจ ข้อกฎหมาย กฎกระทรวง 2562 ข้อ 6 และ checklist สรุป

Bump Test ต่างจาก Calibration อย่างไร — ทำเมื่อไหร่ ความถี่เท่าไหร่ ทำตามลำดับไหน
Bump test เช็คว่าเครื่องวัดก๊าซยังใช้ได้ไหม ส่วน calibration ปรับให้อ่านค่าแม่น — เปรียบเทียบความต่าง ความถี่ตาม ISEA/OSHA และลำดับการทำก่อนเข้าที่อับอากาศ