คำนวณจำนวน Rating และระยะติดตั้งถังดับเพลิงต่อพื้นที่ ตามกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 (เทียบ NFPA 10)
วิธีคำนวณจำนวนถังดับเพลิง rating และระยะติดตั้งทีละขั้น ตามกฎกระทรวงอัคคีภัย 2555 ข้อ 13 ระยะเข้าถึง 22.5 ม. (เพลิง A) 23 ม. (เพลิง D) 9/15 ม. (เพลิง B) ปัดเศษขึ้น ตรวจทุก 6 เดือน เทียบ NFPA 10

ติดถังดับเพลิงครบทุกห้องแล้ว แต่ผ่านการตรวจของพนักงานตรวจความปลอดภัยหรือไม่ เป็นคนละเรื่องกัน เพราะกฎหมายไทยไม่ได้บอกแค่ว่า "ต้องมีถัง" แต่กำหนดว่าแต่ละพื้นที่ต้องมีถังกี่เครื่อง ความสามารถดับเพลิง (rating) เท่าไหร่ และวางห่างกันได้ไม่เกินกี่เมตร โรงงานจำนวนมากติดถังครบจำนวนแต่วางห่างกันเกินระยะเข้าถึง ผลคือ ยังผิดกฎอยู่ดี
บทนี้ไม่ใช่เรื่องว่าไฟแต่ละประเภทใช้ถังอะไร ถ้าต้องการทบทวนพื้นฐานเพลิงประเภท A B C D และวิธีใช้ถัง ให้อ่าน ประเภทไฟ A B C D K และวิธีใช้ถังดับเพลิง PASS ก่อน บทนี้เป็นเรื่อง engineering layout ล้วน ๆ คือ คำนวณว่าต้องมีกี่ถัง rating เท่าไหร่ และวางห่างเท่าไหร่ ตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2555
ขั้นที่ 1 — จัดระดับความเสี่ยงของพื้นที่

ทุกการคำนวณเริ่มจากการจัดระดับความเสี่ยงของพื้นที่ก่อน เพราะตารางท้ายกฎกระทรวงใช้ระดับความเสี่ยงเป็นตัวกำหนดทั้งจำนวนและ rating ตามนิยามในข้อ 1 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2555 แบ่งเป็นสามระดับ
- สถานที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยอย่างเบา คือ สถานที่ที่มีวัตถุซึ่งไม่ติดไฟเป็นส่วนใหญ่ หรือมีวัตถุติดไฟได้ในปริมาณน้อย หรือมีวัตถุไวไฟในปริมาณน้อยที่เก็บในภาชนะปิดสนิทอย่างปลอดภัย
- สถานที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยอย่างปานกลาง คือ สถานที่ที่มีวัตถุไวไฟหรือวัตถุติดไฟได้ และมีปริมาณไม่มาก
- สถานที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยอย่างร้ายแรง คือ สถานที่ที่มีวัตถุไวไฟหรือวัตถุติดไฟได้ง่าย และมีปริมาณมาก
ระดับความเสี่ยงที่สูงขึ้น หมายถึง พื้นที่ที่ถังหนึ่งเครื่องครอบคลุมได้น้อยลง ต้องใช้ถังถี่ขึ้นหรือ rating สูงขึ้น
ขั้นที่ 2 — เพลิงประเภท เอ คำนวณจากพื้นที่ด้วยตารางที่ 2
เพลิงประเภท เอ (เชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ) ใช้วิธีคำนวณจากพื้นที่ ตามข้อ 13 (4) (ก) ที่ให้คำนวณจำนวน ความสามารถ และการติดตั้งตามพื้นที่ในตารางที่ 2 ท้ายกฎกระทรวง
หลักการอ่านตารางที่ 2 คือ แต่ละแถวจับคู่ "ความสามารถของเครื่องดับเพลิงเทียบเท่า" (เช่น 1-A, 2-A, 4-A, 10-A) กับ "พื้นที่ที่ถังหนึ่งเครื่องครอบคลุมได้" โดยพื้นที่ต่อหนึ่งเครื่องจะลดลงเมื่อระดับความเสี่ยงสูงขึ้น และเพิ่มขึ้นเมื่อ rating สูงขึ้น จนถึงเพดานสูงสุดที่ 1,050 ตารางเมตรต่อเครื่อง
ค่าในตารางต่อไปนี้ ตรวจสอบจากตารางที่ 2 ท้ายกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2555 ฉบับจริงแล้ว หน่วยทุกช่อง คือ พื้นที่เป็นตารางเมตรที่ถังหนึ่งเครื่องครอบคลุมได้
| ความสามารถเทียบเท่า | เสี่ยงอย่างเบา | เสี่ยงอย่างปานกลาง | เสี่ยงอย่างร้ายแรง |
|---|---|---|---|
| 1-A | 200 | ไม่อนุญาตให้ใช้ | ไม่อนุญาตให้ใช้ |
| 2-A | 560 | 200 | ไม่อนุญาตให้ใช้ |
| 3-A | 840 | 420 | 200 |
| 4-A | 1,050 | 560 | 370 |
| 5-A | 1,050 | 840 | 560 |
| 10-A | 1,050 | 1,050 | 840 |
| 20-A | 1,050 | 1,050 | 840 |
| 40-A | 1,050 | 1,050 | 1,050 |
จากตารางจะเห็นหลักการสองข้อชัดเจน คือ ถัง rating สูงขึ้นครอบคลุมพื้นที่ได้มากขึ้น และพื้นที่ที่ครอบคลุมได้ลดลงเมื่อความเสี่ยงสูงขึ้น สังเกตด้วยว่าถัง rating ต่ำ เช่น 1-A และ 2-A ใช้ในพื้นที่เสี่ยงร้ายแรงไม่ได้เลย
สูตรหาจำนวนถัง
เมื่อรู้พื้นที่ที่ถังหนึ่งเครื่องครอบคลุมแล้ว จำนวนถังคำนวณจาก
จำนวนถัง = พื้นที่จริงของสถานที่ หารด้วย พื้นที่ที่ถังหนึ่งเครื่องครอบคลุมได้
กฎสำคัญ คือ ปัดเศษขึ้นเสมอ ตามข้อ 13 (4) (ก) ที่ระบุว่า ถ้ามีเศษของพื้นที่ให้นับเป็นพื้นที่เต็มส่วนที่ต้องเพิ่มจำนวนเครื่องดับเพลิงขึ้นอีกหนึ่งเครื่อง
ขั้นที่ 3 — ตรวจระยะเข้าถึง (travel distance) ของเพลิงประเภท เอ

คำนวณจากพื้นที่ได้กี่ถัง ยังไม่จบ ต้องตรวจระยะเข้าถึงด้วย ตามข้อ 13 (4) (ก) เพลิงประเภท เอ ต้องมีระยะเข้าถึงไม่เกิน 22.5 เมตร (ยี่สิบสองเมตรห้าสิบเซนติเมตร)
"ระยะเข้าถึง" ตามนิยามข้อ 1 คือ ระยะทางที่ผู้ปฏิบัติงานเดินเข้าถึงถังเพื่อดับเพลิง ณ จุดนั้น ความหมายในทางปฏิบัติ คือ ทุกจุดในพื้นที่ทำงานต้องเดินถึงถังที่ใกล้ที่สุดได้ภายใน 22.5 เมตร ไม่ใช่ระยะเส้นตรงในอากาศ แต่เป็นระยะที่เดินได้จริงตามทางเดิน
จุดที่ต้องเข้าใจ คือ เกณฑ์จำนวนตามพื้นที่ (ขั้นที่ 2) กับเกณฑ์ระยะเข้าถึง (ขั้นที่ 3) เป็นสองเกณฑ์แยกกัน ต้องผ่านทั้งคู่ และให้ใช้ตัวที่เข้มกว่า บางครั้งคำนวณตามพื้นที่ได้ถังพอแล้ว แต่พื้นที่เป็นทางยาว ทำให้บางมุมเดินถึงถังเกิน 22.5 เมตร กรณีนี้ต้องเพิ่มถังเพื่อให้ระยะเข้าถึงผ่าน แม้พื้นที่จะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเพิ่มถัง
ขั้นที่ 4 — เพลิงประเภท บี และ ดี
เพลิงประเภท บี (ของเหลวติดไฟ ก๊าซ น้ำมัน) ไม่ได้คำนวณจากพื้นที่แบบเพลิง เอ แต่ใช้ตารางที่ 3 ท้ายกฎกระทรวง ซึ่งกำหนด rating และระยะเข้าถึงตามระดับความเสี่ยง ตามที่ข้อ 13 (4) (ก) อ้างถึง ค่าในตารางที่ 3 ตรวจสอบจากฉบับจริงแล้ว ดังนี้
| ระดับความเสี่ยง | ความสามารถเทียบเท่า | ระยะเข้าถึง |
|---|---|---|
| อย่างเบา | 5-B | 9 เมตร |
| อย่างเบา | 10-B | 15 เมตร |
| อย่างปานกลาง | 10-B | 9 เมตร |
| อย่างปานกลาง | 20-B | 15 เมตร |
| อย่างร้ายแรง | 40-B | 9 เมตร |
| อย่างร้ายแรง | 80-B | 15 เมตร |
หลักการของตารางที่ 3 คือ ในแต่ละระดับความเสี่ยง ถ้าเลือกถัง rating ต่ำกว่า ระยะเข้าถึงต้องสั้นลงเหลือ 9 เมตร แต่ถ้าเลือกถัง rating สูงกว่า ระยะเข้าถึงขยายเป็น 15 เมตรได้ แลกกันระหว่างความสามารถของถังกับความถี่ในการวาง
ส่วนเพลิงประเภท ดี (โลหะติดไฟ เช่น แมกนีเซียม) ตามข้อ 13 (4) (ก) ในการติดตั้งให้มีระยะเข้าถึงไม่เกิน 23 เมตร
สำหรับเพลิงประเภท ซี (อุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้า) กฎกระทรวงให้พิจารณาจากวัตถุที่เป็นเชื้อเพลิงในบริเวณใกล้เคียงว่าจะทำให้เกิดเพลิงประเภท เอ หรือ บี แล้วติดตั้งถังตามประเภทนั้น
ตัวอย่างคำนวณ (ค่าสมมติเพื่อสาธิตวิธีคิด)
ตัวเลขพื้นที่และผลลัพธ์ต่อไปนี้เป็นค่าสมมติเพื่อสาธิตวิธีคำนวณ ไม่ใช่ค่าจากสถานที่จริง ส่วนค่าเกณฑ์ที่ใช้ (พื้นที่ครอบคลุมต่อถัง และระยะเข้าถึง) มาจากตารางและข้อ 13 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2555
เคสที่ 1 — โรงงานเสี่ยงปานกลาง พื้นที่ 1,500 ตารางเมตร เลือกใช้ถัง 4-A
- จากตารางที่ 2 ระดับเสี่ยงปานกลาง ถัง 4-A ครอบคลุมพื้นที่ 560 ตารางเมตรต่อเครื่อง
- จำนวนถัง = 1,500 หารด้วย 560 = 2.67 เครื่อง
- ปัดเศษขึ้นตามข้อ 13 (4) (ก) = 3 เครื่อง
- จากนั้นตรวจระยะเข้าถึง เพลิง เอ ต้องไม่เกิน 22.5 เมตรทุกจุด ถ้าวาง 3 ถังแล้วยังมีมุมที่เดินเกิน 22.5 เมตร ต้องเพิ่มถังจนระยะเข้าถึงผ่าน เกณฑ์เข้มกว่าชนะ
เคสที่ 2 — พื้นที่เดียวกัน แต่เปลี่ยนไปใช้ถัง 10-A
- จากตารางที่ 2 ระดับเสี่ยงปานกลาง ถัง 10-A ครอบคลุม 1,050 ตารางเมตรต่อเครื่อง
- จำนวนถัง = 1,500 หารด้วย 1,050 = 1.43 เครื่อง
- ปัดเศษขึ้น = 2 เครื่อง
- ถัง rating สูงกว่าทำให้ใช้จำนวนน้อยลง แต่ยังต้องตรวจระยะเข้าถึง 22.5 เมตรเหมือนเดิม สองเครื่องในพื้นที่ 1,500 ตารางเมตรที่เป็นทางยาว อาจไม่พอเรื่องระยะ ต้องเพิ่มเพื่อให้ทุกจุดเดินถึงถังภายใน 22.5 เมตร
สองเคสนี้แสดงสองหลักการสำคัญ คือ ปัดเศษขึ้นเสมอ และ เมื่อเกณฑ์จำนวนกับเกณฑ์ระยะให้คำตอบต่างกัน ให้ใช้เกณฑ์ที่ต้องการถังมากกว่า
เทียบกับ NFPA 10 (มาตรฐานสากลของสหรัฐ ไม่ใช่กฎหมายไทย)
หลายคนคุ้นกับมาตรฐาน NFPA 10 ของสหรัฐ ขอย้ำว่า NFPA 10 เป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย ผู้ตรวจจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใช้กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2555 เป็นเกณฑ์ ไม่ใช่ NFPA แต่ค่าของสองมาตรฐานนี้ใกล้เคียงกันมาก จึงใช้ NFPA 10 เป็น engineering reference ประกอบได้
- เพลิง Class A ตาม NFPA 10 ระยะเข้าถึงสูงสุด 75 ฟุต (ประมาณ 22.9 เมตร) ใกล้เคียงกับ 22.5 เมตรของกฎไทย
- เพลิง Class B ตาม NFPA 10 ระยะเข้าถึง 30 ถึง 50 ฟุต ตาม rating สอดคล้องกับหลัก 9 เมตรและ 15 เมตรของกฎไทยที่แลกระหว่าง rating กับระยะ
เมื่อค่าต่างกัน ในไทยให้ยึดกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2555 เป็นเกณฑ์ตามกฎหมายเสมอ
การอ่าน rating และการตรวจสอบ
rating ของถังดับเพลิงเขียนเป็นชุดตัวเลขกับตัวอักษร เช่น 4-A:60-B:C ตัวเลขหน้าตัวอักษร คือ ความสามารถดับเพลิงเทียบเท่าของประเภทนั้น ตัวอักษร คือ ประเภทเพลิงที่ใช้ได้ ส่วนเพลิงประเภท ซี ที่ไม่มีตัวเลขนำหน้า หมายถึง สารดับเพลิงนั้นไม่นำไฟฟ้า ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ ตัวเลข rating นี้เอง คือ ค่าที่นำไปจับคู่กับตารางที่ 2 และตารางที่ 3 ในการคำนวณ
ด้านการตรวจสอบ ตามข้อ 13 (2) เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์บนถังต้องมองเห็นได้ชัดในระยะไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร (หนึ่งเมตรห้าสิบเซนติเมตร) และตามข้อ 13 (5) ต้องตรวจสอบเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหกเดือนต่อหนึ่งครั้ง พร้อมติดป้ายแสดงผลและวันที่ตรวจสอบครั้งสุดท้ายไว้ที่ถัง
ขอแยกให้ชัดว่า การตรวจถังดับเพลิงทุก 6 เดือนเป็นเกณฑ์ของข้อ 13 (5) โดยเฉพาะ ส่วนข้อ 16 (3) ที่กำหนดให้ตรวจอุปกรณ์ดับเพลิงอื่นไม่น้อยกว่าเดือนละหนึ่งครั้ง มียกเว้นให้เครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ใช้รอบ 6 เดือนตามข้อ 13 (5) แทน อย่าสับสนสองรอบเวลานี้
นำการคำนวณนี้ไปต่อยอดเป็นการตรวจประจำได้ที่ เช็กลิสต์ความปลอดภัยอัคคีภัย 15 ข้อ และดูฐานกฎหมายทั้งฉบับได้ที่ สรุปกฎกระทรวงป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: คำนวณตามพื้นที่ได้ 3 ถังพอแล้ว ทำไมต้องเพิ่มอีก เพราะระยะเข้าถึงเป็นเกณฑ์แยกจากจำนวนตามพื้นที่ ถ้าวาง 3 ถังแล้วยังมีจุดที่เดินถึงถังเกิน 22.5 เมตร (เพลิง เอ) ต้องเพิ่มถังให้ทุกจุดเข้าถึงได้ภายในระยะ เกณฑ์ที่เข้มกว่าเป็นตัวกำหนด
ถาม: 2.1 เครื่อง ปัดเป็น 2 หรือ 3 ปัดขึ้นเป็น 3 ตามข้อ 13 (4) (ก) ที่ระบุว่าถ้ามีเศษของพื้นที่ให้นับเป็นพื้นที่เต็มส่วนและเพิ่มเครื่องอีกหนึ่งเครื่อง เศษทุกกรณีปัดขึ้น
ถาม: ใช้ถัง 1-A ในโกดังเก็บสารไวไฟปริมาณมากได้ไหม ไม่ได้ โกดังเก็บสารไวไฟปริมาณมากเข้าข่ายเสี่ยงอย่างร้ายแรง และตารางที่ 2 ระบุว่าถัง 1-A และ 2-A ไม่อนุญาตให้ใช้ในระดับเสี่ยงร้ายแรง ต้องใช้ rating ที่สูงพอตามตาราง
ถาม: ระยะเข้าถึงวัดเป็นเส้นตรงในอากาศใช่ไหม ไม่ใช่ ระยะเข้าถึงตามนิยามข้อ 1 คือ ระยะที่ผู้ปฏิบัติงานเดินเข้าถึงถังได้จริง ต้องวัดตามทางเดินจริง ไม่ใช่เส้นตรงทะลุผนังหรือเครื่องจักร
สรุป
- เริ่มจากจัดระดับความเสี่ยงของพื้นที่ตามข้อ 1 เบา ปานกลาง หรือร้ายแรง ระดับยิ่งสูง ถังหนึ่งเครื่องครอบคลุมพื้นที่ยิ่งน้อย
- เพลิงประเภท เอ คำนวณจำนวนจากพื้นที่ด้วยตารางที่ 2 จำนวนถัง = พื้นที่จริง หารด้วย พื้นที่ที่ถังครอบคลุม และปัดเศษขึ้นเสมอ (ข้อ 13)
- ตรวจระยะเข้าถึงเป็นเกณฑ์แยก เพลิง เอ ไม่เกิน 22.5 เมตร เพลิง ดี ไม่เกิน 23 เมตร เพลิง บี 9 หรือ 15 เมตรตามตารางที่ 3 เกณฑ์ที่เข้มกว่าชนะ
- NFPA 10 (สหรัฐ) ค่าใกล้เคียงกฎไทย Class A 75 ฟุต (ประมาณ 22.9 เมตร) แต่เป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย ในไทยยึดกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2555
- เครื่องหมายบนถังต้องเห็นได้ในระยะ 1.5 เมตร และตรวจสอบถังทุก 6 เดือนพร้อมติดป้ายผลตรวจ (ข้อ 13)
อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐาน
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 (ข้อ 1, 13, 16 และตารางที่ 2 และตารางที่ 3 ท้ายกฎกระทรวง)
- NFPA 10 — Standard for Portable Fire Extinguishers (มาตรฐานสากลของสหรัฐ ไม่ใช่กฎหมายไทย)
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
