🧪 สารเคมี

ความปลอดภัยโรงพิมพ์ — หมึก ตัวทำละลาย VOC ไวไฟ และ Nip Point เครื่องพิมพ์

คุมอันตราย 3 ชั้นในโรงพิมพ์ — สารเคมีจากหมึก/ตัวทำละลาย, nip point ลูกกลิ้ง, อัคคีภัยจากไอ solvent · กฎสารเคมี 2556 ข้อ 10/11/21 + กฎเครื่องจักร 2564 ข้อ 15 + checklist ก่อนเดินเครื่อง

Safety Station 1017 มิถุนายน 2569อ่าน 22 นาที · 4,748 คำ
ความปลอดภัยโรงพิมพ์ — หมึก ตัวทำละลาย VOC ไวไฟ และ Nip Point เครื่องพิมพ์

ลองนึกภาพห้องผลิตในโรงพิมพ์ขนาดกลางสักแห่ง เครื่องพิมพ์ออฟเซ็ตลูกกลิ้งเดินอยู่ 2-3 ตัว ช่างกำลังผสมหมึกอยู่มุมหนึ่ง อีกมุมมีถังน้ำยาล้างลูกกลิ้งเปิดฝาทิ้งไว้ กลิ่นตัวทำละลายลอยอยู่ทั่วห้องจนคนทำงานชินไปแล้ว ภาพแบบนี้ดูปกติ แต่จริง ๆ แล้วในห้องเดียวกันนี้มีอันตรายซ้อนกันอยู่ถึง 3 ชั้น และหลายโรงคุมได้แค่ชั้นเดียว

สำหรับเจ้าของโรงพิมพ์ หัวหน้าฝ่ายผลิต และ จป. ที่ดูแลงานพิมพ์ การเข้าใจว่าอันตราย 3 ชั้นนี้คืออะไร และกฎหมายไทยบังคับให้ทำอะไรบ้าง คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณคุมหน้างานได้จริง ไม่ใช่แค่ผ่านการตรวจ

อันตราย 3 ชั้นในโรงพิมพ์ที่ต้องคุมพร้อมกัน

อินโฟกราฟิกแนวตั้ง อันตราย 3 ชั้นในโรงพิมพ์ — 1 สารเคมี (หมึก/ตัวทำละลาย VOC) 2 เครื่องจักร nip point (ลูกกลิ้งหนีบมือ ต้องมีการ์ด LOTO) 3 อัคคีภัย (ไอ solvent + ประกายไฟ ห้ามสูบบุหรี่)

โรงพิมพ์ต่างจากโรงงานทั่วไปตรงที่อันตรายไม่ได้มาทีละอย่าง แต่มาพร้อมกันในจุดเดียว ลองแยกออกเป็น 3 ชั้นเพื่อให้เห็นภาพชัด

ชั้นที่ 1 — สารเคมีจากหมึกและตัวทำละลาย หมึกพิมพ์ น้ำยาล้างลูกกลิ้ง น้ำยาเช็ดเบลด และตัวทำละลายที่ใช้ผสมหมึก หลายชนิดปล่อยไอระเหยที่เรียกว่า VOC (Volatile Organic Compounds — สารอินทรีย์ระเหยง่าย) ออกมาตลอดเวลาที่เปิดใช้งาน ไอพวกนี้สูดเข้าไปนาน ๆ ระคายเคืองทางเดินหายใจ ปวดหัว มึนงง และตัวทำละลายบางตัวเป็นพิษสะสม

ต้องเข้าใจก่อนว่าหมึกพิมพ์ไม่ได้เป็นสารอันตรายไปทุกชนิด หมึกฐานน้ำ (water-based) บางสูตรไม่ไวไฟและพิษต่ำ ส่วนที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ หมึกและตัวทำละลายที่เป็นสารไวไฟ เช่น พวกที่ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์เป็นฐาน ดังนั้นอย่าเหมารวมว่าทุกถังในโรงเหมือนกันหมด ให้แยกตามชนิดจาก SDS ของแต่ละตัว

ชั้นที่ 2 — เครื่องจักรลูกกลิ้งและ nip point เครื่องพิมพ์ลูกกลิ้งมีจุดที่ลูกกลิ้ง 2 ตัวหมุนเข้าหากัน เรียกว่า nip point หรือจุดหนีบ ถ้ามือ นิ้ว หรือเสื้อผ้าเข้าไปใกล้ขณะเครื่องเดิน มันจะดึงเข้าไปบดในเสี้ยววินาที จุดนี้คือสาเหตุการสูญเสียอวัยวะที่เจอบ่อยที่สุดในโรงพิมพ์

ชั้นที่ 3 — อัคคีภัยจากไอ solvent เจอประกายไฟ ไอตัวทำละลายที่ลอยอยู่ในอากาศ เมื่อเจอประกายไฟ ความร้อน หรือไฟฟ้าสถิต ก็ลุกเป็นวาบไฟได้ทันที และอันตรายตรงนี้มองไม่เห็น เพราะไอ solvent ที่หนักกว่าอากาศจะลอยต่ำสะสมอยู่ใกล้พื้นโดยที่คนทำงานไม่รู้ตัว

จุดสำคัญคืออันตราย 3 ชั้นนี้เกิดในจุดเดียวกัน — โต๊ะผสมหมึก จุดล้างลูกกลิ้ง และตัวเครื่องพิมพ์ ฉะนั้นมาตรการที่ดีต้องคุมทั้ง 3 ชั้นพร้อมกัน ไม่ใช่แก้ทีละอย่าง

หากต้องการเข้าใจว่าหมึกหรือตัวทำละลายตัวไหนไวไฟหรือเป็นพิษระดับไหน ให้ อ่าน SDS หมึกและตัวทำละลายให้เป็น ก่อน เพราะ SDS คือเอกสารที่บอกคุณสมบัติจริงของสารแต่ละตัว

ระบายอากาศ — หัวใจของความปลอดภัยในห้องพิมพ์

ถ้าจะเลือกมาตรการเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับห้องพิมพ์ คำตอบคือระบบระบายอากาศ เพราะมันแก้ปัญหาทั้งชั้นสารเคมีและชั้นอัคคีภัยพร้อมกัน — เจือจางไอ solvent ให้สูดเข้าไปน้อยลง และทำให้ไอไวไฟไม่สะสมจนถึงระดับที่ลุกไหม้ได้

กฎหมายไทยพูดเรื่องนี้ไว้ชัดเจน กฎกระทรวงเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ข้อ 10 กำหนดว่าบริเวณที่ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย นายจ้างต้องจัดให้มีระบบระบายอากาศแบบทั่วไป แบบที่ทำให้สารเคมีเจือจาง หรือแบบที่มีเครื่องดูดอากาศเฉพาะที่ ที่เหมาะสมกับประเภทของสารเคมี โดยให้มีออกซิเจนในบรรยากาศ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 โดยปริมาตร

ตัวเลข 19.5% นี้คือเกณฑ์ตามกฎหมายไทยที่อ้างได้ตรง ๆ ส่วนค่าทางเทคนิคอื่น ๆ ที่อาจเคยได้ยิน เช่น ค่า LEL (Lower Explosive Limit — ขีดจำกัดล่างของการระเบิด) หรือค่า VOC เป็น ppm ของ solvent แต่ละชนิด พวกนี้เป็นค่ามาตรฐานสากลหรือค่าทางวิศวกรรม ไม่ใช่ตัวเลขที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ในกฎสารเคมี 2556 จึงควรระบุให้ชัดเวลาอ้างว่าตัวไหนเป็นกฎไทย ตัวไหนเป็นมาตรฐานเทคนิค

ระบายอากาศ 2 ระดับที่ห้องพิมพ์ควรมี

ในทางปฏิบัติ ห้องพิมพ์ที่ทำงานกับ solvent ควรคิดเรื่องระบายอากาศเป็น 2 ระดับ

ระดับที่ 1 — ระบายอากาศทั่วทั้งห้อง (dilution) คือการเติมอากาศบริสุทธิ์และดึงอากาศเสียออกทั้งห้อง เพื่อเจือจางไอ solvent ให้เบาบางลง เหมาะกับการคุมระดับพื้นฐานทั้งพื้นที่

ระดับที่ 2 — ดูดเฉพาะที่ต้นกำเนิด (LEV) คำว่า LEV ย่อมาจาก Local Exhaust Ventilation คือท่อหรือปากดูดที่ติดตรงจุดที่ไอออกมามากที่สุด เช่น เหนือโต๊ะผสมหมึกหรือจุดล้างลูกกลิ้ง หลักการคือดูดไอออกตั้งแต่ต้นทางก่อนที่มันจะลอยไปถึงจมูกคนทำงาน ตรงนี้ได้ผลกว่าระบายทั้งห้องมาก เพราะจับที่แหล่งกำเนิดโดยตรง

จุดที่ใช้ solvent หนัก ๆ อย่างจุดล้างลูกกลิ้งและจุดผสมหมึก ควรมี LEV เป็นมาตรฐาน ไม่ใช่พึ่งพัดลมระบายทั่วห้องอย่างเดียว หลักการ LEV ที่ใช้ในห้องพิมพ์เป็นแนวเดียวกับที่ใช้ในงานพ่นสี ถ้าอยากเห็นการออกแบบเต็มรูปแบบ ลองดู ระบบระบายอากาศห้องพ่นสี — หลักการ LEV เดียวกัน ประกอบ

Nip Point ลูกกลิ้ง — จุดที่กฎหมายบังคับให้มีการ์ด

แผนภาพ isometric อธิบาย nip point ลูกกลิ้งโรงพิมพ์ — ซ้ายแสดงจุดหนีบอันตรายระหว่างลูกกลิ้ง 2 ตัว ขวาแสดงการติดการ์ดครอบ พร้อม 3 มาตรการ ครอบการ์ด (ข้อ 59) ห้ามถอดตอนเดินเครื่อง และ LOTO ก่อนเคลียร์กระดาษ

ลองสังเกตเครื่องพิมพ์ของคุณ ทุกจุดที่ลูกกลิ้ง 2 ตัวหมุนเข้าหากัน หรือลูกกลิ้งหมุนเข้าหาแผ่นพิมพ์ คือ nip point ทั้งหมด มือคนที่เอื้อมเข้าไปเช็ดหมึกหรือดึงกระดาษติดขณะเครื่องเดิน คือเคสที่นำไปสู่การสูญเสียนิ้วและมือมากที่สุด

กฎหมายไทยไม่ได้ปล่อยเรื่องนี้ไว้ กฎกระทรวงเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 หมวดเครื่องจักรทั่วไป ข้อ 15(4) กำหนดว่าเครื่องจักรที่มีการถ่ายทอดพลังงานโดยใช้เพลา สายพาน รอก หรือล้อตุนกำลัง ต้องมี ตะแกรงหรือที่ครอบปิดคลุมส่วนที่หมุนได้และส่วนส่งถ่ายกำลังให้มิดชิด เพื่อกันไม่ให้คนเข้าไปสัมผัสส่วนที่หมุนขณะเครื่องทำงาน

พูดง่าย ๆ คือลูกกลิ้งที่หมุนและจุด nip ต้องมีการ์ดครอบหรือกั้น นี่คือข้อบังคับ ไม่ใช่ทางเลือก การ์ดมีหลายแบบและเลือกใช้ต่างกันตามลักษณะงาน ถ้าอยากรู้ว่าควรใช้แบบไหนกับเครื่องตัวไหน ดู การ์ดป้องกันเครื่องจักร 4 ประเภท ประกอบได้

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยที่สุดเรื่อง nip point

ที่เจอกันบ่อยมากในโรงพิมพ์มี 2 อย่าง

อย่างแรกคือ ถอดการ์ดออกตอนทำความสะอาดเครื่องขณะเดิน ช่างหลายคนรู้สึกว่าการ์ดเกะกะเวลาเช็ดลูกกลิ้ง เลยถอดออกแล้วเช็ดทั้งที่เครื่องยังหมุน อันนี้อันตรายที่สุด เพราะมือเข้าใกล้ nip โดยไม่มีอะไรกั้นเลย

อย่างที่สองคือ เข้าเคลียร์กระดาษติดโดยไม่หยุดและล็อกเครื่อง เมื่อกระดาษติด ช่างมักเอื้อมเข้าไปดึงทันทีเพราะอยากให้เครื่องเดินต่อเร็ว ๆ วิธีที่ถูกคือใช้ LOTO (Lock-Out Tag-Out — การล็อกและแขวนป้ายตัดแหล่งพลังงาน) ตัดไฟ ล็อกสวิตช์ แล้วถือกุญแจไว้กับตัวก่อนเข้าไปเคลียร์ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาเปิดเครื่องตอนมือคุณยังอยู่ในนั้น

หลักจำง่าย ๆ คือ มืออยู่ในเครื่องเมื่อไหร่ เครื่องต้องตายสนิทและล็อกไว้ในมือคุณเมื่อนั้น

กันไฟ กันประกายไฟ จากไอตัวทำละลาย

อันตรายชั้นที่ 3 คืออัคคีภัย และตรงนี้กฎหมายสารเคมี 2556 วางมาตรการไว้หลายข้อ

เริ่มจากการเก็บและบรรจุ ข้อ 21 กำหนดว่าการบรรจุสารเคมีอันตรายที่ไวไฟหรือระเบิดได้ ต้องห่างจากแหล่งความร้อน และแหล่งที่ก่อให้เกิดประกายไฟในระยะที่ปลอดภัย แปลเป็นหน้างานคือ ถังตัวทำละลายและถังหมึกไวไฟต้องไม่วางใกล้มอเตอร์ที่ร้อน แผงไฟฟ้า จุดเชื่อม หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เกิดประกายไฟ

ถัดมาคือการห้ามแหล่งจุดไฟจากคน ข้อ 9 บังคับให้นายจ้างปิดประกาศหรือจัดทำป้ายข้อความ "ห้ามสูบบุหรี่ รับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ประกอบอาหาร หรือเก็บอาหาร" ติดไว้ให้เห็นชัดเจน ณ บริเวณที่ทำงานและที่เก็บสารเคมีอันตราย และต้องคุมไม่ให้มีการฝ่าฝืน ป้ายนี้ไม่ใช่แค่ติดให้ครบ แต่ต้องคุมจริง เพราะบุหรี่มวนเดียวในห้องที่มีไอ solvent ก็จุดวาบไฟได้

อีกจุดที่หลายโรงมองข้ามคือ ผ้าเช็ดที่เปื้อนตัวทำละลาย ผ้าพวกนี้อมไอ solvent ไว้และเกิดความร้อนสะสมจนลุกไหม้ได้เองโดยไม่ต้องมีประกายไฟจากภายนอก วิธีคุมคือเก็บผ้าเช็ดเปื้อน solvent ไว้ในถังโลหะที่มีฝาปิด อย่ากองทิ้งไว้ในถุงพลาสติกหรือทิ้งรวมกับขยะทั่วไป สอดคล้องกับหลักของกฎหมายอัคคีภัยที่ต้องป้องกันการลุกไหม้ที่เกิดได้เอง โดยเก็บของที่ติดไฟง่ายในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดและห่างจากแหล่งความร้อน

เตรียมรับเหตุฉุกเฉิน — สารเคมีกระเด็นเข้าตา

งานผสมหมึกและล้างลูกกลิ้งมีโอกาสที่สารเคมีจะกระเด็นเข้าตาหรือโดนผิวหนัง เมื่อเกิดเหตุ ทุกวินาทีมีผล กฎหมายจึงบังคับให้มีอุปกรณ์ล้างพร้อมใช้ทันที

ข้อ 11 กำหนดว่าในบริเวณที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ต้องจัดให้มีที่ชำระล้างที่ลูกจ้างใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน โดย อย่างน้อยต้องมีที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกายจากสารเคมีอันตราย คำว่า "ใช้ได้ทันที" สำคัญมาก จุด eyewash และ safety shower ต้องอยู่ใกล้จุดผสมหมึกและจุดล้างลูกกลิ้ง เดินถึงได้ในไม่กี่วินาที ไม่ใช่ตั้งไว้มุมห้องที่ต้องวิ่งข้ามเครื่องไปกด และต้องตรวจให้น้ำไหลจริง สะอาดจริง พร้อมใช้ตลอด

PPE สำหรับงานพิมพ์ — เลือกให้ถูกและใส่ให้ปลอดภัย

PPE คืออุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล เป็นด่านสุดท้ายหลังจากคุมที่ต้นเหตุแล้ว สำหรับโรงพิมพ์ที่ทำงานกับ solvent มี 3 อย่างหลัก

ถุงมือกันตัวทำละลาย ต้องเลือกชนิดของถุงมือให้ตรงกับ solvent ที่ใช้ เพราะถุงมือยางบางชนิดกันได้บางตัวแต่ละลายกับอีกตัว ดูข้อมูลความเข้ากันได้จาก SDS ของสารตัวนั้น

แว่นนิรภัยหรือ goggle กันสารกระเด็นเข้าตาตอนผสมและล้าง

หน้ากากกรองไอสารเคมี ใช้เมื่อทำงานในจุดที่ไอ solvent สูง เช่น ตอนล้างลูกกลิ้งใหญ่หรือผสมหมึกปริมาณมาก โดยเฉพาะหากระบบระบายอากาศยังไม่พอ

มีข้อระวังเรื่อง PPE ที่เกี่ยวกับ nip point โดยตรง — ห้ามใส่ถุงมือผ้าหรือถุงมือหลวมเวลาทำงานใกล้ลูกกลิ้ง เพราะถ้าปลายถุงมือถูกลูกกลิ้งคาบเข้าไป มันจะดึงทั้งมือเข้า nip ทันที งานใกล้ลูกกลิ้งที่หมุนอยู่ ถ้าจำเป็นต้องสัมผัส ให้หยุดเครื่องก่อน อย่าพึ่งถุงมือเป็นตัวกัน

Checklist ตรวจก่อนเดินเครื่องพิมพ์

ก่อนกดเดินเครื่องแต่ละกะ ลองไล่ตามนี้ ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที แต่กันเหตุได้ทั้ง 3 ชั้น

  • การ์ดครอบ nip point และส่วนหมุนของลูกกลิ้งครบทุกจุด ไม่มีตัวไหนถูกถอดออก
  • ระบบ LEV และระบายอากาศทั่วห้องทำงานจริง ดูดได้ ไม่ใช่แค่เปิดสวิตช์ทิ้งไว้
  • จุด eyewash และ safety shower น้ำไหล สะอาด อยู่ใกล้จุดผสม/ล้างหมึก ไม่มีของวางขวาง
  • ป้าย "ห้ามสูบบุหรี่ฯ" ติดเห็นชัด และไม่มีคนฝ่าฝืนในพื้นที่
  • ถังตัวทำละลายและหมึกไวไฟวางห่างจากแหล่งความร้อนและประกายไฟ ปิดฝาเมื่อไม่ใช้
  • ผ้าเช็ดเปื้อน solvent อยู่ในถังโลหะมีฝาปิด ไม่กองทิ้ง
  • SDS ของหมึกและตัวทำละลายทุกตัวอยู่หน้างาน หยิบดูได้ทันที
  • ช่างใส่ PPE ถูกชนิด และไม่มีใครใส่ถุงมือผ้า/หลวมใกล้ลูกกลิ้ง

คำถามที่พบบ่อย

หมึกพิมพ์ทุกชนิดถือเป็นสารเคมีอันตรายไหม

ไม่เสมอไป หมึกฐานน้ำบางสูตรไม่ไวไฟและพิษต่ำ ตัวที่ต้องคุมเข้มคือหมึกและตัวทำละลายที่เป็นสารไวไฟหรือมีพิษ ให้ดูจาก SDS ของแต่ละตัวเป็นเกณฑ์ อย่าเหมารวมทั้งโรง

โรงพิมพ์เล็กที่มีเครื่องไม่กี่ตัว ต้องทำระบบ LEV เต็มรูปแบบไหม

กฎข้อ 10 บังคับให้มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสมและคุมออกซิเจนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 ส่วนจะเป็นแบบทั่วไป เจือจาง หรือ LEV ขึ้นกับชนิดและปริมาณสารที่ใช้ จุดที่ใช้ solvent หนักอย่างล้างลูกกลิ้งและผสมหมึก แนะนำให้มี LEV เพราะดูดที่ต้นกำเนิดได้ผลกว่าและคุ้มกว่าในระยะยาว

ค่า LEL หรือค่า ppm ของ solvent ที่เห็นในเอกสารต่างประเทศ เอามาอ้างเป็นเกณฑ์กฎหมายไทยได้ไหม

ไม่ได้ ค่า LEL, MIE หรือ ppm ของ solvent แต่ละตัวเป็นค่าทางเทคนิคและมาตรฐานสากล กฎหมายไทยในกฎสารเคมี 2556 กำหนดเกณฑ์ระบายอากาศไว้ที่ออกซิเจนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 ใช้ค่าเทคนิคเหล่านั้นเป็นแนวทางวิศวกรรมได้ แต่ต้องระบุให้ชัดว่าเป็นค่าสากล ไม่ใช่ตัวเลขในกฎไทย

ทำไมต้องใช้ถังโลหะมีฝาปิดเก็บผ้าเช็ดเปื้อน solvent

เพราะผ้าที่อมตัวทำละลายเกิดความร้อนสะสมจนลุกไหม้ได้เองโดยไม่ต้องมีประกายไฟ ถังโลหะมีฝาปิดตัดออกซิเจนและกันลามไฟ ถ้ากองทิ้งหรือใส่ถุงพลาสติกรวมขยะ เสี่ยงไฟไหม้ตั้งแต่ยังไม่มีใครจุดอะไรเลย

สรุป

โรงพิมพ์เป็นงานที่อันตราย 3 ชั้นมาพร้อมกันในจุดเดียว ถ้าจะคุมให้อยู่ ต้องจับให้ครบทั้ง 3

  • สารเคมี — ระบายอากาศตามกฎสารเคมี 2556 ข้อ 10 คุมออกซิเจนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 และใช้ LEV ที่จุด solvent หนัก
  • เครื่องจักร — การ์ดครอบ nip point และส่วนหมุนของลูกกลิ้งตามกฎเครื่องจักร 2564 ข้อ 15(4) และใช้ LOTO ทุกครั้งก่อนเข้าเคลียร์เครื่อง
  • อัคคีภัย — เก็บสารไวไฟห่างแหล่งความร้อนและประกายไฟ (ข้อ 21) ติดป้ายห้ามสูบบุหรี่และคุมจริง (ข้อ 9) และเก็บผ้าเปื้อน solvent ในถังโลหะมีฝาปิด
  • ฉุกเฉิน — eyewash และ safety shower พร้อมใช้ทันทีใกล้จุดผสม/ล้างหมึก (ข้อ 11)
  • PPE — เลือกถุงมือตามชนิด solvent และห้ามใส่ถุงมือผ้า/หลวมใกล้ลูกกลิ้ง

ลองเริ่มที่ checklist ก่อนเดินเครื่องในกะถัดไป เดินดูทีละข้อกับช่างคุมเครื่องของคุณ แล้วคุณจะเห็นเองว่าจุดไหนที่โรงยังหลุดอยู่

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ระบบระบายอากาศ? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัยโรงพิมพ์ — ตัวทำละลาย VOC ไวไฟ + Nip Point ลูกกลิ้ง — Safety Station 101