🤿 งานประดาน้ำ

ตรวจสุขภาพและความฟิตของนักประดาน้ำ — ความถี่ โรคต้องห้าม และบัตรตรวจสุขภาพ

นายจ้างต้องจัดตรวจสุขภาพนักประดาน้ำตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 + ประกาศกรม พ.ศ. 2564 — ครั้งแรกก่อนเริ่มงาน, อย่างน้อย 12 เดือน/ครั้ง, อายุ 45 ปีขึ้นไป 6 เดือน/ครั้ง โดยแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ/ทางทะเล + โรคต้องห้าม 18 รายการ + บัตรตรวจสุขภาพ

Safety Station 1014 มิถุนายน 2569อ่าน 27 นาที · 6,030 คำ
ตรวจสุขภาพและความฟิตของนักประดาน้ำ — ความถี่ โรคต้องห้าม และบัตรตรวจสุขภาพ

ตรวจสุขภาพและความฟิตของนักประดาน้ำ — ความถี่ โรคต้องห้าม และบัตรตรวจสุขภาพ

งานประดาน้ำเป็นงานที่ร่างกายต้องรับแรงกดดันใต้น้ำตลอดเวลาทำงาน คนที่ดูแข็งแรงดีบนบก อาจมีปัญหาที่ซ่อนอยู่ในหู ปอด หรือหัวใจ ที่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันทีเมื่อลงไปอยู่ในน้ำลึก หลายคนเข้าใจว่าตรวจสุขภาพประจำปีแบบทั่วไปก็พอแล้ว แต่งานนี้กฎหมายกำหนดเกณฑ์เฉพาะที่เข้มกว่ามาก ทั้งความถี่ในการตรวจ คนที่จะมาตรวจ และรายการโรคที่ห้ามทำงานเด็ดขาด

ลองดูกันว่าถ้าคุณเป็นนักประดาน้ำ จป. หรือ HR ที่ดูแลคนกลุ่มนี้ คุณต้องจัดตรวจสุขภาพอย่างไรให้ถูกกฎหมาย ตรวจบ่อยแค่ไหน ใครเป็นคนตรวจ และโรคอะไรบ้างที่ทำให้คนคนหนึ่งทำงานประดาน้ำไม่ได้

ทำไมงานประดาน้ำต้องตรวจสุขภาพเป็นพิเศษ

คิดง่าย ๆ ว่าการดำน้ำเหมือนการพาร่างกายขึ้นเครื่องบินที่ปรับความดันเร็วมาก แต่เป็นทิศตรงข้าม — ยิ่งลงลึก ความกดดันยิ่งสูง พอขึ้นมาก็ต้องค่อย ๆ ลดความดันตามตาราง ถ้าร่างกายมีจุดอ่อนอยู่ เช่น ปอดมีถุงลมผิดปกติ หรือหูปรับความดันไม่ได้ จุดอ่อนนั้นจะถูกแรงกดดันบีบจนเกิดอันตรายเฉียบพลันใต้น้ำ ซึ่งช่วยกันยากกว่าบนบกหลายเท่า

กฎหมายแม่ของเรื่องนี้คือ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ใช้บังคับกับงานประดาน้ำที่ทำในน้ำลึกตั้งแต่ 10 ฟุต แต่ไม่เกิน 300 ฟุต

กฎกระทรวงนี้วาง 2 หลักไว้ในเรื่องสุขภาพ หลักแรกอยู่ที่ ข้อ 4 ที่บอกว่า

"นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำได้รับการตรวจสุขภาพตามกำหนด ระยะเวลาและจัดทำบัตรตรวจสุขภาพลูกจ้างไว้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด"

หลักที่สองอยู่ที่ ข้อ 5 (2) ที่กำหนดว่า ลูกจ้างซึ่งนายจ้างจะให้ทำงานประดาน้ำต้อง "มีสุขภาพสมบูรณ์ ร่างกายแข็งแรง และไม่เป็นโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด"

จะเห็นว่ากฎกระทรวงตั้งหลักไว้ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเอง มันส่งต่อไปให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกประกาศกำหนดรายละเอียด ซึ่งออกมาเป็น 2 ฉบับในวันเดียวกัน คือวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ฉบับหนึ่งว่าด้วยระยะเวลาตรวจและบัตรตรวจสุขภาพ อีกฉบับว่าด้วยรายชื่อโรคที่ห้ามทำงานประดาน้ำ ถ้าอยากเห็นภาพรวมของกฎหมายงานประดาน้ำทั้งฉบับ อ่านได้ที่ กฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ฉบับเต็ม

ตรวจบ่อยแค่ไหน — จับตัวเลข 12 เดือน กับ 6 เดือนให้แม่น

อินโฟกราฟิก 4:5 ความถี่ตรวจสุขภาพนักประดาน้ำ — ครั้งแรกก่อนเริ่มงาน ทุก 12 เดือน และอายุ 45 ปีขึ้นไปทุก 6 เดือน พร้อมรายการตรวจพิเศษปอด หัวใจ หู และการทรงตัว

นี่คือหัวใจของเรื่องที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด ประกาศกรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การกำหนดระยะเวลาการตรวจสุขภาพ พ.ศ. 2564 ข้อ 1 วางตารางความถี่ไว้ชัดเจน เริ่มจากตอนเปิดข้อว่า นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างที่ทำงานประดาน้ำ "ได้รับการตรวจสุขภาพโดยแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล หรือแพทย์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรด้านเวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือด้านเวชศาสตร์ทางทะเล" ตามกำหนดระยะเวลาต่อไปนี้

รายละเอียดความถี่ทั้ง 5 ข้อย่อยมีดังนี้

กรณี ความถี่การตรวจ
(1) ครั้งแรกก่อนเริ่มงาน ตรวจให้เสร็จสิ้น ก่อน ให้ลูกจ้างทำงานประดาน้ำ
(2) ระหว่างทำงาน (ทั่วไป) อย่างน้อย 12 เดือน ต่อ 1 ครั้ง
(3) อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป อย่างน้อย 6 เดือน ต่อ 1 ครั้ง
(4) เกิดอันตราย/เจ็บป่วยจากงาน นายจ้างต้องจัดให้รักษาทันที + มีระบบให้คำปรึกษา
(5) ก่อนกลับเข้าทำงานหลังเจ็บป่วย ตรวจซ้ำเมื่อแพทย์เห็นว่าควรตรวจก่อนกลับเข้างาน

จุดที่ต้องจำให้แม่นคือ คนทั่วไปตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง คือ 12 เดือนต่อ 1 ครั้ง แต่พออายุแตะ 45 ปี ความถี่จะเพิ่มเป็น 2 เท่า คือ 6 เดือนต่อ 1 ครั้ง เพราะอายุที่มากขึ้นมาพร้อมความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือดที่สูงขึ้น ประกาศใช้คำตรงตัวว่า "ตรวจสุขภาพลูกจ้างที่มีอายุ ตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป อย่างน้อย 6 เดือน ต่อ 1 ครั้ง"

ตัวอย่างให้เห็นภาพ — สมมติทีมประดาน้ำมี 3 คน คนแรกอายุ 28 ปี คนที่สองอายุ 39 ปี ทั้งสองคนนี้ตรวจปีละครั้ง แต่คนที่สามอายุ 47 ปี ต้องตรวจทุก 6 เดือน คือปีละ 2 ครั้ง HR ที่วางแผนงบตรวจสุขภาพต้องแยกตรงนี้ให้ออก ไม่ใช่จัดตรวจรวมปีละครั้งทั้งทีมแล้วถือว่าครบ

อีกจุดที่มือใหม่มักลืมคือ ข้อ (1) การตรวจครั้งแรกต้องเสร็จ ก่อน ลงทำงานจริง ไม่ใช่ตรวจหลังเริ่มงานไปแล้ว เพราะการตรวจครั้งแรกคือด่านคัดกรองว่าคนคนนี้ฟิตพอจะลงน้ำหรือไม่ตั้งแต่แรก

ใครเป็นคนตรวจ — ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทาง

ประเด็นนี้แตกต่างจากการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปอย่างชัดเจน การตรวจสุขภาพนักประดาน้ำ ไม่ใช่งานของแพทย์ทั่วไป ประกาศกรม ข้อ 1 ระบุว่าผู้ตรวจต้องเป็นหนึ่งในสามกลุ่มนี้

  1. แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ (Underwater Medicine)
  2. แพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล (Maritime Medicine)
  3. แพทย์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรด้านเวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือด้านเวชศาสตร์ทางทะเล

เหตุผลก็ตรงไปตรงมา — แพทย์เหล่านี้เข้าใจสรีระวิทยาของร่างกายภายใต้แรงกดดัน รู้ว่าต้องสั่งตรวจอะไรเป็นพิเศษ และอ่านผลได้ว่าค่าไหนหมายถึงคนคนนี้เสี่ยงเมื่อลงน้ำ แพทย์ทั่วไปที่ตรวจร่างกายปกติอาจไม่ได้มองมุมนี้

จุดนี้เชื่อมโยงกับกฎกระทรวงแม่ด้วย เพราะ ข้อ 8 ของกฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ก็กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล ประจำหน้างานตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด

ดังนั้นถ้าจะวางแผนตรวจสุขภาพทีมประดาน้ำ ต้องหาสถานพยาบาลหรือแพทย์ที่มีคุณสมบัติตรงกลุ่มนี้ก่อน ไม่ใช่พาไปคลินิกตรวจสุขภาพทั่วไปแล้วถือว่าเรียบร้อย เพราะถ้าผู้ตรวจไม่ตรงคุณสมบัติ ผลตรวจนั้นก็ไม่ตรงตามที่กฎหมายต้องการ

โรคต้องห้าม 18 รายการ — ห้ามทำงานประดาน้ำ

ไอคอนเซ็ต 6 กลุ่มโรคต้องห้ามหลักของงานประดาน้ำ — หู-ไซนัส ปอด ระบบประสาท-ลมชัก หัวใจ-หลอดเลือด เบาหวาน-เลือด และกระดูก-ไส้เลื่อน

ส่วนนี้สำคัญที่สุดและต้องอ่านให้ละเอียด ประกาศกรมว่าด้วยโรคที่ห้ามทำงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 ออกตามอำนาจในข้อ 5 (2) ของกฎกระทรวง โดยเปิดประกาศตรง ๆ ว่า "ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานประดาน้ำ ในกรณีที่เป็นโรคดังต่อไปนี้"

รายชื่อโรคทั้ง 18 รายการมีดังนี้ จัดกลุ่มให้เข้าใจง่ายแต่ใช้ชื่อโรคตามประกาศทุกตัว

กลุ่มหูและไซนัส

  1. โรคหรือปัญหาการไม่สามารถปรับความดันในช่องหูชั้นกลางได้หรือไซนัสอย่างเรื้อรัง
  2. โรคที่มีการฉีกขาดของเยื่อแก้วหู
  3. โรคหูน้ำหนวกชนิดเรื้อรัง
  4. โรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูชั้นใน รวมถึงเวสติบูลาร์ (Vestibular) ที่เป็นอย่างเรื้อรัง เช่น โรคเมเนียร์ (Meniere's Disease)

กลุ่มปอดและทางเดินหายใจ

  1. โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคปอดหดรัดเรื้อรัง
  2. โรคโพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศเกิดเองชนิดปฐมภูมิ (Primary spontaneous pneumothorax) หรือเคยมีประวัติ
  3. โรคของปอดที่มีโพรง หรือถุงอากาศภายในเนื้อปอด

กลุ่มระบบประสาทและสมอง

  1. โรคลมชัก หรือประวัติที่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการชัก หรืออาการชักใด ๆ ที่เกิดขึ้นมาแล้ว
  2. โรคของสมองและไขสันหลังที่อาจส่งผลต่อการทำงานอย่างปลอดภัย

กลุ่มจิตเวช

  1. โรคจิตเภท หรือโรคทางจิตเวชอื่นที่จำเป็นต้องได้รับยาออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

กลุ่มหัวใจและหลอดเลือด

  1. โรคที่เกิดจากความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือดที่อาจส่งผลให้ไม่ปลอดภัย เช่น ความผิดปกติของการนำไฟฟ้าหัวใจ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคของลิ้นหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดแดงโคโรนารี รวมถึงภาวะเจ็บเค้นอก
  2. โรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้

กลุ่มเมตาบอลิกและอื่น ๆ

  1. โรคเบาหวาน
  2. โรคของกระดูกที่มีการตายของเนื้อกระดูกบริเวณใกล้ข้อ (Juxta - articular Osteonecrosis)
  3. โรคจากความผิดปกติของฮีโมโกลบิน
  4. โรคมะเร็งระยะลุกลาม
  5. โรคไส้เลื่อน
  6. โรคอื่น ๆ ที่แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล หรือแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภาและผ่านการอบรมหลักสูตรการอบรมด้านเวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือเวชศาสตร์ทางทะเลตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกจ้างที่ทำงานประดาน้ำ

ข้อยกเว้นที่ต้องอ่านให้ครบ

จุดที่ห้ามมองข้ามคือ ประกาศไม่ได้บอกว่าเป็นโรคเหล่านี้แล้วต้องเลิกอาชีพถาวรทุกกรณี โรคตามรายการที่ (1) ถึง (17) สามารถยกเว้นได้ เมื่อแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล หรือแพทย์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรด้านนี้ ตรวจวินิจฉัยและพิจารณาแล้วเห็นว่า "ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกจ้างในการทำงานประดาน้ำ"

ส่วนรายการที่ (18) ต่างจาก 17 ข้อแรก เพราะตัวมันเองคือดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทางอยู่แล้ว — หมายถึงโรคอื่นนอกรายการที่แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำหรือเวชศาสตร์ทางทะเลตรวจแล้วเห็นว่าเป็นอันตราย พูดง่าย ๆ คือ 17 ข้อแรกเป็น "ห้ามไว้ก่อน แต่ยกเว้นได้ถ้าหมอเฉพาะทางว่าโอเค" ส่วนข้อ 18 เป็น "เปิดช่องให้หมอเฉพาะทางห้ามเพิ่มได้ตามที่ตรวจเจอ"

อีกครั้งจะเห็นว่าทุกอย่างวิ่งกลับมาที่แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำหรือเวชศาสตร์ทางทะเล ไม่ใช่แพทย์ทั่วไป การจะ "ผ่านทั้งที่เป็นโรค" หรือ "ตัดสิทธิเพราะโรคนอกรายการ" ต้องผ่านมือแพทย์กลุ่มนี้เท่านั้น

ถ้าตรวจแล้วไม่ฟิต นายจ้างต้องทำอย่างไร

ถ้าผลตรวจออกมาว่าไม่ผ่าน คำถามต่อไปคือนายจ้างต้องทำอะไร ประกาศกรม ระยะเวลาตรวจ ข้อ 2 ตอบไว้ชัด — ในการตรวจโดยแพทย์ตามข้อ 1 หากพบความผิดปกติในร่างกายของลูกจ้างหรือลูกจ้างเจ็บป่วย และแพทย์ "ให้ความเห็นว่าการตรวจสุขภาพในครั้งนั้นขัดต่อการทำงานประดาน้ำ" นายจ้างต้องทำ 2 อย่าง

  1. ไม่ให้ลูกจ้างทำงานประดาน้ำ
  2. ให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลตามความเหมาะสมทางการแพทย์

ที่ต้องเน้นคือ คำว่า "ขัดต่อการทำงานประดาน้ำ" ไม่ได้แปลว่าให้ออกจากงานหรือเลิกจ้าง มันแปลว่าหยุดงานใต้น้ำเอาไว้ก่อน แล้วพาไปรักษาให้เหมาะสม ถ้ารักษาแล้วแพทย์เฉพาะทางประเมินใหม่ว่าฟิตพอ ก็กลับลงทำงานได้ตามขั้นตอน นายจ้างที่ฝืนให้คนที่แพทย์บอกว่าไม่ฟิตลงน้ำต่อ เท่ากับฝ่าฝืนกฎหมายและเอาชีวิตคนงานไปเสี่ยงโดยตรง

บัตรตรวจสุขภาพ — ทำอะไร เก็บที่ไหน มีอะไรบ้าง

ตรวจเสร็จแล้วยังไม่จบ ต้องมีหลักฐานด้วย ประกาศกรม ระยะเวลาตรวจ ข้อ 3 กำหนดให้นายจ้างจัดทำบัตรตรวจสุขภาพของลูกจ้างตามแบบและรายละเอียดท้ายประกาศ และ "เก็บบัตรตรวจสุขภาพของลูกจ้างไว้ ณ สถานประกอบกิจการของนายจ้าง พร้อมให้พนักงานตรวจความปลอดภัย ตรวจสอบได้ตลอดเวลา"

หมายความว่าบัตรตรวจสุขภาพไม่ใช่แค่กระดาษเก็บไว้เฉย ๆ — ต้องอยู่ที่สถานประกอบกิจการ และต้องหยิบให้พนักงานตรวจความปลอดภัยดูได้ทันทีเมื่อมาตรวจ ไม่ใช่ฝากไว้ที่โรงพยาบาลหรือเก็บที่บ้านใครคนหนึ่ง

บัตรตรวจสุขภาพตามแบบท้ายประกาศแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่

ส่วนที่ 1 — ประวัติทางการแพทย์ เก็บข้อมูลทั่วไป ยาที่ใช้ประจำ ประวัติการแพ้ และแบบสอบถามประวัติสุขภาพแบบใช่/ไม่ ที่ครอบคลุมตั้งแต่โรคหู โรคจากการดำน้ำ ลมชัก โรคหัวใจ เบาหวาน ปอด ไปจนถึงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์

ส่วนที่ 2 — การตรวจทางการแพทย์ คือการตรวจร่างกายจริงและผลแล็บ ซึ่งมีหลายรายการที่เฉพาะกับงานประดาน้ำ ไม่เจอในการตรวจสุขภาพทั่วไป เช่น

  • Pressure Test 60 Feet — ทดสอบร่างกายภายใต้แรงกดดันเสมือนความลึก 60 ฟุต
  • Audiogram — ตรวจการได้ยินหลายความถี่ทั้งสองข้าง
  • Spirometry — ตรวจสมรรถภาพปอด ทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย (ค่า FVC, FEV1, FEV1/FVC)
  • EKG และ Exercise Test — ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและการทำงานของหัวใจขณะออกแรง
  • Sharpened Romberg Test — ทดสอบการทรงตัวและระบบประสาท
  • Tympanogram — ตรวจการทำงานของหูชั้นกลาง

ท้ายบัตรจะมีช่องสรุปให้แพทย์ติ๊กว่า สุขภาพไม่ขัดต่อการทำงานประดาน้ำ (Medically fit to dive) หรือขัดต่อการทำงานประดาน้ำ (Medically unfit to dive) พร้อมระบุข้อจำกัดว่าเป็นแบบถาวรหรือชั่วคราว นี่คือบรรทัดสุดท้ายที่บอกว่าคนคนนี้ลงน้ำได้หรือไม่

เกณฑ์ประดาน้ำต่างจากตรวจสุขภาพทั่วไปอย่างไร

หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่ใช้กฎตรวจสุขภาพปกติ เพราะมีกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง พ.ศ. 2563 อยู่แล้ว และความกดดันบรรยากาศก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงตามกฎฉบับนั้น

ความจริงคือเกณฑ์งานประดาน้ำเข้มกว่าและเฉพาะเจาะจงกว่าในหลายจุด ลองเทียบให้เห็นภาพ

หัวข้อ ตรวจปัจจัยเสี่ยงทั่วไป (กฎ พ.ศ. 2563) งานประดาน้ำ (ประกาศกรม พ.ศ. 2564)
ความถี่ ครั้งแรกภายใน 30 วันหลังรับเข้าทำงาน + อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ครั้งแรกก่อนเริ่มงาน + 12 เดือน/ครั้ง + อายุ 45 ปีขึ้นไป 6 เดือน/ครั้ง
ผู้ตรวจ แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ/ทางทะเล
โรคต้องห้าม ไม่มีรายการห้ามทำงานเฉพาะ มีรายชื่อโรคต้องห้าม 18 รายการ

ความถี่ตรวจปัจจัยเสี่ยงทั่วไป กฎกระทรวง พ.ศ. 2563 ข้อ 3 (1) ให้ตรวจครั้งแรกให้เสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันรับเข้าทำงาน แล้วตรวจครั้งต่อไปอย่างน้อยปีละครั้ง

เห็นความต่างชัด ๆ ตรงนี้ — งานทั่วไปตรวจครั้งแรกได้หลังเข้าทำงานแล้วภายใน 30 วัน แต่งานประดาน้ำต้องตรวจให้ผ่าน ก่อน ลงน้ำ และมีรายการโรคต้องห้ามที่งานทั่วไปไม่มี เพราะความเสี่ยงคนละระดับ ถ้าอยากรู้ภาพรวมว่าใครต้องตรวจสุขภาพประจำปีตามกฎหมายบ้าง อ่านเพิ่มได้ที่ ใครต้องตรวจสุขภาพประจำปีตามกฎหมาย ส่วนใครที่อยากเริ่มเส้นทางอาชีพนี้ ลองดูเงื่อนไขด้านสุขภาพและการอบรมที่ คุณสมบัตินักประดาน้ำ — สุขภาพและการอบรม

checklist สรุปสั้น สำหรับ จป. และ HR

ก่อนปล่อยให้ทีมประดาน้ำลงทำงาน เช็กตามนี้

  • ตรวจสุขภาพครั้งแรกเสร็จก่อนลงทำงานจริงทุกคน
  • คนทั่วไปตรวจอย่างน้อย 12 เดือน/ครั้ง
  • คนอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ตรวจอย่างน้อย 6 เดือน/ครั้ง
  • ผู้ตรวจเป็นแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ/ทางทะเล หรือแพทย์ที่ผ่านอบรมหลักสูตรด้านนี้
  • ไม่มีใครเป็นโรคต้องห้าม 18 รายการ (เว้นแต่แพทย์เฉพาะทางวินิจฉัยยกเว้นตามข้อ 1-17)
  • ใครที่แพทย์เห็นว่าไม่ฟิต ไม่ให้ลงน้ำ + จัดให้รักษาตามความเหมาะสม
  • จัดทำบัตรตรวจสุขภาพตามแบบท้ายประกาศ ครบ 2 ส่วน
  • เก็บบัตรไว้ที่สถานประกอบกิจการ พร้อมให้พนักงานตรวจความปลอดภัยดูได้ตลอดเวลา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลทั่วไปใช้แทนได้ไหม ไม่ได้ การตรวจสุขภาพนักประดาน้ำต้องทำโดยแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ แพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล หรือแพทย์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรด้านนี้ และต้องตรวจตามแบบบัตรตรวจสุขภาพเฉพาะ ที่มีรายการอย่าง Pressure Test, Spirometry และ Sharpened Romberg ซึ่งการตรวจประจำปีทั่วไปไม่มี

อายุ 45 ปีพอดีต้องตรวจทุก 6 เดือนเลยไหม ใช่ ประกาศใช้คำว่า "อายุ ตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป" ฉะนั้น 45 ปีบริบูรณ์ก็เข้าเกณฑ์ตรวจอย่างน้อย 6 เดือนต่อ 1 ครั้งแล้ว

เป็นเบาหวานแล้วห้ามทำงานประดาน้ำตลอดชีวิตเลยไหม โรคเบาหวานอยู่ในรายการข้อ (13) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 17 ข้อแรกที่ยกเว้นได้ ถ้าแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำหรือเวชศาสตร์ทางทะเลตรวจวินิจฉัยและพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นอันตรายต่อการทำงานประดาน้ำ ก็ทำงานได้ตามดุลยพินิจของแพทย์เฉพาะทาง ไม่ใช่แพทย์ทั่วไป

บัตรตรวจสุขภาพต้องเก็บนานแค่ไหน และเก็บที่ไหน ประกาศกรมงานประดาน้ำกำหนดให้เก็บบัตรไว้ ณ สถานประกอบกิจการของนายจ้าง พร้อมให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลา จุดสำคัญคือต้องเก็บที่สถานประกอบกิจการและพร้อมแสดงเมื่อถูกตรวจ

ใครเป็นคนตัดสินว่าฟิตหรือไม่ฟิตลงน้ำ แพทย์ที่ตรวจตามคุณสมบัติในประกาศ จะลงความเห็นในบัตรตรวจสุขภาพว่าสุขภาพไม่ขัด (fit to dive) หรือขัดต่อการทำงานประดาน้ำ (unfit to dive) ถ้าแพทย์เห็นว่าขัดต่อการทำงาน นายจ้างต้องไม่ให้ลงทำงานและจัดให้รักษาตามความเหมาะสม

สรุป

  • งานประดาน้ำมีเกณฑ์ตรวจสุขภาพเฉพาะตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 (ข้อ 4 และข้อ 5) + ประกาศกรม พ.ศ. 2564 อีก 2 ฉบับ เข้มกว่าการตรวจสุขภาพทั่วไป
  • ความถี่ตรวจ — ครั้งแรกก่อนเริ่มงาน, ทั่วไปอย่างน้อย 12 เดือน/ครั้ง, อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปอย่างน้อย 6 เดือน/ครั้ง
  • ผู้ตรวจต้องเป็นแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ/ทางทะเล หรือแพทย์ที่ผ่านอบรมหลักสูตรด้านนี้ ไม่ใช่แพทย์ทั่วไป
  • มีโรคต้องห้ามทำงานประดาน้ำ 18 รายการ โดยข้อ (1)-(17) ยกเว้นได้ตามดุลยพินิจแพทย์เฉพาะทาง ส่วนข้อ (18) เป็นดุลยพินิจแพทย์เฉพาะทางโดยตรง
  • ถ้าแพทย์เห็นว่าไม่ฟิต นายจ้างต้องไม่ให้ลงน้ำ + จัดให้รักษา และต้องจัดทำบัตรตรวจสุขภาพเก็บไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยดูได้ตลอดเวลา

ลองเริ่มจากการเช็กว่าทีมประดาน้ำของคุณ ใครถึงรอบตรวจ ใครอายุแตะ 45 ปีแล้วต้องขยับเป็นทุก 6 เดือน แล้ววางตารางตรวจกับแพทย์เฉพาะทางให้ครบก่อนปล่อยคนลงน้ำครั้งต่อไป

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ สุขภาพ & ความฟิต? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →
ตรวจสุขภาพนักประดาน้ำ — 12 เดือน/ครั้ง อายุ 45 ปีขึ้นไป 6 เดือน + โรคต้องห้าม 18 รายการ — Safety Station 101