คุณสมบัติและการอบรมนักประดาน้ำ — หลักสูตรที่ต้องผ่านก่อนทำงานใต้น้ำ
นักประดาน้ำต้องมีคุณสมบัติอะไร อบรมหลักสูตรไหนก่อนทำงานใต้น้ำ — อายุ 18 ปี สุขภาพสมบูรณ์ ผ่าน Openwater SCUBA / Commercial Diving Skill ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 + ประกาศกรม พ.ศ. 2564

งานประดาน้ำเป็นงานที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยใต้น้ำอาจแลกด้วยชีวิต กฎหมายไทยจึงไม่ปล่อยให้ใครก็ได้ลงไปทำงานใต้น้ำ นายจ้างที่จะส่งลูกจ้างลงไปต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่าคนคนนั้น "มีคุณสมบัติครบ" และ "ผ่านหลักสูตรตรงกับลักษณะงาน" หลายคนเข้าใจว่าแค่ดำน้ำเป็นก็พอ ทั้งที่จริงกฎหมายแยกหลักสูตรไว้ละเอียดกว่านั้นมาก — สรุปครบทั้งคุณสมบัติพื้นฐาน 3 ข้อ หลักสูตรที่ต้องผ่านแยกตามประเภทงาน และเงื่อนไขก่อนลงน้ำที่ HR กับ จป. มักพลาดกัน
เรื่องนี้อิงกฎหมาย 2 ฉบับหลัก คือ กฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ฉบับเต็ม ที่วางคุณสมบัติพื้นฐาน และประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานปี พ.ศ. 2564 ที่ลงรายละเอียดว่าต้องผ่านหลักสูตรอะไรบ้าง
ภาพรวม — ใครต้องทำตาม และต้องเตรียมอะไร
คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มี 2 ฝั่ง
ฝั่งแรกคือ นายจ้าง — ไม่ว่าจะเป็นบริษัทรับเหมางานใต้น้ำ ผู้รับเหมาก่อสร้างท่าเรือ เจ้าของฟาร์มทะเล หรือแม้แต่ศูนย์ดำน้ำท่องเที่ยว มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องตรวจสอบและจัดเก็บหลักฐานคุณสมบัติของลูกจ้างก่อนให้ลงน้ำ
ฝั่งที่สองคือ ลูกจ้างที่จะลงไปทำงานใต้น้ำ — ต้องมีคุณสมบัติครบและถือเอกสารผ่านหลักสูตรไว้แสดงต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยได้
สิ่งที่ต้องเตรียมสรุปเป็น 3 กลุ่ม
- คุณสมบัติตัวบุคคล — อายุ สุขภาพ ความรู้/ประสบการณ์
- เอกสารผ่านหลักสูตร — บัตรหรือใบรับรองที่ตรงกับลักษณะงาน
- บันทึกประสบการณ์การดำน้ำ — log ที่แสดงได้ว่าดำน้ำต่อเนื่อง ไม่เว้นวรรคเกิน 1 ปี
คุณสมบัติพื้นฐาน 3 ข้อ ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563
จุดเริ่มต้นของทุกเรื่องอยู่ที่ ข้อ 5 ของกฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ซึ่งกำหนดคุณสมบัติของลูกจ้างที่นายจ้างจะให้ทำงานประดาน้ำไว้ 3 ข้อ ต้องครบทั้ง 3 ข้อ ขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้
ข้อแรก — อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
กฎหมายระบุชัดว่าลูกจ้างต้อง "มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์"
นั่นแปลว่างานประดาน้ำเป็นงานที่ห้ามใช้แรงงานเด็กโดยเด็ดขาด เหตุผลตรงไปตรงมา — ร่างกายและการตัดสินใจของคนอายุต่ำกว่า 18 ปียังไม่พร้อมรับมือกับความกดดันใต้น้ำและสถานการณ์ฉุกเฉิน
ข้อสอง — สุขภาพสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคต้องห้าม
ลูกจ้างต้อง "มีสุขภาพสมบูรณ์ ร่างกายแข็งแรง และไม่เป็นโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด"
ข้อนี้สำคัญมากในงานใต้น้ำ เพราะแรงกดดันที่ระดับความลึกต่าง ๆ ส่งผลโดยตรงต่อหัวใจ ปอด และหู คนที่มีโรคประจำตัวบางอย่างลงน้ำลึกแล้วอาจเกิดเหตุร้ายแรงได้ การตรวจสุขภาพจึงเป็นด่านแรกที่ต้องผ่านก่อน — รายละเอียดว่าตรวจอะไรบ้างและบ่อยแค่ไหน อ่านต่อได้ที่ การตรวจสุขภาพก่อนทำงานประดาน้ำ
ข้อสาม — มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ผ่านการทดสอบตามหลักสูตร
ข้อนี้คือหัวใจของบทความ ลูกจ้างต้อง "มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในงานประดาน้ำโดยต้องผ่านการทดสอบ ตามหลักสูตรที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงานของรัฐรับรอง"
คำว่า "ผ่านการทดสอบตามหลักสูตร" ฟังดูกว้าง แต่กฎหมายไม่ได้ปล่อยให้คลุมเครือ — มีประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกมาเฉพาะเพื่อบอกว่าหลักสูตรที่ว่านั้นคืออะไรบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจะลงรายละเอียดต่อไป
หลักสูตรที่ต้องผ่าน — แยกตามลักษณะงาน 3 แบบ

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการทดสอบลูกจ้างที่ทำงานประดาน้ำ ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 คือเอกสารที่ขยายความข้อ 5 (3) ของกฎกระทรวงข้างต้น
จุดที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ ประกาศนี้ ไม่ได้กำหนดหลักสูตรเดียวคลุมทุกงาน แต่แยกตามลักษณะงานเป็น 3 แบบ ซึ่งข้อกำหนดต่างกัน อย่าเอามาปนกัน
แบบที่ 1: พื้นฐาน — ต้องผ่านอย่างน้อย Openwater SCUBA Diver Course
ไม่ว่าจะทำงานประดาน้ำแบบไหน พื้นฐานที่ทุกคนต้องผ่านมีตาม ข้อ 2 คือ ลูกจ้าง "อย่างน้อยต้องผ่านการทดสอบหลักสูตรการดำน้ำด้วยอากาศ ในทะเลเปิด (Openwater SCUBA Diver Course) หรือเทียบเท่า"
พูดง่าย ๆ คือนี่เป็นใบเบิกทาง — ใครที่ดำน้ำในงานไม่ได้ คุณสมบัติข้อนี้ไม่ผ่านตั้งแต่ต้น คำว่า "หรือเทียบเท่า" เปิดช่องให้ใช้หลักสูตรอื่นที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากันได้ แต่ต้องเป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง ไม่ใช่อ้างลอย ๆ ว่าเทียบเท่า
แบบที่ 2: งานเชิงพาณิชย์ / งานเฉพาะ — ต้องมีหลักสูตรเฉพาะทางเพิ่ม
ถ้าลูกจ้างไม่ได้แค่ดำน้ำเฉย ๆ แต่ต้องไปทำงานในลักษณะงานเชิงพาณิชย์ หรืองานเฉพาะ เช่น งานตัด งานเชื่อม งานซ่อมบำรุง ดัดแปลง แก้ไขใต้น้ำ กฎหมายบังคับให้มีเอกสารผ่านการอบรมงานนั้น ๆ เพิ่มจากพื้นฐาน
ข้อ 2 ยกตัวอย่างหลักสูตรเฉพาะทางที่ใช้ได้ไว้ 2 หลักสูตรหลัก
- หลักสูตรทักษะการดำน้ำเชิงพาณิชย์ (Commercial Diving Skill) — สำหรับงานประดาน้ำเชิงพาณิชย์ทั่วไป
- หลักสูตรการเชื่อมและตัดโลหะใต้น้ำด้วยไฟฟ้า (Underwater Metal Arc Cutting and Welding) — เป็นหลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือ สาขาช่างเชื่อม ของ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับงานเชื่อม-ตัดโลหะใต้น้ำโดยเฉพาะ
นอกจาก 2 หลักสูตรนี้ กฎหมายยังเปิดทางให้ใช้หลักสูตรอบรมงานในลักษณะคล้ายคลึงกันได้ แต่ต้องมาจากหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐเท่านั้น
ตัวอย่างให้เห็นภาพ — บริษัทรับเหมาส่งนักประดาน้ำไปเชื่อมขาแท่นเหล็กใต้น้ำที่ท่าเรือ คนคนนั้นต้องมีทั้งใบ Openwater SCUBA เป็นพื้นฐาน บวกกับ ใบผ่านหลักสูตรเชื่อม-ตัดโลหะใต้น้ำ จะมีแค่ใบดำน้ำพื้นฐานอย่างเดียวไม่ได้ เพราะงานเชื่อมใต้น้ำมีความเสี่ยงเฉพาะตัว ทั้งไฟฟ้า ความร้อน และก๊าซที่เกิดจากการเชื่อม
แบบที่ 3: งานสันทนาการและการกีฬา — หัวหน้าและครูผู้สอนต้องมีหลักสูตรเฉพาะ
งานประดาน้ำเพื่อให้บริการด้านสันทนาการและการกีฬา (เช่น ศูนย์สอนดำน้ำ ทัวร์ดำน้ำ) มีข้อกำหนดแยกอยู่ใน ข้อ 3 ของประกาศกรม โดยเน้นที่ตำแหน่งหน้าที่เฉพาะ 2 ตำแหน่ง
- ลูกจ้างที่ทำงานในหน้าที่ หัวหน้านักประดาน้ำ ต้องผ่านการทดสอบหลักสูตรผู้ควบคุมการดำน้ำ (Dive master course)
- ลูกจ้างที่ทำงานในหน้าที่ ครูผู้ฝึกสอนดำน้ำ ต้องผ่านการทดสอบหลักสูตรผู้ฝึกสอนดำน้ำ (Instructor course)
จุดที่ต้องระวังคือ อย่าสับสนระหว่างแบบที่ 2 กับแบบที่ 3 งานเชิงพาณิชย์เน้นที่ทักษะงานเฉพาะ (เชื่อม ตัด ซ่อม) ส่วนงานสันทนาการเน้นที่บทบาทผู้นำทีมและผู้สอน ข้อกำหนดหลักสูตรจึงไม่เหมือนกัน — หัวหน้านักประดาน้ำในงานสันทนาการต้องมี Dive master course ไม่ใช่ Commercial Diving Skill
ส่วนตำแหน่งหัวหน้านักประดาน้ำมีหน้าที่อะไรบ้างในทีมงานใต้น้ำ และทำงานร่วมกับพี่เลี้ยงนักประดาน้ำ ผู้ควบคุมระบบจ่ายอากาศอย่างไร อ่านเพิ่มได้ที่ บทบาทหัวหน้านักประดาน้ำและทีมงาน
หน่วยงานที่รับรองหลักสูตรได้ — มีแค่ 2 ทาง
มีใบผ่านหลักสูตรอย่างเดียวยังไม่พอ — หลักสูตรนั้นต้องได้รับการยอมรับหรือรับรองจากหน่วยงานที่ถูกต้องด้วย ตาม ข้อ 4 ของประกาศกรม หลักสูตรการทดสอบทั้งแบบงานทั่วไป (ข้อ 2) และงานสันทนาการ (ข้อ 3) ต้องกำหนดโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งใน 2 ทางนี้
- หน่วยงานของรัฐ หรือ
- สมาคมดำน้ำแห่งประเทศไทย
เป็นผู้ยอมรับหรือให้การรับรอง แล้วแต่กรณี และลูกจ้างต้องสามารถแสดงบัตรหรือเอกสารหลักฐานว่าผ่านการทดสอบต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยได้
ที่ต้องเน้น — กฎหมายระบุชื่อหน่วยงานรับรองไว้แค่ 2 ทางนี้เท่านั้น อย่าหลงเชื่อใบรับรองจากสถาบันที่อ้างว่ารับรองได้แต่ไม่ได้อยู่ในข่าย ถ้าใบที่ถืออยู่ไม่ได้ผ่านการรับรองจากหน่วยงานของรัฐหรือสมาคมดำน้ำแห่งประเทศไทย ก็เสี่ยงที่จะใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย
ประสบการณ์และการทบทวน — เว้นเกิน 1 ปี ต้องอบรมใหม่
ผ่านหลักสูตรแล้วไม่ได้แปลว่าใช้ใบนั้นได้ตลอดชีวิต ข้อ 5 ของประกาศกรมกำหนดเรื่องประสบการณ์ไว้ 2 ระดับ
ระดับแรก — นายจ้างที่จะให้ลูกจ้างไปทำงานประดาน้ำต้องมีประสบการณ์การดำน้ำที่มีผลการจดบันทึก (dive log) ที่แสดงต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยได้
ระดับที่สอง คือเงื่อนไขที่หลายคนลืม — "กรณีที่ลูกจ้างไม่มีผลการจดบันทึกหรือไม่ได้มีการดำน้ำในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา นายจ้างต้องจัดให้ ลูกจ้างมีการอบรมและทบทวนในหลักสูตร" ตามข้อ 2 และข้อ 3 แล้วแต่กรณี
แปลให้เข้าใจง่าย — ถ้าลูกจ้างคนใด
- ไม่มี dive log บันทึกประสบการณ์ หรือ
- เว้นการดำน้ำเกิน 1 ปี (ไม่ได้ดำน้ำในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา)
นายจ้างต้องส่งคนคนนั้นไปอบรมและทบทวนหลักสูตรใหม่ก่อนจะให้ลงน้ำ จะอ้างว่า "เคยผ่านหลักสูตรมาแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน" แล้วให้ลงน้ำเลยไม่ได้ ทักษะการดำน้ำเป็นทักษะที่ต้องใช้ต่อเนื่อง เว้นไปนานแล้วกลับมาทันทีคือความเสี่ยง
เงื่อนไขสุดท้ายก่อนลงน้ำ — ต้องครบทุกข้อ
![]()
ทั้งหมดที่เล่ามาถูกล็อกด้วยกฎข้อสุดท้าย — ข้อ 6 ของประกาศกรมระบุว่า นายจ้างต้องไม่อนุญาตให้ลูกจ้างลงไปทำงานประดาน้ำ เว้นแต่ได้ทำตามเงื่อนไขในข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5 ครบแล้ว
หมายความว่าทุกอย่างที่คุยกันมาเป็นเงื่อนไขแบบ "ต้องครบทุกข้อ" ไม่ใช่เลือกทำบางข้อ ขาดข้อใดข้อหนึ่ง — ผ่านหลักสูตรพื้นฐานแต่ไม่มี dive log หรือมีใบรับรองแต่หลักสูตรไม่ได้รับการรับรองตามข้อ 4 — นายจ้างก็ห้ามให้ลงน้ำ
ตัวอย่างการตรวจคุณสมบัติจริง
เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าตอนตรวจจริงต้องดูอะไรบ้าง ลองดูเคสนักประดาน้ำที่จะไปซ่อมท่อใต้น้ำในงานเชิงพาณิชย์
- อายุ — ตรวจบัตรประชาชน อายุ 24 ปี ผ่านข้อ 5 (1)
- สุขภาพ — มีบัตรตรวจสุขภาพสำหรับงานประดาน้ำ ไม่เป็นโรคต้องห้าม ผ่านข้อ 5 (2)
- หลักสูตรพื้นฐาน — มีใบ Openwater SCUBA Diver Course ผ่านข้อ 2
- หลักสูตรเฉพาะทาง — งานนี้คือซ่อมใต้น้ำเชิงพาณิชย์ ต้องมี Commercial Diving Skill เพิ่ม ตรวจแล้วมี ผ่านข้อ 2
- การรับรอง — ใบทั้งสองออกโดยสถาบันที่หน่วยงานของรัฐรับรอง ผ่านข้อ 4
- ประสบการณ์ — เปิด dive log ดู ดำน้ำครั้งล่าสุดเมื่อ 3 เดือนก่อน ไม่เกิน 1 ปี ผ่านข้อ 5
ครบทั้ง 6 จุด นายจ้างจึงให้ลงน้ำได้ตามข้อ 6 ถ้าจุดใดจุดหนึ่งไม่ผ่าน เช่น dive log ว่างไป 14 เดือน ต้องส่งไปอบรมทบทวนก่อน ห้ามให้ลงทันที
ข้อควรระวังที่ HR และ จป. เจอบ่อย
1. คิดว่าใบดำน้ำท่องเที่ยวใบเดียวพอสำหรับทุกงาน
ใบ Openwater SCUBA เป็นแค่พื้นฐาน งานเชิงพาณิชย์ที่มีการตัด เชื่อม ซ่อม ต้องมีหลักสูตรเฉพาะทางเพิ่มเสมอ อย่าเอาใบดำน้ำสันทนาการมาใช้กับงานเชื่อมใต้น้ำ
2. สับสนระหว่างงานเชิงพาณิชย์กับงานสันทนาการ
สองแบบนี้คนละข้อกัน — งานเชิงพาณิชย์ดูที่ทักษะงาน (ข้อ 2) งานสันทนาการดูที่บทบาทหัวหน้า/ครูผู้สอน (ข้อ 3) เลือกหลักสูตรให้ตรงกับลักษณะงานจริง
3. ลืมเรื่อง dive log และการเว้นวรรค 1 ปี
จุดนี้พลาดกันมากที่สุด หลายโรงงานเก็บแค่ใบผ่านหลักสูตรครั้งแรก แต่ไม่เก็บบันทึกการดำน้ำต่อเนื่อง พอลูกจ้างเว้นไปเกิน 1 ปีแล้วกลับมาทำงานเลย ถือว่าผิดข้อ 5 ต้องอบรมทบทวนก่อน
4. เชื่อใบรับรองจากสถาบันที่ไม่ได้อยู่ในข่ายรับรอง
หลักสูตรต้องได้รับการยอมรับ/รับรองจากหน่วยงานของรัฐ หรือสมาคมดำน้ำแห่งประเทศไทยเท่านั้น (ข้อ 4) ตรวจที่มาของใบรับรองให้ดีก่อนรับเข้าทำงาน
5. ไม่เก็บหลักฐานให้พร้อมตรวจ
ทั้งบัตร ใบรับรอง และ dive log ต้องเก็บไว้พร้อมแสดงต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยได้ตลอด ไม่ใช่หาไม่เจอตอนถูกตรวจ
Checklist ก่อนให้ลูกจ้างลงน้ำ
ก่อนอนุญาตให้ใครลงไปทำงานประดาน้ำ ตรวจครบ 6 ข้อนี้
- อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ (ข้อ 5 กฎกระทรวง 2563)
- มีบัตร/ผลตรวจสุขภาพสำหรับงานประดาน้ำ ไม่เป็นโรคต้องห้าม
- ผ่านหลักสูตรพื้นฐานอย่างน้อย Openwater SCUBA Diver Course หรือเทียบเท่า
- งานเชิงพาณิชย์/งานเฉพาะ — มีหลักสูตรเฉพาะทางเพิ่ม (Commercial Diving Skill หรือเชื่อม-ตัดโลหะใต้น้ำ) · งานสันทนาการ — หัวหน้ามี Dive master / ครูมี Instructor course
- หลักสูตรได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ หรือสมาคมดำน้ำแห่งประเทศไทย (ข้อ 4)
- มี dive log แสดงประสบการณ์ + ดำน้ำในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา (ถ้าเว้นเกินต้องอบรมทบทวนก่อน)
คำถามที่พบบ่อย
Q1: นักประดาน้ำต้องอายุเท่าไหร่ถึงทำงานได้?
อย่างน้อย 18 ปีบริบูรณ์ ตามข้อ 5 (1) ของกฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ต่ำกว่านี้ทำงานประดาน้ำไม่ได้
Q2: มีใบ Openwater SCUBA แล้ว ทำงานเชื่อมใต้น้ำได้เลยไหม?
ไม่ได้ ใบ Openwater เป็นแค่พื้นฐาน งานเชื่อม-ตัด-ซ่อมใต้น้ำเป็นงานเชิงพาณิชย์/งานเฉพาะ ต้องมีหลักสูตรเฉพาะทางเพิ่ม เช่น Commercial Diving Skill หรือหลักสูตรเชื่อม-ตัดโลหะใต้น้ำด้วยไฟฟ้าของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
Q3: ถ้านักประดาน้ำไม่ได้ดำน้ำมา 1 ปีกว่าแล้ว ให้กลับมาทำงานเลยได้ไหม?
ไม่ได้ ตามข้อ 5 ของประกาศกรม พ.ศ. 2564 ถ้าไม่มีบันทึกประสบการณ์ หรือไม่ได้ดำน้ำในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา นายจ้างต้องจัดให้อบรมและทบทวนหลักสูตรใหม่ก่อนจึงจะให้ลงน้ำได้
Q4: หลักสูตรของศูนย์ดำน้ำเอกชนใช้ได้ไหม?
ใช้ได้ถ้าหลักสูตรนั้นได้รับการยอมรับ/รับรองจากหน่วยงานของรัฐ หรือสมาคมดำน้ำแห่งประเทศไทย ตามข้อ 4 และต้องแสดงบัตร/เอกสารต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยได้
Q5: งานสันทนาการกับงานเชิงพาณิชย์ ต้องใช้หลักสูตรเดียวกันไหม?
ไม่ใช่ คนละข้อกัน งานเชิงพาณิชย์ใช้ข้อ 2 (เน้นทักษะงานเฉพาะ) งานสันทนาการใช้ข้อ 3 (หัวหน้านักประดาน้ำต้องมี Dive master course ครูผู้ฝึกสอนต้องมี Instructor course) เลือกให้ตรงกับลักษณะงานจริง
สรุป
จุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจก่อนส่งใครลงไปทำงานใต้น้ำ
- คุณสมบัติพื้นฐาน 3 ข้อ (กฎกระทรวง 2563 ข้อ 5) — อายุ 18 ปีบริบูรณ์ + สุขภาพสมบูรณ์ไม่เป็นโรคต้องห้าม + ผ่านการทดสอบตามหลักสูตร
- หลักสูตรแยกตามงาน 3 แบบ — พื้นฐานทุกคน Openwater SCUBA · งานเชิงพาณิชย์เพิ่ม Commercial Diving Skill หรือเชื่อม-ตัดโลหะใต้น้ำ · งานสันทนาการหัวหน้ามี Dive master ครูมี Instructor course
- หลักสูตรต้องได้รับการรับรอง จากหน่วยงานของรัฐ หรือสมาคมดำน้ำแห่งประเทศไทยเท่านั้น (ข้อ 4)
- dive log สำคัญ — เว้นการดำน้ำเกิน 1 ปี หรือไม่มีบันทึก ต้องอบรมทบทวนใหม่ก่อนลงน้ำ (ข้อ 5)
- ต้องครบทุกข้อ — ข้อ 6 ห้ามให้ลงน้ำจนกว่าจะทำตามเงื่อนไขข้อ 2-5 ครบ
ขั้นถัดไป — ถ้าที่ทำงานยังไม่มีตารางสรุปคุณสมบัติของนักประดาน้ำแต่ละคน เริ่มทำตอนนี้ ทำเป็นตารางง่าย ๆ ชื่อ-อายุ-ใบสุขภาพ-หลักสูตรที่ผ่าน-หน่วยงานรับรอง-วันที่ดำน้ำล่าสุด แล้วตั้งระบบเตือนคนที่ใกล้เว้นวรรค 1 ปี นี่คือเอกสารชุดแรกที่พนักงานตรวจความปลอดภัยจะขอดู
อ้างอิงกฎหมาย
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง