พัฒนากรรมการ คปอ. ให้ทำงานเป็น สี่เส้นทางและเกณฑ์ตัดสินใจ
กรรมการ คปอ. ครบตามกฎหมายแล้วแต่ยังไม่มีเรื่องมานำเสนอ เทียบสี่เส้นทางพัฒนา ต้นทุน ข้อแลกเปลี่ยน เกณฑ์ตัดสินใจ และตัวชี้วัดที่บอกว่าคณะกรรมการมีชีวิตจริง

โรงงานส่วนใหญ่ตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ (คปอ.) ได้ครบตามที่กฎหมายกำหนด มีคำสั่งแต่งตั้ง มีใบผ่านการอบรม และประชุมเดือนละครั้งไม่ขาด แต่พอเปิดรายงานการประชุมย้อนหลังสิบสองเดือนแล้วไล่ดูว่าใครเป็นเจ้าของเรื่องในแต่ละวาระ จะเห็นรูปแบบเดียวกันเกือบทุกที่ คือเรื่องที่มีเนื้อจริงมาจากเลขานุการซึ่งเป็น จป.วิชาชีพ อยู่คนเดียว ส่วนกรรมการที่เหลือมาลงชื่อ ฟัง แล้วกลับไปทำงานประจำ
โจทย์จึงอยู่ที่การทำให้กรรมการแต่ละคนมีเรื่องของตัวเองมานำเสนอ และเรื่องนั้นเดินจนแก้ไขเสร็จ หน้านี้เทียบข้อแลกเปลี่ยนของแต่ละทางเลือก พร้อมเกณฑ์เลือกตามขนาดและความเสี่ยงของกิจการ หากยังต้องทบทวนองค์ประกอบและจำนวนกรรมการก่อน อ่าน คปอ. คืออะไร คณะกรรมการความปลอดภัยที่สถานประกอบกิจการต้องมี ประกอบ
อาการที่บอกว่าคณะกรรมการยังไม่ได้ทำงานเต็มบทบาท
ก่อนเลือกวิธีพัฒนา ต้องอ่านอาการให้ออกว่าติดตรงไหน กฎหมายกำหนดให้คณะกรรมการสำรวจการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในการทำงานและรายงานผลการสำรวจดังกล่าว รวมทั้งสถิติการประสบอันตรายที่เกิดขึ้น ในการประชุมทุกครั้ง และติดตามผลความคืบหน้าเรื่องที่เสนอต่อนายจ้าง อาการที่พบซ้ำกันอ่านได้จากสองหน้าที่นี้เป็นหลัก
| อาการ | ชี้ว่าติดตรงไหน |
|---|---|
| วาระมีเจ้าของคนเดียว ทั้งปีมีแต่เรื่องของเลขานุการ | กรรมการยังไม่มีวิธีหาเรื่องจากพื้นที่ของตัวเอง |
| ช่องรายงานผลการสำรวจเติมประโยคเดิมทุกเดือนว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ | เดินตรวจไม่เป็น หรือไม่ได้เดินจริง |
| วาระสืบเนื่องยาวขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีใครบอกได้ว่าเรื่องติดขั้นไหน | ไม่มีทะเบียนติดตามเรื่อง |
| เสนอขึ้นไปแล้วไม่เคยได้ยินคำตอบกลับ | ช่องทางตอบกลับของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่ตัวกรรมการ |
| กรรมการฝ่ายลูกจ้างเงียบทั้งห้อง | วิธีจัดประชุมและท่าทีของประธาน แก้ด้วยหลักสูตรอบรมไม่ได้ |
ทักษะสามอย่างที่ทำให้กรรมการมีเรื่องมานำเสนอ
หน้าที่และอำนาจสิบสองข้อของคณะกรรมการวางอยู่บนทักษะพื้นฐานเพียงสามอย่าง กรรมการที่ทำได้ครบสามอย่างจะมีเรื่องมานำเสนอทุกเดือนโดยไม่ต้องรอใครสั่ง
เดินตรวจให้เห็นของจริง
กรรมการที่เดินตรวจเป็นจะไม่เดินทั้งโรงงานในรอบเดียว แต่รับพื้นที่ประจำไว้แคบ ๆ แล้วเดินซ้ำทุกเดือนจนรู้ว่าจุดไหนเปลี่ยนไปจากเดือนก่อน สิ่งที่ต้องฝึกมีสามข้อ คือขอบเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ รายการที่ต้องดูซ้ำทุกรอบ และวิธีคุยกับคนหน้างานให้ได้ข้อมูลจริงแทนคำตอบที่เตรียมไว้ให้ผู้ตรวจ
กรรมการฝ่ายลูกจ้างยังเข้าถึงข้อมูลที่ลูกจ้างไม่เล่าให้ จป. ฟัง เช่น ทางลัดที่ทีมใช้กันจนเป็นปกติ หรืออุปกรณ์ที่เบิกแล้วไม่มีใครใช้เพราะใส่แล้วทำงานไม่ถนัด
เขียนสิ่งที่พบให้คนอ่านเข้าใจตรงกัน
เรื่องจำนวนมากตายตั้งแต่ตอนเขียน เพราะกรรมการเขียนว่าพื้นลื่นบริเวณโรงอาหาร ที่ประชุมอ่านแล้วถามกลับว่าตรงไหน ตอนไหน ลื่นเพราะอะไร มติจึงออกมาว่าให้ไปตรวจสอบเพิ่มเติม แล้ววนกลับมาเดือนหน้า
เกณฑ์ที่สอนได้ง่ายที่สุดคือ เขียนให้คนที่ไม่เคยไปยืนตรงนั้นสั่งงานต่อได้โดยไม่ต้องถามกลับ หนึ่งเรื่องจึงต้องมีครบห้าอย่าง คือตำแหน่งที่ระบุได้บนผังพื้นที่ สภาพที่พบพร้อมช่วงเวลา ผลที่อาจเกิดกับคนหรือทรัพย์สิน ข้อเสนออย่างน้อยหนึ่งทาง และหน่วยงานที่ควรรับไปแก้ไข สามถึงสี่รอบแรกต้องมีคนอ่านและให้ข้อเสนอแนะกลับ มิฉะนั้นกรรมการจะกลับไปเขียนแบบเดิม
ติดตามจนปิดเรื่อง
นอกจากติดตามผลความคืบหน้าเรื่องที่เสนอต่อนายจ้างแล้ว กฎหมายยังกำหนดให้รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีพร้อมระบุปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ... เมื่อครบหนึ่งปี และประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกิจการ ทั้งสามอย่างทำไม่ได้เลยถ้าไม่มีทะเบียนเรื่อง
ทะเบียนนี้ไม่ต้องใช้ระบบราคาแพง ตารางเดียวที่มีเลขที่เรื่อง วันที่เปิด ผู้รับผิดชอบ กำหนดเสร็จ สถานะ และวันที่ปิด ก็พอ ที่ต้องฝึกคือวินัย ปรับทะเบียนให้เป็นปัจจุบันก่อนประชุมทุกครั้ง และรายงานเรื่องค้างด้วยตัวเลขแทนการเล่า
สี่เส้นทางพัฒนากรรมการ และข้อแลกเปลี่ยนของแต่ละทาง
พื้นฐานทางกฎหมายเหมือนกันทุกที่ คือนายจ้างต้องจัดให้กรรมการความปลอดภัยได้รับการฝึกอบรมหลักสูตรคณะกรรมการความปลอดภัย ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับเลือก เว้นแต่ผู้นั้นเคยผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรดังกล่าวมาแล้ว หลักสูตรนี้มีระยะเวลาสิบสองชั่วโมง แบ่งเป็นสามหมวดวิชา คือการบริหารคณะกรรมการ 3 ชั่วโมง กฎหมายความปลอดภัย 3 ชั่วโมง และการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยตามบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการอีก 6 ชั่วโมง
ส่วนที่เติมหลังจากนั้นคือจุดที่ทำให้แต่ละองค์กรได้ผลต่างกัน การพัฒนาความรู้เพิ่มเติมปีละไม่น้อยกว่าสิบสองชั่วโมงนั้น กฎกระทรวงกำหนดไว้กับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค ระดับเทคนิคขั้นสูง และระดับวิชาชีพ ไม่ได้กำหนดไว้กับกรรมการ คปอ. การพัฒนาต่อจึงเป็นการตัดสินใจของสถานประกอบกิจการเอง และเลือกได้สี่ทาง
เส้นทาง ก อบรมตามหลักสูตรที่กฎหมายกำหนดแล้วจบ
ส่งกรรมการทุกคนเข้าหลักสูตร 12 ชั่วโมงให้ทันหกสิบวัน แล้วปล่อยให้เรียนรู้จากการประชุมจริงเอง คนที่ไม่เคยเดินตรวจมาก่อนจะยังไม่รู้ว่าต้องกลับไปทำอะไรในวันจันทร์ เพราะทักษะเดินตรวจและเขียนรายงานต้องฝึกกับพื้นที่จริงจึงจะติดตัว
เส้นทาง ข จับคู่กรรมการใหม่กับกรรมการเดิม และให้ดูพื้นที่เล็กก่อน
หลังอบรมตามกฎหมายแล้ว จับกรรมการใหม่หนึ่งคนคู่กับกรรมการเดิมหนึ่งคน มอบพื้นที่ประจำที่แคบพอจะเดินจบในหนึ่งชั่วโมง เช่น หนึ่งไลน์ผลิต หรือหนึ่งอาคารคลัง ให้เดินด้วยกันสองรอบแรก รอบที่สามให้กรรมการใหม่เดินเองและเขียนเอง โดยกรรมการเดิมอ่านและให้ข้อเสนอแนะก่อนเข้าที่ประชุม ทางนี้ได้ทักษะครบสามอย่างในสามเดือนโดยใช้เงินเพิ่มเกือบเป็นศูนย์ และกรรมการรุ่นเก่าได้ถ่ายทอดบริบทของพื้นที่ที่ไม่มีในเอกสาร
เส้นทาง ค ฝึกในวาระประชุม โดยหมุนเวียนให้กรรมการเป็นเจ้าของเรื่อง
ใช้ที่ประชุมรายเดือนเป็นห้องฝึก กำหนดล่วงหน้าว่าเดือนนี้ใครเป็นผู้เสนอผลการสำรวจพื้นที่ของตัวเอง และเดือนถัดไปเป็นคิวของใคร กฎหมายกำหนดให้แจ้งกำหนดการประชุมและระเบียบวาระการประชุมให้กรรมการทราบไม่น้อยกว่าสามวันก่อนถึงวันประชุม ช่วงสามวันนี้ใช้เป็นเส้นตายให้เจ้าของวาระส่งเรื่องล่วงหน้าได้พอดี คุณภาพขึ้นกับประธานและเลขานุการมาก จึงควรใช้ควบกับเส้นทาง ข ในสามเดือนแรก แนวทางจัดวาระอ่านต่อได้ที่ วาระประชุม คปอ. รายเดือน
เส้นทาง ง ส่งอบรมเฉพาะทางเพิ่ม หรือใช้ผู้สอนจากนอกบริษัท
ส่งกรรมการบางคนไปอบรมหลักสูตรเฉพาะทางตามอันตรายหลักของกิจการ เช่น การชี้บ่งอันตรายและประเมินความเสี่ยง หรือการสอบสวนอุบัติเหตุ แล้วให้กลับมาตั้งมาตรฐานการเดินตรวจให้ทั้งชุด อีกรูปแบบคือจ้างผู้สอนจากนอกบริษัทเข้ามาเดินตรวจพร้อมกรรมการหนึ่งถึงสองรอบ แล้ววิจารณ์รายงานที่กรรมการเขียน ทางนี้เหมาะกับกิจการที่มีอันตรายเฉพาะซึ่งกรรมการทั่วไปอ่านไม่ออก เช่น งานสารเคมี งานที่อับอากาศ หรือหม้อน้ำ และต้องกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นว่าผู้ที่ไปอบรมต้องกลับมาถ่ายทอดและทิ้งเอกสารมาตรฐานไว้ให้ชุดถัดไป
ตารางเทียบข้อแลกเปลี่ยนสี่เส้นทาง
| เส้นทาง | ต้นทุนหลัก | เห็นผลเมื่อไร | เหมาะกับสถานการณ์ | ความเสี่ยงถ้าทำครึ่งทาง |
|---|---|---|---|---|
| ก อบรมตามกฎหมายแล้วจบ | ค่าอบรม 12 ชม./คน | ทันที ในแง่เอกสาร | กรรมการเดิมยังทำงานได้ดีอยู่แล้ว | วาระมีเจ้าของคนเดียวต่อไป |
| ข จับคู่และรับพื้นที่เล็ก | เวลากรรมการเดิม 4–6 ชม./คู่ | 2–3 เดือน | มีกรรมการเดิมเหลืออย่างน้อยครึ่งชุด | คู่ที่ไม่มีใครติดตาม จะเงียบใน 1 เดือน |
| ค หมุนเวียนเจ้าของวาระ | เวลาเตรียมเรื่อง 2–3 ชม./คน/รอบ | 3–6 เดือน | ประชุมสม่ำเสมออยู่แล้ว | ประชุมยาวขึ้นแต่คุณภาพเรื่องไม่ขึ้น |
| ง อบรมเฉพาะทางหรือผู้สอนภายนอก | ค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงสุด | 1–2 เดือน เฉพาะคนที่ไป | มีอันตรายเฉพาะสูง | ความรู้กระจุกและหายเมื่อครบวาระ |
เกณฑ์ตัดสินใจห้าข้อก่อนเลือกเส้นทาง
ห้าเกณฑ์ต่อไปนี้ใช้ตัดสินได้ภายในการประชุมครั้งเดียว
เกณฑ์ที่ 1 สัดส่วนกรรมการใหม่ต่อกรรมการเดิม ถ้ากรรมการเดิมเหลือครึ่งชุดขึ้นไป เส้นทาง ข คุ้มที่สุดเพราะมีคนสอนอยู่ในบ้านแล้ว ถ้าเปลี่ยนใหม่เกือบยกชุด ต้องเริ่มที่เส้นทาง ง เพื่อสร้างมาตรฐานการเดินตรวจก่อน แล้วค่อยเข้าเส้นทาง ค
เกณฑ์ที่ 2 เวลาที่เหลือของวาระ กรรมการความปลอดภัยมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี ถ้าเหลือไม่ถึงหกเดือน ควรใช้ช่วงที่เหลือทำเอกสารส่งต่อ แล้วเก็บงบไว้พัฒนาชุดใหม่ตั้งแต่ต้นวาระ
เกณฑ์ที่ 3 อันตรายหลักของกิจการ ถ้ามองเห็นด้วยตา เช่น ทางเดิน การจัดเก็บของ หรือการ์ดเครื่องจักรที่ถอดออก เส้นทาง ข กับ ค เพียงพอ แต่ถ้าต้องอาศัยการวัดหรือความรู้เฉพาะ เช่น บรรยากาศในที่อับอากาศ หรือระบบไฟฟ้า ต้องมีเส้นทาง ง ประกอบ
เกณฑ์ที่ 4 เวลาที่ปล่อยคนออกจากงานประจำได้จริง ถ้าปล่อยได้ 2 ชั่วโมงต่อคนต่อเดือน เส้นทาง ค ทำได้ทางเดียว ถ้าปล่อยได้ 4 ชั่วโมงขึ้นไป เดินคู่ตามเส้นทาง ข ได้สบาย การวางแผนเกินเวลาที่หัวหน้าไลน์ยอมปล่อยจริง คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของแผนที่หยุดกลางคัน
เกณฑ์ที่ 5 ความพร้อมของฝ่ายบริหารที่จะตอบกลับ ถ้าข้อเสนอที่ส่งขึ้นไปยังไม่เคยมีคำตอบกลับ ให้แก้ช่องทางตอบกลับก่อนเริ่มพัฒนาทักษะ เพราะการฝึกให้กรรมการหาเรื่องเก่งขึ้นในระบบที่ไม่มีคำตอบ จะทำให้กรรมการเลิกเสนอเร็วกว่าเดิม
จุดพอดีที่ใช้ได้กับโรงงานส่วนใหญ่คือ กรรมการหนึ่งคนรับผิดชอบพื้นที่เดียว เดินตรวจเดือนละหนึ่งรอบ และส่งเรื่องเข้าที่ประชุมอย่างน้อยหนึ่งเรื่องต่อรอบ ส่วนการตั้งเป้าให้เดินตรวจสัปดาห์ละครั้ง มักได้ตามเป้าเดือนแรก เหลือครึ่งในเดือนที่สอง และเงียบในเดือนที่สาม
สามอย่างที่ผู้บริหารต้องให้ เวลา งบประมาณ และคำตอบ
การพัฒนากรรมการเดินต่อได้หรือไม่ ตัดสินกันที่ฝ่ายบริหารเป็นหลัก โดยต้องให้ครบสามอย่าง
เวลาที่ประกาศเป็นชั่วโมงงาน ไม่ใช่การขอความร่วมมือ ถ้าเวลาเดินตรวจยังนับเป็นเวลาที่แย่งมาจากงานประจำ หัวหน้าไลน์จะปฏิเสธอย่างสุภาพทุกครั้งที่งานเร่ง วิธีที่ได้ผลคือประธานคณะกรรมการประกาศเป็นตัวเลขชัดว่ากรรมการหนึ่งคนมีเวลาสำหรับงานนี้กี่ชั่วโมงต่อเดือน
งบประมาณสองก้อนที่แยกจากกัน ก้อนแรกคือค่าอบรม ซึ่งคาดการณ์ได้ตั้งแต่ต้นปี ก้อนที่สองคืองบแก้ไขจุดที่ตรวจพบ ซึ่งมักไม่มีใครตั้งไว้ล่วงหน้า วงเงินไม่ต้องใหญ่ แต่ต้องมีและอนุมัติได้เร็ว เพราะเรื่องที่กรรมการเสนอส่วนใหญ่เป็นงานเล็กที่ค้างเพราะไม่มีเจ้าของงบ ไม่ใช่เพราะแพง
คำตอบกลับทุกเรื่อง ข้อนี้กฎหมายกำหนดจังหวะไว้ให้แล้ว เมื่อนายจ้างได้รับข้อเสนอแนะ ... เรื่องมาตรการหรือแนวทางปรับปรุงแก้ไขสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ให้นายจ้างปฏิบัติตามข้อเสนอแนะโดยไม่ชักช้า ส่วนข้อเสนอแนะกลุ่มอื่น ... ให้นายจ้างพิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร และหากไม่อาจดำเนินการตามข้อเสนอแนะได้ ให้แจ้งเหตุผล ... ให้คณะกรรมการทราบด้วย
การแจ้งเหตุผลเมื่อทำไม่ได้ คือกลไกที่ทำให้กรรมการเสนอเรื่องต่อไปแม้เรื่องนั้นยังไม่ได้แก้ เพราะได้รู้ว่าเรื่องไปถึงจริงและติดที่อะไร ในทำนองเดียวกัน กฎหมายกำหนดให้นายจ้างปิดประกาศมติของที่ประชุมคณะกรรมการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานไว้ในที่เปิดเผย เพื่อให้ลูกจ้างทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีมติ การปิดประกาศตรงเวลาทำให้ลูกจ้างเห็นว่าเรื่องที่ฝากไว้เดินถึงไหน และกล้าฝากเรื่องเพิ่ม
ตัวชี้วัดที่บอกว่าคณะกรรมการมีชีวิตจริง
ตัวเลขที่ใช้ดูสุขภาพของคณะกรรมการ ต้องแยกจากตัวเลขที่ใช้ยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย จำนวนครั้งที่ประชุมและจำนวนกรรมการที่ผ่านการอบรมอยู่ในกลุ่มหลัง
ห้าตัวต่อไปนี้เป็นข้อเสนอของเราสำหรับใช้ภายใน ไม่ใช่เกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ค่าเริ่มต้นที่ใส่ไว้เป็นจุดตั้งต้นให้ปรับตามบริบทของแต่ละที่
| ตัวชี้วัด | วิธีนับ | ค่าเริ่มต้นที่แนะนำ |
|---|---|---|
| สัดส่วนวาระที่มีเจ้าของเป็นกรรมการรายอื่น | นับจากรายงานการประชุมย้อนหลัง 3 เดือน | ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของวาระ |
| จำนวนกรรมการที่เดินตรวจพื้นที่ประจำของตัวเองในเดือนนั้น | นับจากบันทึกการเดินตรวจ | ไม่น้อยกว่า 80% ของกรรมการทั้งชุด |
| สัดส่วนเรื่องที่ปิดได้ภายในกำหนด | เรื่องที่ปิดตรงกำหนด หารด้วยเรื่องที่ครบกำหนดในเดือนนั้น | ไม่น้อยกว่า 70% |
| อายุเฉลี่ยของเรื่องที่ยังค้าง | นับวันจากวันที่เปิดเรื่องถึงวันที่รายงาน | ไม่เกิน 60 วัน |
| สัดส่วนข้อเสนอที่ได้รับคำตอบจากนายจ้าง | เรื่องที่มีคำตอบกลับ หารด้วยเรื่องที่เสนอขึ้นไปทั้งหมด | ทุกเรื่อง |
ตัวสุดท้ายควรดูก่อนตัวอื่นเสมอ เพราะถ้าค่านี้ต่ำ ตัวเลขที่เหลือจะทยอยตกตามภายในไม่กี่เดือน โดยไม่มีวิธีพัฒนาทักษะใดช่วยได้
การส่งต่อเมื่อครบวาระ และการรักษาความรู้ไว้กับคณะกรรมการ
เมื่อครบวาระสองปีแล้วเปลี่ยนกรรมการเกือบยกชุด ทักษะที่สะสมมาจะออกไปพร้อมกับคนที่พ้นตำแหน่ง แผนพัฒนาจึงต้องวางเรื่องการส่งต่อไว้ตั้งแต่ต้น กฎหมายเปิดช่องให้เตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว โดยกำหนดให้นายจ้างแต่งตั้งหรือจัดให้มีการเลือกกรรมการความปลอดภัยชุดใหม่ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันก่อนวันที่กรรมการชุดเดิมครบวาระ ช่วงสามสิบวันที่ทั้งสองชุดรู้ตัวแล้วนี้ คือจังหวะเดินตรวจร่วมกันที่ดีที่สุด กรรมการเดิมพากรรมการใหม่เดินพื้นที่ประจำหนึ่งรอบ แล้วส่งมอบทะเบียนเรื่องค้างพร้อมอธิบายว่าแต่ละเรื่องติดที่ไหน ส่วนคนที่ได้มาแทนตำแหน่งที่ว่างกลางวาระ อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน ถ้าเหลือไม่มาก ให้ส่งมอบพื้นที่ประจำกับทะเบียนเรื่องให้ครบก่อน
จุดที่หลายที่มองข้าม อยู่ที่ข้อยกเว้นเรื่องการอบรม กรรมการที่เคยผ่านหลักสูตรมาแล้วไม่ต้องอบรมซ้ำเมื่อกลับเข้ามาอีกวาระ งบและเวลาที่ประหยัดได้จากคนกลุ่มนี้ ควรย้ายไปลงกับการฝึกภาคสนามของกรรมการใหม่ เพราะคนที่เคยผ่านหลักสูตรแล้วคือคนที่พร้อมเป็นพี่เลี้ยงตามเส้นทาง ข ได้ทันที
ของที่ต้องส่งมอบมีสามชิ้น คือแผนผังพื้นที่ประจำพร้อมชื่อผู้รับผิดชอบ ทะเบียนเรื่องที่ยังไม่ปิด และมาตรฐานการเดินตรวจของแต่ละพื้นที่ ทั้งสามชิ้นเก็บไว้กับเลขานุการซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต่อเนื่องกว่ากรรมการรายคน
เลือกวิธีพัฒนาตามขนาดสถานประกอบกิจการ
กฎหมายกำหนดจำนวนกรรมการตามขนาดไว้สามช่วง คือไม่น้อยกว่าห้าคนสำหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 100 คน ไม่น้อยกว่าเจ็ดคนสำหรับ 100 คนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 500 คน และไม่น้อยกว่าสิบเอ็ดคนสำหรับ 500 คนขึ้นไป โดยต้องมีกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนนายจ้างระดับบังคับบัญชาและกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนลูกจ้างในสัดส่วนที่เท่ากัน จำนวนที่ต่างกันทำให้แผนพัฒนาต่างกันด้วย
| ขนาดและจำนวนกรรมการ | แนวทางที่คุ้มที่สุด | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| 50 ถึง 99 คน ไม่น้อยกว่า 5 คน | เส้นทาง ข ควบกับ ค แบ่งพื้นที่ให้ครบทุกคนตั้งแต่เดือนแรก เลขานุการเกลารายงานให้ทุกคนในสามเดือนแรก | มักไม่มีงบผู้สอนภายนอก และกรรมการควบหลายบทบาท พื้นที่ที่รับต้องเล็กจริง |
| 100 ถึง 499 คน ไม่น้อยกว่า 7 คน | เส้นทาง ค เป็นแกน หมุนเวียนเจ้าของวาระให้ครบทุกคนใน 1 รอบวาระ เติม ง ปีละ 1–2 หลักสูตรตามอันตรายหลัก | เดินไม่ทั่วทุกโซน ต้องเลือกพื้นที่ตามความเสี่ยง และเริ่มมีทะเบียนเรื่องเป็นระบบ |
| 500 คนขึ้นไป ไม่น้อยกว่า 11 คน | ใช้ทั้งสี่เส้นทางพร้อมกัน แบ่งทีมย่อยเดินตรวจ สอบสวน ส่งเสริมกิจกรรม วาง ง ไว้ที่หัวหน้าทีม | กลายเป็นเวทีรายงานของหน่วยงานความปลอดภัย ต้องกันเวลาในวาระให้เรื่องของกรรมการ |
สรุป
คณะกรรมการที่ทำงานเป็นกับคณะกรรมการที่ครบตามเอกสาร ต่างกันที่จำนวนคนซึ่งมีเรื่องของตัวเองมานำเสนอในแต่ละเดือน และเรื่องนั้นเดินไปจนปิดได้ หลักสูตร 12 ชั่วโมงตามที่กฎหมายกำหนดวางฐานให้ครบแล้ว ที่เหลือเป็นการตัดสินใจของแต่ละที่ว่าจะเติมด้วยการจับคู่ การหมุนเวียนเจ้าของวาระ หรือการอบรมเฉพาะทาง
จุดเริ่มที่ไม่ต้องใช้งบคือการตอบกลับข้อเสนอของกรรมการทุกเรื่อง และอธิบายเหตุผลให้ชัดเมื่อยังดำเนินการไม่ได้ตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อกรรมการเห็นว่าเรื่องของตนไปถึงผู้มีอำนาจและติดอยู่ตรงไหน การพัฒนาทักษะด้านอื่นจึงมีความหมาย ส่วนหน้าที่และอำนาจทั้งสิบสองข้อที่ใช้วางแผน อ่านต่อได้ที่ คปอ. ทำอะไร ประชุมอย่างไร
อ้างอิง
- กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 ข้อ 23, 26, 28, 29, 31, 32, 33, 34 และ 37
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรม คุณสมบัติวิทยากร และการดำเนินการฝึกอบรมคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ และผู้บริหารหน่วยงานความปลอดภัย ข้อ 2
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีเลือกตั้งกรรมการ คปอ. ฝ่ายลูกจ้าง — สัดส่วน วาระ และขั้นตอนตามกฎกระทรวง 2565
ลูกจ้างเลือกกันเองยังไง สัดส่วนกรรมการ คปอ. กี่คน วาระกี่ปี ส่งคำสั่งภายในกี่วัน — คู่มือขั้นตอนเลือกตั้งผู้แทนลูกจ้าง คปอ. ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ข้อ 26-31 และ 46

คปอ. ทำอะไร + ประชุมยังไง — หน้าที่ 12 ข้อ (พร้อมตัวบท)
คปอ. มีหน้าที่ 12 ข้อ ตามกฎกระทรวง จป. 2565 ข้อ 32 ประชุมเดือนละครั้ง วาระ 2 ปี เก็บรายงาน 2 ปี พร้อมตัวบท

คปอ. คือใคร ตั้งยังไง — องค์ประกอบและจำนวน (พร้อมตัวบท)
คปอ. คณะกรรมการความปลอดภัยฯ ต้องมีเมื่อลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป ภายใน 30 วัน พร้อมตัวบท ข้อ 25–28 องค์ประกอบ สัดส่วน จำนวน 5/7/11 คน