บทเรียนจากเหตุปั้นจั่นแตะสายไฟแรงสูง คนที่เสียชีวิตมักยืนอยู่บนพื้น
รูปแบบเหตุปั้นจั่นเข้าใกล้สายไฟแรงสูงที่เกิดซ้ำ กลไกที่ทำให้คนบนพื้นเสียชีวิต ตารางระยะห่างตามข้อ 68 กฎกระทรวง 2564 และสิ่งที่ทำได้ก่อนตั้งปั้นจั่น

เรื่องที่เล่าต่อไปนี้ประมวลจากรูปแบบเหตุที่เกิดซ้ำในงานยกของใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง ไม่ใช่รายงานเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง จึงไม่มีชื่อบริษัท ไม่มีชื่อผู้เสียหาย และไม่ระบุสถานที่ บทนี้หยิบเฉพาะลำดับการตัดสินใจที่ซ้ำกันจนกลายเป็นแบบแผนมาเล่า ส่วนตัวเลขระยะห่างทุกค่าในบทนี้ยกมาจากตัวบทของกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 โดยตรง
ประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุดหลังเหตุจบลงคือ "ก็ดูแล้วว่ายังห่างอยู่" ระยะที่ตาเห็นจากพื้นกับระยะจริงระหว่างปลายบูมกับสายเป็นคนละค่ากันเสมอ เพราะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไป มุมมองบีบระยะให้ดูไกลกว่าความจริง และคนที่ยืนมองส่วนใหญ่ยืนอยู่คนละแนวกับระนาบที่แขนปั้นจั่นกำลังหมุนเข้าไป
รูปแบบเหตุที่เกิดซ้ำ ตั้งแต่จอดรถปั้นจั่นจนถึงวินาทีที่บูมเข้าใกล้สาย
งานที่เกิดเหตุมักเป็นงานเล็ก ยกไม่กี่เที่ยว จบภายในครึ่งวัน เช่น ยกเหล็กรูปพรรณลงจากรถบรรทุกริมถนน ยกถังเก็บน้ำขึ้นดาดฟ้าอาคารเตี้ย ยกแผ่นพื้นสำเร็จรูปเข้าไปในซอย หรือยกเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้นชั้นสอง งานใหญ่ที่วางแผนกันเป็นเดือนมักมีคนทบทวนแนวสายไปแล้วหลายรอบ ส่วนงานครึ่งวันมักไม่มีใครถือว่าเป็นงานที่ต้องวางแผน
ลำดับที่พบซ้ำเริ่มจากคนขับรถปั้นจั่นเลือกจุดจอดตามความสะดวกของการเข้าถึงของที่จะยก ไม่ได้เลือกตามแนวสายที่พาดอยู่ด้านบน จากนั้นกางขารับน้ำหนักที่หน้างานเรียกกันว่าขาช้าง เท่าที่พื้นที่ริมถนนเปิดให้กาง แล้วเริ่มยกโดยที่ยังไม่มีใครรู้ว่าสายที่พาดอยู่เหนือหัวมีแรงดันเท่าไร
จังหวะที่ระยะหายไปมักไม่ใช่จังหวะที่แขนปั้นจั่น หรือที่หน้างานเรียกกันว่าบูม ยกขึ้น แต่เป็นจังหวะหมุนแขนไปด้านข้าง เพราะปลายบูมเคลื่อนเป็นส่วนโค้ง ระยะระหว่างปลายบูมกับสายจึงหดลงเร็วกว่าที่คนบนพื้นคาดไว้ และของที่แขวนอยู่ปลายตะขอยังแกว่งตามแรงเฉื่อยออกไปอีกด้านหนึ่ง ในหลายเหตุ สิ่งที่เข้าใกล้สายก่อนไม่ใช่ตัวบูม แต่เป็นลวดสลิง เชือกนำทาง หรือปลายของที่ยาวกว่าที่คิด
ตอนที่กระแสไหล คนที่อยู่ในห้องบังคับมักไม่ได้ยินอะไรผิดปกติ แต่คนบนพื้นที่กำลังจับของหรือกำลังจับตัวรถอยู่ล้มลงทันที และเกือบทุกครั้งจะมีคนที่สองซึ่งวิ่งเข้าไปช่วยแล้วล้มลงตามในระยะไม่กี่ก้าว
เส้นทางของกระแสเมื่อปั้นจั่นเข้าใกล้สาย
กระแสไม่จำเป็นต้องรอให้โลหะแตะสายก่อน ที่ระดับแรงดันสูงพอ อากาศระหว่างสายกับโลหะที่เข้าใกล้จะนำไฟฟ้าได้ก่อนที่ทั้งสองจะสัมผัสกันจริง เพราะอย่างนี้เอง กฎหมายจึงกำหนดเป็นระยะห่าง ไม่ได้กำหนดเพียงว่าห้ามแตะ
เส้นทางของกระแส: สายไฟฟ้า → บูม → ลวดสลิงและของที่ยก → โครงสร้างรถปั้นจั่น → ขาช้างและล้อ → ดิน
เมื่อกระแสไหลลงดินที่จุดใดจุดหนึ่ง กระแสจะกระจายออกไปในเนื้อดินรอบจุดนั้น ผลคือพื้นดินรอบรถปั้นจั่นไม่ได้มีศักย์ไฟฟ้าเท่ากันทุกจุด จุดที่ใกล้กว่ามีศักย์สูงกว่าจุดที่ไกลออกไป ความต่างระหว่างจุดที่เท้าสองข้างเหยียบอยู่เรียกว่าแรงดันช่วงก้าว ส่วนความต่างระหว่างมือที่แตะโลหะกับเท้าที่ยืนบนดินเรียกว่าแรงดันสัมผัส สองคำนี้เป็นหลักทางไฟฟ้า ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนดตัวเลขไว้
จากตรงนี้เองที่คำตอบของคำถามว่าใครเสียชีวิตเริ่มชัดขึ้น ผู้บังคับปั้นจั่นนั่งอยู่ในห้องบังคับซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเดียวกันทั้งก้อน ร่างกายไม่ได้คร่อมระหว่างศักย์สองค่า จึงมักไม่ได้รับกระแสตราบใดที่ยังไม่ลงจากรถ ส่วนผู้ยึดเกาะวัสดุที่มือจับของหรือจับเชือกนำทางอยู่ และเท้ายืนอยู่บนดิน กลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลหะที่มีศักย์สูงกับพื้นดินโดยตรง คนที่จับตัวรถอยู่ระหว่างเก็บขาช้าง หรือคนที่เดินผ่านใกล้ล้อ ก็อยู่ในเงื่อนไขเดียวกัน
ผลของกระแสต่อร่างกายขึ้นกับขนาดกระแสและเส้นทางที่กระแสผ่านตัว รายละเอียดว่ากระแสระดับต่าง ๆ ทำอะไรกับหัวใจและกล้ามเนื้อ อ่านต่อได้ที่ ไฟฟ้าดูดทำลายร่างกายอย่างไร ประเด็นที่ต้องจำจากบทนี้คือ เส้นทางจากมือลงเท้าเป็นเส้นทางที่พาดผ่านหน้าอก และคนที่อยู่ในเส้นทางนั้นคือคนบนพื้น ไม่ใช่คนบนรถ
จุดตัดสินใจที่พลาดซ้ำกันแทบทุกครั้ง
ไม่ได้สำรวจแนวสายก่อนเลือกจุดตั้ง ทีมงานเห็นสายแน่นอน แต่การเห็นกับการนำแนวสายมาเป็นเงื่อนไขในการเลือกจุดจอดเป็นคนละเรื่อง ทีมงานเลือกจุดจอดจากความสะดวกในการเข้าถึงของ ไม่ได้เลือกจากแนวที่บูมจะกวาดผ่าน
ไม่รู้แรงดันของสายที่พาดอยู่ ระยะห่างที่กฎหมายกำหนดผูกกับระดับแรงดันโดยตรง ถ้าไม่รู้แรงดัน ก็เลือกระยะไม่ได้ตั้งแต่ต้น การเดาแรงดันจากลักษณะเสาหรือจำนวนลูกถ้วยไม่ใช่การยืนยัน ผู้ที่ยืนยันได้คือการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายเส้นนั้น
ประเมินระยะด้วยสายตาจากพื้น ไม่มีใครยืนอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นช่องว่างระหว่างปลายบูมกับสายเป็นระนาบจริง คนที่มองจากใต้บูมเห็นระยะไกลเกินจริงเสมอ
ไม่มีคนที่ได้รับมอบหมายให้ดูระยะโดยเฉพาะ ในงานเล็ก คนที่ให้สัญญาณมักเป็นคนเดียวกับคนที่รับของ เมื่อของเริ่มแกว่ง สายตาไปอยู่ที่ของ ไม่ได้อยู่ที่ยอดบูม
ลืมว่าตอนเคลื่อนย้ายปั้นจั่นก็ยังเสี่ยง หลายเหตุเกิดตอนงานจบแล้ว รถกำลังเคลื่อนออกโดยยังไม่ได้ลดบูมลงจนสุด ซึ่งตัวบทแยกกรณีนี้ไว้เป็นอีกวรรคหนึ่งต่างหาก
ระยะห่างที่กฎหมายไทยกำหนดไว้แล้ว
กฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 68 กำหนดว่า ในกรณีที่มีการติดตั้งหรือใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า นายจ้างต้องควบคุมดูแลให้ลูกจ้างรักษาระยะห่างตามระดับแรงดัน ตัวเลขในสองตารางข้างล่างเป็นค่าที่กฎหมายไทยกำหนด ไม่ใช่ค่าอ้างอิงที่ยกมาจากมาตรฐานต่างประเทศ
จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือ ตัวบทวัดระยะจาก "ส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของวัสดุที่ปั้นจั่นกำลังยก" นั่นแปลว่าปลายเหล็กที่ยื่นออกจากมัดของ ลวดสลิง และเชือกนำทางที่ปลิวขึ้น นับรวมทั้งหมด ไม่ได้วัดเฉพาะตัวบูม
ระยะขณะใช้ปั้นจั่นยกวัสดุ ตามข้อ 68 (1)
| ระดับแรงดันของสายหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า | ระยะห่างต่ำสุด |
|---|---|
| ไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ | 3.1 เมตร |
| เกิน 69 แต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ | 3.3 เมตร |
| เกิน 115 แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ | 4 เมตร |
| เกิน 230 แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ | 6 เมตร |
ระยะขณะเคลื่อนย้ายปั้นจั่นโดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนลง ตามข้อ 68 (2)
| ระดับแรงดันของสายหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า | ระยะห่างต่ำสุด |
|---|---|
| ไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ | 1.3 เมตร |
| เกิน 69 แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ | 3 เมตร |
| เกิน 230 แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ | 5 เมตร |
ตัวบทของกรณีหลังเขียนไว้ว่า สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน "500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร"
สองตารางนี้ต่างกันเพราะสถานะของงานต่างกัน ตอนยกวัสดุ ของแกว่งได้ บูมหมุนได้ ระยะที่กำหนดจึงมากกว่า ส่วนตอนเคลื่อนย้ายรถโดยไม่ยกของ ตัวแปรน้อยกว่า ระยะจึงลดลง ห้ามหยิบค่าจากตารางที่สองไปใช้ตอนกำลังยกของ
ข้อสังเกตอีกอย่างคือ ตารางของกฎหมายหยุดอยู่ที่ 500 กิโลโวลต์ ไม่ได้เขียนค่าสำหรับแรงดันที่สูงกว่านั้นไว้ งานที่อยู่ใต้แนวสายส่งซึ่งสูงกว่าช่วงในตาราง จึงต้องคุยกับการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นเพื่อกำหนดระยะเป็นรายกรณี
สำหรับงานอื่นที่ไม่ใช่งานปั้นจั่น กฎกระทรวงความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 8 กำหนดห้ามให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานอื่นหรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกำหนด เส้นแบ่งจึงชัด งานปั้นจั่นมีตัวเลขเป็นเมตรอยู่ในตัวบทเอง ส่วนงานอื่นอ้างมาตรฐานภายนอกอีกทอดหนึ่ง รายละเอียดฝั่งงานทั่วไปอ่านต่อได้ที่ ระยะปลอดภัยใต้สายไฟแรงสูงตามแรงดัน
เมื่อรักษาระยะไม่ได้ ต้องมีมาตรการและได้รับอนุญาตก่อนเริ่ม
ข้อ 68 วรรคท้ายกำหนดทางออกไว้ว่า ในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตาม (1) และ (2) ได้ นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการความปลอดภัยที่เพียงพอ และได้รับการอนุญาตจากการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้นก่อนการดำเนินการ
เงื่อนไขนี้มีสองท่อนที่ต้องครบทั้งคู่ มาตรการอย่างเดียวไม่พอ และการโทรแจ้งอย่างเดียวก็ยังไม่ใช่การอนุญาต สิ่งที่ทีมงานต้องทำจึงเป็นการติดต่อการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นล่วงหน้า ไม่ใช่ในเช้าวันที่รถปั้นจั่นมาถึงหน้างานแล้ว ทางเลือกที่การไฟฟ้าฯ พิจารณาให้ได้มีตั้งแต่การดับไฟในช่วงเวลาที่ตกลงกัน การหุ้มสายด้วยอุปกรณ์ครอบสาย ไปจนถึงการย้ายแนวสายชั่วคราว
สำหรับรถปั้นจั่น ตัวบทยังผูกเรื่องนี้เข้ากับแผนการยกด้วย ข้อ 84 กำหนดให้การทำงานของปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้าที่มีระยะน้อยกว่าระยะที่กำหนดในข้อ 68 ต้องจัดทำแผนการยกและควบคุมให้มีการปฏิบัติตามแผนนั้น และข้อ 85 กำหนดให้แผนการยกจัดทำโดยผู้ควบคุมการใช้รถปั้นจั่นซึ่งผ่านการอบรมตามข้อ 72 ต้องทำเป็นหนังสือ ต้องปิดประกาศไว้ในบริเวณที่ทำงานให้เห็นได้ชัดเจน และต้องเก็บสำเนาไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ รายละเอียดที่แผนการยกต้องมีนั้นครอบคลุมถึงรัศมีการยก ความยาวแขน น้ำหนักและจุดศูนย์ถ่วงของของ ความสามารถรับน้ำหนักของพื้นที่รองรับ และขั้นตอนการยกที่ระบุมาตรการป้องกันอันตรายไว้ด้วย
เสาส่งคลื่นโทรคมนาคมกับกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ
ข้อถัดมาเป็นข้อที่แทบไม่มีใครหยิบมาคุยกันในการอบรม ทั้งที่ตัวบทเขียนไว้ชัด ตัวบทระบุว่า "ในกรณีที่มีการติดตั้งหรือใช้ปั้นจั่นใกล้เสาส่งคลื่นโทรคมนาคม" ที่อาจมีกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ นายจ้างต้องต่อสายตัวนำกับปั้นจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน โดยการต่อลงดินให้เป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทยที่กำหนดโดยสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
อันตรายของกรณีนี้ต่างจากกรณีสายไฟฟ้าตรงที่ไม่มีสายให้มองเห็นและไม่มีระยะให้วัด โครงสร้างโลหะสูงที่ตั้งอยู่ในสนามคลื่นแรงสามารถสะสมประจุขึ้นมาได้เอง คนที่ยื่นมือไปแตะตะขอหรือแตะของที่แขวนอยู่จึงเจอไฟได้ ทั้งที่ปั้นจั่นไม่ได้เข้าใกล้สายไฟฟ้าเส้นใดเลย งานที่ควรนึกถึงข้อนี้คือการยกอุปกรณ์ขึ้นเสาสื่อสาร งานติดตั้งจานสายอากาศ และงานยกของทั่วไปในพื้นที่ที่มีเสาส่งอยู่ใกล้เคียง
ตัวบทกำหนดในกรณีนี้ให้ต่อสายตัวนำเพื่อระบายประจุลงดิน ไม่ได้กำหนดเป็นระยะห่างเหมือนกรณีสายไฟฟ้า ทีมงานจึงต้องเตรียมสายต่อลงดินและกำหนดจุดต่อไว้ตั้งแต่ตอนวางแผน ไม่ใช่ไปหาเอาหน้างาน
สิ่งที่ทำได้ก่อนตั้งปั้นจั่น สำรวจ กำหนดเขต และเฝ้าระยะ
สำรวจแนวสายก่อนเลือกจุดตั้ง เดินรอบพื้นที่แล้วเขียนลงกระดาษว่าสายพาดผ่านตรงไหน สูงประมาณเท่าไร และบูมจะกวาดผ่านแนวไหนบ้าง การสำรวจต้องเกิดก่อนรถมาถึง เพราะเมื่อรถจอดแล้ว การย้ายจุดจอดมีต้นทุนทางเวลา และแรงกดดันเรื่องเวลาทำให้คนยอมรับระยะที่แคบลง
ยืนยันแรงดันกับการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น เมื่อรู้แรงดันแล้วจึงเปิดตารางข้อ 68 เลือกแถวที่ตรง และเขียนค่าระยะลงในเอกสารหน้างานให้ทุกคนเห็นตัวเลขเดียวกัน ถ้ายังยืนยันแรงดันไม่ได้ ให้ถือว่ายังตั้งปั้นจั่นไม่ได้
กำหนดเขตห้ามบนพื้น ข้อ 66 กำหนดให้นายจ้างจัดทำเส้นแสดงเขตอันตราย เครื่องหมายแสดงเขตอันตราย หรือเครื่องกั้นเขตอันตรายในเส้นทางที่มีการใช้ปั้นจั่นเคลื่อนย้ายสิ่งของ วิธีที่ใช้ได้จริงคือฉายแนวสายลงมาเป็นเส้นบนพื้น แล้วกันเขตออกจากเส้นนั้นตามระยะที่เลือกไว้ เพราะคนบนพื้นมองเส้นบนพื้นได้ง่ายกว่ากะระยะกลางอากาศ
แยกผู้เฝ้าระวังระยะออกจากผู้ให้สัญญาณ กฎหมายกำหนดไว้ว่า ในกรณีที่ผู้บังคับปั้นจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทำการยกสิ่งของหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ นายจ้างต้องจัดให้มีผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน ส่วนการแยกคนอีกหนึ่งคนออกมาเฝ้าเฉพาะระยะระหว่างปั้นจั่นกับสาย เป็นแนวปฏิบัติที่ทีมงานกำหนดขึ้นเอง ไม่ใช่ข้อกำหนดในตัวบท เหตุผลที่ควรแยกคือ ผู้ให้สัญญาณต้องมองของ ส่วนคนเฝ้าระยะต้องมองยอดบูม สองสายตานี้อยู่คนละที่กัน คนเฝ้าระยะควรยืนในแนวตั้งฉากกับระนาบที่บูมหมุนเข้าหาสาย เพราะเป็นตำแหน่งเดียวที่เห็นช่องว่างจริง และต้องตกลงคำสั่งหยุดที่ผู้บังคับปั้นจั่นหยุดทันทีโดยไม่ต้องถามเหตุผล
ทบทวนสัญญาณสื่อสารก่อนเริ่ม ข้อ 67 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่น และถ้าใช้สัญญาณมือ ต้องมีรูปภาพหรือคู่มือติดไว้ในตำแหน่งที่ลูกจ้างเห็นได้ชัดเจน ท่าที่ต้องซ้อมให้ตรงกันทั้งทีมอ่านได้ที่ สัญญาณมือบังคับปั้นจั่นตามกฎหมายไทย
ตรวจว่าคนที่เกี่ยวข้องผ่านการอบรมครบ ข้อ 72 กำหนดให้นายจ้างจัดให้ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ และผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ผ่านการอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทำงานที่ปลอดภัย รวมทั้งการอบรมทบทวน ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด ผู้ยึดเกาะวัสดุอยู่ในรายชื่อนี้ด้วย ซึ่งตรงกับกลไกที่เล่าไปข้างต้นพอดี เพราะเป็นตำแหน่งที่ยืนอยู่บนพื้นและมือแตะของ
ปิดประกาศวิธีทำงานไว้หน้างาน ข้อ 70 กำหนดให้นายจ้างปิดประกาศวิธีการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นไว้บริเวณที่ลูกจ้างทำงาน เป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่นที่ลูกจ้างเข้าใจได้ ประกาศแผ่นนี้คือที่ที่ควรเขียนค่าระยะของงานวันนั้นลงไปให้อ่านได้จากพื้น
จังหวะแรกหลังเกิดเหตุ ตัดสินว่าจะมีผู้บาดเจ็บกี่คน
รูปแบบที่ทำให้จำนวนผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นคือคนรอบข้างวิ่งเข้าไปหาผู้ที่ล้มลง ตราบใดที่กระแสยังไหลอยู่ พื้นรอบรถยังมีความต่างศักย์ และคนที่วิ่งเข้าไปกำลังก้าวข้ามความต่างนั้นด้วยขาสองข้าง
สิ่งที่ทีมงานควรตกลงกันไว้ล่วงหน้ามีไม่กี่ข้อ ผู้บังคับปั้นจั่นที่ยังอยู่ในห้องบังคับให้อยู่กับที่ ถ้าปลดออกจากสายได้ด้วยการเคลื่อนปั้นจั่นถอยออก ให้ทำจากในห้องบังคับ ถ้าจำเป็นต้องออกจากรถจริง แนวปฏิบัติที่ยอมรับกันในวงการคือกระโดดลงโดยไม่ให้ร่างกายแตะตัวรถกับพื้นพร้อมกัน แล้วเคลื่อนออกด้วยการขยับเท้าชิดกันทีละน้อย ข้อนี้เป็นแนวปฏิบัติสากล ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมายไทย
คนที่อยู่นอกเขตให้กันคนอื่นออกห่างและแจ้งการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นเพื่อตัดไฟ การเข้าไปช่วยทำได้หลังยืนยันแล้วว่าตัดไฟจริง ไม่ใช่หลังจากเห็นว่าไฟดับไปเอง เพราะระบบจ่ายไฟบางแบบจ่ายกลับเข้ามาใหม่ได้เองหลังตัดไปชั่วขณะ
กฎกระทรวงความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 13 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีแผ่นภาพพร้อมคำบรรยายติดไว้ในบริเวณที่ทำงานที่ลูกจ้างมองเห็นได้ชัดเจน ในเรื่องวิธีปฏิบัติเมื่อประสบอันตรายจากไฟฟ้า และการปฐมพยาบาลกับการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน แผ่นภาพนี้มีค่าก็ต่อเมื่อติดในที่ที่คนหน้างานเห็นจริง และเคยอ่านมาก่อนวันเกิดเหตุ
ก่อนเริ่มงานยกครั้งต่อไป
- สำรวจแนวสายและเขียนแนวลงกระดาษก่อนเลือกจุดตั้งปั้นจั่น ไม่ใช่หลังรถจอดแล้ว
- ยืนยันแรงดันของสายกับการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น แล้วเลือกแถวในตารางข้อ 68 ให้ตรง
- แยกให้ชัดว่ากำลังใช้ค่าจากตารางตอนยกวัสดุ หรือตารางตอนเคลื่อนย้ายโดยไม่ยกของ
- วัดระยะถึงส่วนที่ยื่นออกไปไกลที่สุด ทั้งของ ลวดสลิง และเชือกนำทาง ไม่ใช่วัดถึงบูมอย่างเดียว
- ถ้ารักษาระยะไม่ได้ ให้ขออนุญาตการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นและจัดมาตรการให้ครบทั้งสองท่อนก่อนเริ่ม พร้อมทำแผนการยกเป็นหนังสือสำหรับรถปั้นจั่น
- กันเขตบนพื้นด้วยเส้นหรือเครื่องกั้น แล้วบอกทุกคนว่าเส้นนี้แทนอะไร
- จัดคนเฝ้าระยะแยกจากผู้ให้สัญญาณ และตกลงคำสั่งหยุดที่ไม่ต้องอธิบายเหตุผล
- ตรวจว่าผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณ ผู้ยึดเกาะวัสดุ และผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น ผ่านการอบรมครบ
- งานใกล้เสาส่งคลื่นโทรคมนาคม เตรียมสายต่อลงดินตามข้อ 69 ไว้ตั้งแต่วางแผน
- ซ้อมจังหวะแรกหลังเกิดเหตุ ให้ทุกคนรู้ว่าห้ามวิ่งเข้าไป และรู้ว่าใครเป็นคนโทรหาการไฟฟ้าฯ
ระยะห่างที่เขียนอยู่ในข้อ 68 เป็นตัวเลขที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ต้องตีความ ตัวเลขนี้จะทำงานจริงได้เมื่อรู้แรงดันก่อนตั้งเครื่อง มีเส้นบนพื้นให้คนมองเห็น และมีคนสักคนที่มีหน้าที่เดียว คือเฝ้าระยะระหว่างเหล็กกับสาย
การเลือกชนิดรถ พิกัดยก ระยะยื่น และรูปแบบการตั้งขาค้ำก่อนมาถึงหน้างาน อ่านต่อได้ที่ ปั้นจั่นเคลื่อนที่ 6 ประเภทและวิธีเลือกให้ตรงงาน
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
