🔥 อัคคีภัย

ถังดับเพลิง A/B/C/D + เทคนิค PASS — เลือกถูก ใช้เป็น 4 จังหวะ

เพลิงประเภท A/B/C/D ตามกฎกระทรวง 2555 · ถังที่เหมาะกับเพลิงแต่ละประเภท · เทคนิค PASS 4 จังหวะ · ระยะเข้าถึงตามกฎหมายไทย พร้อมตารางเปรียบเทียบ

Safety Station 10122 เมษายน 2569อ่าน 25 นาที · 5,437 คำ
ถังดับเพลิง A/B/C/D + เทคนิค PASS — เลือกถูก ใช้เป็น 4 จังหวะ

ถังดับเพลิงประเภท A/B/C/D + เทคนิค PASS — เลือกถังให้ถูก ใช้ให้เป็นใน 4 จังหวะ

ลองจินตนาการสถานการณ์นี้ — กลางบ่ายในออฟฟิศ ตู้คอนโทรลไฟฟ้าเริ่มมีควันสีดำพุ่งออกมา คุณวิ่งไปคว้าถังดับเพลิงสีแดงที่แขวนข้างกำแพง แล้ว... กดสลักไม่ออก หรือกดออกแล้วเล็งผิดจุด หรือแย่กว่านั้น ใช้ผิดประเภทแล้วไฟลามใหญ่กว่าเดิม

หลายคนเดินผ่านถังดับเพลิงในที่ทำงานทุกวัน แต่ไม่เคยรู้ว่าตัวที่แขวนอยู่ดับไฟอะไรได้บ้าง และดับไฟอะไร "ไม่ได้" — ทั้งที่กฎหมายไทยกำหนดให้ทุกสถานประกอบกิจการต้องมี และทุกคนต้องใช้เป็น

ลองดูกันว่าเพลิงมีกี่ประเภท ถังแต่ละแบบใช้กับอะไร และเทคนิค PASS ที่ใช้ดับเพลิงเบื้องต้นคืออะไร

ทำไมต้องรู้เรื่องประเภทไฟ + ถังดับเพลิง

ถังดับเพลิงไม่ใช่ "one size fits all" — ใช้ผิดประเภทคือใช้ไม่ได้ และในบางกรณีอันตรายกว่าไม่ใช้

ลองเทียบกับเรื่องใกล้ตัว เวลาเรากินยา หมอจ่ายยาตามอาการ — ปวดหัวกินพารา ติดเชื้อกินยาฆ่าเชื้อ ถ้าสลับกันก็ไม่หาย ถังดับเพลิงก็เหมือนกัน เพลิงไหม้กระดาษกับเพลิงไหม้น้ำมันต้องใช้ "ยา" คนละขนาน

ที่สำคัญ ถ้าฉีดน้ำใส่ไฟที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้า — กระแสไฟฟ้าจะวิ่งย้อนตามสายน้ำกลับมาที่คนฉีด ไฟดูดได้ ส่วนถ้าฉีดน้ำใส่น้ำมันที่ลุกไหม้ — น้ำมันลอยน้ำ ไฟจะกระจายไปทั่วพื้น แทนที่จะดับ

กฎหมายไทยจึงกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ "ตามประเภทของเพลิง" — ไม่ใช่ซื้อมาแบบเดียวแล้วจบ

4 ประเภทเพลิงตามกฎหมายไทย (และ Class K ที่เป็นมาตรฐานสากล)

ชุดไอคอน 4 ประเภทเพลิงตามกฎกระทรวง 2555 — Class A เชื้อเพลิงธรรมดา, Class B ของเหลว/ก๊าซ, Class C ไฟฟ้า, Class D โลหะ พร้อมถังดับเพลิงที่เหมาะ

ตาม กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 นิยามเพลิงไว้ 4 ประเภท คือ A (เอ), B (บี), C (ซี), D (ดี)

เพลิงประเภท A — เชื้อเพลิงธรรมดา

เพลิงที่เกิดจากเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ ผ้า กระดาษ ยาง พลาสติก

นี่คือไฟที่เจอบ่อยที่สุดในออฟฟิศและคลังสินค้า — กองกระดาษติดไฟ พาเลทไม้ลุก ผ้าคลุมเครื่องจักรไหม้ ลักษณะคือมีเถ้าถ่านเหลือหลังเผา

สัญลักษณ์สากล: ตัวอักษร A ในรูปสามเหลี่ยม

เพลิงประเภท B — ของเหลว/ก๊าซ ติดไฟ

เพลิงที่เกิดจากไขหรือของเหลวที่ติดไฟได้ ก๊าซ และน้ำมันประเภทต่าง ๆ

ตัวอย่างคือ น้ำมันเบนซิน ทินเนอร์ น้ำมันเครื่อง LPG หรือก๊าซจากถังที่รั่ว ลักษณะคือไม่มีเถ้าถ่าน เผาแล้วระเหยหายไป

สัญลักษณ์สากล: ตัวอักษร B ในรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส

เพลิงประเภท C — ไฟฟ้า

เพลิงที่เกิดจากอุปกรณ์หรือวัตถุที่มีกระแสไฟฟ้า

ตู้คอนโทรล มอเตอร์ไหม้ คอมพิวเตอร์ลุก สาย power cable ลัดวงจร เป็นต้น

ที่ต้องระวังคือ — ตราบใดที่ยังมีกระแสไฟฟ้าอยู่ ห้ามใช้น้ำหรือสารดับเพลิงที่นำไฟฟ้าได้ ถ้าตัดเบรกเกอร์แล้วไฟจะกลายเป็นเพลิงประเภท A หรือ B (ดูว่ามีอะไรกำลังไหม้)

สัญลักษณ์สากล: ตัวอักษร C ในรูปวงกลม

เพลิงประเภท D — โลหะติดไฟ

เพลิงที่เกิดจากโลหะต่าง ๆ ที่ติดไฟได้ เช่น แมกนีเซียม เซอร์โคเนียม ไทเทเนียม

ไม่ใช่ไฟที่เจอในออฟฟิศทั่วไป — แต่พบในโรงงานที่ทำงานกับโลหะกลุ่มนี้ เช่น โรงงานชิ้นส่วนการบิน โรงหล่อ โรงงานเซมิคอนดักเตอร์ การเผาไหม้ของโลหะกลุ่มนี้ร้อนมาก และห้ามใช้น้ำเด็ดขาด — น้ำกับโลหะร้อนจัดทำปฏิกิริยาแล้วปล่อยไฮโดรเจน = ระเบิด

สัญลักษณ์สากล: ตัวอักษร D ในรูปดาว 5 แฉก

แล้ว Class K (น้ำมันทำอาหาร) ล่ะ?

หลายคนที่เคยเห็นเอกสารต่างประเทศหรือเรียนจากตำราอเมริกัน จะเห็น "Class K" สำหรับเพลิงไหม้ในครัว — น้ำมันทำอาหาร ไขมันสัตว์ที่ใช้ทอด

จุดที่ต้องระวัง — Class K เป็นการจัดประเภทตามมาตรฐานสากล (NFPA 10 ของสหรัฐอเมริกา) ไม่ใช่กฎหมายไทย กฎกระทรวง พ.ศ. 2555 ของไทยมีเฉพาะประเภท A, B, C, D เท่านั้น

ในไทย เพลิงจากน้ำมันทำอาหารจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม B (ของเหลวติดไฟ) — แต่ในทางปฏิบัติ ครัวร้านอาหารใหญ่ ๆ โรงแรม โรงเรียน หลายแห่งติดตั้งถังดับเพลิงสำหรับ Class K (Wet Chemical) ตามมาตรฐานสากลเพิ่มด้วย เพราะมีประสิทธิภาพกว่าในการดับน้ำมันทอดที่อุณหภูมิสูง

ทฤษฎีไฟสามเหลี่ยม — หลักการดับเพลิงทุกประเภท

ก่อนเจาะลึกเรื่องถัง ต้องเข้าใจก่อนว่าไฟต้องมี 3 องค์ประกอบครบจึงติด:

  1. เชื้อเพลิง (Fuel) — กระดาษ น้ำมัน ก๊าซ โลหะ
  2. ออกซิเจน (Oxygen) — ในอากาศมี ~21%
  3. ความร้อน (Heat) — จุดติดไฟของแต่ละเชื้อเพลิงต่างกัน

ดับไฟ = ตัดอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 อย่างนี้ ถังดับเพลิงแต่ละแบบก็ทำงานต่างกัน:

สารดับเพลิง กลไก ตัดอะไร
น้ำ ทำให้เย็น ความร้อน
โฟม คลุมผิว + ทำให้เย็น ออกซิเจน + ความร้อน
ผงเคมีแห้ง ขัดขวางปฏิกิริยาเคมี reaction chain
CO2 แทนที่อากาศ ออกซิเจน
ผงเฉพาะโลหะ (Met-L-X) คลุมผิวโลหะ ออกซิเจน

ถังดับเพลิงที่ใช้ในไทย — แต่ละแบบเหมาะกับเพลิงประเภทไหน

ในไทยถังที่พบบ่อยมี 5-6 ชนิด เรียงจากที่เห็นบ่อยที่สุด:

1. ถังผงเคมีแห้ง (Dry Chemical / DCP) — สีแดง

ใช้ดับได้ทั้งเพลิง A, B, C — เลยเรียกว่าถัง "อเนกประสงค์" (Multi-purpose) เป็นถังที่นิยมที่สุดในโรงงานไทยและออฟฟิศ เพราะหนึ่งถังครอบคลุมเพลิงพื้นฐานทั้งหมด

ข้อเสีย: ฉีดแล้วผงฟุ้งกระจาย ทำความสะอาดยาก ไม่เหมาะกับห้อง server หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ละเอียดอ่อน

2. ถัง CO2 — สีแดง คอถังโค้งใหญ่ ไม่มีเข็มชี้แรงดัน

ใช้ดับ B, C เป็นหลัก — โดยเฉพาะ C (ไฟฟ้า) เพราะ CO2 ไม่นำไฟฟ้า ไม่ทิ้งคราบ ดับแล้วเครื่องใช้ได้ต่อ เหมาะกับห้อง server, ตู้คอนโทรล, ห้องแลป

ข้อเสีย: ไม่ค่อยเหมาะกับเพลิง A เพราะ CO2 ระเหยไว ไฟอาจติดใหม่ได้ และห้ามใช้ในที่อับอากาศ — CO2 แทนที่ออกซิเจนคนหายใจไม่ออก

3. ถังน้ำ + ถังโฟม — สีแดง

ถังน้ำใช้ดับ A เท่านั้น · ถังโฟมใช้ดับ A, B — โฟมเหมาะมากกับน้ำมันที่เก็บในถาด เพราะคลุมผิวกันออกซิเจน

ห้ามใช้กับเพลิง C — น้ำกับโฟมนำไฟฟ้า

4. ถัง Halotron / สารทดแทนฮาลอน — สีเขียวหรือเทา

ใช้ดับ A, B, C — ดับสะอาด ไม่ทิ้งคราบ ไม่ทำลายโอโซน (Halotron I คือสารทดแทน Halon 1211 ที่ถูกยกเลิกตามพิธีสารมอนทรีออล) เหมาะกับห้อง data center, ห้องเครื่องบิน, ห้องเก็บเอกสารสำคัญ

ข้อเสีย: แพงกว่าผงเคมีหลายเท่า

5. ถังสำหรับเพลิง D — Met-L-X หรือผงทองแดง

เฉพาะทาง ใช้เฉพาะโรงงานที่มีโลหะอันตราย ไม่ค่อยพบทั่วไป

ห้ามใช้ — Carbon Tetrachloride (CCl4)

กฎกระทรวง พ.ศ. 2555 ห้ามใช้เครื่องดับเพลิงที่อาจเกิดไอระเหยของสารพิษ เช่น คาร์บอนเตตราคลอไรด์ เพราะระเหยกลายเป็นก๊าซฟอสจีน (สารพิษ) ถังประเภทนี้เคยใช้ในอดีต — ถ้ายังเจอในโรงงานเก่า ให้รีบเปลี่ยนทันที

ตารางสรุป — เพลิง vs ถังที่เลือกใช้

ประเภทเพลิง ใช้ได้ ห้ามใช้
A (กระดาษ ไม้ ผ้า) น้ำ, โฟม, ผงเคมีแห้ง, Halotron
B (น้ำมัน ก๊าซ) โฟม, ผงเคมีแห้ง, CO2, Halotron ห้ามน้ำ (ไฟลาม)
C (ไฟฟ้า) CO2, ผงเคมีแห้ง, Halotron ห้ามน้ำ + ห้ามโฟม (ไฟดูด)
D (โลหะ) ผงเฉพาะโลหะ (Met-L-X) ห้ามทุกอย่าง โดยเฉพาะน้ำ (ระเบิด)

เคล็ดง่าย ๆ ที่ จป. จำกัน: ถ้าไม่แน่ใจ ใช้ผงเคมีแห้ง (DCP) ก่อน — ครอบคลุม A/B/C แต่ห้ามใช้กับ D และไม่เหมาะกับห้อง server

เทคนิค PASS — 4 จังหวะที่ทุกคนต้องจำได้

แผนภาพ isometric เทคนิค PASS 4 ขั้นในการใช้ถังดับเพลิง — Pull ดึงสลัก, Aim เล็งฐานเปลวไฟ, Squeeze กด, Sweep ส่าย ตามมาตรฐาน NFPA

PASS เป็นเทคนิคการใช้ถังดับเพลิงที่กำหนดโดย มาตรฐาน NFPA 10 (สมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา) — เป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันทั่วโลก รวมถึงในไทย (กฎกระทรวง พ.ศ. 2555 ไม่ได้บัญญัติเทคนิค PASS โดยตรง แต่อ้างอิงมาตรฐาน NFPA, ANSI, AS, BS, ISO ในการกำหนดมาตรฐานเครื่องดับเพลิง)

ย่อมาจาก 4 คำ:

P — Pull (ดึงสลัก)

ดึงสลักนิรภัย (Safety Pin) ที่อยู่บนหัวถังออก สลักนี้คือลวดหรือพลาสติกที่ล็อกคันกดไว้ไม่ให้ฉีดโดยไม่ตั้งใจ

ก่อนดึง ให้แน่ใจว่ายืนห่างจากเปลวไฟประมาณ 2-4 เมตร ขึ้นกับขนาดถัง อ่านคู่มือข้างถังก่อน — กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดและวิธีใช้เป็นภาษาไทยติดไว้ที่ตัวถัง

A — Aim (เล็งฐานเปลวไฟ)

เล็งหัวฉีดไปที่ ฐานของเปลวไฟ ไม่ใช่ตรงกลางหรือยอดเปลว — เพราะตรงฐานคือจุดที่เชื้อเพลิงและความร้อนเจอกัน ถ้าฉีดที่ยอดเปลว ไฟด้านล่างยังเผาต่อ ถังหมดก่อนดับ

ภาพในใจคือ — เหมือนรดน้ำต้นไม้ที่โคนต้น ไม่ใช่รดที่ใบ

S — Squeeze (บีบคันกด)

บีบคันกดด้านบนให้สุด สารดับเพลิงจะพุ่งออก ถ้าบีบเบา ๆ จะออกไม่เต็มแรงดัน บีบให้สุด

S — Sweep (กวาดซ้าย-ขวา)

กวาดหัวฉีดซ้าย-ขวา ตลอดฐานของเปลวไฟ ไม่ใช่ฉีดจุดเดียว — เพราะเปลวไฟกินพื้นที่กว้างกว่าหัวฉีด

กวาดต่อไปจนกว่าไฟจะดับสนิท แล้วถอยห่างช้า ๆ คอยเฝ้าดูว่าไฟจะติดขึ้นใหม่หรือไม่ ถ้ามีควันอีก เริ่ม Aim + Sweep ใหม่

ถังหนึ่งใบฉีดได้ประมาณ 8-15 วินาทีเท่านั้น (ขึ้นกับขนาด) — ต้องใช้อย่างมีจังหวะ ไม่ฉีดเพ้อ ๆ

ระยะเข้าถึงตามกฎหมายไทย

อินโฟกราฟิกมุมสูงผังโรงงานแสดงระยะเข้าถึงเครื่องดับเพลิงตามกฎกระทรวง 2555 ข้อ 13 — Class A ไม่เกิน 22.5 ม., Class D ไม่เกิน 23 ม. พร้อมวงรัศมีจากจุดติดตั้ง

ข้อ 13 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2555 กำหนดระยะที่คนเดินไปถึงถังดับเพลิงต้องไม่เกินเท่าไหร่ ตามประเภทของเพลิง — เพื่อให้คนหยิบถังได้ทันก่อนไฟลามเกินคุม

ประเภทเพลิง ระยะเข้าถึงสูงสุด ฐานกฎหมาย
A ไม่เกิน 22.5 เมตร ข้อ 13 (4)(ก) + ตารางที่ 2
B 9 หรือ 15 เมตร (ตามขนาดถังและความเสี่ยง) ข้อ 13 + ตารางที่ 3
C ตามเชื้อเพลิงโดยรอบ (A หรือ B) ข้อ 13 (4)(ก)
D ไม่เกิน 23 เมตร ข้อ 13 (4)(ก)

ตัวเลข 22.5 เมตร ในกฎหมายเขียนเต็ม ๆ ว่า "ระยะเข้าถึงไม่เกินยี่สิบสองเมตรห้าสิบเซนติเมตร"

ส่วนเพลิงประเภท D เขียนว่า "ในการติดตั้งให้มีระยะเข้าถึง ไม่เกินยี่สิบสามเมตร"

วิธีตรวจง่าย ๆ: เดินจากจุดทำงานไกลที่สุดในแผนกของคุณไปยังถังที่ใกล้ที่สุด — ระยะเดินไม่ควรเกิน 22.5 เมตร ถ้าเกิน ต้องติดเพิ่ม

ป้ายแสดงประเภทเพลิง — ต้องเห็นชัดในระยะ 1.5 เมตร

ทุกถังต้องมีป้ายหรือสัญลักษณ์บอกว่าเป็นถังประเภทใด ใช้กับเพลิงประเภทใด และป้ายต้อง:

มีขนาดที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งเมตรห้าสิบเซนติเมตร

นอกจากป้ายแสดงประเภทแล้ว ตัวถังต้องติด รายละเอียดวิธีใช้เป็นภาษาไทย ให้เห็นชัด คนหน้างานหยิบมาแล้วอ่านได้ทันที — ไม่ใช่มีแต่คู่มือภาษาอังกฤษ

การตรวจสอบและบำรุงรักษา — ทุก 6 เดือน

ข้อ 13 (5) กำหนดให้นายจ้างต้อง:

ดูแลรักษาและตรวจสอบเครื่องดับเพลิงให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี โดยการตรวจสอบต้องไม่น้อยกว่าหกเดือนต่อหนึ่งครั้ง พร้อมกับติดป้ายแสดงผลการตรวจสอบและวันที่ทำการตรวจสอบครั้งสุดท้ายไว้ที่อุปกรณ์ดังกล่าว

แปลเป็นภาษาคน:

  1. ตรวจอย่างน้อยทุก 6 เดือน — เคยจะตรวจถี่กว่าก็ได้
  2. ติดป้ายตรวจสอบที่ตัวถัง — มีวันที่ + คนตรวจ
  3. เก็บผลการตรวจไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัย (จากกรมสวัสดิการฯ) ตรวจสอบได้ทุกเมื่อ
  4. ซ่อมบำรุง + เปลี่ยนถ่ายสารดับเพลิง ตามที่ผู้ผลิตกำหนด

มาตรฐานเครื่องดับเพลิงที่ใช้ในไทยต้องเป็นไปตามมาตรฐาน สมอ. หรือมาตรฐานสากลที่ยอมรับ ได้แก่ NFPA (สหรัฐ), ANSI (สหรัฐ), AS (ออสเตรเลีย), BS (อังกฤษ), ISO

Checklist ตรวจถังด้วยตาเปล่า (รายเดือน)

  • เข็มชี้แรงดันอยู่ในโซนเขียว (ถังผงเคมี/น้ำ/โฟม)
  • ป้ายตรวจสอบล่าสุด ไม่เกิน 6 เดือน
  • สลักนิรภัย + ซีลพลาสติก ครบ ไม่แตกหัก
  • ตัวถังไม่บุบ ไม่เป็นสนิม
  • สายฉีดไม่อุดตัน ไม่แตก
  • ไม่มีของวางบังถัง เห็นได้ในระยะ 1.5 เมตร
  • ระยะเดินจากจุดทำงานถึงถัง ≤ 22.5 เมตร (สำหรับเพลิง A)

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยในไซต์งาน

จากประสบการณ์เดินตรวจหน้างาน นี่คือ 5 ข้อที่เจอซ้ำ ๆ:

1. ถังถูกบังด้วยกล่อง/ของวาง — บางที่เอาตู้กั้นไว้หน้าถัง บางที่ของวางสูงเลยตัวถัง คนเข้าไปไม่ถึง ผิดข้อ 13 (4)(ข) ที่ระบุให้ติดตั้งในสภาพ "นำมาใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว"

2. ตรวจสอบเกิน 6 เดือน — ป้ายตรวจระบุครั้งสุดท้ายเป็นปีที่แล้ว ผิดข้อ 13 (5) เต็ม ๆ

3. ถังผงเคมีแต่ติดในห้อง server — ถ้าไฟไหม้แล้วฉีดผงฟุ้ง เซิร์ฟเวอร์เสียทั้งห้อง ควรใช้ CO2 หรือ Halotron

4. ไม่มีป้ายภาษาไทยติดถัง — บางที่ใช้ถังนำเข้าที่มีแต่ภาษาอังกฤษ/จีน คนหน้างานอ่านไม่เข้าใจ ผิดข้อ 13 (4)(ค)

5. ระยะเดินเกิน 22.5 เมตร — โรงงานใหญ่ที่ตัวอาคารยาว แต่ติดถังแค่ 2 ตัวที่หัว-ท้าย คนกลางอาคารเดินเกินมาตรฐาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไฟไหม้ปลั๊กพ่วงในออฟฟิศ ใช้ถังอะไร?

ถ้ายังเสียบไฟอยู่ = เพลิง C — ใช้ CO2 หรือผงเคมีแห้ง ห้ามใช้น้ำเด็ดขาด ถ้าทันให้ดึงปลั๊กก่อน (ใช้ผ้าหรือไม้เขี่ย ไม่ใช้มือเปล่าเปียก) แล้วไฟจะเหลือเฉพาะที่ลามไปวัสดุอื่น = กลายเป็น A หรือ B

บ้าน/คอนโดควรมีถังประเภทไหน?

ถังผงเคมีแห้ง 1-2 กก. ครอบคลุม A/B/C — เหมาะที่สุดสำหรับครัวเรือนทั่วไป ถ้าครัวมีการทอดบ่อย ๆ พิจารณาเพิ่มผ้าห่มดับไฟ (Fire Blanket) หรือถัง Wet Chemical (Class K มาตรฐานสากล)

ใช้ถังหมดอายุได้ไหม?

ไม่ควร — แม้เข็มแรงดันยังอยู่ในโซนเขียว แต่สารดับเพลิงด้านในอาจเสื่อมสภาพ จับตัวเป็นก้อน ทำให้ฉีดไม่ออกเมื่อต้องใช้จริง กฎหมายกำหนดให้ "เปลี่ยนถ่ายสารดับเพลิงตามข้อกำหนดของผู้ผลิต"

Class K ไม่อยู่ในกฎหมายไทย แล้วร้านอาหารต้องมีไหม?

ไม่ต้องบังคับตามกฎหมาย — แต่เป็น best practice และตามมาตรฐาน NFPA 10 ถ้าครัวขนาดใหญ่ ทอดอาหารปริมาณมาก ความเสี่ยงไฟไหม้น้ำมันสูง การติดตั้ง Wet Chemical (Class K) เพิ่มจะลดความเสียหายและช่วยป้องกันการเกิดไฟกลับมาติดอีก (re-ignition) ได้ดีกว่าผงเคมีแห้งมาก

ฝึกใช้ถังจริงได้ที่ไหน?

นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของแต่ละหน่วยงานเข้ารับการฝึกอบรมดับเพลิงขั้นต้น โดยหน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน — ในการอบรมจะได้ฝึกฉีดถังจริง ลองทำ PASS ที่ลานฝึก

กำลังหาที่ฝึก PASS ของจริงให้ลูกจ้างในโรงงาน? Safety Station เปิดหลักสูตร ดับเพลิงขั้นต้น (Basic Fire Fighting) ตามกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 27 ครบ 6 ชั่วโมง พร้อมวุฒิบัตรที่ใช้เป็นหลักฐานต่อกรมสวัสดิการฯ ได้ · ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม

สรุป — 5 ข้อต้องจำ

  1. เพลิงไทยมี 4 ประเภท ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2555 — A (กระดาษ/ไม้) · B (น้ำมัน/ก๊าซ) · C (ไฟฟ้า) · D (โลหะ) — Class K เป็นมาตรฐานสากล NFPA ไม่ใช่กฎหมายไทย
  2. เลือกถังให้ถูกประเภท — ผงเคมีแห้งใช้ได้ A/B/C, CO2 ใช้ได้ B/C (ดีกับไฟฟ้า), น้ำ/โฟม ห้ามใช้กับไฟฟ้า
  3. เทคนิค PASS — Pull (ดึงสลัก) · Aim (เล็งฐาน) · Squeeze (บีบ) · Sweep (กวาด)
  4. ระยะเข้าถึงตามกฎหมาย — เพลิง A ไม่เกิน 22.5 เมตร · D ไม่เกิน 23 เมตร · ป้ายต้องมองเห็นในระยะ 1.5 เมตร
  5. ตรวจถังทุก 6 เดือน — ติดป้ายตรวจที่ตัวถัง + เก็บผลให้พนักงานตรวจของกรมตรวจได้

รู้แล้วยังไม่พอ — ต้องฝึกใช้ของจริง ลองเช็คในที่ทำงานของคุณว่ามีถังแบบไหน ใช้ดับเพลิงประเภทอะไรได้บ้าง และถังที่ใกล้โต๊ะคุณตรวจสอบครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ถ้ายังไม่เคยฝึก PASS ของจริง คุยกับ จป. ในที่ทำงานเรื่องการเข้าร่วมแผน Fire Drill ที่จัดในแต่ละปี และอย่าลืมว่าถ้าไฟลามเกินคุม ทางหนีไฟสำคัญพอ ๆ กับถังดับเพลิง — ดูทางหนีไฟ Means of Egress ประกอบ


อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐาน

  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 (ข้อ 1, ข้อ 13, ข้อ 27, ตารางที่ 2 และตารางที่ 3)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556 (ข้อ 2)
  • เทคนิค PASS — มาตรฐานสากล NFPA 10 (Standard for Portable Fire Extinguishers) สมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมายไทย แต่กฎหมายไทยรับรองมาตรฐานเครื่องดับเพลิงตาม NFPA, ANSI, AS, BS, ISO

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ดับเพลิง? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถังดับเพลิง A/B/C/D + เทคนิค PASS — เลือกถังให้ถูก ใช้ให้เป็น — Safety Station 101