ของเสียอันตราย เก็บไม่เกิน 90 วัน และ Manifest สก.2 ที่ จป. ต้องเข้าใจ
เก็บของเสียอันตรายในโรงงานนานเท่าไหร่ Manifest สก.2 ใช้ยังไง 90 วันคือกฎไทยหรือ US EPA แยกให้ชัดก่อนทำตามผิดฉบับ พร้อมเอกสาร สอ.1 และฐานกฎหมาย

จป. หลายคนที่ดูแลโรงงานเคมีหรือคลังสารเคมีคงเคยได้ยินตัวเลข "90 วัน" จากที่ปรึกษาต่างประเทศหรือคู่มือ EHS ของบริษัทแม่ — บางคนเข้าใจว่าเป็น "กฎหมายไทย" ที่บังคับให้กำจัดของเสียอันตรายภายใน 90 วัน ความจริงแล้วเลข 90 วันมาจาก US EPA ภายใต้ระบบ RCRA ไม่ใช่ของไทย กฎหมายไทยที่บังคับเรื่องการเก็บและกำจัดของเสียอันตรายใช้ระบบใบกำกับการขนส่งของเสีย (Manifest) สก.2 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และข้อกำหนดในกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ในด้านอาชีวอนามัย
ความเข้าใจสับสนนี้สำคัญ เพราะถ้าโรงงานในไทยอ้าง "เกณฑ์ 90 วัน" ตอนคุยกับผู้ตรวจของกรมโรงงานหรือกรมสวัสดิการฯ จะไม่ใช่กฎหมายที่บังคับใช้กับสถานประกอบการในประเทศไทย ลองมาแยกให้ชัดว่าเกณฑ์ไหนเป็นของใคร และโรงงานในไทยจริง ๆ ต้องทำอะไรบ้าง
ขอบเขตของบทความและข้อจำกัด
เนื้อหานี้ครอบคลุม 2 กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ "ของเสียอันตราย" ในโรงงานไทย คือ
- ด้านอาชีวอนามัย — กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ภายใต้ พ.ร.บ.ความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ พ.ศ. 2554 ซึ่งกำกับโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
- ด้านสิ่งแวดล้อมและโรงงาน — พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไข 2562) ประกอบกับประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งกำกับโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม และ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ที่กำกับสาร list 1-4
ส่วนเกณฑ์ "90 วัน" ที่อ้างถึงเป็นของ US EPA 40 CFR 262.34 ภายใต้ Resource Conservation and Recovery Act (RCRA) ใช้กับ Large Quantity Generator ในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่กฎหมายไทย เนื้อหาส่วนนี้อ้างเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพ และเพื่อให้ จป. ที่ทำงานกับบริษัทข้ามชาติเข้าใจว่าทำไม corporate procedure ของบริษัทแม่ถึงระบุ 90 วัน
"ของเสียอันตราย" ในมุมของกฎหมายไทย คืออะไร

กฎหมายไทยไม่มี "พ.ร.บ. ของเสียอันตราย" ฉบับเดียวที่รวมศูนย์เหมือน RCRA ของอเมริกา ของเสียอันตรายในโรงงานไทยถูกกำกับด้วยกฎหมายอย่างน้อย 3 ชั้น
ชั้นที่ 1 — กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556
ข้อ 1 ของกฎกระทรวงนิยาม "การทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย" ให้รวมถึง "การกำจัด การทำลาย การเก็บสารเคมีอันตรายที่ไม่ใช้แล้ว" หมายความว่ากากของเสีย สารเสื่อมสภาพ และภาชนะปนเปื้อนที่เลิกใช้ ทั้งหมดอยู่ในขอบเขตของกฎกระทรวงนี้ ไม่ใช่แค่สารที่ยังใช้งานอยู่
ชั้นที่ 2 — พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ภายใต้ พ.ร.บ.โรงงาน โรงงานจำพวกที่ 3 ที่ก่อให้เกิดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วประเภทอันตราย ต้องแจ้งการมีไว้และส่งกำจัดผ่านผู้รับกำจัดที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยใช้ระบบใบกำกับการขนส่งที่เรียกว่า สก.2
ชั้นที่ 3 — พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
ถ้าของเสียอยู่ในบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม การมีไว้ ครอบครอง ขนส่ง และกำจัด จะต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย — เป็นกฎหมายที่ทับซ้อนเพิ่ม
ในการปฏิบัติงาน จป. และผู้รับผิดชอบ EHS ต้องดูทั้ง 3 ชั้นพร้อมกัน เพราะภาระหน้าที่แต่ละชั้นไม่เหมือนกัน
เกณฑ์ "90 วัน" ของ US EPA RCRA — ทำไมถึงโผล่ในไทย

US EPA ภายใต้ Resource Conservation and Recovery Act (RCRA) แบ่ง Generator ของของเสียอันตรายออกเป็น 3 ระดับ ตามปริมาณที่ก่อให้เกิดต่อเดือน โดยเฉพาะ Large Quantity Generator (LQG) — ผู้ที่ก่อให้เกิดของเสียอันตรายมากกว่า 1,000 กิโลกรัมต่อเดือน — ตาม 40 CFR 262.34 สามารถเก็บของเสียอันตรายในพื้นที่ของตนเองได้ไม่เกิน 90 วัน โดยไม่ต้องขอใบอนุญาต TSDF (Treatment, Storage, Disposal Facility)
หลัง 90 วันที่ลำดับเก็บที่ on-site ไม่ส่งไปกำจัดต่อ ผู้ก่อให้เกิดจะถูกถือว่าเป็น "ผู้ดำเนินกิจการ TSDF" และต้องขอใบอนุญาตที่ยุ่งยากมาก เกณฑ์นี้จึงเป็น "นาฬิกาทราย" ที่ใช้บีบให้ Generator ส่งกำจัดต่อเนื่อง
เกณฑ์ 90 วันนี้ ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่ที่โผล่บ่อยในโรงงานไทยเพราะ
- บริษัทข้ามชาติที่มีบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกามักกำหนด corporate procedure ตาม RCRA เป็น minimum global standard
- ที่ปรึกษา ISO 14001 หรือ Responsible Care ใช้ RCRA เป็นเทียบบรรทัด
- คู่มือ EHS ที่แปลมาจากภาษาอังกฤษมักไม่แก้เลขให้เป็นเกณฑ์ท้องถิ่น
สำหรับโรงงานในไทย — ใช้ 90 วันเป็น best practice ภายในได้ แต่อย่าอ้างว่าเป็น "กฎหมายไทย" ตอนคุยกับผู้ตรวจ และอย่าใช้แทนการแจ้ง สก.2 ของกรมโรงงาน
กฎหมายไทย — กรอบเวลาและเอกสารที่ใช้จริง
แทนที่จะกำหนดเป็น "ภายในกี่วัน" แบบ RCRA กฎหมายไทยใช้ระบบ ทุก ๆ การขนส่งของเสียอันตรายออกจากโรงงานต้องทำใบกำกับ (Manifest) ที่เรียกว่า สก.2
ระบบ Manifest 4 ใบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ทำงานดังนี้
| สำเนา | ผู้ถือ | หน้าที่ |
|---|---|---|
| ฉบับที่ 1 | ผู้ก่อกำเนิดของเสีย (Generator) | เก็บเป็นหลักฐานว่าได้ส่งกำจัด |
| ฉบับที่ 2 | ผู้ขนส่ง (Transporter) | นำติดยานพาหนะระหว่างขนส่ง |
| ฉบับที่ 3 | ผู้รับกำจัด (Disposer) | ใช้รับเข้าระบบกำจัด |
| ฉบับที่ 4 | ส่งกลับ Generator | ยืนยันว่ากำจัดเสร็จแล้ว |
วงจรปิดของระบบ Manifest ช่วยให้กรมโรงงานติดตามได้ว่าของเสียอันตรายที่ออกจากโรงงานต้นทาง ไปถึงโรงกำจัดปลายทางและถูกกำจัดจริงทั้งหมด — ป้องกันการลักลอบทิ้งกลางทาง
ในด้านเอกสารอาชีวอนามัย กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ข้อ 2 กำหนดให้ "นายจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง จัดทำบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย และรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด" ซึ่งแบบที่อธิบดีกำหนดคือ แบบ สอ.1 ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2556
จุดที่ต้องไม่สับสน — สก.2 และ สอ.1 เป็นเอกสารคนละชุด คนละกระทรวง คนละหน้าที่
- สอ.1 = บัญชี + SDS สารเคมีอันตรายที่ครอบครอง · กรมสวัสดิการฯ · ทำปีละ 1 ครั้ง + แจ้งภายในมกราคม
- สก.2 = ใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายแต่ละเที่ยว · กรมโรงงาน · ทำทุกครั้งที่ขนส่ง
โรงงานที่ครบกระบวนการต้องทำทั้ง 2 ระบบคู่กัน
ก่อนที่ของเสียจะออกจากโรงงาน — ขั้นตอนเก็บที่ on-site

ระหว่างที่ของเสียอันตรายยังอยู่ในโรงงาน ก่อนรอผู้รับกำจัดมารับไปกำจัด มีข้อกำหนดที่ต้องทำตามทันที
1. แยกของเสียอันตรายออกจากของเสียทั่วไป
อย่าเอากากตัวทำละลาย น้ำมันเสีย กากสี ผ้าเช็ดปนเปื้อน ไปทิ้งรวมกับถังขยะทั่วไป ของเสียอันตรายต้องแยกเก็บในภาชนะเฉพาะตั้งแต่จุดกำเนิด
2. ใช้ภาชนะที่แข็งแรงและทนสารเคมี
ข้อ 20 (1) ของกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 บังคับใช้กับ "หีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย" ทั้งหมด ครอบคลุมถึงภาชนะที่ใช้บรรจุกากของเสียด้วย ต้องใช้ "วัสดุที่แข็งแรง ไม่ชำรุด ผุ กร่อน และสามารถเคลื่อนย้ายหรือขนส่งได้ด้วยความปลอดภัย"
3. ติดฉลากให้ครบ — ห้ามใช้ฉลากเดิมของสารผลิต
ตามข้อ 22 "การถ่ายเทสารเคมีอันตรายไปยังภาชนะหรือเครื่องมืออื่น นายจ้างต้องติดชื่อสารเคมีอันตรายและสัญลักษณ์เกี่ยวกับความปลอดภัยบนภาชนะหรือเครื่องมือที่บรรจุใหม่ด้วย" — สำหรับของเสียอันตราย ฉลากควรมี
- คำว่า "ของเสียอันตราย" หรือ "Hazardous Waste" ชัดเจน
- ชื่อสารหลักที่ปนเปื้อน + GHS pictogram ตรงประเภทอันตราย
- วันที่เริ่มสะสมในภาชนะ (Accumulation Start Date) — practice สากลที่ดี เพราะใช้นับวันเก็บ
- หน่วยงานเจ้าของและเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน
4. เก็บในพื้นที่นอกบริเวณทำงาน
ข้อ 27 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2556 กำหนดเรื่องหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มที่ปนเปื้อนและไม่ใช้แล้วไว้ค่อนข้างชัดเจน
"เก็บรวบรวมไว้ในภาชนะหรือในที่ที่ปลอดภัยนอกบริเวณที่ลูกจ้างทำงาน"
นอกจากนี้ข้อ 27 (1) ยังห้ามนำภาชนะเหล่านี้ "ไปใช้บรรจุสิ่งของอื่น และควบคุมดูแลลูกจ้างมิให้นำไปใช้บรรจุสิ่งของอื่นด้วย" — ห้ามเอาถังตัวทำละลายเปล่าไปใส่น้ำดื่ม หรือใส่ของกินในโรงงาน ที่หน้างานยังเจอกรณีนี้บ่อย
5. สถานที่เก็บต้องตรงตามมาตรฐานเดียวกับห้องเก็บสารเคมี
ข้อ 17 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2556 กำหนดให้สถานที่เก็บสารเคมีอันตราย "ต้องสามารถทนไฟได้ไม่น้อยกว่าหกสิบนาที" — ถ้าเป็นสารไวไฟหรือตัวทำปฏิกิริยารุนแรง ต้องเพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 180 นาที หรือ 90 นาที กรณีมีระบบน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ
ข้อกำหนดอื่นในข้อ 17 รวมถึงพื้นไม่ดูดซับ ทางเข้าออก 2 ทาง ระบบระบายอากาศ เขื่อนกักการรั่วไหล รางระบายแยกจากระบบน้ำทั่วไป และป้าย "สถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย ห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต" — รายละเอียดทั้ง 12 ข้อดูได้ที่ Checklist การเก็บรักษาสารเคมี
6. ทำความสะอาดและกำจัดตามวิธีที่ระบุใน SDS
ข้อ 26 บังคับให้ "นายจ้างทำความสะอาดหรือกำจัดสารเคมีอันตรายที่หก รั่วไหล หรือไม่ใช้แล้ว โดยวิธีที่กำหนดในข้อมูลความปลอดภัยตามชนิดของสารเคมีอันตรายนั้น"
หมายความว่าก่อนกำจัด ต้องเปิด SDS Section 13 (Disposal Considerations) ของสารนั้น แล้วทำตามวิธีที่ระบุ ไม่ใช่กำจัดตามใจ ถ้า SDS ระบุว่าต้องเผาในเตาเผาขยะอันตราย ห้ามเอาไปฝัง ถ้าระบุว่าห้ามเผา ห้ามให้ผู้รับกำจัดเอาไปเผา การอ่าน SDS ให้เป็นจึงสำคัญมาก รายละเอียดดูที่ การอ่าน SDS และ GHS
เลือกผู้รับกำจัด — ห้ามส่งให้ใครก็ได้
ของเสียอันตรายในไทยต้องส่งให้ ผู้รับกำจัดที่มีใบอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตามประเภทของเสีย ไม่ใช่ส่งให้รถเก็บขยะทั่วไปได้
ข้อ 26 วรรค 2 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2556 ระบุชัดว่าการกำจัด "อาจกำจัดโดยการเผา ฝัง หรือใช้สารเคมี ด้วยวิธีการที่ปลอดภัยตามหลักวิชาการ และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง" — คำว่า "กฎหมายที่เกี่ยวข้อง" หมายถึง พ.ร.บ.โรงงาน + พ.ร.บ.วัตถุอันตราย + ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ก่อนเลือกผู้รับกำจัด ตรวจให้แน่ใจว่า
- มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ประเภท 101, 105 หรือ 106
- ใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ
- ประเภทของเสียที่รับ ครอบคลุมประเภทของเสียที่คุณส่ง
- รถขนส่งมีใบอนุญาตขนส่งวัตถุอันตราย (ถ้าเข้าข่าย)
อย่าตัดสินจากราคาอย่างเดียว — ผู้รับกำจัดที่ราคาถูกผิดปกติ มักจะลักลอบทิ้งกลางทาง สุดท้ายชื่อโรงงานคุณจะติดในใบ Manifest ตอนกรมโรงงานสืบสวน
เอกสารที่ต้องเก็บไว้ — ครบทุกฉบับเป็นปี ๆ

| เอกสาร | ผู้รับผิดชอบ | ระยะเวลาเก็บ |
|---|---|---|
| สอ.1 (บัญชีสารเคมี + SDS) | จป. + นายจ้าง | เก็บ + อัปเดตทุกปี |
| SDS ของทุกสารในโรงงาน | จป. + ฝ่ายผลิต | ฉบับใหม่สุด ตลอดอายุการใช้ |
| สก.2 (Manifest) ฉบับ 1 | Generator | อย่างน้อย 5 ปี (แนะนำ) |
| สก.2 (Manifest) ฉบับ 4 ที่ Disposer ส่งกลับ | Generator | อย่างน้อย 5 ปี (แนะนำ) |
| Disposal Certificate จากผู้รับกำจัด | Generator | อย่างน้อย 5 ปี |
| ใบรับรองและสำเนาใบอนุญาตของผู้รับกำจัด | Generator | ตลอดเวลาที่ใช้บริการ |
| บันทึกการฝึกอบรมตามข้อ 34 (ปีละครั้ง) | จป. + HR | อย่างน้อย 5 ปี |
ในไทยไม่มีกฎหมายตัวเลขเดียวที่บอก "เก็บ 5 ปี" สำหรับเอกสาร Manifest แต่ practice ของผู้ตรวจกรมโรงงานคือขอดูย้อนหลังได้ถึง 5 ปี และผู้ตรวจ ISO 14001 จะขอดูย้อนหลังอย่างน้อย 3 รอบ surveillance audit
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย — และวิธีแก้
เก็บกรดกับด่างในชั้นเดียวกัน
ของเสียกรดเข้มข้น (กากกรด pickling, เศษกรดซัลฟิวริก) กับด่างเข้มข้น (NaOH spent, KOH spent) ถ้าตกแตกในที่เดียวกันจะสะเทินกันคายความร้อนรุนแรง บางครั้งร้อนพอจุดติดสารไวไฟใกล้เคียง ต้องเก็บคนละชั้น คนละเขื่อนกัก
ฉลากเลือนหายในไม่กี่เดือน
ฉลากกระดาษติดเทปธรรมดาในห้องเก็บที่ชื้น หรือสารหกเลอะ จะอ่านไม่ออกใน 2-3 เดือน ใช้ฉลาก polypropylene หรือป้ายพลาสติกพิมพ์ thermal transfer แทน ถ้าใช้ฉลากกระดาษ ต้องคลุมพลาสติกใส
ภาชนะรั่วซึมแต่ไม่มีคนเห็น
ถังพลาสติก HDPE ที่เก็บกรดเข้มข้นนาน ๆ จะเริ่ม embrittle และแตกร้าวเล็ก ๆ ก้นถัง ตรวจรายสัปดาห์ดูคราบใต้ถัง ถ้าเจอคราบหรือกลิ่นผิดปกติ ต้องเปลี่ยนภาชนะทันที
Manifest สก.2 หาย หรือเก็บฉบับเดียว
จุดที่ผู้ตรวจชอบจับคือ ฉบับ 1 (ของ Generator) เก็บแล้ว แต่ฉบับ 4 (ที่ Disposer ส่งกลับยืนยันกำจัดเสร็จ) ไม่กลับมา ทำให้พิสูจน์ไม่ได้ว่ากำจัดจริง วิธีแก้คือทำ tracking log ของทุก Manifest ที่ออกไป และทวงฉบับ 4 ตอนจ่ายเงินงวดสุดท้าย — ใครไม่ส่งฉบับ 4 ไม่ต้องจ่ายงวดสุดท้าย
ไม่ทำ training annual ตามข้อ 34
ข้อ 34 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2556 บังคับให้ "นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างที่มีหน้าที่ควบคุมและระงับเหตุอันตรายตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด และทำการฝึกอบรมทบทวนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง" — รวมถึงคนที่ทำหน้าที่จัดการของเสียอันตรายในโรงงาน ไม่ได้ยกเว้นเพราะเป็น "แค่ของเสีย"
ข้อควรระวังสำหรับ จป. ในยุค Circular Economy 2026
ทิศทางในปี 2026 มีแรงกดดันใหม่ที่ จป. และ EHS ต้องเตรียมตัว
1. EU CBAM และมาตรการคาร์บอนต่างประเทศ
โรงงานในไทยที่ส่งออกไป EU ต้องเริ่มรายงาน carbon footprint รวมถึง waste stream — การจัดการของเสียอันตรายที่ถูกต้องจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ scope 3 emissions ที่ลูกค้าต่างประเทศตรวจสอบ
2. การรายงานข้อมูลแบบ Digital
กรมโรงงานเริ่มทยอยเปลี่ยน Manifest เป็นระบบ e-Manifest เพื่อ tracking real-time — จป. ที่ดูแลเอกสารต้องเตรียมระบบดิจิทัลสำรองและฝึกใช้ portal ของกรมโรงงาน
3. กฎหมายเศรษฐกิจหมุนเวียน
ร่าง พ.ร.บ. การจัดการของเสีย และ Extended Producer Responsibility ของไทยอยู่ในกระบวนการ ถ้าออกประกาศใช้ จะเปลี่ยนภาระจาก Generator ไปถึงผู้ผลิตสารต้นทางด้วย — ติดตามข่าวสารผ่านกรมโรงงานเป็นระยะ
FAQ
ในไทยถ้าเก็บของเสียอันตรายเกิน 90 วันผิดกฎหมายไหม
ไม่มีกฎหมายไทยฉบับใดระบุตัวเลข 90 วันโดยตรง — เลข 90 วันมาจาก US EPA 40 CFR 262.34 ภายใต้ระบบ RCRA ของอเมริกา ในไทยใช้ระบบแจ้งและขนส่งผ่าน สก.2 แทน อย่างไรก็ตามถ้าเก็บนานเกินไปจนภาชนะรั่ว หรือไม่ส่งกำจัดภายในเวลาสมเหตุสมผล อาจถูกประเมินว่าฝ่าฝืนข้อ 17, 20 และ 27 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2556 รวมทั้งฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรงงานในด้านการครอบครองวัสดุที่ไม่ใช้แล้วเกินสมควร
สก.2 กับ สอ.1 ต่างกันอย่างไร
สก.2 คือใบกำกับการขนส่งของเสียอันตรายในแต่ละเที่ยว ออกโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ใช้กับ "การส่งออกจากโรงงาน" ส่วน สอ.1 คือบัญชีสารเคมีอันตรายและ SDS ที่นายจ้างต้องทำตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2556 ข้อ 2 ทำปีละครั้งและแจ้งกรมสวัสดิการฯ ในเดือนมกราคม — คนละกระทรวง คนละกระบวนการ ต้องทำทั้งสองอย่าง
ถังเปล่าที่เคยใส่สารเคมีอันตราย ต้องถือเป็นของเสียอันตรายไหม
ตามข้อ 27 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2556 ภาชนะที่ปนเปื้อนและไม่ใช้แล้ว ต้องเก็บรวบรวมในที่ปลอดภัยนอกบริเวณทำงาน และห้ามนำไปใช้บรรจุสิ่งอื่น — ตามแนวปฏิบัติ ภาชนะที่ยังมี residue ของสารเคมีอันตรายติดอยู่ ถือเป็นของเสียอันตราย ส่วนภาชนะที่ทำความสะอาดจนหมดสารตามวิธีใน SDS แล้ว อาจ recycle ได้ตามเงื่อนไขของกรมโรงงาน
โรงงานเล็กที่ผลิตของเสียอันตรายน้อย ต้องทำ Manifest ไหม
ในระบบไทย ไม่มีเกณฑ์ตัด LQG/SQG/CESQG แบบ EPA — กรมโรงงานกำหนดให้โรงงานจำพวกที่ 3 ที่ก่อให้เกิดสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วประเภทอันตราย ต้องแจ้งและส่งกำจัดผ่านระบบ สก.2 ทั้งหมด ไม่ว่าจะปริมาณเท่าใด ตรวจสอบสถานะของโรงงานคุณกับใบ ร.ง.4 ก่อน
จำเป็นต้องอ่าน SDS ทุกฉบับก่อนกำจัดของเสียไหม
ใช่ — ข้อ 26 บังคับให้กำจัดโดยวิธีที่กำหนดใน SDS วิธีกำจัดของกรดเข้มข้น ของตัวทำละลายไวไฟ และของสารระเหยพิษ ไม่เหมือนกัน ถ้ากำจัดผิดวิธีอาจเกิดอุบัติเหตุระหว่างกำจัด หรือทำให้การกำจัดไม่สมบูรณ์
สรุปสำหรับ จป.
- เกณฑ์ 90 วัน เป็นของ US EPA RCRA 40 CFR 262.34 ไม่ใช่กฎหมายไทย ใช้เป็น best practice ภายในได้ แต่อย่าอ้างว่าเป็นกฎหมายไทย
- กฎหมายไทยใช้ระบบ Manifest สก.2 4 ใบ ผ่านกรมโรงงานอุตสาหกรรม สำหรับการส่งกำจัดของเสียอันตรายทุกเที่ยว
- ในด้านอาชีวอนามัย ทำตาม กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 — แบบ สอ.1, สถานที่เก็บข้อ 17, การทำความสะอาดข้อ 26 และภาชนะปนเปื้อนข้อ 27
- ผู้รับกำจัดต้องมีใบอนุญาตกรมโรงงาน — ห้ามเลือกแค่ราคาถูก
- เก็บเอกสาร Manifest ฉบับ 1 และฉบับ 4 ครบทุกเที่ยว ทวงฉบับ 4 ก่อนจ่ายงวดสุดท้าย
- ฝึกอบรมประจำปีตามข้อ 34 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2556
ใครที่อยู่ในโรงงานที่มีของเสียอันตราย ลองเริ่มจากการตรวจสอบ 3 จุดในสัปดาห์นี้ — สถานะใบอนุญาตของผู้รับกำจัดปัจจุบัน ฉบับที่ 4 ของ Manifest 3 เที่ยวล่าสุด และวันที่ครบกำหนดทำ สอ.1 ปีนี้ ถ้าผ่าน 3 จุดนี้ระบบกำจัดของเสียในโรงงานก็พร้อมรับผู้ตรวจได้
อ้างอิง
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 (ข้อ 1 นิยาม, ข้อ 2 สอ.1, ข้อ 17 สถานที่เก็บ, ข้อ 20 ภาชนะ, ข้อ 22 ฉลากเมื่อถ่ายเท, ข้อ 26 การทำความสะอาดและกำจัด, ข้อ 27 ภาชนะปนเปื้อน, ข้อ 34 ฝึกอบรมประจำปี)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง บัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2556
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัย (สอ.1)
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 5 และ 8 (อำนาจออกกฎกระทรวง)
- พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535
- US EPA — Resource Conservation and Recovery Act (RCRA), 40 CFR Part 262.34 — Standards Applicable to Generators of Hazardous Waste (อ้างเพื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่กฎหมายไทย)
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง