กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 — สรุป 10 หมวด 36 ข้อ
สรุปสาระสำคัญกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ครบทั้ง 10 หมวด 36 ข้อ พร้อมขีดจำกัด TWA/STEL/Ceiling ตามประกาศกรม 2560 และบทลงโทษตาม พ.ร.บ. 2554 มาตรา 56

ผู้ประกอบกิจการที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องจัดทำบัญชีรายชื่อสารเคมี รายละเอียดข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ติดฉลากภาษาไทย ตรวจวัดระดับความเข้มข้นในบรรยากาศการทำงาน และจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีเหตุฉุกเฉิน หน้าที่ทั้งหมดนี้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ซึ่งบังคับใช้มาแล้วกว่าสิบสองปี การละเลยหน้าที่มีบทลงโทษตามพ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ สาระสำคัญครบทั้ง 10 หมวด 36 ข้อ พร้อมขีดจำกัดความเข้มข้นและกฎหมายลูกที่ขยายผล มีดังนี้
1. ที่มาและขอบเขตการบังคับใช้
กฎกระทรวงฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ลงนามโดยร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
โครงสร้างของกฎกระทรวงประกอบด้วย 10 หมวด 36 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่นิยามศัพท์ ข้อมูลความปลอดภัย ฉลาก-ป้าย การคุ้มครองความปลอดภัย การเก็บรักษา การขนส่ง การจัดการของเสีย การควบคุมระดับความเข้มข้น การดูแลสุขภาพอนามัย แผนเหตุฉุกเฉิน และบทเฉพาะกาล
ขอบเขตการบังคับใช้ คือ สถานประกอบกิจการที่มีการ ผลิต เก็บ ใช้ ขนถ่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกำหนด โดยบัญชีรายชื่อปัจจุบันเป็นไปตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง บัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย ลงวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ซึ่งระบุไว้ 1,516 รายการ พร้อมสารเคมีที่มีชื่ออื่นแต่มีสูตรโครงสร้างทางเคมีอย่างเดียวกัน (Synonym)
2. คำจำกัดความตามกฎหมาย
ตามข้อ 1 ของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 กำหนดนิยามศัพท์ที่ใช้ตลอดทั้งฉบับ โดยคำสำคัญที่ต้องเข้าใจ ได้แก่
"สารเคมีอันตราย" หมายความว่า ธาตุ สารประกอบ หรือสารผสม ตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งมีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเส้นใย ฝุ่น ละออง ไอ หรือฟูม ที่มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างรวมกัน ดังต่อไปนี้ (1) มีพิษ กัดกร่อน ระคายเคือง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ การก่อมะเร็ง การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือสุขภาพอนามัย หรือทำให้ถึงแก่ความตาย (2) เป็นตัวทำปฏิกิริยาที่รุนแรง เป็นตัวเพิ่มออกซิเจนหรือไวไฟ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระเบิดหรือไฟไหม้
นิยามนี้สำคัญเพราะกำหนดว่า สารใดบ้างที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย หลักเกณฑ์ไม่ใช่คุณสมบัติเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อที่อธิบดีประกาศด้วย ดังนั้น แม้สารเคมีในโรงงานจะมีพิษหรือไวไฟตามคำนิยาม แต่หากไม่ปรากฏในบัญชีท้ายประกาศกรม 2556 ก็ไม่ตกอยู่ในบังคับของกฎกระทรวงนี้โดยตรง
คำสำคัญอื่นที่ต้องเข้าใจ
- "การทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย" ครอบคลุมการกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้ลูกจ้างได้รับสารเคมีอันตราย รวมถึงการผลิต ติดฉลาก ห่อหุ้ม เคลื่อนย้าย เก็บรักษา ถ่ายเท ขนถ่าย ขนส่ง กำจัด ทำลาย เก็บสารที่ไม่ใช้แล้ว ตลอดจนการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และทำความสะอาดเครื่องมือและภาชนะบรรจุ
- "ครอบครอง" หมายถึง การมีไว้เพื่อตนเองหรือผู้อื่น ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย ขนส่ง ใช้ หรือเพื่อประการอื่นใด รวมถึงการทิ้งไว้หรือปรากฏอยู่ในบริเวณที่ครอบครอง
- "ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย" หมายถึง ระดับความเข้มข้นในบรรยากาศแวดล้อมการทำงานที่ลูกจ้างซึ่งมีสุขภาพปกติสามารถสัมผัสหรือรับเข้าสู่ร่างกายได้ทุกวันตลอดเวลาที่ทำงานโดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ค่าขีดจำกัดในปัจจุบันเป็นไปตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ลงวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560
3. โครงสร้าง 10 หมวด 36 ข้อ
| หมวด | สาระสำคัญ | ข้อ |
|---|---|---|
| 1 | ข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย (SDS) | 2 - 5 |
| 2 | ฉลากและป้าย | 6 - 9 |
| 3 | การคุ้มครองความปลอดภัย (สิ่งอำนวยความสะดวก + PPE) | 10 - 16 |
| 4 | การเก็บรักษา การบรรจุ และการถ่ายเท | 17 - 23 |
| 5 | การขนถ่าย การเคลื่อนย้าย หรือการขนส่ง | 24 - 25 |
| 6 | การจัดการและการกำจัด | 26 - 27 |
| 7 | การควบคุมระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย | 28 - 30 |
| 8 | การดูแลสุขภาพอนามัย | 31 |
| 9 | การควบคุมและปฏิบัติการกรณีมีเหตุฉุกเฉิน | 32 - 35 |
| 10 | บทเฉพาะกาล | 36 |
4. หน้าที่หลัก 6 ประการของนายจ้าง

หน้าที่ของนายจ้างตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 สามารถจัดกลุ่มได้เป็น 6 ประการ ดังนี้
4.1 จัดทำบัญชีรายชื่อสารเคมีและ SDS พร้อมแจ้งอธิบดี (ข้อ 2)

ตามข้อ 2 แห่งกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 นายจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองต้องจัดทำบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมทั้ง แจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง และต้อง แจ้งบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายประจำปีภายในเดือนมกราคมของทุกปี
แบบฟอร์มที่ใช้คือ แบบ สอ.1 ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย ลงวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ซึ่งประกอบด้วย 16 หัวข้อมาตรฐาน รายละเอียดวิธีอ่านและกรอกแบบ สอ.1 สามารถศึกษาได้ใน วิธีอ่าน SDS และ GHS pictogram
4.2 ฝึกอบรมลูกจ้างก่อนเริ่มงาน (ข้อ 3 - 5)
ตามข้อ 4 แห่งกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 บัญญัติว่า
ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทำงานที่ถูกต้องและปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมลูกจ้างให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว
นายจ้างต้องจัดทำคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คำแนะนำลูกจ้างเกี่ยวกับการป้องกันอันตราย และความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย
ข้อ 3 บัญญัติให้นายจ้างแจ้งและอธิบายให้ลูกจ้างเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตรายที่ครอบครอง รวมทั้งข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
ข้อ 5 กำหนดหน้าที่ของลูกจ้างให้ปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงานที่นายจ้างจัดทำขึ้นตามข้อ 4 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ลูกจ้างต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้หัวหน้างานทราบทันที
4.3 ติดฉลากภาษาไทยและจัดป้ายเตือน (ข้อ 6 - 9)

ตามข้อ 6 แห่งกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 บัญญัติว่า
ให้นายจ้างจัดให้มีการปิดฉลากที่เป็นภาษาไทยมีขนาดใหญ่พอสมควร อ่านง่าย คงทน ไว้ที่หีบห่อบรรจุภัณฑ์ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มสารเคมีอันตราย
ฉลากต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย 6 รายการ ได้แก่ (1) ชื่อผลิตภัณฑ์ (2) ชื่อสารเคมีอันตราย (3) รูปสัญลักษณ์ (pictograms) (4) คำสัญญาณ (signal words) (5) ข้อความแสดงอันตราย (hazard statements) (6) ข้อควรระวังหรือข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันอันตราย (precautionary statements) ตามระบบ GHS (Globally Harmonized System)
นอกจากฉลาก ข้อ 7 บัญญัติให้นายจ้างจัดให้มีป้ายห้าม ป้ายให้ปฏิบัติ หรือป้ายเตือน ในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ชัดเจน ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง
ข้อห้ามที่สำคัญที่สุดในหมวดนี้ อยู่ที่ข้อ 9 ซึ่งบัญญัติว่า
ให้นายจ้างปิดประกาศหรือจัดทำป้ายแจ้งข้อความ "ห้ามสูบบุหรี่ รับประทานอาหาร หรือเครื่องดื่ม ประกอบอาหาร หรือเก็บอาหาร" ด้วยตัวอักษรขนาดที่เห็นได้ชัดเจนไว้ ณ บริเวณสถานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย สถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย หรือในยานพาหนะขนส่งสารเคมีอันตราย และจะต้องควบคุมดูแลมิให้มีการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว
4.4 จัดสถานที่เก็บรักษาและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัย (ข้อ 10 - 23)
นายจ้างต้องจัดสภาพการทำงานในบริเวณที่ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายให้
- ถูกสุขลักษณะ สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นเรียบ ไม่ลื่น ไม่มีวัสดุเกะกะ
- มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม โดยให้มี ออกซิเจนในบรรยากาศไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 โดยปริมาตร
- มีระบบป้องกันและกำจัดอากาศเสีย เพื่อมิให้มีสารเคมีอันตรายในบรรยากาศเกินปริมาณที่กำหนด
ตามข้อ 11 นายจ้างต้องจัดสถานที่และอุปกรณ์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัย ได้แก่ ที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกายที่ใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน ที่ล้างมือและล้างหน้า ไม่น้อยกว่าหนึ่งที่ต่อลูกจ้างสิบห้าคน ห้องอาบน้ำในอัตราเดียวกัน อุปกรณ์ปฐมพยาบาล อุปกรณ์ดับเพลิงที่เหมาะกับสารเคมีแต่ละชนิด และชุดทำงานเฉพาะพร้อมที่เก็บชุดที่ใช้แล้ว
ข้อ 12 และข้อ 13 บัญญัติให้นายจ้างจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสมกับลักษณะอันตรายและความรุนแรงของสารเคมี และให้ลูกจ้างต้องใช้หรือสวมใส่ ในกรณีที่ลูกจ้างไม่สวมใส่ ให้นายจ้างสั่งลูกจ้างหยุดการทำงานทันที
ข้อห้ามที่สำคัญในหมวด 3 อยู่ที่ข้อ 15 ซึ่งห้ามนายจ้างยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้ลูกจ้างหรือบุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อนในสถานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย สถานที่เก็บรักษา หรือในยานพาหนะขนส่งสารเคมีอันตราย
สำหรับสถานที่เก็บรักษา ข้อ 17 กำหนดมาตรฐาน 12 ข้อย่อย ที่สำคัญได้แก่ ต้องสามารถ ทนไฟได้ไม่น้อยกว่า 60 นาที เว้นแต่กรณีเก็บสารไวไฟ-ปฏิกิริยารุนแรง-เพิ่มออกซิเจน ต้อง ทนไฟไม่น้อยกว่า 180 นาที (หรือ ไม่น้อยกว่า 90 นาที หากมีระบบน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ) มีทางเข้าออกไม่น้อยกว่าสองทาง ใช้ประตูทนไฟเปิดออกสู่ภายนอก จัดทำเขื่อนหรือกำแพงกักสารเคมีรั่ว และต้องมีป้ายข้อความ "สถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตราย ห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต" ปิดประกาศไว้ที่ทางเข้า
4.5 ตรวจวัดและควบคุมระดับความเข้มข้น (ข้อ 28 - 30)
หมวด 7 ของกฎกระทรวงเป็นหัวใจของการคุ้มครองสุขภาพระยะยาว โดยข้อ 28 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีระบบป้องกันและควบคุม เพื่อมิให้มีระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทำงานและสถานที่เก็บรักษาเกินขีดจำกัดความเข้มข้นที่อธิบดีประกาศกำหนด
ขีดจำกัดความเข้มข้นในปัจจุบันเป็นไปตาม ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ลงวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดค่าขีดจำกัดในรูปของ TWA (Time-Weighted Average) STEL (Short-Term Exposure Limit) และ Ceiling สำหรับสารเคมีหลายร้อยรายการ
ตัวอย่างค่าขีดจำกัดที่พบบ่อยตามประกาศกรม 2560
| สารเคมี (CAS) | TWA | STEL | Ceiling |
|---|---|---|---|
| อะซีโตน acetone (67-64-1) | 1000 ppm | - | - |
| แอมโมเนีย ammonia (7664-41-7) | 50 ppm | - | - |
| เบนซีน benzene (71-43-2) | 1 ppm | 5 ppm (15 min) | - |
| คาร์บอน มอนอกไซด์ carbon monoxide (630-08-0) | 50 ppm | - | - |
| คาร์บอน ไดซัลไฟด์ carbon disulfide (75-15-0) | 20 ppm | 100 ppm (30 min) | 30 ppm |
| คลอรีน chlorine (7782-50-5) | - | - | 1 ppm |
| ฟอร์มัลดิไฮด์ formaldehyde (50-00-0) | 0.75 ppm | 2 ppm (15 min) | - |
| ไฮโดรเจน ซัลไฟด์ hydrogen sulfide (7783-06-4) | - | 50 ppm (10 min) | 20 ppm |
| ตะกั่วอนินทรีย์ lead inorganic (7439-92-1) | 0.05 mg/m3 | - | - |
| สไตรีน styrene (100-42-5) | 100 ppm | 600 ppm (5 min in any 3 hr) | 200 ppm |
| โทลูอีน-สไตรีน-เบนซีน กลุ่มอะโรมาติก | ตามตารางท้ายประกาศ |
ค่าข้างต้นเป็นค่าตามกฎหมายไทยที่อธิบดีประกาศ ไม่ใช่ค่า PEL ของ OSHA หรือ TLV ของ ACGIH ดังนั้นในการอ้างอิงเอกสารต่างประเทศ ต้องระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจนและใช้ค่าตามประกาศกรม 2560 เป็นเกณฑ์บังคับในประเทศไทย
ข้อ 29 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศ และ ส่งรายงานผลการตรวจวัดให้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบผลการตรวจวัด กรณีที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินการเองได้ ต้องให้ผู้ขึ้นทะเบียนหรือได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นผู้ดำเนินการให้
หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจวัดเป็นไปตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์ผลการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2559 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2565 ที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข้อ 30 กำหนดมาตรการเมื่อพบว่าความเข้มข้นเกินขีดจำกัด
ในกรณีที่ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทำงานหรือสถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายมีระดับเกินขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายตามที่อธิบดีประกาศกำหนดตามข้อ 28 ให้นายจ้างใช้มาตรการกำจัดหรือควบคุมสารเคมีอันตรายทางวิศวกรรมและการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม เพื่อลดระดับความเข้มข้น ... และต้องมีมาตรการป้องกันอันตรายส่วนบุคคลด้วยวิธีการที่เหมาะสม
กล่าวคือ เมื่อค่าตรวจวัดเกิน TWA-STEL-Ceiling ตามประกาศกรม 2560 นายจ้างต้องดำเนินมาตรการแก้ไขทางวิศวกรรม (เช่น เพิ่มระบบดูดอากาศเฉพาะที่ ปิดล้อมแหล่งกำเนิด ปรับกระบวนการ) ก่อนใช้ PPE เป็นมาตรการเสริม ตามลำดับ Hierarchy of Controls
4.6 จัดทำแผนเหตุฉุกเฉินและฝึกซ้อม (ข้อ 32 - 35)
หมวด 9 บัญญัติเรื่องการควบคุมและปฏิบัติการกรณีมีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การจัดทำแผน การฝึกอบรม จนถึงการรับมือเหตุการณ์จริง
ตามข้อ 32 นายจ้างที่มีสารเคมีอันตรายไว้ในครอบครองตามรายชื่อและปริมาณที่อธิบดีประกาศกำหนด ต้องจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงในการก่อให้เกิดอันตราย อย่างน้อยห้าปีต่อหนึ่งครั้ง และต้องประเมินเพิ่มเติมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญเกี่ยวกับสถานที่ครอบครอง รายชื่อ ปริมาณ หรือกระบวนการผลิต ทั้งนี้ ให้ส่งรายงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบผลการประเมิน
ข้อ 33 กำหนดให้นายจ้างจัดทำแผนปฏิบัติการกรณีมีเหตุฉุกเฉินของสถานประกอบกิจการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด เก็บแผนไว้ ณ สถานประกอบกิจการพร้อมให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ ปรับปรุงแผนให้ทันสมัย และ ฝึกซ้อมตามแผนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ 34 บัญญัติให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมลูกจ้างที่มีหน้าที่ควบคุมและระงับเหตุอันตรายตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด พร้อมทั้งทำการ ฝึกอบรมทบทวนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บหลักฐานการฝึกอบรมไว้ให้พนักงานตรวจฯ ตรวจสอบได้
ข้อ 35 กำหนดมาตรการเมื่อเกิดเหตุจริง คือเมื่อสารเคมีอันตรายรั่วไหล ฟุ้งกระจาย เกิดอัคคีภัย หรือเกิดการระเบิด นายจ้างต้องสั่งให้ลูกจ้างทุกคนที่ทำงานในบริเวณนั้นและบริเวณใกล้เคียงหยุดทำงานทันทีและออกไปให้พ้นรัศมีที่อาจได้รับอันตราย พร้อมทั้งให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบและระงับเหตุทันที หากเหตุนั้นอาจส่งผลกระทบถึงประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง นายจ้างต้องเตือนอันตรายให้ประชาชนทราบทันทีด้วย
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดทำแผนเหตุฉุกเฉินใน แผนเหตุฉุกเฉิน Emergency Response Plan
5. การจัดการของเสียและการขนส่ง
แม้ไม่ได้จัดเป็น "หน้าที่หลัก" ในกลุ่มข้างต้น แต่หมวด 5 และหมวด 6 บัญญัติมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม
หมวด 5 (ข้อ 24 - 25) ว่าด้วยการขนถ่าย เคลื่อนย้าย หรือขนส่งสารเคมีอันตราย นายจ้างต้องมีมาตรการป้องกันการฟุ้งกระจาย การกระเด็น หก ล้น รั่ว ไหล หรือตกหล่น ตรวจสอบความพร้อมของลูกจ้างที่ขับยานพาหนะและสภาพยานพาหนะ จัดให้มีคู่มือกรณีฉุกเฉินเป็นภาษาไทยเก็บในยานพาหนะ ฝึกอบรมและฝึกซ้อมแก่ลูกจ้างอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง จัดเครื่องดับเพลิงเคลื่อนย้ายได้และหน้ากากป้องกันสารเคมี ห้ามบรรทุกสารที่อาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันไว้รวมกันในยานพาหนะเดียวกัน
กรณีส่งโดยใช้ท่อ ข้อ 25 บัญญัติ 7 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่การใช้ท่อและข้อต่อที่แข็งแรง การตรวจสอบและบำรุงรักษา การติดตั้งป้องกันการกระแทก การใช้ท่อทนการกัดกร่อนสำหรับการวางใต้ดิน-ใต้น้ำ การแยกสีท่อสำหรับสารต่างชนิด การหุ้มฉนวนสำหรับสารร้อน และการต่อสายดินสำหรับสารไวไฟหรือระเบิดได้
หมวด 6 (ข้อ 26 - 27) ว่าด้วยการจัดการและการกำจัด นายจ้างต้องทำความสะอาดหรือกำจัดสารเคมีอันตรายที่หก รั่วไหล หรือไม่ใช้แล้ว โดยวิธีที่กำหนดในข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ตามชนิดของสาร และการกำจัดต้องเป็นไปตามหลักวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง สำหรับหีบห่อ ภาชนะบรรจุ หรือวัสดุห่อหุ้มที่ปนเปื้อน ห้ามนำไปใช้บรรจุสิ่งของอื่น ต้องเก็บรวบรวมในที่ปลอดภัยนอกบริเวณทำงาน และกำจัดด้วยวิธีที่ปลอดภัย
6. การดูแลสุขภาพอนามัย (ข้อ 31)
หมวด 8 มีเพียงข้อเดียวคือข้อ 31 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของลูกจ้างในกรณีที่มีการใช้สารเคมีอันตราย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด และจัดทำรายงานการประเมินส่งให้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบผลการประเมิน
หากผลการประเมินอยู่ในระดับที่อาจก่อให้เกิดอันตราย นายจ้างต้องแก้ไขปรับปรุงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย และนำผลการประเมินไปใช้ประกอบการวางแผนการตรวจสุขภาพของลูกจ้างที่ทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงและการเฝ้าระวังสุขภาพอนามัย ซึ่งเชื่อมโยงกับกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพลูกจ้าง พ.ศ. 2563
7. กฎหมายลูกที่ขยายผล
กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 มอบอำนาจให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานออกประกาศกรมเพื่อขยายผลในเรื่องเทคนิค โดยปัจจุบันมีประกาศกรม 5 ฉบับหลักที่เกี่ยวข้อง
| ประกาศกรม | สาระสำคัญ |
|---|---|
| บัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 | บัญชี 1,516 รายการ + สาร Synonym |
| แบบบัญชีรายชื่อและรายละเอียด SDS พ.ศ. 2556 | แบบ สอ.1 (16 หัวข้อ) |
| ขีดจำกัดความเข้มข้น (เดิม) พ.ศ. 2556 | ใช้ก่อนถูกแทนที่โดยฉบับ 2560 |
| หลักเกณฑ์ตรวจวัดความเข้มข้น พ.ศ. 2559 | วิธีตรวจวัดและวิเคราะห์ |
| ขีดจำกัดความเข้มข้น พ.ศ. 2560 | TWA / STEL / Ceiling ฉบับปัจจุบัน |
| หลักเกณฑ์ตรวจวัดความเข้มข้น (ฉบับ 2) พ.ศ. 2565 | แก้ไขเพิ่มเติม 2559 |
ส่วนกฎกระทรวงประกอบที่กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ให้บริการตรวจวัดสารเคมีอันตราย ออกในปีเดียวกันคือ พ.ศ. 2556 ทั้งกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล
8. บทลงโทษเมื่อฝ่าฝืน
กฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 ออกตามอำนาจมาตรา 8 แห่งพ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ดังนั้นการฝ่าฝืนกฎกระทรวงนี้จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานที่ออกตามมาตรา 8 ซึ่งบทลงโทษอยู่ใน มาตรา 56 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดโทษสำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 13 มาตรา 16 และมาตรา 32 ระวางโทษ จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในบางฐานความผิดที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 อาจอยู่ในบังคับมาตรา 53 ซึ่งกำหนดโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขึ้นอยู่กับฐานความผิดเฉพาะกรณีที่พนักงานตรวจความปลอดภัยและอัยการตั้งข้อหา
นอกจากบทลงโทษทางอาญาแล้ว มาตรา 69 แห่งพ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ยังบัญญัติให้กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล ต้องรับโทษส่วนตัวด้วยเช่นกัน หากการกระทำผิดของนิติบุคคลเกิดจากการสั่งการ การกระทำ การไม่สั่งการ หรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ของบุคคลดังกล่าว
9. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: สารเคมีในโรงงานของผมไม่อยู่ในบัญชี 1,516 รายการตามประกาศกรม 2556 ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้หรือไม่?
หากสารเคมีไม่ปรากฏในบัญชีรายชื่อ (รวมถึงชื่อพ้อง Synonym ที่มีสูตรโครงสร้างเดียวกัน) ไม่ตกอยู่ในบังคับของกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 โดยตรง แต่นายจ้างยังคงมีหน้าที่ทั่วไปตามมาตรา 6 และมาตรา 7 แห่งพ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ในการจัดสภาพการทำงานที่ปลอดภัย และอาจมีกฎหมายเฉพาะอื่นบังคับ เช่น พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย หรือกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
Q2: ต้องแจ้งบัญชีรายชื่อสารเคมีและ SDS ทุกปีในเดือนมกราคม แม้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่?
ต้องแจ้ง ตามข้อ 2 วรรคสองแห่งกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 บัญญัติชัดเจนว่า "ภายในเดือนมกราคมของทุกปี ให้นายจ้างแจ้งบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย และรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตรายที่ตนมีอยู่ในครอบครองต่ออธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายด้วย" การแจ้งประจำปีเป็นหน้าที่ที่ไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนแปลง
Q3: ค่า TWA / STEL / Ceiling ตามประกาศกรม 2560 ใช้ค่าเดียวกับ OSHA PEL หรือ ACGIH TLV หรือไม่?
ไม่ใช่ค่าเดียวกัน แม้บางสารจะมีค่าใกล้เคียงกัน ในการบังคับใช้ในประเทศไทย ต้องใช้ค่าตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ลงวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560 เป็นเกณฑ์บังคับ ส่วน OSHA PEL และ ACGIH TLV เป็นค่ามาตรฐานต่างประเทศที่อาจใช้เป็นข้อมูลประกอบในกรณีที่ประกาศกรม 2560 ไม่ครอบคลุมสารบางชนิดเท่านั้น
Q4: กรณีโรงงานต้องประเมินความเสี่ยงตามกฎหมายโรงงานอยู่แล้ว ยังต้องประเมินตามข้อ 32 อีกหรือไม่?
ข้อ 32 วรรคท้ายแห่งกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 บัญญัติว่า "นายจ้างที่ต้องประเมินความเสี่ยงและจัดทำรายงานการประเมินความเสี่ยงในการก่อให้เกิดอันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ให้ถือว่าได้ประเมินความเสี่ยงตามข้อนี้แล้ว ทั้งนี้ ให้แจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อทราบ" กล่าวคือ ไม่ต้องประเมินซ้ำ แต่ต้องแจ้งอธิบดีเพื่อทราบเท่านั้น
Q5: จัดส่ง SDS รายเดียวให้ลูกจ้างอ่านเองพอหรือไม่?
ไม่พอ ตามข้อ 3 และข้อ 4 แห่งกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2556 นายจ้างต้องแจ้งและ "อธิบาย" ให้ลูกจ้างเข้าใจข้อมูลความปลอดภัย รวมทั้งจัดทำคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทำงาน คำแนะนำการป้องกันอันตราย และความหมายของข้อมูลบนฉลากและ SDS การแจกเอกสารโดยไม่อบรมและไม่มีคู่มือไม่ถือว่าครบหน้าที่
10. สรุป
- กฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ออกตามมาตรา 5 และมาตรา 8 แห่งพ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ประกาศใช้ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 มี 10 หมวด 36 ข้อ บังคับใช้กับสถานประกอบกิจการที่มีสารเคมีตามบัญชี 1,516 รายการของอธิบดี
- หน้าที่หลัก 6 ประการของนายจ้าง คือ จัดทำบัญชี+SDS และแจ้งภายใน 7 วัน + ทุกเดือนมกราคม / ฝึกอบรมก่อนเริ่มงาน / ติดฉลากภาษาไทยและจัดป้าย / เก็บรักษาปลอดภัย / ตรวจวัดความเข้มข้น / จัดทำแผนเหตุฉุกเฉินและฝึกซ้อม
- ขีดจำกัดความเข้มข้น ตามประกาศกรม 2560 ใช้ค่า TWA / STEL / Ceiling เป็นเกณฑ์บังคับ ไม่ใช่ค่า OSHA PEL หรือ ACGIH TLV
- บทลงโทษ กรณีฝ่าฝืนอ้างถึงมาตรา 56 แห่งพ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีนิติบุคคล กรรมการต้องรับผิดส่วนตัวตามมาตรา 69
- เอกสารที่ต้องเก็บไว้ให้พนักงานตรวจฯ ตรวจสอบได้ ได้แก่ บัญชีสารเคมี + SDS / คู่มือปฏิบัติงาน / รายงานตรวจวัด / รายงานประเมินความเสี่ยง / แผนเหตุฉุกเฉิน / หลักฐานการฝึกซ้อมและการฝึกอบรม
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 — ฉบับเต็มที่ Law DB
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง บัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย ลงวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556 (1,516 รายการ)
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย (แบบ สอ.1) ลงวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ขีดจำกัดความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย ลงวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560
- ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการตรวจวัด และการวิเคราะห์ผลการตรวจวัดระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2559 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2565
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 — ฉบับเต็มที่ Law DB (มาตรา 5, 8, 53, 56, 69)
- สรุปแบบละเอียดกฎกระทรวงสารเคมี พ.ศ. 2556
- Cross-Reference Map พ.ร.บ. ↔ กฎกระทรวง ↔ ประกาศกรม
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

กฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 — สรุปครบ 4 หมวด 23 ข้อ
สรุปกฎกระทรวงที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 ครบ 4 หมวด 23 ข้อ นิยาม O2 19.5-23.5% LEL 10% บุคลากร 4 ตำแหน่ง หนังสืออนุญาตทำงาน 12 รายการ และหลักสูตรอบรม 4 ระดับตามประกาศกรม 2563

กฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 — สรุป 9 หมวด 67 ข้อ
สรุปกฎกระทรวงงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564 ครบ 9 หมวด 67 ข้อ — แจ้งก่อนเริ่มงาน 15 วัน ผู้ควบคุมงาน บันได 1.50 ม. รั้ว 2 ม. PPE ลิฟต์ชั่วคราว งานในน้ำ และงานรื้อถอน

กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 — สรุปครบ 4 หมวด 25 ข้อ
สรุปกฎกระทรวงความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ครบ 4 หมวด 25 ข้อ หน้าที่นายจ้าง 5 ประการ เกณฑ์แรงดัน 50 โวลต์ ระบบป้องกันฟ้าผ่า PPE และผู้ตรวจสอบตามมาตรา 9/11