🪜 ที่สูง & นั่งร้าน

คำนวณรับน้ำหนักนั่งร้านและค้ำยัน — วิศวกรผู้ออกแบบ ค่าความปลอดภัย และเกณฑ์กำลังวัสดุตามกฎหมายไทย

เกณฑ์ออกแบบนั่งร้านและค้ำยันตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 — เหล็ก yield 2,400 กก./ตร.ซม. SF 2 · ไม้ดัดประลัย 300 กก./ตร.ซม. SF 4 · ค้ำยันเหล็กรับ 2 เท่า วัสดุอื่น 4 เท่า · ต้องคำนวณโดยวิศวกร

Safety Station 1011 มิถุนายน 2569อ่าน 35 นาที · 7,709 คำ
คำนวณรับน้ำหนักนั่งร้านและค้ำยัน — วิศวกรผู้ออกแบบ ค่าความปลอดภัย และเกณฑ์กำลังวัสดุตามกฎหมายไทย

นั่งร้านที่ถล่มในไซต์ก่อสร้างเกือบทุกเคส ไม่ได้พังเพราะวัสดุไม่ดี แต่พังเพราะ "ไม่มีใครคำนวณว่ามันรับน้ำหนักได้เท่าไร" — หัวหน้าช่างประกอบตามที่เคยทำ ผู้รับเหมาเอาท่อเหล็กเก่ามาต่อ ๆ กัน แล้วเอาคน เอาอิฐ เอาปูน ขึ้นไปกองบนแผ่นพื้นจนเกินกำลัง คำถามที่ต้องตอบให้ได้ก่อนเริ่มงานคือ ใครเป็นคนรับผิดชอบตัวเลขรับน้ำหนักของนั่งร้านโครงนี้ และตัวเลขนั้นมาจากไหน

กฎหมายไทยตอบคำถามนี้ไว้ชัดเจน นั่งร้านและค้ำยันที่เข้าเกณฑ์ ต้องให้ "วิศวกร" เป็นผู้คำนวณออกแบบและควบคุมการใช้ ไม่ใช่หัวหน้าช่างหรือผู้รับเหมาประเมินเอาเอง และกฎกระทรวงฉบับล่าสุดยังลงตัวเลขทางวิศวกรรมไว้ตรง ๆ ทั้งจุดครากของเหล็ก หน่วยแรงดัดของไม้ และค่าความปลอดภัยที่ต้องผ่าน หน้านี้แยกให้เห็นชัดว่าเกณฑ์ตัวเลขแต่ละตัวมาจากข้อไหน คำว่า "ค่าความปลอดภัย" ในกฎหมายหมายถึงอะไรกันแน่ และวิศวกรเอาเกณฑ์เหล่านี้ไปใช้คำนวณจริงอย่างไร

ใครต้องเป็นคนคำนวณออกแบบ — และเข้าเกณฑ์เมื่อไหร่

หลายไซต์ยังเข้าใจว่านั่งร้านเป็นแค่โครงชั่วคราว ใครต่อก็ได้ ความเข้าใจนี้ขัดกับกฎหมายโดยตรง ตามข้อ 8 ของกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ. 2564 กำหนดว่า นายจ้างต้องจัดให้มีการคำนวณออกแบบและควบคุมการใช้นั่งร้านโดยวิศวกร ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

คำว่า "วิศวกร" ในกฎกระทรวงนี้ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จบวิศวะ ตามข้อ 2 นิยามไว้ว่าหมายถึง ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร

หมายความว่าคนที่เซ็นรับรองแบบนั่งร้านต้องมีใบ กว. ตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 ไม่ใช่หัวหน้าช่างที่มีประสบการณ์อย่างเดียว

ส่วนเกณฑ์ว่าเมื่อไหร่ต้องให้วิศวกรคำนวณ อยู่ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคำนวณออกแบบและควบคุมการใช้นั่งร้านโดยวิศวกร ตามข้อ 3 ระบุว่า นั่งร้านที่มีความสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือนั่งร้านเสาเรียงเดี่ยวสำหรับงานทาสีที่มีความสูงเกิน 7.20 เมตร และไม่มีรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด นายจ้างต้องจัดให้มีการคำนวณออกแบบโดยวิศวกร

มีอีกเกณฑ์ที่หลายคนมองข้าม ตามข้อ 14 ของประกาศกรมฉบับเดียวกัน กรณีนั่งร้านแต่ละชั้นสูงเกิน 2 เมตร ต้องได้รับการออกแบบโดยวิศวกร

นั่นแปลว่าระยะความสูงระหว่างชั้น (lift height) ที่เกิน 2 เมตร ก็เข้าเงื่อนไขให้วิศวกรออกแบบเช่นกัน

สำหรับค้ำยัน ตามข้อ 13 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 วางหลักไว้ว่า ในการสร้าง ประกอบ หรือติดตั้งค้ำยัน นายจ้างต้องจัดให้มีการคำนวณ ออกแบบ และควบคุมโดยวิศวกร

ค้ำยัน (โครงรองรับแบบหล่อคอนกรีต โครงสร้าง หรือนั่งร้าน) จึงต้องผ่านมือวิศวกรเสมอ ไม่มีเงื่อนไขความสูงมายกเว้น

ก่อนลงรายละเอียดตัวเลข แนะนำให้ทบทวนประเภทและส่วนประกอบของนั่งร้านก่อน เพื่อให้เห็นภาพว่าโครงแต่ละแบบรับน้ำหนักผ่านชิ้นส่วนใดบ้าง อ่านได้ที่ ความรู้เบื้องต้นเรื่องนั่งร้าน และดูบริบทกฎหมายงานที่สูงโดยรวมได้ที่ กฎกระทรวงงานที่สูง

"ค่าความปลอดภัย" ในกฎหมายไทยหมายถึงอะไร

ภาพประกอบ flat อธิบายค่าความปลอดภัยของนั่งร้าน — มาตรวัดน้ำหนัก 3 ระดับ working load (น้ำหนักใช้งานจริง) ถึง ultimate load (จุดวิบัติ) โดยระยะเผื่อคือค่าความปลอดภัย เหล็กคูณ 2 ไม้คูณ 4 พร้อมสมการ SF = ultimate ÷ working

ก่อนจะคำนวณอะไร ต้องเข้าใจคำว่า "ค่าความปลอดภัย" (safety factor) ในกฎหมายให้ตรงก่อน เพราะคำนี้ถูกใช้ผิดบ่อยในไซต์ บางคนเข้าใจว่าเป็นเปอร์เซ็นต์เผื่อ บางคนเข้าใจว่าเป็นน้ำหนักสูงสุดที่ขึ้นได้ ทั้งสองอย่างไม่ตรงนิยามกฎหมาย

ตามข้อ 2 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 "ค่าความปลอดภัย" หมายความว่า อัตราส่วนของหน่วยแรงหรือน้ำหนักบรรทุกที่ทำให้เกิดการวิบัติต่อหน่วยแรงหรือน้ำหนักบรรทุกที่ใช้งานจริง

เขียนเป็นสมการได้ตรง ๆ ว่า:

ค่าความปลอดภัย = น้ำหนักบรรทุกที่ทำให้วิบัติ (ultimate load) ÷ น้ำหนักบรรทุกใช้งานจริง (working load)

พูดง่าย ๆ คือ ถ้ากฎหมายบอกว่าค่าความปลอดภัยต้องไม่น้อยกว่า 2 หมายความว่าจุดที่โครงสร้างจะพังต้องสูงกว่าน้ำหนักที่ใช้งานจริงอย่างน้อย 2 เท่า ไม่ใช่ว่าออกแบบให้รับได้พอดีกับน้ำหนักที่จะขึ้นไปวาง

มีอีก 3 คำที่ต้องแยกให้ออก ตามข้อ 2 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2564 นิยามไว้ดังนี้

  • น้ำหนักบรรทุกใช้งาน (working load) — ผลรวมของน้ำหนักบรรทุกทั้งหมดที่กระทำต่อโครงสร้าง
  • น้ำหนักบรรทุกคงที่ (dead load) — น้ำหนักของตัวนั่งร้านเอง รวมน้ำหนักของอุปกรณ์ทั้งหมดของนั่งร้าน
  • น้ำหนักบรรทุกจร (live load) — น้ำหนักที่อาจเปลี่ยนขนาดและตำแหน่งได้ เช่น น้ำหนักผู้ปฏิบัติงาน วัสดุ หรือรถเข็นซีเมนต์

ลำดับของการคิดจึงเป็นแบบนี้ — เริ่มจากรวม working load (dead load + live load + แรงจากสภาพแวดล้อม) แล้วคูณด้วยค่าความปลอดภัยตามชนิดวัสดุ ผลที่ได้คือกำลังขั้นต่ำที่โครงสร้างต้องรับได้โดยไม่วิบัติ

เกณฑ์กำลังวัสดุของค้ำยัน — ตัวเลขที่กฎหมายไทยลงไว้ตรง ๆ

อินโฟกราฟิกแนวตั้งตารางเกณฑ์ค้ำยันตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ข้อ 13 — เหล็กจุดคราก 2,400 กก./ตร.ซม. SF 2 · ไม้หน่วยแรงดัดประลัย 300 กก./ตร.ซม. SF 4 · ค้ำยันเหล็กรับ 2 เท่า · ค้ำยันวัสดุอื่น 4 เท่า · ที่รองรับ 2 เท่า

จุดที่ทำให้กฎกระทรวงนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ. 2564 ต่างจากกฎหมายความปลอดภัยฉบับอื่นคือ มันลงตัวเลขทางวิศวกรรมไว้ในตัวบทเลย ไม่ได้ใช้คำกว้าง ๆ ว่า "มั่นคงแข็งแรง" อย่างเดียว ตัวเลขเหล่านี้อยู่ในข้อ 13 ซึ่งเป็นเกณฑ์บังคับสำหรับค้ำยัน

เหล็ก

ตามข้อ 13 (3) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 เหล็กที่ใช้ทำค้ำยัน ต้องเป็นเหล็กที่มีจุดคราก (yield point) ไม่น้อยกว่า 2,400 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2

"จุดคราก" ตามนิยามในข้อ 2 ของประกาศกรมฯ คือ จุดที่หน่วยแรงดึงที่วัสดุเริ่มยืดโดยไม่ต้องเพิ่มแรงดึงขึ้นอีก

ค่า 2,400 กก./ตร.ซม. นี้ใกล้เคียงกับเหล็กโครงสร้างเกรดทั่วไป จึงเป็นเพดานล่างที่ต้องผ่าน เหล็กเก่าที่เป็นสนิมจนหน้าตัดลด หรือเหล็กที่ไม่รู้เกรด มีโอกาสไม่ผ่านเกณฑ์นี้

ไม้

ตามข้อ 13 (2) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ไม้ที่ใช้ทำค้ำยัน ต้องเป็นไม้ที่ไม่ผุเปื่อยหรือชำรุดจนทำให้ไม้ขาดความแข็งแรงทนทาน และต้องมีหน่วยแรงดัดประลัย (ultimate bending stress) ไม่น้อยกว่า 300 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4

จุดที่ต้องสังเกตคือ ไม้ใช้ค่าความปลอดภัย 4 ส่วนเหล็กใช้ 2 เหตุผลคือไม้เป็นวัสดุธรรมชาติที่กำลังกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ มีตา มีเสี้ยน มีความชื้นต่างกัน กฎหมายจึงเผื่อค่าความปลอดภัยให้สูงกว่าเหล็กเท่าตัว

เกณฑ์รับน้ำหนักของค้ำยันและที่รองรับ

นอกจากกำลังวัสดุแล้ว ข้อ 13 ยังกำหนดเกณฑ์รับน้ำหนักของตัวค้ำยันและฐานรองด้วย

ตามข้อ 13 (1) ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ค้ำยันที่ทำด้วยเหล็ก ต้องสามารถรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานได้ไม่น้อยกว่าสองเท่าของน้ำหนักบรรทุกใช้งาน ในกรณีค้ำยันทำด้วยวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เหล็ก ต้องสามารถรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานได้ไม่น้อยกว่าสี่เท่าของน้ำหนักบรรทุกใช้งาน และต้องมีเอกสารแสดงกำลังวัสดุประกอบด้วย

และตามข้อ 13 (5) ในกรณีที่มีที่รองรับค้ำยัน ต้องสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ไม่น้อยกว่าสองเท่าของน้ำหนักบรรทุกใช้งาน

สรุปเกณฑ์ค้ำยันตามข้อ 13 เป็นตารางได้ดังนี้

รายการ เกณฑ์ตามกฎหมายไทย (กฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ข้อ 13)
เหล็กทำค้ำยัน — จุดคราก ไม่น้อยกว่า 2,400 กก./ตร.ซม. + ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2
ไม้ทำค้ำยัน — หน่วยแรงดัดประลัย ไม่น้อยกว่า 300 กก./ตร.ซม. + ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
ค้ำยันเหล็ก — รับน้ำหนักบรรทุกใช้งาน ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของน้ำหนักบรรทุกใช้งาน
ค้ำยันวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เหล็ก ไม่น้อยกว่า 4 เท่า + มีเอกสารแสดงกำลังวัสดุ
ที่รองรับค้ำยัน ไม่น้อยกว่า 2 เท่าของน้ำหนักบรรทุกใช้งาน

เกณฑ์ที่เหลือในข้อ 13 ที่ไม่ใช่ตัวเลขแต่บังคับเหมือนกัน คือ ข้อต่อและจุดยึดต่าง ๆ ของค้ำยันต้องมั่นคงแข็งแรง ตามข้อ 13 (4) และค้ำยันต้องยึดโยงหรือตรึงกับพื้นดินหรือส่วนของสิ่งก่อสร้างให้มั่นคงแข็งแรง ตามข้อ 13 (6)

เกณฑ์กำลังวัสดุของตัวนั่งร้าน — ตามประกาศกรมฯ ข้อ 20

ตัวค้ำยันมีเกณฑ์ตามกฎกระทรวงข้อ 13 ส่วนตัวนั่งร้านเอง เกณฑ์อยู่ในประกาศกรมฯ พ.ศ. 2564 ข้อ 20 ซึ่งกำหนดว่า กรณีนายจ้างจัดให้มีวิศวกรเป็นผู้คำนวณและออกแบบนั่งร้าน หรือนั่งร้านที่มาจากผู้ผลิต อย่างน้อยต้องมีกำลังของวัสดุเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

ตัวเลขกำลังวัสดุของนั่งร้านตรงกับของค้ำยัน คือ ไม้ที่ใช้สร้างนั่งร้านต้องมีหน่วยแรงดัดประลัยไม่น้อยกว่า 300 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 ตามข้อ 20 (1) ส่วนเหล็กที่ใช้สร้างนั่งร้านต้องมีจุดครากไม่น้อยกว่า 2,400 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร และมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2 ตามข้อ 20 (2)

เกณฑ์รับน้ำหนักของตัวนั่งร้านต่างจากค้ำยันตรงสัดส่วนของไม้ ตามข้อ 20 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2564 กำหนดว่า

  • ฐานหรือที่รองรับนั่งร้าน ต้องรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานไม่น้อยกว่า 2 เท่าของน้ำหนักบรรทุกใช้งาน (ข้อ 20 (4))
  • นั่งร้านที่สร้างด้วยเหล็ก ต้องรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานไม่น้อยกว่า 2 เท่า (ข้อ 20 (5))
  • นั่งร้านที่สร้างด้วยไม้ ต้องรับน้ำหนักบรรทุกใช้งานไม่น้อยกว่า 4 เท่า กรณีสร้างด้วยไม้ไผ่ต้องมีเอกสารแสดงผลกำลังวัสดุจากสถาบันที่เชื่อถือได้ประกอบ (ข้อ 20 (6))
  • เชือกหรือลวดสลิงต้องรับน้ำหนักปลอดภัยไม่น้อยกว่าน้ำหนักบรรทุกใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิตกำหนด (ข้อ 20 (3))

มีตัวเลขขั้นต่ำที่ต้องจำอีกตัวสำหรับ live load ตามข้อ 21 (1)(ข) ของประกาศกรมฯ น้ำหนักบรรทุกจรของผู้ปฏิบัติงานและวัสดุบนแผ่นพื้นนั่งร้านสำหรับการทำงานจริง ต้องไม่น้อยกว่า 150 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

ค่านี้เป็น live load ขั้นต่ำที่ต้องใช้ในการคำนวณเสมอ แม้งานจริงจะคาดว่าน้ำหนักน้อยกว่านั้นก็ตาม

องค์ประกอบน้ำหนักที่วิศวกรต้องรวมเข้าในการคำนวณ

ตามข้อ 21 ของประกาศกรมฯ พ.ศ. 2564 การคำนวณน้ำหนักบรรทุกใช้งานที่กระทำบนโครงสร้างนั่งร้าน อย่างน้อยต้องรับน้ำหนักซึ่งเป็นผลรวมของน้ำหนักบรรทุกในแนวดิ่ง (น้ำหนักบรรทุกคงที่ + น้ำหนักบรรทุกจร) และน้ำหนักบรรทุกจากสภาพแวดล้อม

น้ำหนักบรรทุกจากสภาพแวดล้อมตามข้อ 21 (2) รวมถึงแรงสั่นสะเทือน แรงลม แรงดันดิน แรงดันของกระแสน้ำ น้ำหนักผ้าใบ แผ่นไม้ หรือสิ่งปิดกั้นอื่นที่อาจมีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของนั่งร้าน

จุดที่ทีมหน้างานพลาดบ่อย คือ ลืมน้ำหนักผ้าใบกันฝุ่นที่ขึงรอบนั่งร้าน ซึ่งทำตัวเป็นแผ่นรับแรงลม (sail effect) เพิ่มแรงด้านข้างมหาศาลในวันลมแรง ข้อ 13 ของประกาศกรมฯ ย้ำเรื่องนี้ไว้อีกชั้นว่า ในการสร้างนั่งร้านให้พิจารณาถึงแรงสั่นสะเทือน แรงลม และน้ำหนักของผ้าใบ แผ่นไม้ หรือสิ่งปิดกั้นอื่นที่อาจมีผลต่อความมั่นคงแข็งแรง

รายละเอียดข้อมูลที่ต้องมีประกอบการคำนวณตามข้อ 5 ของประกาศกรมฯ มีครบชุด ตั้งแต่ชนิดและกำลังของวัสดุ น้ำหนักบรรทุกใช้งาน (อย่างน้อยต้องมี dead load + live load) น้ำหนักจากสภาพแวดล้อม น้ำหนักบรรทุกใช้งานสูงสุดเพื่อการออกแบบ และน้ำหนักบรรทุกสูงสุดสำหรับใช้งานจริง พร้อมแบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลน

ตัวอย่างการคำนวณ — ใช้ตัวเลขสมมติเพื่อให้เห็นวิธีคิด

ตัวเลขในตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่ออธิบายลำดับการคำนวณเท่านั้น ไม่ใช่ค่ามาตรฐานบังคับ การออกแบบจริงต้องให้วิศวกรผู้ได้รับใบอนุญาตคำนวณและเซ็นรับรองตามข้อ 8 และข้อ 13 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564

สมมติแผ่นพื้นนั่งร้านชั้นทำงานขนาด 2 เมตร x 1.5 เมตร (พื้นที่ 3 ตารางเมตร) มีองค์ประกอบน้ำหนักดังนี้

ขั้นที่ 1 — รวม live load ตามเกณฑ์ขั้นต่ำ ข้อ 21 (1)(ข) บังคับ live load ไม่น้อยกว่า 150 กก./ตร.ม. ดังนั้น

live load = 150 กก./ตร.ม. x 3 ตร.ม. = 450 กิโลกรัม

ขั้นที่ 2 — บวก dead load สมมติน้ำหนักตัวโครงนั่งร้านส่วนที่ถ่ายลงชั้นนี้รวม 200 กิโลกรัม

working load รวม = live load 450 + dead load 200 = 650 กิโลกรัม (ยังไม่รวมแรงลมและแรงสภาพแวดล้อมซึ่งต้องเพิ่มตามข้อ 21 (2))

ขั้นที่ 3 — คูณค่าความปลอดภัยตามชนิดวัสดุ ถ้าโครงเป็นเหล็ก ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2 ตามข้อ 13 (3) และข้อ 20 (2)

กำลังขั้นต่ำที่ชิ้นส่วนเหล็กต้องรับได้ = 650 x 2 = 1,300 กิโลกรัม

ถ้าเป็นโครงไม้ ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 ตามข้อ 13 (2) และข้อ 20 (1)

กำลังขั้นต่ำที่ชิ้นส่วนไม้ต้องรับได้ = 650 x 4 = 2,600 กิโลกรัม

ขั้นที่ 4 — ตรวจกำลังหน้าตัดของวัสดุจริง วิศวกรจะนำกำลังที่ต้องการ (1,300 กก. สำหรับเหล็ก) ไปเทียบกับกำลังของชิ้นส่วน โดยกำลังของเหล็กคิดจากจุดครากไม่น้อยกว่า 2,400 กก./ตร.ซม. คูณพื้นที่หน้าตัด ส่วนไม้คิดจากหน่วยแรงดัดประลัยไม่น้อยกว่า 300 กก./ตร.ซม. ถ้ากำลังของชิ้นส่วนสูงกว่ากำลังที่ต้องการ ถือว่าผ่าน

ลำดับนี้สะท้อนนิยามค่าความปลอดภัยตามข้อ 2 ตรง ๆ คือ จุดที่วัสดุจะวิบัติ (กำลังจริงของหน้าตัด) ต้องสูงกว่าน้ำหนักใช้งานจริงตามอัตราส่วนที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่แค่ออกแบบให้รับได้พอดี

เทียบกับมาตรฐานสากล — แยกให้ชัดจากเกณฑ์ไทย

เกณฑ์ทั้งหมดข้างบนเป็นกฎหมายไทย ส่วนในเอกสารวิศวกรรมต่างประเทศจะเจอเกณฑ์อีกชุด ที่ต้องระบุชัดว่าเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่กฎหมายไทย เพื่อไม่ให้อ้างปนกันในเอกสาร JSA หรือ method statement

  • OSHA 1926.451 (สหรัฐ) ใช้หลักว่านั่งร้านและส่วนประกอบต้องรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 4 เท่าของ maximum intended load (4:1 capacity) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่เกณฑ์ไทย
  • BS EN 12811 (มาตรฐานยุโรป) กำหนด load class ของแผ่นพื้นนั่งร้านเป็นระดับ พร้อมเกณฑ์ partial safety factor แยกตามชนิดแรง เป็นมาตรฐานสากล
  • ANSI/SSFI (สหรัฐ) เป็นมาตรฐานสมาคมผู้ผลิตนั่งร้าน ใช้ทดสอบกำลังของระบบ frame/coupler เป็นมาตรฐานสากล

ในทางปฏิบัติ เกณฑ์ไทยกับสากลเดินไปทางเดียวกันคือ "ออกแบบให้รับได้มากกว่าน้ำหนักใช้งานหลายเท่า" แต่ตัวเลขค่าความปลอดภัยและวิธีจัดหมวด load ไม่เหมือนกัน เมื่ออ้างในเอกสารต้องระบุ source ของทุกตัวเลขให้ชัด ตัวเลขที่ใช้บังคับในประเทศไทยคือเกณฑ์ตามกฎกระทรวงและประกาศกรมฯ พ.ศ. 2564 ส่วนตัวเลข OSHA/EN/ANSI ใช้เป็น best practice เสริมได้ แต่ไม่แทนเกณฑ์ไทย

เอกสาร การควบคุม และการตรวจสอบที่กฎหมายบังคับ

การออกแบบที่ถูกต้องไม่จบที่การคำนวณ แต่ต้องมีเอกสารและการควบคุมตามมา

คู่มือและรายละเอียดคุณลักษณะ — ตามข้อ 7 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ในการสร้าง ประกอบ ติดตั้ง ใช้ เคลื่อนย้าย และรื้อถอนนั่งร้าน นายจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด หากไม่มี นายจ้างต้องดำเนินการให้วิศวกรเป็นผู้จัดทำรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานเป็นหนังสือ และต้องเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่นที่ลูกจ้างศึกษาและปฏิบัติได้

สำหรับค้ำยัน ข้อ 12 ให้นำข้อ 7 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ป้ายน้ำหนักบรรทุก — ตามข้อ 7 ของประกาศกรมฯ นายจ้างต้องจัดให้มีป้ายน้ำหนักบรรทุกใช้งานสูงสุดและจำนวนผู้ปฏิบัติงานสูงสุดของแต่ละชั้นนั่งร้าน พร้อมติดหมายเลขแต่ละชั้นให้เห็นชัดเจน

ป้ายนี้คือผลลัพธ์ของการคำนวณที่ต้องสื่อสารถึงคนหน้างาน ไม่ใช่แค่เก็บไว้ในแฟ้มคำนวณ

การตรวจสอบก่อนใช้งาน — ตามข้อ 11 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบนั่งร้านทุกครั้งก่อนการใช้งานและทำรายงานผลการตรวจสอบไว้ พร้อมเก็บสำเนาให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

สำหรับค้ำยัน ข้อ 14 บังคับให้ตรวจส่วนประกอบของค้ำยันและที่รองรับทุกครั้งก่อนใช้งานและระหว่างใช้งาน หากพบว่าไม่มั่นคงแข็งแรงต้องซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้ปลอดภัย

รายการที่ต้องตรวจดูได้ที่ Checklist ตรวจสอบนั่งร้าน

การควบคุมการใช้โดยวิศวกร — ตามข้อ 27 ของประกาศกรมฯ นายจ้างต้องจัดให้มีการควบคุมการใช้งานนั่งร้านโดยวิศวกรอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง เมื่อใช้นั่งร้านสำหรับงานก่อสร้างที่มีความสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือใช้นั่งร้านห้อยแขวน

และตามข้อ 28 กรณีนั่งร้านได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุหรือสภาพแวดล้อมที่อาจกระทบความมั่นคงแข็งแรง นายจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรตรวจสอบและทดสอบก่อนการใช้งาน

การป้องกันวัสดุร่วงหล่นเมื่อทำงานหลายชั้น — ตามข้อ 10 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ในการทำงานบนนั่งร้านหลายชั้นพร้อมกัน นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันวัสดุร่วงหล่นที่เหมาะสม เพื่อมิให้เกิดอันตรายต่อผู้ซึ่งทำงานอยู่ด้านล่าง

ข้อพลาดที่เจอบ่อยในการออกแบบและใช้งาน

  • ใช้วัสดุต่างชนิดในโครงเดียว — ข้อ 22 (2) ของประกาศกรมฯ ห้ามใช้วัสดุที่ใช้ทำโครงสร้างนั่งร้านต่างชนิดกัน เพราะกำลังและพฤติกรรมการรับแรงไม่เท่ากัน
  • เอาเหล็กเก่าเป็นสนิมมาต่อ — สนิมทำให้หน้าตัดลด จุดครากจริงอาจต่ำกว่า 2,400 กก./ตร.ซม. ตามเกณฑ์ข้อ 13 (3) ข้อ 22 (1) ห้ามใช้วัสดุที่ชำรุด ผุ เปื่อย มีรอยแตกร้าวจนขาดความแข็งแรง
  • ลืม sail effect ของผ้าใบ — ไม่รวมแรงลมจากผ้าใบเข้าในการคำนวณตามข้อ 21 (2) ทำให้นั่งร้านโย้หรือล้มในวันลมแรง
  • เข้าใจค่าความปลอดภัยผิด — ออกแบบให้รับน้ำหนักได้พอดีกับ working load แทนที่จะคูณค่าความปลอดภัยตามข้อ 2
  • ละเลย live load ขั้นต่ำ 150 กก./ตร.ม. — คำนวณจากน้ำหนักจริงที่คาดว่าจะใช้ แทนที่จะใช้ค่าขั้นต่ำตามข้อ 21 (1)(ข)
  • ไม่ติดป้ายน้ำหนักบรรทุกแต่ละชั้น — ทำให้คนหน้างานไม่รู้ขีดจำกัด แล้วกองวัสดุเกินตามข้อ 7 ของประกาศกรมฯ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หัวหน้าช่างที่มีประสบการณ์ 20 ปีคำนวณนั่งร้านเองได้ไหม

ไม่ได้ ถ้านั่งร้านเข้าเกณฑ์ตามข้อ 3 ของประกาศกรมฯ (สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป หรือเสาเรียงเดี่ยวงานทาสีสูงเกิน 7.20 เมตร และไม่มีคู่มือผู้ผลิต) ต้องให้ "วิศวกร" ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมเป็นผู้คำนวณออกแบบ ตามข้อ 8 ของกฎกระทรวงและนิยามในข้อ 2 ประสบการณ์อย่างเดียวไม่เข้าข่าย

ค่าความปลอดภัย 2 กับ 4 ต่างกันยังไง ใช้ตัวไหน

ขึ้นกับชนิดวัสดุ เหล็กใช้ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2 ไม้ใช้ไม่น้อยกว่า 4 ตามข้อ 13 ของกฎกระทรวง สาเหตุที่ไม้สูงกว่าเพราะกำลังของไม้กระจายตัวไม่สม่ำเสมอ มีตา มีเสี้ยน มีความชื้น กฎหมายจึงเผื่อมากกว่า

ซื้อนั่งร้านระบบ frame สำเร็จรูปจากผู้ผลิต ยังต้องให้วิศวกรคำนวณอีกไหม

ถ้ามีรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานจากผู้ผลิตครบ ตามข้อ 3 ของประกาศกรมฯ ก็ใช้ตามคู่มือนั้นได้ แต่ถ้าไม่มีคู่มือ หรือนำไปใช้นอกเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด หรือนั่งร้านแต่ละชั้นสูงเกิน 2 เมตรตามข้อ 14 ยังต้องให้วิศวกรออกแบบ และต้องควบคุมการใช้โดยวิศวกรตามข้อ 27 อยู่ดี

ตัวเลข OSHA 4:1 ใช้แทนเกณฑ์ไทยได้ไหม

ไม่ได้ในเชิงกฎหมาย เกณฑ์ที่บังคับใช้ในไทยคือค่าความปลอดภัยตามกฎกระทรวงและประกาศกรมฯ พ.ศ. 2564 ตัวเลข OSHA 1926.451 (4:1 capacity), BS EN 12811 หรือ ANSI/SSFI เป็นมาตรฐานสากล ใช้เป็น best practice เสริมได้ แต่เอกสารคำนวณที่เซ็นรับรองต้องอ้างอิงเกณฑ์ไทยเป็นหลัก และระบุ source ของตัวเลขสากลให้ชัดว่าเป็นมาตรฐานต่างประเทศ

ค้ำยันแบบหล่อคอนกรีตต้องให้วิศวกรคำนวณทุกครั้งไหม แม้สูงไม่ถึง 4 เมตร

ใช่ ค้ำยันไม่มีเงื่อนไขความสูงมายกเว้น ตามข้อ 13 ของกฎกระทรวง การสร้าง ประกอบ หรือติดตั้งค้ำยันต้องจัดให้มีการคำนวณ ออกแบบ และควบคุมโดยวิศวกรเสมอ พร้อมผ่านเกณฑ์รับน้ำหนักและกำลังวัสดุที่กำหนด

สรุป

  • นั่งร้านสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป (หรือแต่ละชั้นสูงเกิน 2 เมตร) และค้ำยันทุกกรณี ต้องให้ "วิศวกร" ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมคำนวณออกแบบและควบคุมการใช้ ตามข้อ 8 และข้อ 13 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2564
  • "ค่าความปลอดภัย" คืออัตราส่วนของน้ำหนักที่ทำให้วิบัติต่อน้ำหนักใช้งานจริง ต้องออกแบบให้จุดวิบัติสูงกว่าน้ำหนักใช้งานหลายเท่า ไม่ใช่รับได้พอดี
  • เหล็ก จุดครากไม่น้อยกว่า 2,400 กก./ตร.ซม. ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 2 · ไม้ หน่วยแรงดัดประลัยไม่น้อยกว่า 300 กก./ตร.ซม. ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4
  • ค้ำยันเหล็กต้องรับน้ำหนักไม่น้อยกว่า 2 เท่า วัสดุอื่นไม่น้อยกว่า 4 เท่า ที่รองรับไม่น้อยกว่า 2 เท่า · live load ขั้นต่ำในการคำนวณ 150 กก./ตร.ม.
  • ต้องมีคู่มือ/รายละเอียดคุณลักษณะ ป้ายน้ำหนักบรรทุกแต่ละชั้น ตรวจสอบก่อนใช้งานทุกครั้ง และให้วิศวกรควบคุมการใช้อย่างน้อยเดือนละครั้งสำหรับงานสูง 4 เมตรขึ้นไป
  • ตัวเลข OSHA/EN/ANSI เป็นมาตรฐานสากล ใช้เสริมได้แต่ไม่แทนเกณฑ์ไทย เอกสารคำนวณต้องระบุ source ทุกตัวเลข

อ้างอิงกฎหมาย

  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ. 2564 — ข้อ 2 (นิยามค่าความปลอดภัย/วิศวกร), ข้อ 7 (คู่มือ), ข้อ 8 (วิศวกรคำนวณออกแบบนั่งร้าน), ข้อ 10 (ป้องกันวัสดุร่วงหล่น), ข้อ 11 (ตรวจสอบก่อนใช้), ข้อ 12-14 (ค้ำยัน + เกณฑ์กำลังวัสดุ) law.safety.ac.th/laws/09-scaffolding-02-minreg-2564
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคำนวณออกแบบและควบคุมการใช้นั่งร้านโดยวิศวกร (ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564) — ข้อ 2 (นิยาม working/dead/live load), ข้อ 3 (เกณฑ์เข้าข่าย 4 ม./7.20 ม.), ข้อ 5 (ข้อมูลประกอบการออกแบบ), ข้อ 7 (ป้ายน้ำหนัก), ข้อ 14 (ชั้นสูงเกิน 2 ม.), ข้อ 20-21 (กำลังวัสดุ + การรวมน้ำหนัก), ข้อ 22 (วัสดุต้องห้าม), ข้อ 27-28 (ควบคุมการใช้โดยวิศวกร) law.safety.ac.th/laws/09-scaffolding-05-deptann-2564
  • พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 — มาตรา 5, มาตรา 8 (ฐานอำนาจออกกฎกระทรวง)
  • พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 — นิยาม "วิศวกร" ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ที่สูงและนั่งร้าน? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

เคสตกจากนั่งร้านสูง 6 เมตร — เมื่อ Harness ไม่ได้คาด
ที่สูง

เคสตกจากนั่งร้านสูง 6 เมตร — เมื่อ Harness ไม่ได้คาด

เคสที่ปรับให้คล้ายความจริงจากไซต์ก่อสร้างไทย ปี 2567 — ช่างตกจากนั่งร้าน 6 เมตร Harness ไม่ได้คาด ทำไมระบบป้องกันไม่ทำงาน และพรุ่งนี้ Site team ต้องทำอะไรตามกฎ 2564

29 เม.ย. 2569อ่าน 21 นาที
เคลื่อนย้ายนั่งร้านเคลื่อนที่ ไม่มีคนบนหอ ล็อกล้อครบ ตรวจก่อนขึ้นใช้
ที่สูง

เคลื่อนย้ายนั่งร้านเคลื่อนที่ ไม่มีคนบนหอ ล็อกล้อครบ ตรวจก่อนขึ้นใช้

กติกาเคลื่อนย้ายนั่งร้านเคลื่อนที่สามช่วง ก่อนเข็น ระหว่างเข็น และก่อนขึ้นใช้ที่จุดใหม่ พร้อมแยกว่าค่าใดมาจากกฎกระทรวง พ.ศ. 2564 ค่าใดเป็นค่าอ้างอิงสากล

13 ก.ย. 2569อ่าน 29 นาที
Rope Access (IRATA) เทียบนั่งร้านและกระเช้า — งานแบบไหนเลือกตัวไหน
ที่สูง

Rope Access (IRATA) เทียบนั่งร้านและกระเช้า — งานแบบไหนเลือกตัวไหน

Rope Access ทำงานด้วยระบบ 2 เชือกตามมาตรฐาน IRATA สากล เทียบกับนั่งร้านและกระเช้า MEWP พร้อมข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 4 กฎกระทรวงที่สูง พ.ศ. 2564 ว่าใช้ได้ตามกฎหมายไทยไหม

17 มิ.ย. 2569อ่าน 16 นาที