ไฟฟ้า

หน้าที่นายจ้างตามกฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 และหลักฐานที่ต้องเก็บ

หน้าที่นายจ้างในกฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อบังคับ อบรม แผนผังวงจร ป้ายเตือน ตรวจรับรองปีละครั้ง กุญแจกันสับสวิตช์ และข้อ 20 ที่เป็นฟ้าผ่าไม่ใช่อาร์กแฟลช

Safety Station 10116 กันยายน 2569อ่าน 30 นาที · 6,580 คำ
หน้าที่นายจ้างตามกฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 และหลักฐานที่ต้องเก็บ

หน้าที่นายจ้างตามกฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 และหลักฐานที่ต้องเก็บ

กฎหมายไทยวางหน้าที่ของนายจ้างในงานไฟฟ้าไว้เป็นชุดต่อเนื่อง ตั้งแต่การเขียนข้อบังคับในการทำงาน การอบรมลูกจ้าง การเก็บแผนผังวงจรที่มีผู้รับรอง การติดป้ายเตือนและแผ่นภาพช่วยชีวิต ไปจนถึงการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าประจำปี ทั้งหมดอยู่ในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ซึ่งออกตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

เนื้อหาต่อจากนี้เรียงตามลำดับข้อ พร้อมชี้ว่าหลักฐานชิ้นใดที่พนักงานตรวจความปลอดภัยขอดูได้ โครงกฎทั้งฉบับดูที่ ภาพรวมกฎกระทรวงไฟฟ้า 2558

ขอบเขตและคำนิยามที่ชี้ว่าใครอยู่ใต้กฎฉบับนี้

กฎกระทรวงฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และผูกกับนายจ้างทุกรายที่มีระบบไฟฟ้าในสถานประกอบกิจการ

คำนิยามในข้อ 2 เป็นตัวกำหนดขอบเขตที่แท้จริง คำที่ใช้ตัดสินหน้างานบ่อยที่สุดมี 2 คำ ดังนี้

คำ ความหมายตามข้อ 2 ผลในทางปฏิบัติ
ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ผู้ทำหน้าที่ติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือหน้าที่อื่นในลักษณะเดียวกันกับระบบไฟฟ้า บริภัณฑ์ไฟฟ้า หรือสายไฟฟ้า ช่างซ่อมบำรุงที่แตะแผงควบคุม เข้านิยามนี้ด้วย
วิศวกร ผู้ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ผู้รับรองแผนผังวงจรต้องมีใบอนุญาตจริง

หน้าที่หลักในหมวดบททั่วไป ตั้งแต่ข้อ 3 ถึงข้อ 13

หมวด 1 รวมหน้าที่เชิงระบบไว้มากที่สุด คืองานที่ต้องรักษาให้เป็นปัจจุบันเสมอ

ข้อบังคับในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า

ข้อ 3 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า โดยให้มีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ เพื่อให้ลูกจ้างปฏิบัติตาม

ถ้อยคำว่า "ไม่ต่ำกว่า" มีผลสองชั้น ชั้นแรกคือข้อบังคับของสถานประกอบกิจการเขียนให้เข้มกว่ากฎกระทรวงได้ ชั้นที่สองคือพนักงานตรวจความปลอดภัยจะใช้ข้อบังคับฉบับนั้นเป็นเกณฑ์ตรวจด้วย

การฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า

ข้อ 4 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมให้กับลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัยตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

หลักเกณฑ์ที่อธิบดีออกตามข้อ 4 คือประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดเวลาอบรมไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง และกำหนดหัวข้อวิชาขั้นต่ำไว้ 3 หัวข้อ ได้แก่ กฎหมายและความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า สาเหตุและการป้องกันอันตรายพร้อมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล และการช่วยเหลือผู้ประสบอันตรายกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ประกาศฉบับเดียวกันคุมวิธีจัดอบรมด้วย คือห้องหนึ่งมีผู้เข้าอบรมไม่เกิน 60 คน มีวิทยากรอย่างน้อย 1 คน ผู้เข้าอบรมต้องเข้าเต็มเวลา ผ่านเกณฑ์วัดผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 และผู้จัดต้องออกหลักฐานแสดงการผ่านการฝึกอบรม

งานเอกสารที่ตกหล่นบ่อยอยู่ที่ข้อ 2 ของประกาศฉบับนี้ ซึ่งกำหนดให้นายจ้างจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ผ่านการฝึกอบรม วัน เวลา พร้อมรายชื่อวิทยากร เก็บไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลา และแจ้งทะเบียนชุดเดียวกันต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบภายใน 15 วันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม

ประกาศฉบับที่ 2 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 เพิ่มทางเลือกว่าลูกจ้างที่ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ถือว่าผ่านการฝึกอบรมตามประกาศนี้

แผนผังวงจรไฟฟ้าที่มีผู้รับรอง

ข้อ 5 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีและเก็บรักษาแผนผังวงจรไฟฟ้าที่ติดตั้งภายในสถานประกอบกิจการทั้งหมด ซึ่งได้รับการรับรองจากวิศวกรหรือการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น ไว้ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบ และหากมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ต้องแก้ไขแผนผังนั้นให้ถูกต้อง

คำว่า "ทั้งหมด" และเงื่อนไขการแก้ไขให้ถูกต้อง ทำให้แผนผังวงจรต้องปรับตามของจริงเสมอ ทุกครั้งที่ย้ายเครื่องจักร เพิ่มแผงย่อย หรือเปลี่ยนขนาดเบรกเกอร์ และผู้รับรองต้องเป็นวิศวกรตามนิยามในข้อ 2 หรือการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น

ป้ายเตือนอันตรายและแผ่นภาพวิธีช่วยชีวิต

ข้อ 6 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีแผ่นป้ายที่มีตัวอักษรหรือสัญลักษณ์เตือนให้ระวังอันตรายจากไฟฟ้าที่มองเห็นได้ชัดเจน ติดตั้งไว้โดยเปิดเผยในบริเวณที่อาจเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ตามแบบที่กำหนดไว้ในมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

ต่อเนื่องกัน ข้อ 13 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีแผ่นภาพพร้อมคำบรรยายติดไว้ในบริเวณที่ทำงานที่ลูกจ้างมองเห็นได้ชัดเจน 2 เรื่อง คือวิธีปฏิบัติเมื่อประสบอันตรายจากไฟฟ้า และการปฐมพยาบาลกับการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ทั้งการผายปอดและการนวดหัวใจจากภายนอก

ป้ายตามข้อ 6 เตือนก่อนเข้าใกล้ ส่วนแผ่นภาพตามข้อ 13 บอกวิธีทำเมื่อมีคนถูกไฟดูดแล้ว จึงนับแยกกันเวลาตรวจ

การดูแล ตรวจสอบ และรับรองระบบไฟฟ้า

ข้อ 11 กำหนดให้นายจ้างดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากพบว่าชำรุดหรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว ให้ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย พร้อมจัดให้มีหลักฐานเพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้

ข้อ 12 มีน้ำหนักที่สุดในเชิงเอกสาร เพราะกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้าเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย และให้บุคคลที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 แล้วแต่กรณี เป็นผู้จัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองไว้

ทั้งนี้ ข้อ 25 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาล กำหนดให้วิศวกรตามคำนิยามในกฎกระทรวงนี้ตรวจสอบและรับรองตามข้อ 12 ไปก่อน จนกว่าจะมีผู้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลตามมาตรา 11

ความถี่และแบบบันทึกอยู่ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า ลงวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งยกเลิกฉบับเดิมปี พ.ศ. 2558 ฉบับปัจจุบันกำหนดให้ตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และจัดทำบันทึกผลตามแบบท้ายประกาศ

ประกาศฉบับนี้ยังลดงานซ้ำซ้อน กรณีตรวจสอบและรับรองตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารแล้ว ให้ถือว่าเป็นการตรวจสอบและรับรองตามประกาศฉบับนี้ และเมื่อตรวจเสร็จ ข้อ 4 กำหนดให้แจ้งบันทึกผลต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบภายใน 30 วัน โดยแจ้งทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นหลัก

กุญแจป้องกันการสับสวิตช์ตามข้อ 15

ข้อ 15 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการใช้กุญแจป้องกันการสับสวิตช์เชื่อมต่อวงจร หรือจัดให้มีระบบระวังป้องกันมิให้เกิดการสับสวิตช์เชื่อมต่อวงจร ตลอดเวลาที่ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าทำงานติดตั้ง ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าหรือบริภัณฑ์ไฟฟ้า และให้ติดป้ายแสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ห้ามสับสวิตช์เชื่อมต่อวงจรไว้ด้วย

ข้อนี้คือรากของระบบล็อกและติดป้ายในกฎหมายไทย เพราะครบทั้งการล็อกทางกายภาพ ระบบระวังป้องกันที่ใช้แทนเมื่อล็อกไม่ได้ และป้ายห้ามสับสวิตช์ ถ้อยคำว่า "ตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน" ยังกำหนดชัดว่าล็อกต้องคาอยู่ตั้งแต่ก่อนเริ่มงานจนงานเสร็จ ขั้นตอนปฏิบัติทีละขั้นและกรณีหลายทีมทำงานพร้อมกัน อ่านต่อได้ที่ ขั้นตอนล็อกและติดป้ายงานไฟฟ้า

ข้อที่ทำงานคู่กันคือข้อ 16 ซึ่งห้ามให้ลูกจ้างทำความสะอาดบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้า เว้นแต่มีมาตรการด้านความปลอดภัยรองรับครบถ้วน งานล้างตู้และเป่าฝุ่นแผงจ่ายไฟจึงต้องตัดไฟและล็อกก่อน

ระบบป้องกันฟ้าผ่าตามข้อ 20 กับอาร์กแฟลชที่เป็นมาตรฐานสากล

ข้อ 20 อยู่ในหมวด 3 ซึ่งมีชื่อหมวดว่าระบบป้องกันฟ้าผ่า และมีเพียงข้อเดียว โดยกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีระบบป้องกันฟ้าผ่าตามมาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่าของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือมาตรฐานสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา หรือมาตรฐานคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ หรือมาตรฐานอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ไว้ที่สถานประกอบกิจการ อาคาร ปล่องควัน รวมถึงบริเวณที่มีถังเก็บของเหลวไวไฟหรือก๊าซไวไฟ

ตัวบทเอ่ยชื่อองค์กรมาตรฐานต่างประเทศไว้ 2 แห่ง จุดนี้เองที่ทำให้บทความจำนวนมากสรุปว่ากฎหมายไทยรับเกณฑ์อาร์กแฟลชมาใช้แล้ว ซึ่งไม่ตรงกับตัวบท เพราะมาตรฐานที่ข้อ 20 อ้างถึงคือมาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า กล่าวคือ ตัวนำล่อฟ้า ตัวนำลงดิน และรากสายดิน ที่ป้องกันความเสียหายจากประจุฟ้าผ่าลงอาคารและถังเก็บเชื้อเพลิง

อาร์กแฟลชเป็นคนละปรากฏการณ์ คือการลัดวงจรที่ปลดปล่อยพลังงานความร้อนและแรงดันจากอาร์กภายในบริภัณฑ์ไฟฟ้า การประเมินและการเลือกชุดป้องกันอยู่ในมาตรฐานสากล ได้แก่ NFPA 70E และ IEEE 1584 ซึ่งเป็นมาตรฐานวิชาชีพของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมายไทย กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ไม่มีสูตรคำนวณพลังงานตกกระทบ ไม่มีค่าระยะขอบเขตอาร์กแฟลช และไม่มีการจัดชั้นชุดป้องกันตามหน่วยพลังงาน

เกณฑ์ที่กฎหมายไทยใช้แทนคือแรงดันไฟฟ้าและระยะห่าง ข้อ 22 กำหนดให้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้า ต้องเหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียง

สถานประกอบกิจการที่ศึกษาอาร์กแฟลชอยู่แล้ว ใช้ผลตอบเชิงปริมาณได้ว่าอุปกรณ์ที่เลือกเหมาะสมหรือไม่ แต่ยังต้องผ่านเกณฑ์ตามกฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ทุกข้อ เพราะพนักงานตรวจใช้กฎกระทรวงเป็นเกณฑ์ วิธีคำนวณอ่านได้ที่ ระยะขอบเขตอาร์กแฟลช

เกณฑ์และตัวเลขที่ต้องผ่าน พร้อมที่มาของแต่ละค่า

ตารางนี้แยกให้เห็นว่าค่าใดมาจากตัวบทกฎหมายไทย และค่าใดอยู่ในมาตรฐานวิชาชีพที่กฎหมายอ้างถึงแต่ไม่ได้ระบุตัวเลขไว้ ค่า 50 โวลต์เป็นเส้นแบ่งที่ใช้ซ้ำ 2 ข้อ จึงเป็นเกณฑ์หลักของกฎฉบับนี้

เกณฑ์ ค่า ที่มา
เวลาอบรมลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ประกาศกรมฯ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ข้อ 3
แจ้งทะเบียนรายชื่อผู้ผ่านการอบรม ภายใน 15 วันนับแต่วันเสร็จสิ้นการอบรม ประกาศกรมฯ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ข้อ 2
ความถี่การตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ประกาศกรมฯ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ข้อ 3
แจ้งบันทึกผลการตรวจสอบและรับรอง ภายใน 30 วันนับแต่วันตรวจสอบเสร็จสิ้น ประกาศกรมฯ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ข้อ 4
แรงดันที่ห้ามทำงานขณะสวมเครื่องนุ่งห่มเปียก และแรงดันที่ต้องมีที่ปิดกั้นหรือแผ่นฉนวนปูพื้น เกินกว่า 50 โวลต์ กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 9 และข้อ 17
ความสูงที่ต้องใช้สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัย ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 21 วรรคสอง
ระยะห่างต่ำสุดจากสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า ไม่มีตัวเลขในกฎกระทรวง ให้ใช้มาตรฐาน วสท. หรือมาตรฐานของการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 7 และข้อ 8
พลังงานตกกระทบและระยะขอบเขตอาร์กแฟลช ไม่มีในกฎหมายไทย อยู่ในมาตรฐานสากล NFPA 70E และ IEEE 1584 มาตรฐานวิชาชีพต่างประเทศ

เอกสารและหลักฐานที่ต้องพร้อมให้ตรวจ

หน้าที่เกือบทุกข้อจบลงที่เอกสารหนึ่งชิ้น รายการต่อไปนี้ควรรวมไว้แฟ้มเดียวกัน พร้อมหลักฐานการซ่อมแซมบริภัณฑ์ที่ชำรุดตามข้อ 11

หลักฐาน ข้อที่กำหนด ผู้ลงนามหรือผู้รับรอง
ข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ข้อ 3 นายจ้าง
ทะเบียนรายชื่อผู้ผ่านการอบรม วัน เวลา และวิทยากร ข้อ 4 และประกาศกรมฯ 2558 ข้อ 2 ผู้จัดฝึกอบรม
แผนผังวงจรไฟฟ้าฉบับปัจจุบันทั้งสถานประกอบกิจการ ข้อ 5 วิศวกร หรือการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น
บันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า ข้อ 12 และประกาศกรมฯ 2568 ข้อ 3 ผู้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือนิติบุคคลตามมาตรา 11
หลักฐานการแจ้งบันทึกผลต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย ประกาศกรมฯ 2568 ข้อ 4 นายจ้าง
บันทึกการตรวจสอบและทดสอบอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล ข้อ 24 นายจ้าง ตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด

ช่องโหว่ในแฟ้มและหน้างานไฟฟ้า

  • อบรมครบชั่วโมงแต่ไม่แจ้งทะเบียน เอกสารอยู่ในแฟ้มฝ่ายบุคคล แต่ไม่มีหลักฐานการแจ้งต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน 15 วัน หน้าที่จึงยังไม่ครบ
  • ให้ช่างประจำโรงงานเซ็นรับรองผลตรวจประจำปี ผู้จัดทำบันทึกผลตามข้อ 12 ต้องขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 11 การให้ช่างภายในลงนามทำให้ใช้ไม่ได้
  • ตีความข้อ 20 ว่าเป็นเรื่องอาร์กแฟลช โรงงานเข้าใจว่าต้องศึกษาอาร์กแฟลชตามกฎหมาย ขณะที่ตัวนำล่อฟ้าและรากสายดินที่กฎหมายกำหนดจริงไม่ได้ตรวจมาหลายปี
  • ล็อกสวิตช์แต่ไม่ติดป้าย ข้อ 15 กำหนดทั้งกุญแจป้องกันการสับสวิตช์และป้ายห้ามสับสวิตช์ไว้ในข้อเดียวกัน มีเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งจึงยังไม่ครบ
  • เก็บถุงมือยางไว้โดยไม่ทดสอบ ข้อ 24 กำหนดให้บำรุงรักษา จัดเก็บ ตรวจสอบ และทดสอบตามมาตรฐานและวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด รอบทดสอบจึงมาจากคู่มือผู้ผลิต ไม่ใช่ตัวเลขที่กฎหมายไทยกำหนด แนวทางดูแลอุปกรณ์อ่านได้ที่ ถุงมือฉนวนไฟฟ้าและการจัดชั้นตามแรงดัน

เช็คลิสต์ที่นำไปใช้ได้ทันที

  1. เปิดแฟ้มข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ตรวจว่าครอบคลุมทุกหัวข้อที่กฎกระทรวงกำหนด และประกาศให้ลูกจ้างทราบ
  2. ทำบัญชีรายชื่อผู้ที่เข้านิยามลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า รวมช่างซ่อมบำรุงที่แตะแผงควบคุม แล้วเทียบกับทะเบียนผู้ผ่านการอบรมและหลักฐานการแจ้งภายใน 15 วัน
  3. เดินตรวจแผนผังวงจรที่แขวนหน้าห้องไฟฟ้าเทียบกับแผงจ่ายไฟจริง แล้วส่งจุดที่ต่างให้วิศวกรปรับปรุงและรับรองใหม่
  4. ตรวจว่าบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองฉบับล่าสุดอายุไม่เกินหนึ่งปี ผู้ลงนามมีสถานะตามมาตรา 9 หรือมาตรา 11 และมีหลักฐานการแจ้งภายใน 30 วัน
  5. เดินดูป้ายเตือนอันตรายและแผ่นภาพวิธีช่วยชีวิตว่าติดครบและมองเห็นชัด ตรวจชุดกุญแจล็อกกับป้ายห้ามสับสวิตช์ว่าเพียงพอกับผู้ปฏิบัติงาน และตรวจสภาพระบบป้องกันฟ้าผ่าที่อาคาร ปล่องควัน และถังเก็บของเหลวไวไฟหรือก๊าซไวไฟ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ลูกจ้างที่ไม่ใช่ช่างไฟฟ้าแต่ต้องเปิดตู้ควบคุมเพื่อรีเซ็ตเครื่องจักร ต้องอบรมตามข้อ 4 หรือไม่ ตอบ: ให้ดูที่นิยามในข้อ 2 ซึ่งครอบคลุมผู้ทำหน้าที่ติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ ซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือหน้าที่อื่นในลักษณะเดียวกันกับระบบไฟฟ้าหรือบริภัณฑ์ไฟฟ้า หากงานที่มอบหมายเข้าลักษณะนี้ ผู้นั้นต้องอบรมตามข้อ 4

ถาม: กฎหมายไทยกำหนดให้ศึกษาอาร์กแฟลชหรือไม่ ตอบ: ไม่มีข้อใดในกฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กำหนดเรื่องนี้ การศึกษาอาร์กแฟลชเป็นแนวปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ทำเพิ่มได้และเป็นประโยชน์ แต่ไม่ใช่หน้าที่ตามกฎหมายไทย

ถาม: ฝ่าฝืนหน้าที่ตามกฎกระทรวงฉบับนี้มีผลอย่างไร ตอบ: กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง บทกำหนดโทษอยู่ในหมวด 8 ตั้งแต่มาตรา 53 ถึงมาตรา 72 โดยโทษสูงสุดสำหรับผู้ฝ่าฝืนคือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต่ำสุดปรับไม่เกิน 40,000 บาท

สรุป

  • หน้าที่หลักมี 7 เรื่อง ได้แก่ ข้อบังคับตามข้อ 3 การอบรมตามข้อ 4 แผนผังวงจรตามข้อ 5 ป้ายเตือนตามข้อ 6 การตรวจสอบและบำรุงรักษาตามข้อ 12 แผ่นภาพช่วยชีวิตตามข้อ 13 และกุญแจกันสับสวิตช์ตามข้อ 15
  • ผู้จัดทำบันทึกผลและรับรองตามข้อ 12 ต้องขึ้นทะเบียนตามมาตรา 9 หรือเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 11 โดยข้อ 25 รองรับให้วิศวกรทำหน้าที่นี้ไปก่อน
  • ความถี่การตรวจสอบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และการแจ้งบันทึกผลภายใน 30 วัน มาจากประกาศกรมฯ ลงวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ไม่ได้อยู่ในตัวกฎกระทรวง
  • ข้อ 20 คือระบบป้องกันฟ้าผ่าตามหมวด 3 ส่วนอาร์กแฟลชเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมายไทย
  • เกณฑ์ตัวเลขที่กฎกระทรวงระบุเองมี 2 ค่าหลัก คือแรงดันเกินกว่า 50 โวลต์ในข้อ 9 กับข้อ 17 และความสูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไปในข้อ 21 วรรคสอง

อ้างอิงกฎหมาย

  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 · อ่านฉบับเต็ม
  • พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 11 และหมวด 8 บทกำหนดโทษ · อ่านฉบับเต็ม
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2558 และฉบับที่ 2 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการจัดทำบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า ลงวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ความปลอดภัยทางไฟฟ้า? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →
หน้าที่นายจ้างตามกฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 — Safety Station 101