เคสระยอง 2567 — 3 คนเข้าถังน้ำมัน หนึ่งคนไม่กลับมา
วันที่ 14 มี.ค. 2567 พนักงาน 3 คนเข้าทำความสะอาดถังเก็บน้ำมัน หนึ่งในนั้นไม่กลับมา อะไรเกิดขึ้น และจะป้องกันได้อย่างไร

เคสระยอง 2567 — 3 คนเข้าถังน้ำมัน หนึ่งคนไม่กลับมา
วันที่ 14 มีนาคม 2567 เวลา 09:47 น. ที่โรงงานปิโตรเคมีแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง พนักงาน 3 คนเข้าไปทำความสะอาดถังเก็บน้ำมันใช้แล้ว ขนาด 50,000 ลิตร
หนึ่งในนั้นชื่อ A อายุ 27 ปี เพิ่งเข้างานได้ 4 เดือน เขาไม่มีโอกาสเดินออกมาเอง
นี่คือเรื่องที่ผมไม่อยากเห็นซ้ำกับใครอีก
ก่อนเกิดเหตุ
ถังนี้เก็บน้ำมันดิบที่ผ่านการกลั่นเบื้องต้นมา 2 ปี เพิ่งล้างถังเสร็จเมื่อวานด้วยน้ำและไอน้ำ หัวหน้างาน B สั่งให้ทีม 3 คนเข้าไปตรวจสภาพภายในและเก็บกากตะกอนที่เหลือ
เครื่องมือที่ทีมใช้:
- ไฟฉาย LED
- ไม้กวาด
- ถุงพลาสติกใส่ตะกอน
- หน้ากากผ้า (1 คน) หน้ากากกระดาษ (2 คน)
ที่ทีมไม่มี:
- เครื่องวัดก๊าซ (4-gas monitor)
- เครื่องช่วยหายใจ SCBA
- ใบอนุญาตเข้าทำงานในที่อับอากาศ (Confined Space Permit)
- คนเฝ้าหน้าทาง (Standby man) ที่ผ่านอบรม
- แผนช่วยเหลือฉุกเฉิน
หัวหน้างาน B รู้ดีว่าถังนี้เป็นที่อับอากาศ แต่ตัดสินใจว่า "ล้างน้ำแล้ว ไอน้ำเปิด 8 ชั่วโมง น่าจะหมดแก๊สแล้ว"
ลำดับเหตุการณ์

09:47 น. — A คนแรกที่ลงไปด้วยบันได เข้าถังเสร็จ เริ่มเดินสำรวจรอบฐานถัง
09:51 น. — A รู้สึกหน้ามืด พยายามตะโกนขึ้นมา แต่เสียงไม่ออก ล้มลง
09:53 น. — C กับ D ที่ยืนรอข้างบนเห็นว่า A ไม่ตอบ ตัดสินใจลงไปช่วย โดยไม่มีอุปกรณ์เพิ่ม
09:54 น. — C เริ่มหน้ามืดทันทีที่ลงครึ่งทาง พยายามปีนกลับขึ้น
09:56 น. — D ตะโกนเรียกหัวหน้างาน ทีมตอบสนองด่วนของโรงงานมาถึงในอีก 6 นาที
10:04 น. — ทีมกู้ภัยพร้อม SCBA ลงไปนำ A ขึ้นมา — A หมดสติ ไม่หายใจ
10:23 น. — A เสียชีวิตที่โรงพยาบาล สาเหตุ: ขาดออกซิเจน (Asphyxiation)
การสอบสวน
ทีมตรวจสอบจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้าตรวจ พบว่าในถัง ณ เวลาเกิดเหตุ:
- O2: 8.2% (มาตรฐานปลอดภัย: 19.5-23.5%)
- CO2: 6.4% (มาตรฐาน: <0.5%)
- CH4: 1.8% (มาตรฐาน: <10% LEL คือ <0.5%)
แม้ล้างถัง 8 ชั่วโมง น้ำมันค้างใต้ตะกอน + การหมักของจุลินทรีย์ผลิต CO2 + ไอน้ำเข้าแทนที่ O2 = ออกซิเจนต่ำกว่าครึ่ง
A หมดสติใน 4 นาที — ตามตำราการแพทย์ คนทั่วไปจะหมดสติเมื่อ O2 < 10% ภายในไม่กี่นาที และตายภายใน 6 นาทีถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือ
รากของปัญหา
ระบบ:
- ไม่มี Permit to Work บังคับเข้าที่อับอากาศ
- ไม่มีการ Pre-Entry Atmosphere Test
- หัวหน้างานเอง ไม่ผ่านการอบรม "ผู้อนุญาต" (4 ระดับตามกฎหมาย)
บุคคล:
- ผู้ปฏิบัติงานไม่รู้ว่าถังเป็นที่อับอากาศ
- ไม่รู้ว่าหน้ากากกระดาษไม่ช่วยอะไรเลยในที่ขาดออกซิเจน
- ทีมช่วยเหลือลงไปเอง = ไม่ฝึก rescue plan
บทเรียน 3 ข้อ

1. ที่อับอากาศ ≠ มีแก๊สพิษเสมอ
ที่อับอากาศที่ "ขาดออกซิเจน" ก็ตายได้ใน 4 นาที — การล้างน้ำ/ไอน้ำไม่ได้แปลว่า "ปลอดภัยแล้ว"
2. เครื่องวัดก๊าซ 4-gas ราคา 30,000 บาท
ราคาเครื่องวัดน้อยกว่ามูลค่าชีวิตคนล้านเท่า — โรงงานทุกแห่งที่มี Confined Space ต้องมี
3. คนช่วยที่ไม่ได้ฝึก = เพิ่มจำนวนเหยื่อ
60% ของการตายในที่อับอากาศ คือ "คนเข้าไปช่วย" ตามตำรา ห้ามเข้าโดยไม่มี SCBA + retrieval system
ทีมคุณยังไม่ผ่านอบรมที่อับอากาศ? Safety Station เปิดหลักสูตร ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ช่วยเหลือ และผู้ปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (รวม 4 ผู้) ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2562 + ประกาศกรม พ.ศ. 2563 พร้อมวุฒิบัตรที่ใช้เป็นหลักฐานยื่นกรมสวัสดิการฯ ได้ · ดูรายละเอียดและจองรอบอบรม
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 — ข้อ 5 ประเมินสภาพอันตราย, ข้อ 6 ตรวจวัดบรรยากาศ, ข้อ 8 ผู้ควบคุมงาน, ข้อ 9 PPE และผู้ช่วยเหลือ, ข้อ 17-18 การอนุญาตและหนังสืออนุญาต
- การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 มีโทษตามมาตรา 53 — จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีลูกจ้างเสียชีวิต อาจมีความผิดเพิ่มตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ปิดท้าย
ผมเขียนเรื่องนี้ ไม่ใช่เพื่อ blame ใครคนใดคนหนึ่ง — แต่เพื่อให้พวกเราที่อ่านอยู่ ไม่ต้องเขียนเรื่องของพนักงานเราเอง ในอีก 6 เดือนข้างหน้า
A อายุ 27 ปี เขามีพ่อแม่ มีน้องสาวที่กำลังเรียนปริญญาตรี เขามีอนาคต
ปกป้องคนของคุณ — ก่อนเข้าที่อับอากาศ ทุกครั้ง ทุกถัง ทุกห้อง
อ้างอิง
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง