🔥 อัคคีภัย

ความปลอดภัยอาคารจอดรถ — ก๊าซ CO ไอเสีย การระบายอากาศ และทางหนีไฟ

อาคารจอดรถมีอันตรายซ้อน 2 ชั้น ก๊าซ CO จากไอเสียและเพลิงไหม้รถในที่อับ คุมด้วยระบบระบายอากาศ ออกซิเจนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 ทางหนีไฟ 2 เส้นทาง อพยพใน 5 นาที ป้ายสูง 15 ซม. พร้อม checklist

Safety Station 10131 พฤษภาคม 2569อ่าน 21 นาที · 4,665 คำ
ความปลอดภัยอาคารจอดรถ — ก๊าซ CO ไอเสีย การระบายอากาศ และทางหนีไฟ

ลานจอดรถใต้ดินเป็นพื้นที่ที่คนเดินผ่านทุกวัน แต่แทบไม่มีใครมองว่าเป็นจุดเสี่ยง — ทั้งที่จริง ๆ แล้วอาคารจอดรถมีอันตรายซ้อนกันถึง 2 ชั้น ชั้นแรกคือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) จากไอเสียรถที่สะสมในที่อับและระบายอากาศไม่ดี ชั้นที่สองคือเพลิงไหม้รถหรือน้ำมันที่ลามเร็วในพื้นที่ปิด พร้อมทางหนีไฟที่มักไม่ชัดเจน สำหรับผู้จัดการอาคารและทีม FM ทั้งสองอย่างนี้คือความรับผิดชอบตรง ลองดูทีละเรื่องว่าต้องคุมอะไรบ้าง และเส้นไหนที่กฎหมายไทยบังคับ เส้นไหนต้องอิงมาตรฐานวิศวกรรม

ภาพรวม — ใครต้องดูแล และทำไมเรื่องนี้ถึงต่างจากอาคารทั่วไป

คนที่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของอาคารจอดรถมีหลายฝ่าย ตั้งแต่ผู้จัดการอาคาร นิติบุคคล ทีม Facility Management จป.วิชาชีพประจำอาคาร ช่างระบบระบายอากาศ ไปจนถึง รปภ. และพนักงานเก็บเงินที่ประจำอยู่ในลานจอดทั้งวัน

จุดที่ทำให้อาคารจอดรถต่างจากพื้นที่อื่นคือ "การถ่ายเทอากาศ" ลานจอดบนดินที่เปิดโล่งรอบด้านอาจพอระบายได้เองตามธรรมชาติ แต่ลานจอดใต้ดิน ทางลาดวนที่ปิดทึบ หรือชั้นจอดที่ล้อมด้วยผนังเกือบรอบ อากาศแทบไม่หมุนเวียน เมื่อมีรถติดเครื่องหรือต่อคิวเข้า-ออกพร้อมกันหลายคัน ไอเสียก็สะสมได้เร็วกว่าที่หลายคนคิด

ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดตั้งแต่ต้น กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานของไทย เช่น กฎกระทรวงเรื่องอัคคีภัย พ.ศ. 2555 และกฎกระทรวงเรื่องสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 คุมเฉพาะ "พื้นที่ที่มีลูกจ้างทำงานอยู่" นั่นคือห้อง รปภ. บูธเก็บเงิน ห้องช่าง ห้องควบคุมระบบ ส่วนเรื่องการออกแบบโครงสร้างอาคารโดยรวมเป็นเรื่องของกฎหมายควบคุมอาคารซึ่งเป็นกฎหมายอีกชุดหนึ่ง บทความนี้โฟกัสที่กรอบความปลอดภัยในการทำงานเป็นหลัก

อันตรายชั้นที่ 1 — ก๊าซ CO ฆาตกรเงียบในที่อับ

อินโฟกราฟิกแนวตั้ง อันตราย 2 ชั้นในอาคารจอดรถ — 1 ก๊าซ CO ฆาตกรเงียบ (ไม่มีสี/กลิ่น สะสมที่อับ มาตรการ ระบายอากาศ/CO sensor/ป้ายห้ามติดเครื่อง) 2 เพลิงไหม้และควัน (ทางหนีไฟ 2 ทาง/ป้ายมีไฟส่อง/สัญญาณแจ้งเหตุ)

คาร์บอนมอนอกไซด์เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ จุดที่อันตรายของมันคือ "ตรวจจับด้วยประสาทสัมผัสไม่ได้เลย" — ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น น้ำหนักใกล้เคียงอากาศจึงกระจายไปทั่วทั้งพื้นที่ ไม่ได้กองอยู่ที่พื้นหรือลอยขึ้นเพดานให้เดาตำแหน่งได้

เมื่อหายใจเข้าไป CO จะเข้าไปจับกับฮีโมโกลบินในเลือดแทนที่ออกซิเจน ทำให้เลือดพาออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้น้อยลง อาการเริ่มจากปวดหัว มึนงง คลื่นไส้ ถ้าได้รับต่อเนื่องก็หมดสติและถึงขั้นเสียชีวิตได้ ที่น่ากลัวคือคนที่กำลังโดนพิษมักไม่รู้ตัว เพราะอาการช่วงแรกเหมือนแค่เหนื่อยหรือเพลียธรรมดา

จุดเสี่ยงสูงในอาคารจอดรถที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

  • ชั้นจอดใต้ดิน โดยเฉพาะชั้นล่างสุดที่อากาศนิ่งที่สุด
  • ทางลาดวนแบบปิดที่รถต้องเร่งเครื่องไต่ขึ้น
  • จุดที่รถมักจอดติดเครื่องหรือต่อคิว เช่น หน้าไม้กั้น ป้อมเก็บเงิน ทางออก
  • ห้อง รปภ. หรือบูธที่อยู่ติดกับเลนรถวิ่ง

มาตรการคุม CO ที่ใช้ได้จริงมี 3 ชั้น ชั้นแรกคือระบายอากาศแบบกล (mechanical ventilation) ใช้พัดลมดูด-เป่าให้อากาศหมุนเวียนต่อเนื่อง ชั้นที่สองคือติดเซนเซอร์ CO ที่สั่งให้พัดลมเพิ่มรอบอัตโนมัติเมื่อค่าก๊าซเกินเกณฑ์ที่ตั้งไว้ และชั้นที่สามคือมาตรการเชิงพฤติกรรม เช่น ติดป้ายห้ามติดเครื่องยนต์ขณะจอด และให้ รปภ. คอยกวดขัน

ขอย้ำเรื่องสำคัญไว้ตรงนี้ ตัวเลขเกณฑ์ค่า CO ที่นิยมอ้างกันในวงการ เช่น 35 ppm เฉลี่ย 8 ชั่วโมง หรือจุดสั่งเปิดพัดลมที่ราว 25 ถึง 50 ppm มาจากมาตรฐานสากลและมาตรฐานวิชาชีพ เช่น ค่า TLV ของ ACGIH และแนวทาง NFPA 88A สำหรับอาคารจอดรถ ไม่ใช่ตัวเลขที่เขียนอยู่ในกฎกระทรวงของไทย ดังนั้นเวลานำไปใช้ ควรระบุที่มาให้ชัดว่าเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมายไทย

ระบบระบายอากาศ — เส้นไหนกฎไทยบังคับ เส้นไหนต้องใช้มาตรฐานวิศวกรรม

แผนภาพ isometric ระบบระบายอากาศอาคารจอดรถใต้ดิน — พัดลม jet fan และ CO sensor สั่งพัดลม แยกชัดว่าเส้นที่กฎไทยบังคับคือออกซิเจนไม่ต่ำกว่า 19.5% (กฎสารเคมี 2556) และทางหนีไฟ 2 ทาง/5 นาที (กฎอัคคีภัย 2555) ส่วนเกณฑ์ CO ppm และอัตราระบายอากาศเป็นมาตรฐานวิศวกรรม/สากล ไม่ใช่กฎไทย

เรื่องระบายอากาศต้องแยก 2 ส่วนให้ขาดจากกัน เพราะคนสับสนกันบ่อย

ส่วนแรกคือ "พื้นที่ทำงานของลูกจ้าง" เช่น ห้อง รปภ. บูธเก็บเงิน ห้องช่าง กฎกระทรวงเรื่องสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 วางหลักไว้ในข้อ 10 ว่าในบริเวณที่ลูกจ้างทำงาน ต้องมีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม โดยให้มีออกซิเจนในบรรยากาศ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 โดยปริมาตร ตัวเลขนี้คือหลักประกันขั้นต่ำว่าอากาศที่คนหายใจยังมีออกซิเจนพอ ถ้าออกซิเจนถูกแทนที่ด้วยก๊าซอื่นจนต่ำกว่านี้ ถือว่าอันตราย

ส่วนที่สองคือ "อัตราการระบายอากาศของลานจอด" โดยรวม เช่น จำนวนรอบการเปลี่ยนอากาศต่อชั่วโมง (air changes per hour) หรือปริมาณลมเป็น CFM ต่อพื้นที่ ตรงนี้ กฎกระทรวงของไทยไม่ได้กำหนดตัวเลขไว้ ต้องอ้างมาตรฐานทางวิศวกรรมและมาตรฐานวิชาชีพแทน เช่น มาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) มาตรฐาน ASHRAE 62.1 เรื่องการระบายอากาศ และ NFPA 88A สำหรับอาคารจอดรถโดยเฉพาะ

พูดสั้น ๆ คือ ค่าออกซิเจนร้อยละ 19.5 สำหรับพื้นที่ทำงาน เป็นกฎหมายไทยที่อ้างได้ตรง ๆ ส่วนตัวเลขออกแบบ ventilation rate ของลานจอดเป็นเรื่องของวิศวกรรม ต้องให้วิศวกรเครื่องกลคำนวณและรับรองตามมาตรฐานสากล อย่านำตัวเลข ACGIH หรือ ASHRAE ไปเขียนว่าเป็น "ข้อกำหนดตามกฎหมายไทย" เพราะจะผิด

อันตรายชั้นที่ 2 — ทางหนีไฟและการอพยพในพื้นที่ปิด

เมื่อรถหรือน้ำมันติดไฟในลานจอดที่ปิด ควันลามเร็วมากและสะสมในพื้นที่จำกัด ทัศนวิสัยแย่ลงในไม่กี่นาที ทางหนีไฟจึงต้องชัดและพร้อมใช้ตลอดเวลา ส่วนนี้กฎกระทรวงเรื่องอัคคีภัย พ.ศ. 2555 บังคับชัดเจน เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้างที่ประจำอยู่

หัวใจอยู่ที่ข้อ 8 นายจ้างต้องจัดให้มีเส้นทางหนีไฟทุกชั้นของอาคารอย่างน้อยชั้นละ 2 เส้นทาง ซึ่งสามารถอพยพลูกจ้างที่ทำงานในเวลาเดียวกันทั้งหมดสู่จุดที่ปลอดภัยได้โดยปลอดภัยภายในเวลา ไม่เกิน 5 นาที และเส้นทางหนีไฟต้องปราศจากสิ่งกีดขวาง ในลานจอดข้อนี้สำคัญมาก เพราะมักมีรถจอดเบียดทางหนี ของวางขวางบันได หรือกรวยกั้นช่องที่ควรปล่อยว่าง

นอกจากนี้ ข้อ 8 ยังกำหนดเรื่องประตูหนีไฟไว้ละเอียด ประตูต้องทำด้วยวัสดุทนไฟ ไม่มีธรณีประตูหรือขอบกั้น เป็นชนิดที่บานประตูเปิดออกไปตามทิศทางของการหนีไฟ ติดอุปกรณ์ให้บานปิดได้เอง ห้ามใช้ประตูเลื่อน ประตูม้วน หรือประตูหมุน และ ห้ามปิดตาย ใส่กลอน ใส่กุญแจ ผูก หรือล่ามโซ่ ในขณะที่มีลูกจ้างทำงาน เรื่องล็อกประตูนี่เป็นปัญหาที่เจอบ่อยในลานจอด เพราะกลัวคนแอบเข้าหรือกลัวรถหาย แต่การล็อกประตูหนีไฟไว้คือการปิดทางรอดของคน

อยากเข้าใจการออกแบบทางหนีไฟให้ครบทุกองค์ประกอบ ทั้งระยะทาง ความกว้าง และจุดปลอดภัย ลองอ่านเพิ่มที่ Means of Egress — ออกแบบทางหนีไฟให้ถูกต้อง

สัญญาณแจ้งเหตุ ป้ายหนีไฟ และไฟฉุกเฉิน

ในพื้นที่ที่มืดอยู่แล้วอย่างลานจอด อุปกรณ์แจ้งเตือนและนำทางยิ่งสำคัญ เพราะถ้าไฟดับขึ้นมาตอนเกิดเหตุ คนจะหาทางออกไม่เจอเลย

เรื่องระบบสัญญาณแจ้งเหตุ ข้อ 9 กำหนดว่าสถานประกอบกิจการที่มีอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป หรือมีพื้นที่ประกอบกิจการตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป ต้องจัดให้มีระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทุกชั้น อาคารจอดรถเกือบทุกแห่งเข้าเกณฑ์นี้อยู่แล้วทั้งจำนวนชั้นและขนาดพื้นที่ ระบบต้องส่งเสียงหรือสัญญาณให้ทุกคนในอาคารได้ยินทั่วถึง และอุปกรณ์แจ้งเหตุที่ใช้มือต้องติดห่างจากจุดที่ลูกจ้างทำงานไม่เกิน 30 เมตร

เรื่องป้ายบอกทางหนีไฟ ข้อ 11 กำหนดให้ขนาดของตัวหนังสือต้องสูง ไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร และเห็นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งป้ายต้องมีแสงสว่างในตัวเองหรือใช้ไฟส่องให้เห็นได้ชัดเจนตลอดเวลา ป้ายที่มืดหรือถูกบังด้วยป้ายโฆษณา ป้ายบอกชั้นจอด ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์

ส่วนเรื่องแสงสว่างและไฟสำรอง ข้อ 10 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีแสงสว่างเพียงพอสำหรับเส้นทางหนีไฟ พร้อมแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรองที่จ่ายไฟเพื่อการหนีไฟได้ทันทีที่ไฟฟ้าดับ สำหรับลานจอดที่แสงน้อยอยู่แล้ว ไฟฉุกเฉินที่ทำงานได้จริงตอนไฟดับคือเส้นเป็นเส้นตายของคนที่กำลังหนี

ความเสี่ยงเฉพาะที่ทีมอาคารต้องเตรียมรับมือ

นอกจากอันตราย 2 ชั้นหลัก ยังมีความเสี่ยงเฉพาะของยุคนี้ที่ทีมอาคารควรวางแผนล่วงหน้า

รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และแบตเตอรี่ลิเทียม เมื่อแบตเตอรี่เกิดความร้อนสะสมจนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ (thermal runaway) ไฟจะดับยากกว่าไฟรถน้ำมันมาก ใช้น้ำปริมาณมหาศาลและอาจกลับมาลุกซ้ำได้ ทีมอาคารควรประสานแผนกับหน่วยดับเพลิงท้องถิ่นไว้ล่วงหน้าว่าจะรับมืออย่างไรหากเกิดเหตุในลานจอด

การรั่วของน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซ LPG จากรถที่ติดตั้งระบบแก๊ส ถ้ารั่วในที่อับและสะสม มีโอกาสติดไฟหรือระเบิดได้ จุดนี้ระบบระบายอากาศที่ทำงานต่อเนื่องช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

การนับจำนวนคนที่จุดรวมพล (head count) เมื่อต้องอพยพ ลานจอดมีทั้งพนักงานประจำและผู้มาใช้บริการที่เปลี่ยนหน้าตลอดเวลา การกำหนดจุดรวมพลที่ชัดเจนและมีคนรับผิดชอบนับยอด ช่วยให้รู้ว่ายังมีใครติดอยู่ข้างในหรือไม่

Checklist อาคารจอดรถ — ตรวจก่อนเกิดเหตุ

ใช้รายการนี้เดินตรวจลานจอดเป็นรอบ จะเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนก็ปรับตามความเสี่ยงของแต่ละอาคาร

  • พัดลมระบายอากาศทุกตัวทำงานปกติ ไม่มีตัวที่ดับหรือเสียงผิดปกติ
  • เซนเซอร์ CO ติดตั้งครบจุดเสี่ยง และได้รับการสอบเทียบ (calibrate) ตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด
  • ระบบสั่งพัดลมเพิ่มรอบอัตโนมัติเมื่อ CO เกินเกณฑ์ ทดสอบแล้วทำงานจริง
  • ออกซิเจนในห้องทำงานของลูกจ้าง เช่น ห้อง รปภ. อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5
  • ป้ายห้ามติดเครื่องยนต์ขณะจอด ติดในจุดที่เห็นชัด
  • ทางหนีไฟทุกชั้นมีอย่างน้อย 2 เส้นทาง ไม่มีรถหรือของวางขวาง
  • ประตูหนีไฟเปิดออกตามทิศหนี ปิดเองได้ และไม่ถูกล็อกหรือล่ามโซ่
  • ป้ายบอกทางหนีไฟตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 15 ซม. มีไฟส่องสว่างชัดเจน
  • ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทุกชั้นพร้อมใช้ และทดสอบเสียงได้ยินทั่วถึง
  • ไฟฉุกเฉินและไฟสำรองทำงานเมื่อไฟดับ
  • เครื่องดับเพลิงติดตั้งตามชั้น อยู่ในสภาพพร้อมใช้และมองเห็นชัด
  • จุดรวมพลกำหนดชัดเจน มีผู้รับผิดชอบนับจำนวนคน

คำถามที่พบบ่อย

ค่า CO ที่ใช้สั่งเปิดพัดลม เช่น 35 ppm หรือ 50 ppm เป็นกฎหมายไทยหรือไม่ ไม่ใช่ ตัวเลขค่า CO เป็น ppm และอัตราการระบายอากาศ มาจากมาตรฐานสากลและมาตรฐานวิชาชีพ เช่น ACGIH, ASHRAE 62.1 และ NFPA 88A กฎกระทรวงของไทยไม่ได้ระบุค่า CO เป็น ppm ไว้ เวลาใช้งานจึงควรระบุให้ชัดว่าอ้างจากมาตรฐานสากล

กฎหมายไทยเรื่องไหนที่อ้างได้ตรง ๆ สำหรับอาคารจอดรถ สำหรับพื้นที่ที่มีลูกจ้างทำงาน อ้างได้ 2 ฉบับหลัก หนึ่งคือกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ข้อ 10 เรื่องออกซิเจนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 สองคือกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 เรื่องทางหนีไฟ 2 เส้นทาง อพยพใน 5 นาที (ข้อ 8) สัญญาณแจ้งเหตุ (ข้อ 9) และป้ายหนีไฟสูง 15 ซม. (ข้อ 11)

ลานจอดบนดินที่เปิดโล่ง ต้องติดเซนเซอร์ CO ไหม ลานจอดที่เปิดโล่งระบายอากาศตามธรรมชาติได้ดีกว่า ความเสี่ยง CO จึงต่ำกว่าลานใต้ดินมาก แต่ก็ควรประเมินตามสภาพจริง ถ้ามีจุดอับ ทางลาดปิด หรือมุมที่อากาศไม่หมุนเวียน ก็ยังควรพิจารณาติดตั้งเพื่อความปลอดภัย

ทำไมห้ามล็อกประตูหนีไฟ ทั้งที่กลัวขโมยเข้า เพราะกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 8 ห้ามปิดตาย ใส่กลอน ใส่กุญแจ หรือล่ามโซ่ประตูหนีไฟในขณะที่มีลูกจ้างทำงาน ถ้ากังวลเรื่องความปลอดภัยทรัพย์สิน ให้ใช้ทางอื่น เช่น ติดกล้อง ติดสัญญาณกันเปิด หรือใช้อุปกรณ์ที่เปิดหนีออกได้แต่แจ้งเตือนเมื่อมีการเปิด ไม่ใช่ล็อกตาย

EV ติดไฟในลานจอด ทีมอาคารควรเตรียมอะไร ไฟจากแบตเตอรี่ลิเทียมดับยากและอาจลุกซ้ำ ทีมอาคารควรประสานแผนกับหน่วยดับเพลิงท้องถิ่นไว้ก่อน กำหนดเส้นทางให้รถดับเพลิงเข้าถึง และซ้อมอพยพให้ครอบคลุมสถานการณ์ในลานจอด

สรุป

  • อาคารจอดรถมีอันตรายซ้อน 2 ชั้น คือก๊าซ CO จากไอเสียในที่อับ และเพลิงไหม้รถในพื้นที่ปิด ทีมอาคารต้องคุมทั้งคู่
  • คุม CO ด้วย 3 ชั้น คือระบายอากาศแบบกล เซนเซอร์สั่งพัดลมอัตโนมัติ และป้ายห้ามติดเครื่องยนต์ขณะจอด
  • ค่า CO เป็น ppm และอัตราระบายอากาศ มาจากมาตรฐานสากล (ACGIH, ASHRAE, NFPA 88A) ส่วนออกซิเจนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 19.5 ในพื้นที่ทำงาน เป็นกฎไทย (สารเคมี 2556 ข้อ 10)
  • ทางหนีไฟต้องมีทุกชั้นอย่างน้อย 2 เส้นทาง อพยพใน 5 นาที ประตูห้ามล็อก ป้ายสูงไม่น้อยกว่า 15 ซม. มีไฟส่อง พร้อมสัญญาณแจ้งเหตุและไฟสำรอง (อัคคีภัย 2555 ข้อ 8 9 10 11)
  • เริ่มจากเดินตรวจตาม checklist สักรอบในลานจอดของคุณ จุดที่มักหลุดบ่อยคือเซนเซอร์ CO ที่ไม่เคยสอบเทียบ และประตูหนีไฟที่ถูกล็อก

อยากต่อยอดเป็นแผนอพยพที่ใช้ได้จริงทั้งอาคาร ลองอ่าน แผนอพยพหนีไฟอาคารสำนักงาน และถ้าต้องการเข้าใจกรอบกฎหมายอัคคีภัยให้ครบ ดูได้ที่ ภาพรวมกฎกระทรวงอัคคีภัย 2555

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ดับเพลิง? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัยอาคารจอดรถ — CO ไอเสีย ระบายอากาศ ทางหนีไฟ — Safety Station 101