🔥 อัคคีภัย

แผน Fire Drill ประจำปี — Timeline D-30/D-day/D+30 ตามกฎหมาย

ซ้อมดับเพลิง + อพยพหนีไฟพร้อมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง · ส่งแผนล่วงหน้า 30 วัน · ส่งรายงานภายใน 30 วันหลังซ้อม · รวมบทบาททีม + checklist เก็บหลักฐาน

Safety Station 1013 พฤษภาคม 2569อ่าน 30 นาที · 6,538 คำ
แผน Fire Drill ประจำปี — Timeline D-30/D-day/D+30 ตามกฎหมาย

ปลายปีที่แล้ว โรงงานหนึ่งใน EEC เพิ่งทำซ้อมหนีไฟเสร็จ จัดกันเองในออฟฟิศ ถ่ายรูปเก็บไว้ในไลน์ HR แล้วก็ปิดเรื่อง สามเดือนต่อมาพนักงานตรวจความปลอดภัยเข้ามาตรวจ ขอดูแผนที่ส่งให้กรมฯ ก่อนซ้อม + แบบรายงานที่ส่งหลังซ้อม — ตอบไม่ได้สักอย่าง

ปัญหาที่หลายโรงงานเจอเหมือนกันคือ — เข้าใจว่า "ซ้อมปีละครั้ง" จบที่การจัดงาน จริง ๆ กฎหมายเขียน timeline ไว้ละเอียดกว่านั้น มี 3 หมุดที่ต้องทำตามลำดับ — D-30 / D-day / D+30 ถ้าพลาดข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าทำซ้อมแล้วก็เหมือนไม่ได้ซ้อม

ลองดูกันว่าแผนซ้อมหนีไฟประจำปีที่ถูกต้องตามกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง

timeline 3 หมุดของแผน Fire Drill ประจำปี — D-30 ส่งแผนให้กรมเห็นชอบ · D-day ซ้อมดับเพลิงและอพยพพร้อมกัน · D+30 ส่งรายงานผลตามแบบกรม

ภาพรวม — ใครต้องทำ ทำเมื่อไร และใช้เวลานานเท่าไร

สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป มีหน้าที่จัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ซึ่งคลุม 6 ส่วน — การตรวจตรา · การอบรม · การรณรงค์ป้องกันอัคคีภัย · การดับเพลิง · การอพยพหนีไฟ · และการบรรเทาทุกข์ ตาม ข้อ 4 ของกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555

ส่วนการซ้อมจริง กฎหมายระบุไว้ในข้อเดียว — ข้อ 30 บอกชัดว่านายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างทุกคนฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกัน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

"พร้อมกัน" แปลตรงตัว — ไม่ใช่ซ้อมดับเพลิงไตรมาส 1 แล้วซ้อมอพยพไตรมาส 3 ต้องซ้อมต่อเนื่องในวันเดียวกัน ถ้าอาคารเดียวกันมีหลายบริษัทเช่าอยู่ ลูกจ้างของทุกนายจ้างที่ทำงานในวันและเวลาเดียวกันต้องซ้อมพร้อมกันด้วย

เวลาที่ใช้เตรียม ขั้นต่ำคือ 60 วัน — เพราะกฎหมายบังคับว่าแผนต้องส่งให้อธิบดี (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน) หรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย ไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันซ้อม และต้องเผื่อเวลาเขียนแผน + นัดทีม + ประสานอาคารอีกอย่างน้อย 30 วัน

จัดซ้อมแผนอพยพหนีไฟเองยุ่งยาก? Safety Station มีทีมไปจัดให้ถึงโรงงาน · วางแผน ซ้อมจริง สรุปประเมิน ครบจบที่เดียว · ขอใบเสนอราคา

หมุด ระยะเวลา สิ่งที่ต้องทำ
D-60 ถึง D-30 ช่วงเตรียมการ เขียนแผน · เลือก scenario · จัดทีม · ประสานหน่วยงาน
D-30 ก่อนซ้อมไม่น้อยกว่า 30 วัน ส่งแผนให้อธิบดีเห็นชอบ
D-day วันซ้อมจริง ลูกจ้างทุกคนร่วมซ้อมดับเพลิง + อพยพพร้อมกัน
D+30 ภายใน 30 วันหลังซ้อม ส่งรายงานผลตามแบบที่อธิบดีกำหนด

เกร็ดที่หลายโรงงานไม่รู้ — ถ้านายจ้างจัดซ้อมเองไม่ไหว ต้องใช้ ผู้ได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นผู้ดำเนินการ ตามข้อ 30 วรรคสอง ห้ามจ้างหน่วยงานที่ไม่ได้รับอนุญาต

เตรียมการ — เอกสาร อุปกรณ์ คน

ใครต้องอบรมก่อน — 40% ของลูกจ้างในแต่ละหน่วยงาน

ก่อนจะซ้อมจริงในระดับโรงงาน กฎหมายบังคับว่าต้องมีคนที่ "ผ่านการอบรมดับเพลิงขั้นต้น" อยู่ในไลน์แล้วในระดับหนึ่ง — ข้อ 27 ระบุว่าต้องจัดให้ลูกจ้าง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของลูกจ้างในแต่ละหน่วยงาน เข้ารับการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น โดย ผู้จัดอบรมต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เท่านั้น

"แต่ละหน่วยงาน" หมายถึงแต่ละแผนก — 40% นับแยกรายแผนก ไม่ใช่ 40% รวมทั้งโรงงาน ถ้าแผนกบรรจุภัณฑ์มี 50 คน ต้องส่งอบรมอย่างน้อย 20 คน · ถ้าแผนก QC มี 10 คน ต้องส่งอย่างน้อย 4 คน — ไม่ใช่ส่งจาก QC 0 คนแล้วไปบวกเพิ่มที่บรรจุภัณฑ์

ในวันซ้อม คนกลุ่ม 40% นี้คือกระดูกสันหลังของทีม — เป็นคนที่จะถือถังดับเพลิงจริง ใช้ ถังดับเพลิงและเทคนิค PASS ฉีดน้ำกองเพลิงจำลอง

ทีมงานหลัก — 4 บทบาทที่ต้องมีในแผน

แผนซ้อมไม่ใช่แค่ "นัดให้คนวิ่งออกมา" — ต้องมี role ชัด เพื่อให้วันซ้อมจริง (และวันที่ไฟไหม้จริง) ทุกคนรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร

  • Drill Leader (ผู้อำนวยการซ้อม) — เป็น Incident Commander คนเดียวของวัน · ตัดสินใจให้สัญญาณเริ่ม-หยุด · debrief ปิดท้าย · ในการซ้อมจริงควรเป็น จป.วิชาชีพ หรือผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจสั่งการ
  • Floor Warden (ผู้ดูแลชั้น/โซน) — กระจายอยู่ทุกชั้น/ทุกโซน · หน้าที่กวาดให้ลูกจ้างออกจากห้อง/ห้องน้ำ/ห้องประชุม จนแน่ใจว่าโซนเคลียร์ · ต้องใส่ปลอกแขนหรือเสื้อกั๊กสะท้อนแสงให้เห็นชัด
  • Headcount Taker (ผู้นับยอด) — รับรายชื่อจากหัวหน้าแผนกที่จุดรวมพล · กา check รายชื่อ · รายงาน Drill Leader ภายในเวลาที่กำหนด
  • Assembly Point Coordinator (ผู้ดูแลจุดรวมพล) — ดูความเป็นระเบียบที่จุดรวมพล · กันคนไม่ให้เดินกลับเข้าตึก · ประสานกับ Floor Warden ถ้ามีคนตกค้าง

ในโรงงานใหญ่ทีมจะเพิ่ม Fire Fighter (ทีมดับเพลิงเบื้องต้น) · First Aider (ปฐมพยาบาล) · Communication (สื่อสารกับหน่วยงานภายนอก เช่น สถานีดับเพลิง) — แต่ 4 บทบาทข้างบนคือพื้นฐานที่ขาดไม่ได้

เอกสาร + อุปกรณ์ก่อนวันซ้อม

รายการ จำนวน หมายเหตุ
แผนซ้อมฉบับเต็ม 1 ชุด (หลายสำเนา) ส่งกรมฯ + แจกหัวหน้าแผนก + ติดบอร์ด
ใบให้ความเห็นชอบจากอธิบดี 1 ฉบับ ต้องได้กลับมาก่อนวันซ้อม
รายชื่อลูกจ้างต่อแผนก ครบทุกแผนก ใช้สำหรับ Headcount
ใบอนุญาตของผู้จัดซ้อม 1 สำเนา เฉพาะกรณีใช้ external trainer
ถังดับเพลิงสำหรับการสาธิต อย่างน้อย 2 ถัง ของจริง (CO2/ผงเคมีแห้ง) · ตรวจสภาพแล้ว
กองไฟจำลอง 1 จุด ถังโลหะ + เชื้อเพลิงควบคุมได้
ปลอกแขน/เสื้อกั๊กสะท้อนแสง เท่าจำนวน Warden สีต่างจาก PPE ปกติ
สัญญาณเตือนไฟ ทำงานปกติ ทดสอบล่วงหน้า 1 วัน
ป้ายจุดรวมพล ติดตั้งจริง มองเห็นจากเส้นทางหนีไฟ ดู ทางหนีไฟ Means of Egress

ขั้นตอน step-by-step — D-60 ถึง D+30

ขั้นที่ 1: D-60 ถึง D-45 — เขียนแผน + เลือก scenario

ภาพประกอบ flat 6 องค์ประกอบของแผน Fire Drill — เป้าหมาย, ทีม + IC, scenario, เส้นทางอพยพ, จุดรวมพล, headcount + response time

แผนซ้อมที่ดีต้องตอบ 5 คำถาม — Why · What · Where · When · Who เขียนเป็นเอกสารเดียวกัน ไม่ใช่ส่งเป็นไลน์

Scenario (สถานการณ์สมมุติ) ที่นิยมใช้ในโรงงานไทย:

  • เพลิงประเภท เอ (กระดาษ/ผ้า/พลาสติก) ในคลังสินค้าหรือสำนักงาน
  • เพลิงประเภท บี (น้ำมัน/สารเคมีไวไฟ) บริเวณ refueling station หรือถังเก็บสารเคมี
  • เพลิงประเภท ซี (ไฟฟ้า) ในห้องไฟฟ้าหรือ control panel
  • หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดบริเวณเสา — ไฟฟ้าดับ + ระบบสัญญาณ backup ต้องทำงาน

เลือก scenario ที่ตรงกับ ความเสี่ยงจริง ของโรงงานคุณ — ไม่ใช่ลอกแผนปีที่แล้ว โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์เลือก scenario น้ำมันหกในจุดล้างเครื่อง · โรงงานปูนเลือกฝุ่นถ่านลุกไหม้ในไซโล · ตึกออฟฟิศเลือกไฟฟ้าลัดวงจรในห้อง server

Evacuation Route (เส้นทางอพยพ) — เขียนเส้นทางจากทุกชั้น/ทุกโซน ไปจุดรวมพล โดยใช้ทางหนีไฟตามที่กฎกระทรวงกำหนด (อย่างน้อยชั้นละ 2 เส้นทาง ตามข้อ 8) · ระบุเส้นทางสำรองกรณีเส้นทางหลักถูกควันบัง

Assembly Point (จุดรวมพล) — เลือกจุดที่:

  • อยู่นอกอาคาร ระยะปลอดภัยจากตัวอาคารและถังสารเคมี
  • ไม่ขวางทางรถดับเพลิงเข้า
  • มีที่ยืนพอสำหรับลูกจ้างทุกคน
  • มีร่ม/หลังคาบางส่วนกรณีฝนตก

ถ้าโรงงานใหญ่ มีจุดรวมพล 2-3 จุดได้ แต่ละจุดต้องมี Coordinator ของตัวเอง + รายชื่อแผนกที่ใช้จุดนั้น ๆ ชัดเจน

ขั้นที่ 2: D-30 — ส่งแผนให้อธิบดีเห็นชอบ

นี่คือหมุดแรกของกฎหมาย — ข้อ 30 วรรคหนึ่งกำหนดว่า ก่อนการฝึกซ้อมไม่น้อยกว่า 30 วัน นายจ้างต้องส่งแผนการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกซ้อม ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อให้ความเห็นชอบ

ในทางปฏิบัติ "อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย" คือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ (กรณี กทม.) หรือจังหวัด (กรณีต่างจังหวัด) ที่โรงงานตั้งอยู่

เอกสารที่แนบกับแผน:

  • แบบหนังสือนำส่ง (ใช้หัวกระดาษบริษัท)
  • รายละเอียดบริษัท (ชื่อ ที่อยู่ ประเภทกิจการ จำนวนลูกจ้าง)
  • กำหนดการซ้อม (วัน/เวลาเริ่ม-จบ)
  • Scenario · Evacuation Route · Assembly Point (พร้อมแผนผัง)
  • รายชื่อทีม (Drill Leader, Floor Warden, Headcount, Coordinator)
  • สำเนาใบอนุญาตของผู้จัดซ้อม (กรณีใช้ external trainer)

นับ 30 วันแบบไหน — "ไม่น้อยกว่า 30 วัน" คือนับจากวันส่งจริง (วันที่กรมฯ รับเอกสาร) ถึงวันซ้อม ไม่ใช่นับวันส่งเป็น D-0 — ส่งวันนี้ ซ้อมได้ตั้งแต่วันที่ 31 เป็นต้นไป ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ + เก็บใบลงทะเบียนไว้เป็นหลักฐานวันที่ส่ง

ขั้นที่ 3: D-7 ถึง D-1 — Pre-drill briefing + ตรวจอุปกรณ์

หนึ่งสัปดาห์ก่อนซ้อม:

  1. ทดสอบสัญญาณเตือนไฟ กับลูกจ้างจริง — ลูกจ้างต้องได้ยินทุกจุดของอาคาร (ตามข้อ 9 (1)(ข))
  2. เดินตรวจเส้นทางหนีไฟ — ไม่มีของวาง ประตูเปิดออกได้ ป้ายบอกทางสว่างทุกป้าย (ตามข้อ 8, 10, 11)
  3. ตรวจสภาพถังดับเพลิง ที่จะใช้สาธิต — pin ไม่หัก เกจ์อยู่ในเขียว
  4. Briefing หัวหน้าแผนก — แจก script · review บทบาท · ตอบคำถาม
  5. แจ้งลูกจ้าง — บอกวันเวลา แต่ ไม่ต้องบอก scenario (ดูหัวข้อต่อไป)

ประกาศซ้อม — Notification หรือ Surprise

มีสอง school ในวงการ:

  • Notification Drill — บอกวันเวลาล่วงหน้า เหมาะกับการซ้อมครั้งแรกของปี ที่ต้องการให้ทุกคนเรียนรู้บทบาทก่อน
  • Surprise Drill — บอกแค่ "เดือนนี้จะมีซ้อม" ไม่บอกวัน/เวลา ทดสอบ response time จริง

แนวทางที่ดีคือ — ปีแรกใช้ Notification สำหรับสร้างความเข้าใจ · ปีถัดไปสลับเป็น Surprise (ช่วงเวลาที่ลูกจ้างกำลังทำงานจริง) เพื่อวัดผลที่สมจริงกว่า · ทั้งสองแบบยังต้องส่งแผนให้กรมฯ ก่อน 30 วันเหมือนกัน — surprise คือ surprise ลูกจ้าง ไม่ใช่ surprise กรมฯ

ขั้นที่ 4: D-day — วันซ้อมจริง

ลำดับเวลาที่ใช้ได้ในโรงงานทั่วไป (ปรับตามขนาด):

เวลา กิจกรรม ผู้รับผิดชอบ
T-30 นาที เตรียมจุดสาธิต · ตรวจถังดับเพลิง · ตั้งกองเพลิงจำลอง ทีมดับเพลิง
T-15 นาที ปลอกแขน Warden ใส่ประจำตำแหน่ง Floor Warden ทุกคน
T-5 นาที Drill Leader briefing สั้น ๆ กับทีม Drill Leader
T-0 กดสัญญาณเริ่มเหตุการณ์ (sound alarm) Drill Leader
T+0 ถึง T+5 ลูกจ้างอพยพตามเส้นทางหนีไฟ · Warden กวาดโซน ทุกคน + Warden
T+5 ถึง T+10 นับยอดที่จุดรวมพล · รายงานผลกลับ Drill Leader Headcount + Coordinator
T+10 ถึง T+30 สาธิตการใช้ถังดับเพลิงกับกองเพลิงจำลอง ทีม 40% ที่อบรมแล้ว
T+30 ถึง T+45 After-Action Review สั้น ๆ ที่จุดรวมพล Drill Leader + ทุกคน

ตัวชี้วัดที่ต้องเก็บ:

  • Evacuation Time — เวลาที่ใช้อพยพจากสัญญาณดังจนทุกคนถึงจุดรวมพล (เป้าหมายตามข้อ 8 — ไม่เกิน 5 นาที)
  • Headcount Accuracy — ตรงกับรายชื่อในไลน์ทุกคน ไม่มีตกหล่น
  • Response Time ของ Warden — ใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะกวาดโซนเสร็จ
  • Equipment Performance — สัญญาณดังครบทุกจุด · ไฟฉุกเฉินติดตามแผน · ถังดับเพลิงทำงานปกติ

ขั้นที่ 5: หลังซ้อมเสร็จ — After-Action Review (AAR)

AAR คือช่วงที่หลายโรงงานข้าม — ทั้งที่เป็นช่วงที่ "ได้ของจริง" มากที่สุด

ทำสั้น ๆ 15-30 นาที ที่จุดรวมพลหรือห้องประชุม เปิดด้วย 4 คำถาม:

  1. อะไรที่ควรจะเกิด? (Plan)
  2. อะไรเกิดจริง? (Actual)
  3. ทำไมถึงต่างกัน? (Gap analysis)
  4. ครั้งหน้าจะเปลี่ยนอะไร? (Improvement)

ตัวอย่างที่เจอบ่อย:

  • "ตามแผน ทุกคนถึงจุดรวมพลใน 5 นาที — จริง ๆ 8 นาที เพราะคนงานในห้อง pantry ไม่ได้ยินเสียงสัญญาณ"
  • "ตามแผน Warden โซน B จะกวาดเสร็จใน 2 นาที — จริง ๆ ใช้ 4 นาที เพราะคนงานติดอยู่ในห้องน้ำชั้น 3 และ Warden ไม่รู้"
  • "ถังดับเพลิงตัวที่ 3 เปิด pin แล้วไม่ฉีด — pin หัก ตรวจอีกที"

จดทุกข้อลงในรายงาน — เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในขั้นต่อไป

ขั้นที่ 6: D+30 — ส่งรายงานผลตามแบบกรมฯ

หมุดที่สามของกฎหมาย — ข้อ 30 วรรคสาม กำหนดว่า "ให้นายจ้างจัดทำรายงานผลการฝึกซ้อมดังกล่าวตามแบบที่อธิบดีกำหนด และยื่นต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกซ้อม"

แบบรายงานนี้คือ แบบรายงานผลการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ท้ายประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556 — เป็นแบบเดียวที่ใช้ได้ ห้ามเขียนรายงานรูปแบบของตัวเอง

ตัวอย่าง — แบบรายงานตามประกาศ 22 ม.ค. 2556

ภาพประกอบ minimal infographic แสดงเอกสารรายงาน Fire Drill — กระดาษเดี่ยวพร้อม checkmark และปากกา (ภาพ generic ไม่เลียนแบบฟอร์มราชการจริง)

แบบที่กรมกำหนดมี 3 ส่วนหลัก

ส่วนที่ 1: ข้อมูลสถานประกอบกิจการ

  • ชื่อสถานประกอบกิจการ (สาขา) · ประเภทกิจการ · ที่อยู่ครบ · โทรศัพท์
  • จำนวนลูกจ้าง/พนักงาน/ผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหมด
  • ลักษณะที่ตั้ง — สถานประกอบกิจการเดี่ยว หรือหลายแห่งตั้งอยู่รวมกัน
  • กรณีหลายแห่งรวมกัน — ระบุว่าซ้อมพร้อมกันหรือไม่

ส่วนที่ 2: รายงานผลการดำเนินการ

  • วัน/เดือน/ปีที่ทำการฝึกซ้อม
  • มีการฝึกซ้อมครั้งที่ผ่านมา เมื่อ (วัน/เดือน/ปี)
  • จำนวนผู้ที่เข้าร่วมในการฝึกซ้อม
  • ผลการดำเนินงาน — เลือก 1 ใน 4 ระดับ: ไม่ดี · พอใช้ · ดี · ดีมาก

ส่วนที่ 3: ดำเนินการฝึกซ้อมโดย

  • กรณีนายจ้างจัดซ้อมเอง — ระบุเลขที่หนังสือให้ความเห็นชอบจากอธิบดี + แนบเอกสารให้ความเห็นชอบ
  • กรณีใช้ผู้ได้รับใบอนุญาต — ระบุชื่อ + เลขที่ใบอนุญาต + แนบสำเนาใบอนุญาตและหนังสือรับรองการฝึกซ้อม
  • ปิดท้ายด้วย ลายเซ็นนายจ้าง + วันที่

เกี่ยวกับ "ผลการดำเนินงาน" — กรมฯ ให้นายจ้างประเมินตัวเอง 4 ระดับ การประเมินที่ดีต้องสะท้อนความจริง ถ้าซ้อมแล้วเจอ gap เยอะ ใช้ "พอใช้" ก็ได้ — แล้วใช้ AAR เป็นหลักฐานปรับปรุงสำหรับปีถัดไป · ใส่ "ดีมาก" ทุกปีโดยไม่มี improvement plan ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับโรงงาน

แนบ AAR ของจริงเข้าไปกับรายงานด้วย แม้กรมฯ ไม่ได้บังคับให้แนบ — แต่ถ้าวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์จริง จะใช้เป็นหลักฐานว่าโรงงานมี continuous improvement

ข้อควรระวัง — 6 ข้อที่หลายโรงงานพลาด

1. ส่งแผนเลทไป 30 วัน "ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนซ้อม" คือกฎเหล็ก — ส่งวันที่ 1 ม.ค. ซ้อมได้เร็วที่สุดวันที่ 31 ม.ค. ไม่ใช่ 30 ม.ค. ถ้าจำเป็นต้องเลื่อนวันซ้อม ขอให้รีบแจ้งกรมฯ ก่อนวันเดิมล่วงหน้า

2. ใช้รายงานรูปแบบของบริษัท แทนแบบกรมฯ แบบรายงานต้องเป็น แบบท้ายประกาศ 22 ม.ค. 2556 เท่านั้น เขียนเองสวยกว่าก็ไม่ได้ ถ้าจะแนบรายงานเชิงลึกของบริษัท ก็แนบเพิ่ม แต่ต้องมีแบบกรมฯ เป็นเอกสารหลัก

3. จ้างผู้จัดซ้อมที่ไม่มีใบอนุญาต ถ้านายจ้างจัดเองไม่ไหว ผู้รับเหมาฝึกซ้อมต้องได้ใบอนุญาตจากกรมฯ — ตรวจสอบเลขใบอนุญาต + วันหมดอายุก่อนเซ็นสัญญา · ใบอนุญาตเก่าจากประกาศปี 2549 ที่ยังไม่ได้ขอใบใหม่ ถือว่าไม่ครอบคลุม

4. ซ้อมไม่ครบทุกคน "ลูกจ้างทุกคน" คือทุกคน — รวมพนักงานชั่วคราว ลูกจ้างเหมาช่วง ผู้รับจ้างที่ทำงานในพื้นที่วันนั้น ถ้ามีคนกะดึก/กะเช้า ที่ไม่ได้อยู่วันซ้อม ต้องจัดซ้อมรอบของกะนั้นแยก (กฎหมายเขียนว่า "ในวันและเวลาเดียวกัน" — แปลว่ากะที่ทำงานวันเดียวกันต้องซ้อมพร้อมกัน · กะที่ไม่ได้อยู่วันนั้นต้องซ้อมแยก)

5. เก็บหลักฐานไม่ครบ หลักฐานชุดเต็มของซ้อม 1 ครั้งต้องมี:

  • แผนซ้อมที่ส่งกรมฯ
  • หนังสือให้ความเห็นชอบจากอธิบดี
  • รายชื่อผู้เข้าร่วมจริง (ใบเซ็นชื่อวันซ้อม)
  • รูปถ่าย/วิดีโอ
  • รายงาน AAR
  • สำเนารายงานที่ยื่นกรมฯ + ใบลงทะเบียนตอบรับ

ทั้งหมดต้องเก็บไว้ใน สถานประกอบกิจการ พร้อมให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ (ตามหลักข้อ 4 วรรคสอง)

6. ไม่ apply lesson ของปีก่อนเข้าแผนปีนี้ ซ้อมปีนี้เจอ gap อะไร — ปีหน้าแผนใหม่ต้องตอบ gap นั้น ถ้าปีนี้ Warden โซน C กวาดช้า — ปีหน้าแผนต้องมีการอบรม Warden เพิ่ม หรือเพิ่มจำนวน Warden ในโซน C นี่คือ "การรณรงค์ป้องกันอัคคีภัย" ตามข้อ 4 ที่หลายโรงงานข้ามไป

Checklist สำหรับ จป. — สรุป Timeline ทั้งหมด

ก่อนวันซ้อม

  • D-60 ถึง D-45 — เขียนแผน · เลือก scenario ที่ตรงกับความเสี่ยงจริง · จัดทีม 4 บทบาท
  • D-45 ถึง D-35 — ทบทวนแผนกับ จป.วิชาชีพ + ผู้บริหาร · ขอลายเซ็นนายจ้าง
  • D-30 (ขั้นต่ำ)ส่งแผนให้กรมฯ ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน · เก็บใบลงทะเบียนเป็นหลักฐาน
  • D-14 — รับใบให้ความเห็นชอบจากกรมฯ · ถ้ายังไม่ได้รับ ติดตาม
  • D-7 — ทดสอบสัญญาณเตือนไฟ · เดินตรวจเส้นทาง · ตรวจถังดับเพลิงสาธิต
  • D-3 — Briefing หัวหน้าแผนก + Warden · แจกใบเซ็นชื่อให้แต่ละแผนก
  • D-1 — แจ้งลูกจ้าง (กรณี Notification) / ยืนยันทีม

วันซ้อม

  • T-30 — เตรียมจุดสาธิต · pre-brief ทีม
  • T-0 — กดสัญญาณ · จับเวลา
  • T+5 — Headcount ครั้งแรกที่จุดรวมพล · เปรียบเทียบกับรายชื่อ
  • T+10 — สาธิตถังดับเพลิงกับกองเพลิงจำลอง
  • T+30 — AAR สั้น ๆ + ถ่ายรูปทีม

หลังวันซ้อม

  • D+1 — รวบรวมหลักฐาน · ใบเซ็นชื่อ · รูปถ่าย · บันทึก gap
  • D+7 — เขียน AAR ฉบับสมบูรณ์ · กรอกแบบรายงานท้ายประกาศ 2556
  • D+15 — ขอลายเซ็นนายจ้าง · เตรียมเอกสารแนบ
  • D+30 (ขั้นต่ำ)ส่งรายงานให้กรมฯ · เก็บใบลงทะเบียนตอบรับ
  • D+45 — เก็บหลักฐานชุดเต็มเข้าแฟ้มอัคคีภัย · update แผนสำหรับปีถัดไป

FAQ

ถาม: โรงงานมีลูกจ้าง 8 คน ต้องซ้อมหนีไฟไหม? ตอบ: ตามข้อ 4 ของกฎกระทรวงอัคคีภัย พ.ศ. 2555 — "แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย" บังคับเฉพาะสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป · ที่ลูกจ้างต่ำกว่า 10 คน ยังต้องทำ ป้ายข้อปฏิบัติ เกี่ยวกับการดับเพลิงและอพยพหนีไฟตามข้อ 3 และมีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยตามข้อ 2 · ส่วนการซ้อมประจำปีตามข้อ 30 เกี่ยวกับ "ลูกจ้างทุกคน" ในแง่กฎหมายไม่ระบุ threshold ที่ลูกจ้าง 10 คน — แนะนำให้ซ้อมเหมือนกัน เพื่อความปลอดภัยและเทียบเท่ามาตรฐาน

ถาม: Surprise Drill ส่งแผนให้กรมฯ ยังไง — ถ้าบอกวันให้กรมฯ ลูกจ้างก็ไม่ surprise สิ? ตอบ: "Surprise" หมายถึง surprise ลูกจ้าง ไม่ใช่ surprise กรมฯ · แผนที่ส่งกรมฯ ระบุวันที่ชัด (เช่น "ระหว่าง 1-15 ก.ค. ในเวลาทำการ") แต่ในการประกาศต่อลูกจ้างไม่ระบุ — ถ้าโครงสร้างนี้กรมฯ ยอมรับ (สอบถามสำนักงานพื้นที่/จังหวัดล่วงหน้า) ก็ทำได้ · ปัจจุบันส่วนใหญ่ส่งแผนระบุวันแน่นอน — ถ้าต้องการเอฟเฟกต์ surprise ใช้แค่ "ไม่บอกเวลาที่แน่นอนของวัน" ก็ได้

ถาม: ซ้อม 1 ครั้ง ต้องครอบคลุมทั้งดับเพลิง + อพยพหรือไม่? ตอบ: ใช่ · ข้อ 30 เขียนชัดว่า "ฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟพร้อมกัน" · ซ้อมแยกในวันต่างกันไม่นับ — ต้องทำต่อเนื่องในวันเดียว

ถาม: ถ้านายจ้างมี จป.วิชาชีพ อยู่ในโรงงาน ต้องจ้าง external trainer ไหม? ตอบ: ไม่ต้อง · ข้อ 30 วรรคสองระบุว่า "ในกรณีที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินการฝึกซ้อม...ได้เอง จะต้องให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาต..." · นายจ้างที่มีทีมความปลอดภัยภายในและทำเองได้ ก็ทำเอง · แต่ต้องส่งแผน + รายงานตามขั้นตอนเหมือนเดิม

ถาม: ใช้แอป mobile แทนการนับยอด (Headcount) ได้ไหม? ตอบ: ใช้ได้ในทางปฏิบัติ แต่ต้องเป็น เครื่องมือเสริม ไม่ใช่ตัวเดียวเด็ดขาด · เมื่อไฟไหม้จริงสัญญาณมือถืออาจล่ม ระบบ Wi-Fi อาจดับ Warden ต้องนับด้วยรายชื่อกระดาษเป็น primary · App ใช้ดูสรุปได้ แต่ในหลักฐานที่ส่งกรมฯ ใบเซ็นชื่อกระดาษคือมาตรฐาน

ถาม: ลูกจ้างชาวต่างชาติที่อ่านภาษาไทยไม่ออก ต้องทำยังไง? ตอบ: ตามข้อ 6 ของกฎกระทรวง — นายจ้างต้องแจ้งข้อปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยให้ลูกจ้างทราบ "ก่อนการปฏิบัติงาน" · ในทางปฏิบัติคือต้อง briefing ภาษาที่ลูกจ้างเข้าใจ + ใช้สัญลักษณ์/แผนผังเสริม · ในวันซ้อม จัดให้มี Warden ที่พูดภาษาเดียวกับลูกจ้างกลุ่มนั้นกระจายในโซนที่มีลูกจ้างต่างชาติเยอะ

สรุป

  • ความถี่ — ลูกจ้างทุกคนต้องซ้อมดับเพลิง + อพยพหนีไฟพร้อมกัน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง (ข้อ 30)
  • Timeline — D-30 ส่งแผน · D-day ซ้อม · D+30 ส่งรายงาน · ผิดกรอบ = ฝ่าฝืน
  • ใครต้องอบรมดับเพลิงขั้นต้น — อย่างน้อย 40% ของลูกจ้างในแต่ละหน่วยงาน · ผู้จัดอบรมต้องมี ใบอนุญาตจากกรมฯ
  • แบบรายงาน — ใช้แบบท้ายประกาศ 22 ม.ค. 2556 เท่านั้น
  • เก็บหลักฐาน — แผน + ใบเห็นชอบ + ใบเซ็นชื่อ + AAR + สำเนารายงาน เก็บที่สถานประกอบกิจการให้พนักงานตรวจฯ ตรวจสอบได้

ปีที่แล้วเลทไป — ไม่เป็นไร เริ่มวันนี้ ปฏิทินซ้อมประจำปียังเซ็ตทันสำหรับครึ่งปีหลัง ลองเริ่มที่ขั้นที่ 1 — เขียน scenario ที่ตรงกับความเสี่ยงจริงของโรงงาน แล้ว timeline ที่เหลือจะถอยกลับมาเองว่าต้องส่งแผนวันไหน


อ้างอิง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ดับเพลิง? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง