ที่ล้างตาและฝักบัวฉุกเฉิน เกณฑ์ติดตั้งและการดูแลให้พร้อมใช้
กฎกระทรวงสารเคมี พ.ศ. 2556 ข้อ 11 กำหนดให้มีที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกาย แยกให้ชัดว่าตัวเลขใดเป็นค่าอ้างอิงสากล พร้อมเช็คลิสต์รายสัปดาห์และรายปี

ที่ล้างตาและฝักบัวฉุกเฉิน เกณฑ์ติดตั้งและการดูแลให้พร้อมใช้
สารเคมีที่กระเด็นเข้าตาทำลายเนื้อเยื่อกระจกตาภายในเวลาไม่กี่วินาที ผลลัพธ์ของผู้บาดเจ็บจึงขึ้นกับเวลาที่ใช้เดินไปถึงจุดล้างตาและปริมาณน้ำที่ไหลผ่านดวงตาในนาทีแรก มากกว่าราคาของอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 กำหนดองค์ประกอบขั้นต่ำของที่ชำระล้างไว้แล้ว ส่วนตัวเลขทางวิศวกรรมที่วงการใช้ออกแบบกันอยู่ เช่น เวลาล้าง 15 นาที และระยะเดินถึงภายใน 10 วินาที มาจากมาตรฐานสากล ไม่ได้อยู่ในตัวบทของไทย บทนี้แยกสองชั้นดังกล่าวออกจากกัน แล้วลงรายละเอียดเกณฑ์ติดตั้ง การดูแลตามรอบ และเช็คลิสต์ที่ใช้ตรวจได้จริง
ข้อกำหนดตามกฎกระทรวงสารเคมี พ.ศ. 2556
จุดตั้งต้นอยู่ที่นิยามในข้อ 1 ซึ่งกำหนดว่า การทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย หมายความว่า การกระทำใด ๆ ซึ่งอาจทำให้ลูกจ้างได้รับสารเคมีอันตราย ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การเคลื่อนย้าย การเก็บรักษา การถ่ายเท การขนส่ง ไปจนถึงการทำความสะอาดภาชนะบรรจุ ขอบเขตนี้ทำให้พื้นที่ที่ต้องพิจารณาจุดล้างตาครอบคลุมลานถ่ายเท จุดล้างถัง และพื้นที่ซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่มีสารเคมีตกค้าง
หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่ข้อ 11 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างจัดสถานที่และอุปกรณ์เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในบริเวณที่ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย โดยรายการแรกคือ ที่ชำระล้างสารเคมีอันตรายที่ลูกจ้างสามารถใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน อย่างน้อยต้องมีที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกายจากสารเคมีอันตราย ถ้อยคำนี้ตรวจได้สองชั้น ชั้นแรกคือองค์ประกอบ ต้องมีทั้งที่ล้างตาและฝักบัว การมีอย่างใดอย่างหนึ่งยังไม่ครบตามตัวบท ชั้นที่สองคือสภาพพร้อมใช้ คำว่าใช้ได้ทันทีหมายถึงสภาพในวันที่เกิดเหตุ
ข้อ 11 ยังกำหนดสัดส่วนไว้อีกสองรายการที่มักนับรวมกันจนสับสน รายการที่สองคือ ที่ล้างมือและล้างหน้า ไม่น้อยกว่าหนึ่งที่ต่อลูกจ้างสิบห้าคน และให้เพิ่มจำนวนขึ้นตามสัดส่วนของลูกจ้าง ส่วนที่เกินเจ็ดคนให้ถือเป็นสิบห้าคน รายการที่สามคือ ห้องอาบน้ำเพื่อใช้ชำระล้างร่างกายไม่น้อยกว่าหนึ่งห้องต่อลูกจ้างสิบห้าคน เพิ่มจำนวนตามสัดส่วนแบบเดียวกัน และต้องจัดของใช้สำหรับชำระล้างสารเคมีอันตรายออกจากร่างกายให้เพียงพอและใช้ได้ตลอดเวลา สัดส่วน 1 ต่อ 15 คนนี้ผูกกับที่ล้างมือล้างหน้าและห้องอาบน้ำเท่านั้น ไม่ได้ผูกกับจำนวนจุดล้างตาและฝักบัวฉุกเฉิน ซึ่งตัดสินจากตำแหน่งของอันตราย โรงงานที่มีลูกจ้างสัมผัสสารเคมีห้าคน แต่มีจุดถ่ายเทกรดคนละอาคาร ก็ต้องมีจุดล้างตาทั้งสองอาคาร
รายการที่สี่ของข้อ 11 กำหนดให้มีอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับปฐมพยาบาลลูกจ้างที่ได้รับอันตรายจากสารเคมีอันตราย รายการนี้คู่กับจุดล้างตาเสมอ เพราะการล้างตาคือปฐมพยาบาลขั้นแรกก่อนส่งต่อสถานพยาบาล
หน้าที่ของนายจ้าง หัวหน้างาน และลูกจ้าง
การจัดอุปกรณ์ป้องกัน ข้อ 12 กำหนดให้นายจ้างจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามลักษณะอันตรายและความรุนแรงของสารเคมีอันตราย หรือลักษณะของงาน ให้ลูกจ้างใช้ แว่นครอบตาและกระบังป้องกันใบหน้าเป็นด่านแรก ส่วนจุดล้างตาเป็นด่านรับเมื่อด่านแรกล้มเหลว การเลือกอุปกรณ์ให้ตรงกับสารเคมีที่ใช้จริงอ่านต่อได้ที่ ชุดป้องกันสารเคมีระดับ A ถึง D
การดูแลรักษา ข้อ 14 กำหนดให้นายจ้างดูแลสถานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายและตรวจสอบอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยที่จัดไว้ ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดเวลา ข้อนี้คือฐานทางกฎหมายของการทดสอบตามรอบ ตัวบทกำหนดผลลัพธ์ว่าต้องใช้งานได้ตลอดเวลา แต่ไม่ได้กำหนดความถี่ในการเปิดทดสอบ นายจ้างจึงกำหนดรอบเองให้พอพิสูจน์ได้
สภาพพื้นที่โดยรอบ ข้อ 10 (1) กำหนดให้บริเวณที่ลูกจ้างทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายสะอาด เป็นระเบียบ พื้นที่ปฏิบัติงานเรียบ ไม่ลื่น และไม่มีวัสดุเกะกะกีดขวางทางเดิน ถ้อยคำ ไม่มีวัสดุเกะกะกีดขวางทางเดิน อ้างได้ตรงเมื่อพบพาเลตหรือถังวางขวางทางเข้าฝักบัวฉุกเฉิน โดยไม่ต้องอ้างมาตรฐานต่างประเทศ
ลูกจ้างและหัวหน้างาน ข้อ 13 กำหนดให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามข้อ 12 หากไม่สวมใส่ ให้นายจ้างสั่งหยุดการทำงานทันทีจนกว่าจะได้สวมใส่ ส่วนมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดว่า เมื่อลูกจ้างทราบถึงข้อบกพร่องหรือการชำรุดเสียหายและแก้ไขเองไม่ได้ ให้แจ้งต่อ จป. หัวหน้างาน หรือผู้บริหาร และให้ผู้รับแจ้งแจ้งเป็นหนังสือต่อนายจ้างโดยไม่ชักช้า หัวฝักบัวที่น้ำไม่ไหลจึงต้องมีร่องรอยการแจ้งเป็นหนังสือ
การฝึกอบรม ข้อ 34 กำหนดให้นายจ้างจัดฝึกอบรมลูกจ้างที่มีหน้าที่ควบคุมและระงับเหตุอันตรายตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด ทบทวนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บหลักฐานไว้ให้ตรวจสอบได้ การซ้อมพาผู้บาดเจ็บสมมุติไปยังฝักบัวฉุกเฉินควรอยู่ในหลักสูตรทบทวนนี้ เพราะพิสูจน์ระยะเวลาเข้าถึงจริงได้
เกณฑ์ติดตั้งที่ใช้ตัดสินหน้างาน
กฎหมายไทยกำหนดผลลัพธ์ไว้ว่าอุปกรณ์ต้องใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน โดยไม่ระบุตัวเลขทางวิศวกรรม เกณฑ์ตัวเลขที่ผู้ออกแบบและผู้ผลิตใช้กันมาจากมาตรฐานสากล ANSI Z358.1 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานสมัครใจ ไม่ใช่กฎหมายไทย พนักงานตรวจความปลอดภัยใช้ตัวบทไทยเป็นเกณฑ์ตรวจ ค่าสากลจึงเป็นเครื่องมือพิสูจน์เงื่อนไขใช้ได้ทันที
ระยะจากจุดเสี่ยงและเส้นทางเข้าถึง
ค่าอ้างอิงสากลกำหนดให้ผู้บาดเจ็บเดินถึงจุดล้างตาได้ภายใน 10 วินาที คิดเป็นระยะประมาณ 16.8 เมตรบนทางเดินราบที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง ตัวเลขทั้งสองนี้เป็นค่าอ้างอิงสากล ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด ส่วนตัวบทไทยกำหนดว่าทางเดินต้องไม่มีวัสดุเกะกะกีดขวางตามข้อ 10 (1) และอุปกรณ์ต้องใช้ได้ทันทีตามข้อ 11 (1)
เงื่อนไขของเส้นทางสำคัญกว่าตัวเลขระยะทาง เพราะผู้ที่สารเคมีเข้าตาจะลืมตาไม่ได้และต้องคลำทางไปเอง เส้นทางที่ใช้ได้จริงต้องเป็นทางราบระดับเดียวกัน ไม่มีบันได ไม่มีธรณีประตู ไม่ต้องเลี้ยวหักศอก และไม่มีประตูที่ต้องใช้บัตรผ่านหรือกุญแจ งานที่ใช้กรดหรือด่างเข้มข้นควรวางจุดล้างตาใกล้กว่าค่าอ้างอิงข้างต้น
อุณหภูมิและแรงดันน้ำ
ค่าอ้างอิงสากลกำหนดช่วงอุณหภูมิน้ำล้างไว้ที่ 16 ถึง 38 องศาเซลเซียส และค่านี้ไม่ได้อยู่ในตัวบทไทยเช่นกัน น้ำที่เย็นเกินไปทำให้ผู้บาดเจ็บถอยออกจากฝักบัวก่อนครบเวลา ส่วนน้ำที่ร้อนเกินไปทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายและเร่งการดูดซึมสารเคมี โรงงานไทยที่วางท่อลอยกลางแดดมักเจอน้ำร้อนจัดช่วงบ่าย การหุ้มฉนวนท่อและการเดินท่อในร่มจึงมีผลมากกว่าการติดเครื่องผสมน้ำอุ่น
แรงดันน้ำเป็นจุดที่มักถูกมองข้าม หัวล้างตาต้องจ่ายน้ำเป็นสายอ่อนที่ไหลนวลขึ้นมาสองข้างพร้อมกัน เพื่อล้างจากหัวตาออกไปทางหางตา แรงดันที่สูงเกินไปทำให้ลำน้ำกระแทกกระจกตาที่บาดเจ็บอยู่แล้ว และดันสารเคมีเข้าลึกกว่าเดิม ส่วนแรงดันที่ต่ำเกินไปทำให้น้ำไม่ขึ้นถึงดวงตาเมื่อผู้บาดเจ็บก้มลง เกณฑ์ที่ตรวจได้โดยไม่ต้องมีเครื่องมือคือ ลำน้ำขึ้นสูงพอให้เอนหน้าเข้าหา และไม่กระเซ็นออกนอกอ่างรับ
การเปิดใช้และการค้างเปิด
ค่าอ้างอิงสากลกำหนดเวลาล้างต่อเนื่องไว้ที่ 15 นาที และให้เปิดใช้ได้ด้วยการกระทำครั้งเดียวโดยไม่ต้องกดค้าง ตัวเลข 15 นาทีนี้ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด แต่ทำให้เงื่อนไขใช้ได้ทันทีในข้อ 11 (1) มีความหมายในทางวิศวกรรม เพราะระบบที่ต้องกดค้างย่อมขัดกับสภาพจริงของผู้บาดเจ็บที่ต้องใช้สองมือถ่างเปลือกตาตัวเอง
วาล์วจึงต้องเป็นชนิดที่ดึงคันโยกหรือเหยียบแป้นครั้งเดียวแล้วค้างเปิดเอง จุดตรวจที่ใช้ได้ทันทีคือ เปิดแล้วปล่อยมือ ถ้าน้ำหยุดไหล ระบบนั้นยังไม่ผ่าน ส่วนคันดึงของฝักบัวต้องอยู่ในระยะที่คนตัวเล็กที่สุดในหน่วยงานเอื้อมถึงขณะยืนตัวตรง และไม่มีชั้นวางของหรือสายไฟพาดในแนวดึง
ป้าย แสงสว่าง และพื้นที่โดยรอบ
ข้อ 7 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีป้ายห้าม ป้ายให้ปฏิบัติ หรือป้ายเตือน ในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ชัดเจน ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง ป้ายบอกตำแหน่งจุดล้างตาจึงมีฐานทางกฎหมายรองรับ ส่วนรูปแบบสัญลักษณ์และสีของป้ายเป็นเรื่องที่มาตรฐานสากลกำหนดไว้ ไม่ใช่ข้อความในตัวบทไทย
พื้นที่รอบจุดล้างตาต้องมีแสงสว่างเพียงพอทุกกะ ควรทาสีพื้นเป็นกรอบเขตห้ามวางของ เลี่ยงตำแหน่งใต้แผงไฟฟ้าและใกล้เต้ารับ และต้องมีทางระบายน้ำรองรับ
ตารางแยกชั้นข้อกำหนด
| รายการ | กฎกระทรวงสารเคมี พ.ศ. 2556 (กฎหมายไทย) | ค่าอ้างอิงสากล (ไม่ใช่กฎหมายไทย) |
|---|---|---|
| องค์ประกอบขั้นต่ำ | ที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกาย (ข้อ 11 (1)) | ตรงกับตัวบทไทย |
| สภาพพร้อมใช้ | ใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน (ข้อ 11 (1)) | เปิดครั้งเดียว และค้างเปิดเอง |
| เวลาล้างต่อเนื่อง | ไม่ระบุ | 15 นาที |
| ระยะเข้าถึง | ไม่ระบุตัวเลข แต่ทางเดินต้องไม่มีวัสดุเกะกะ (ข้อ 10 (1)) | ภายใน 10 วินาที หรือราว 16.8 เมตร |
| อุณหภูมิน้ำ | ไม่ระบุ | 16-38 องศาเซลเซียส |
| ที่ล้างมือล้างหน้าและห้องอาบน้ำ | ไม่น้อยกว่า 1 ต่อลูกจ้าง 15 คน (ข้อ 11 (2) และ (3)) | ไม่กำหนดสัดส่วนต่อจำนวนคน |
| รอบการตรวจสอบ | ใช้งานได้ตลอดเวลา ไม่ระบุความถี่ (ข้อ 14) | เปิดใช้ทุกสัปดาห์ และตรวจเต็มระบบปีละครั้ง |
การดูแลรายสัปดาห์และรายปี
รอบรายสัปดาห์ คือ การเปิดไล่น้ำค้างท่อ ท่อแยกที่จ่ายเข้าจุดล้างตามักเป็นท่อตันที่ไม่มีน้ำไหลผ่านตลอดสัปดาห์ น้ำนิ่งลักษณะนี้เป็นแหล่งสะสมตะกอน สนิม ตะกรัน และจุลชีพที่เติบโตได้ดีในน้ำอุ่นที่ไม่ไหลเวียน การเปิดน้ำที่ค้างท่อมาหลายเดือนเข้าดวงตาที่บาดเจ็บอยู่แล้ว จึงเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อที่กระจกตาซ้อนเข้าไปอีกชั้น การเปิดไล่น้ำจึงทำสองอย่างพร้อมกัน คือ ไล่น้ำเก่าออกจากท่อ และยืนยันว่าวาล์วยังเปิดได้จริง
วิธีเปิดไล่คือ เปิดจนน้ำใสและอุณหภูมิคงที่ สังเกตสีและกลิ่นของน้ำช่วงแรก แล้วบันทึกผลทุกครั้ง หากน้ำช่วงแรกขุ่นแดงหรือมีตะกอน ให้แจ้งฝ่ายซ่อมบำรุงตรวจสภาพท่อ สำหรับฝักบัว ควรเตรียมถังหรือกรวยรองน้ำต่อลงท่อระบาย เพื่อให้ทดสอบได้โดยพื้นไม่เปียกจนลื่น ข้ออ้างเรื่องพื้นเปียกคือเหตุผลที่พบบ่อยที่สุดของการไม่เคยทดสอบ
รอบรายปี คือ การตรวจเต็มระบบ ครอบคลุมรายการที่การเปิดไล่รายสัปดาห์ตรวจไม่ได้ ได้แก่ การวัดอัตราการไหลเทียบกับค่าในคู่มือของผู้ผลิตรุ่นนั้นโดยตรง การวัดอุณหภูมิน้ำที่หัวจ่ายช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน การตรวจว่าสายน้ำสองข้างขึ้นเท่ากัน การตรวจตัวกรองและการรั่วซึมของวาล์ว และการทดสอบเวลาไหลต่อเนื่องเทียบกับค่าอ้างอิงสากลที่ 15 นาที รอบนี้ยังเป็นจังหวะทบทวนตำแหน่งติดตั้งทั้งหมด เพราะเครื่องจักรใหม่หรือชั้นวางที่เพิ่มเข้ามาทำให้ระยะเข้าถึงที่เคยผ่านกลายเป็นไม่ผ่านโดยไม่มีใครสังเกต การเดินจับเวลาปีละครั้งให้ผลชัดกว่าการดูผังบนกระดาษ
เอกสารและหลักฐานที่ต้องเก็บ
การพิสูจน์ว่าอุปกรณ์ใช้งานได้ตลอดเวลาตามข้อ 14 ต้องอาศัยเอกสารย้อนหลัง
- บันทึกการเปิดไล่รายสัปดาห์ ระบุวันที่ ตำแหน่ง ผู้ทดสอบ สภาพน้ำช่วงแรก และผลว่าผ่านหรือไม่ผ่าน
- รายงานการตรวจเต็มระบบรายปี พร้อมค่าที่วัดได้จริง เทียบกับคู่มือของผู้ผลิต
- ใบแจ้งซ่อมและหลักฐานการแก้ไข ทุกรายการที่ไม่ผ่าน พร้อมวันที่ปิดงาน ตามหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือในมาตรา 21
- ผังแสดงตำแหน่งจุดล้างตาและฝักบัวฉุกเฉิน แนวคิดเดียวกับข้อ 17 (12) ที่กำหนดให้สถานที่เก็บรักษาสารเคมีอันตรายมีแผนผังแสดงที่ตั้งอุปกรณ์ฉุกเฉินติดไว้บริเวณทางเข้าออก
- หลักฐานการฝึกอบรมทบทวนประจำปี ตามข้อ 34
- บัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและข้อมูลความปลอดภัย ตามแบบ สอ.1 ซึ่งข้อ 2 กำหนดให้นายจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองจัดทำไว้ ใช้ระบุว่าสารเคมีตัวใดต้องล้างนานเป็นพิเศษ อ่านต่อได้ที่ วิธีอ่านเอกสารข้อมูลความปลอดภัยและระบบ GHS
ติดตั้งแล้วแต่ใช้ไม่ได้
ของวางทับทางเดิน เป็นข้อบกพร่องที่พบมากที่สุด พาเลตเปล่า ถังสารเคมี รถเข็น และกล่องบรรจุภัณฑ์ค่อย ๆ ขยับเข้ามาจนปิดทางเข้าฝักบัว กรณีนี้อ้างข้อ 10 (1) ได้ตรงตัว วิธีแก้คือ ตีกรอบสีบนพื้นเป็นเขตห้ามวางของ และใส่จุดนี้ไว้ในรอบตรวจความเป็นระเบียบประจำวัน
ฝาครอบหัวล้างตาหาย ฝาครอบกันฝุ่นไม่ให้ตกบนหัวจ่าย เมื่อฝาหาย ฝุ่นและแมลงจะสะสมและถูกน้ำพัดเข้าตาในวันที่เกิดเหตุ ฝามักหายในวันที่ทดสอบแล้วไม่ได้ใส่กลับ แก้ด้วยการให้ผู้ทดสอบเซ็นยืนยันในแบบบันทึกว่าใส่ฝากลับแล้ว
ติดตั้งแล้วไม่มีใครเปิดทดสอบ อุปกรณ์ที่ไม่เคยเปิดอีกเลยหลังตรวจรับ มักพบวาล์วติดขัดจากตะกรัน หัวจ่ายอุดตัน หรือมีคนปิดวาล์วต้นทางไว้ระหว่างซ่อมบำรุงแล้วลืมเปิดกลับ ข้อบกพร่องกลุ่มนี้มองด้วยตาไม่เห็น ต้องเปิดน้ำจึงจะพบ
ใช้ขวดล้างตาแทนจุดล้างตาถาวร ขวดล้างตาแบบพกพาบรรจุน้ำได้จำกัดและล้างต่อเนื่อง 15 นาทีตามค่าอ้างอิงสากลไม่ได้ ข้อ 11 (1) กำหนดว่าต้องมีที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกาย ขวดล้างตาจึงเป็นเพียงอุปกรณ์เสริมระหว่างเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ
ตำแหน่งขัดกับงานอื่น จุดล้างตาที่ติดใต้แผงไฟฟ้า อยู่ในห้องที่ล็อกกุญแจนอกเวลา หรืออยู่หลังประตูที่ต้องใช้บัตรผ่าน ล้วนขัดกับเงื่อนไขใช้ได้ทันทีตามข้อ 11 (1) แม้น้ำจะไหลดี กรณีนี้แก้ด้วยการย้ายตำแหน่งเท่านั้น
อ่านต่อได้ที่ แผนรับมือสารเคมีหกรั่วไหล 3 ระดับ
ผลทางกฎหมายเมื่อไม่ปฏิบัติตาม
กฎกระทรวงฉบับนี้ออกตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 การไม่ปฏิบัติตามจึงเข้ามาตรา 53 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตบ่อยกว่าการไม่มีอุปกรณ์ คือ มีอุปกรณ์แต่พิสูจน์ไม่ได้ว่าใช้ได้ตลอดเวลาตามข้อ 14
เช็คลิสต์ตรวจรายสัปดาห์
ใช้ตรวจทุกจุด จุดละชุด
| ข้อ | รายการตรวจ | เกณฑ์ผ่าน |
|---|---|---|
| 1 | เส้นทางเข้าถึง | โล่งตลอดแนว ไม่มีวัสดุวางกีดขวาง ตามข้อ 10 (1) |
| 2 | ป้ายบอกตำแหน่ง | เห็นชัดจากจุดปฏิบัติงาน ไม่จาง ไม่มีของบัง |
| 3 | แสงสว่าง | สว่างพอใช้งานทุกกะ |
| 4 | การเปิดวาล์วล้างตา | เปิดครั้งเดียว และค้างเปิดเมื่อปล่อยมือ |
| 5 | การไล่น้ำค้างท่อ | เปิดจนน้ำใส ไม่มีตะกอน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น |
| 6 | สายน้ำล้างตา | ขึ้นสองข้างเท่ากัน สูงพอเอนหน้าเข้าหา ไม่แรงจนกระแทกตา |
| 7 | อุณหภูมิน้ำที่หัวจ่าย | ไม่ร้อนลวกและไม่เย็นจนทนไม่ได้ ช่วงอ้างอิงสากล 16-38 องศาเซลเซียส |
| 8 | ฝาครอบหัวจ่าย | ครบทุกหัว และใส่กลับหลังทดสอบ |
| 9 | การเปิดฝักบัว | ดึงคันครั้งเดียว น้ำไหลค้าง กระจายเต็มลำตัว |
| 10 | พื้นและทางระบายน้ำ | ระบายทัน ไม่มีน้ำขัง ไม่ลื่น |
| 11 | วาล์วและข้อต่อ | ไม่มีรอยรั่วซึม ไม่มีสนิมหลุดร่อน |
| 12 | การบันทึกผล | กรอกครบทุกช่อง แจ้งซ่อมทันทีที่พบข้อไม่ผ่าน |
เช็คลิสต์ตรวจรายปี
ทำเพิ่มจากรอบรายสัปดาห์ โดยผู้ที่มีเครื่องมือวัดและคู่มือผู้ผลิต
| ข้อ | รายการตรวจ | เกณฑ์ผ่าน |
|---|---|---|
| 1 | อัตราการไหลของหัวล้างตาและฝักบัว | ไม่ต่ำกว่าค่าที่ผู้ผลิตระบุในคู่มือรุ่นนั้น |
| 2 | เวลาไหลต่อเนื่อง | ครบตามค่าอ้างอิงสากล 15 นาที โดยไม่ต้องกดค้าง |
| 3 | อุณหภูมิน้ำช่วงร้อนที่สุดของวัน | อยู่ในช่วงอ้างอิงสากล 16-38 องศาเซลเซียส |
| 4 | ตัวกรองและหัวจ่าย | ถอดล้างหรือเปลี่ยนตามรอบของผู้ผลิต |
| 5 | จับเวลาเข้าถึงจากทุกจุดปฏิบัติงาน | ถึงภายในค่าอ้างอิงสากล 10 วินาที บนทางราบที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง |
| 6 | ทบทวนผังหลังผังการผลิตเปลี่ยน | ทุกจุดเสี่ยงใหม่มีจุดล้างตาครอบคลุม |
| 7 | สัดส่วนตามข้อ 11 | ที่ล้างมือล้างหน้าและห้องอาบน้ำครบ 1 ต่อ 15 คน ตามจำนวนลูกจ้างปัจจุบัน |
| 8 | ของใช้ชำระล้างในห้องอาบน้ำ | เพียงพอและใช้ได้ตลอดเวลา ตามข้อ 11 (3) |
| 9 | เวชภัณฑ์ปฐมพยาบาล | ครบตามข้อ 11 (4) และไม่หมดอายุ |
| 10 | หลักฐานการฝึกอบรมทบทวน | ครบตามข้อ 34 ในรอบหนึ่งปี |
| 11 | แฟ้มบันทึกรายสัปดาห์ | ครบทุกสัปดาห์ และปิดงานซ่อมครบทุกรายการ |
สรุป
- ข้อ 11 (1) ของกฎกระทรวงสารเคมี พ.ศ. 2556 กำหนดองค์ประกอบขั้นต่ำสองอย่าง คือ ที่ล้างตาและฝักบัวชำระล้างร่างกาย พร้อมเงื่อนไขว่าต้องใช้ได้ทันทีในกรณีฉุกเฉิน
- สัดส่วน 1 ต่อ 15 คน ผูกกับที่ล้างมือล้างหน้าตามข้อ 11 (2) และห้องอาบน้ำตามข้อ 11 (3) ไม่ได้ผูกกับจำนวนจุดล้างตา
- เวลาล้าง 15 นาที ระยะเข้าถึงภายใน 10 วินาที และอุณหภูมิน้ำ 16 ถึง 38 องศาเซลเซียส เป็นค่าอ้างอิงสากล ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด
- ข้อ 14 กำหนดผลลัพธ์ว่าอุปกรณ์ต้องใช้งานได้ตลอดเวลา โดยไม่ระบุความถี่ นายจ้างจึงกำหนดรอบเอง และต้องมีบันทึกย้อนหลังไว้พิสูจน์
- การเปิดไล่น้ำค้างท่อทุกสัปดาห์ไล่น้ำนิ่งที่เป็นแหล่งสะสมตะกอนและจุลชีพ พร้อมยืนยันว่าวาล์วยังเปิดได้จริง ส่วนข้อบกพร่องที่พบบ่อยที่สุดคือของวางทับทางเดิน ซึ่งอ้างข้อ 10 (1) ได้ตรงตัว
อ้างอิงกฎหมาย
- กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 7 ข้อ 10 (1) ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 17 (12) และข้อ 34
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 8 มาตรา 21 และมาตรา 53
- ค่าอ้างอิงสากลในบทนี้มาจากมาตรฐาน ANSI Z358.1 ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานสมัครใจ ไม่มีผลใช้บังคับตามกฎหมายไทย
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
บทความที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนจากเหตุก๊าซรั่วที่โบพาล คืนที่แนวป้องกันดับพร้อมกันทุกชั้น
ลำดับเหตุก๊าซรั่วที่โบพาลตามรายงานสาธารณะ ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ต่างกันตามแหล่ง แนวป้องกันที่ดับไปทีละชั้น และสิ่งที่โรงงานไทยทำได้จริงตามกฎกระทรวงสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556

เคสสารเคมีรั่วในนิคมมาบตาพุด — บทเรียนจาก 30 นาทีแรก
เปิดเคสจำลองจากเหตุการณ์จริงในนิคมปิโตรเคมี — ไอควันลอยเหนือ bunding ตี 3 ครึ่ง ERT ตอบสนองช้า ประชาชนไม่ได้รับแจ้งทันที กฎหมายอะไรถูกละเลย และพรุ่งนี้คุณทำอะไรได้บ้าง

Chemical Spill Response — 3 Tier + STOP-CONTAIN-CLEAN
Protocol รับมือสารเคมีหก 3 ระดับ Incidental/Limited/Full ตาม NFPA 471/472 บวก STOP-CONTAIN-CLEAN และ Spill Kit ครบ พร้อมข้อ 11/33/34/35 กฎกระทรวงสารเคมี 2556