🤿 งานประดาน้ำ

กฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 — สรุปครบ 3 หมวด 14 ข้อ

สรุปกฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ครบ 3 หมวด 14 ข้อ — ขอบเขต 10-300 ฟุต อายุ 18 ปี แจ้งล่วงหน้า 7 วัน ทีม 5 ตำแหน่ง ออกซิเจน 100% สิทธิปฏิเสธการดำน้ำ + ประกาศกรม 2564 รวม 7 ฉบับ

Safety Station 1018 มิถุนายน 2569อ่าน 39 นาที · 8,660 คำ
กฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 — สรุปครบ 3 หมวด 14 ข้อ

กฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 — สรุปครบ 3 หมวด 14 ข้อ

ส่งลูกจ้างลงไปเชื่อม-ตัด-ซ่อมโครงสร้างใต้น้ำ โดยไม่ได้แจ้งหน่วยงาน ไม่ได้ตรวจสุขภาพ และจัดทีมไม่ครบตำแหน่ง — ใครต้องรับผิดเมื่อเกิดเหตุ คำตอบไม่ได้อยู่ที่ใบประกาศนักดำน้ำเพื่อสันทนาการที่ลูกจ้างมี แต่อยู่ที่กฎกระทรวงเฉพาะของงานประดาน้ำที่บังคับนายจ้างโดยตรง

งานประดาน้ำในที่นี้คือ งานประดาน้ำเชิงพาณิชย์ของลูกจ้าง ไม่ใช่การดำน้ำเพื่อสันทนาการทั่วไป กฎหมายที่กำกับคือ กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ออกตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 8 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

กฎกระทรวงฉบับนี้ให้ไว้ ณ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2563 มีโครงสร้าง 3 หมวด รวม 14 ข้อ คือ หมวด 1 งานประดาน้ำ (ข้อ 2-6) หมวด 2 การคุ้มครองความปลอดภัยในการดำน้ำ (ข้อ 7-11) และหมวด 3 อุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ (ข้อ 12-13) ปิดท้ายด้วยบทเฉพาะกาล (ข้อ 14)

ลองไล่ทีละหมวดว่านายจ้างต้องทำอะไรบ้าง และตัวเลขสำคัญแต่ละตัวมาจากข้อไหน

คำจำกัดความตามกฎหมาย (ข้อ 1)

ก่อนเข้าหน้าที่ทีม ต้องเข้าใจ 5 คำที่กฎหมายนิยามไว้ใน ข้อ 1 ก่อน เพราะชื่อตำแหน่งทั้งหมดในกฎกระทรวงนี้อ้างคำเหล่านี้ ไม่ใช่ศัพท์การดำน้ำเพื่อสันทนาการ

"งานประดาน้ำ" หมายความว่า งานที่ทำใต้น้ำโดยการดำน้ำ

"นักประดาน้ำ" หมายความว่า ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ชำนาญในการทำงานประดาน้ำ

คำว่า "นักประดาน้ำ" ผูกกับสถานะ "ลูกจ้าง" โดยตรง — กฎหมายฉบับนี้จึงครอบเฉพาะคนที่ทำงานใต้น้ำในฐานะลูกจ้างของนายจ้าง ไม่ใช่นักดำน้ำอิสระหรือนักท่องเที่ยว

อีก 3 คำที่เหลือกำหนดบทบาทในทีมไว้ชัดเจน

  • "หัวหน้านักประดาน้ำ" — นักประดาน้ำซึ่งได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ทำหน้าที่วางแผนและควบคุมการทำงานประดาน้ำทั้งหมด
  • "พี่เลี้ยงนักประดาน้ำ" — นักประดาน้ำซึ่งทำหน้าที่คอยดูแลช่วยเหลือนักประดาน้ำในการทำงานประดาน้ำ
  • "นักประดาน้ำพร้อมดำ" — นักประดาน้ำซึ่งทำหน้าที่เตรียมพร้อมจะลงไปช่วยเหลือนักประดาน้ำที่ทำงานประดาน้ำได้ทันทีเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น
  • "ผู้ควบคุมระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสาร" — นักประดาน้ำซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสารกับนักประดาน้ำซึ่งทำงานประดาน้ำ

ชื่อ 5 ตำแหน่งนี้คือชื่อทางการ — ในเอกสารราชการ แบบแจ้ง และแผนการดำน้ำต้องใช้คำเหล่านี้ ไม่ใช้คำอย่าง dive master หรือ instructor ของหลักสูตรสันทนาการมาแทน (คำสองคำหลังกฎหมายใช้เฉพาะกรณีงานบริการสันทนาการและการกีฬาเท่านั้น ซึ่งจะกล่าวถึงด้านล่าง)

ขอบเขตการบังคับใช้ (ข้อ 2)

อินโฟกราฟิก 4:5 โครงสร้างกฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 — 3 หมวด 14 ข้อ พร้อมตัวเลขทอง ความลึก 10-300 ฟุต อายุ 18 ปี แจ้งล่วงหน้า 7 วัน

ข้อ 2 กำหนดความลึกที่กฎกระทรวงนี้บังคับใช้ไว้ชัดเจน

"กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับสำหรับงานประดาน้ำที่ทำในน้ำลึกตั้งแต่สิบฟุตแต่ไม่เกินสามร้อยฟุต"

แปลเป็นตัวเลขคือ ตั้งแต่ 10 ฟุต แต่ไม่เกิน 300 ฟุต ตัวเลขช่วงนี้สำคัญ เพราะตารางกำหนดจำนวนบุคลากรและอุปกรณ์ตามความลึก (กฎหมายลูกปี พ.ศ. 2564) แบ่งระดับความลึกย่อยภายในช่วงนี้ทั้งหมด งานที่ลึกเกิน 300 ฟุตอยู่นอกขอบเขตของกฎกระทรวงฉบับนี้

ขอบเขตนี้ผูกกับลักษณะงานเชิงพาณิชย์ของลูกจ้าง เช่น งานตัด งานเชื่อม งานซ่อมบำรุง ดัดแปลง แก้ไขโครงสร้างใต้น้ำ ตามที่กฎหมายลูกเรื่องหลักสูตรการทดสอบระบุไว้

หน้าที่นายจ้างก่อนเริ่มงาน — หมวด 1 (ข้อ 3-5)

หมวด 1 วางหน้าที่นายจ้างที่ต้องทำ "ก่อน" ปล่อยให้ลูกจ้างลงน้ำ มี 3 เรื่องหลัก — แจ้งสถานที่ ตรวจสุขภาพ และตรวจคุณสมบัติ

แจ้งสถานที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน (ข้อ 3)

นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานประดาน้ำที่ใด หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน

"ต้องแจ้งสถานที่นั้นให้พนักงานตรวจความปลอดภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้า ก่อนการทำงานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน"

ระยะ 7 วัน นี้คือการแจ้งล่วงหน้าก่อนเริ่มงาน นับเป็นหน้าที่แรกที่หลายโรงงานพลาด เพราะคิดว่ามีใบประกาศนักดำน้ำแล้วเริ่มงานได้เลย แบบแจ้งและช่องทางแจ้งเป็นไปตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดแบบแจ้งสถานที่ทำงานหรือเปลี่ยนสถานที่การทำงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 ซึ่งให้แจ้งทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และเปิดให้ลงทะเบียนแจ้งผ่านระบบ e-service ของกรมได้ด้วย

แบบแจ้งต้องระบุพื้นที่ทำงาน ระดับความลึกตั้งแต่กี่ฟุตถึงกี่ฟุต ลักษณะงาน ช่วงวันเวลา และจำนวนผู้ทำงานในแต่ละตำแหน่ง ตั้งแต่หัวหน้านักประดาน้ำ นักประดาน้ำ เจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ ไปจนถึงแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำหรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล

ตรวจสุขภาพตามกำหนดระยะเวลา (ข้อ 4)

ข้อ 4 บังคับให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำได้รับการตรวจสุขภาพตามกำหนดระยะเวลา และจัดทำบัตรตรวจสุขภาพไว้ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

หลักเกณฑ์นั้นออกมาเป็นประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การกำหนดระยะเวลาการตรวจสุขภาพและจัดทำบัตรตรวจสุขภาพ พ.ศ. 2564 กำหนดระยะเวลาไว้ดังนี้

  • ตรวจสุขภาพครั้งแรกให้เสร็จสิ้น ก่อน ให้ลูกจ้างทำงานประดาน้ำ
  • ตรวจสุขภาพอย่างน้อย 12 เดือนต่อ 1 ครั้ง
  • ลูกจ้างที่อายุ ตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ตรวจอย่างน้อย 6 เดือนต่อ 1 ครั้ง

การตรวจต้องทำโดยแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ แพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล หรือแพทย์ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรด้านเวชศาสตร์ใต้น้ำหรือทางทะเล ไม่ใช่การตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป รายละเอียดบัตรตรวจสุขภาพและรายการตรวจอ่านเพิ่มที่ การตรวจสุขภาพและความฟิตของนักประดาน้ำ

นอกจากระยะเวลาตรวจแล้ว ยังมีประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง โรคที่ห้ามทำงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 ที่ระบุกลุ่มโรคต้องห้าม เช่น โรคที่ปรับความดันในหูชั้นกลางไม่ได้ โรคหืดหรือปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคลมชัก โรคหัวใจและหลอดเลือดบางชนิด เบาหวาน และโรคไส้เลื่อน เว้นแต่แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำหรือทางทะเลตรวจวินิจฉัยแล้วเห็นว่าไม่เป็นอันตราย

คุณสมบัติลูกจ้าง — อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี (ข้อ 5)

ข้อ 5 กำหนดว่าลูกจ้างที่นายจ้างจะให้ทำงานประดาน้ำต้องครบ 3 คุณสมบัติ

"(1) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์"

อีก 2 ข้อคือ ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ ร่างกายแข็งแรง และไม่เป็นโรคตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และต้องมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในงานประดาน้ำ โดยผ่านการทดสอบตามหลักสูตรที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงานของรัฐรับรอง หรือหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด

อายุ 18 ปีบริบูรณ์ เป็นเกณฑ์ตามกฎหมายไทยฉบับนี้โดยตรง ไม่ใช่เกณฑ์ของหลักสูตรดำน้ำเอกชน

ส่วนหลักสูตรการทดสอบมีประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการทดสอบลูกจ้างที่ทำงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 กำหนดไว้ว่าอย่างน้อยต้องผ่านหลักสูตรการดำน้ำด้วยอากาศในทะเลเปิด (Openwater SCUBA Diver Course) หรือเทียบเท่า และหากเป็นงานเชิงพาณิชย์ เช่น งานตัด เชื่อม ซ่อมบำรุงใต้น้ำ ต้องมีเอกสารแสดงว่าผ่านการอบรมลักษณะงานนั้น เช่น หลักสูตรทักษะการดำน้ำเชิงพาณิชย์ (Commercial Diving Skill) หรือหลักสูตรการเชื่อมและตัดโลหะใต้น้ำด้วยไฟฟ้าจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

ประกาศฉบับเดียวกันแยกกรณีงานบริการสันทนาการและการกีฬาไว้ต่างหาก โดยหัวหน้านักประดาน้ำต้องผ่านหลักสูตรผู้ควบคุมการดำน้ำ (Dive master course) และครูผู้ฝึกสอนดำน้ำต้องผ่านหลักสูตรผู้ฝึกสอนดำน้ำ (Instructor course) — ศัพท์ dive master และ instructor จึงใช้เฉพาะบริบทสันทนาการเท่านั้น ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งของทีมงานเชิงพาณิชย์

รายละเอียดหลักสูตรและการสะสมประสบการณ์ดำน้ำ อ่านเพิ่มที่ คุณสมบัติและการอบรมนักประดาน้ำ

หน้าที่ทีม 5 ตำแหน่ง (ข้อ 6)

ไอคอนเซ็ต 5 ตำแหน่งทีมงานประดาน้ำตามกฎหมายไทย — หัวหน้านักประดาน้ำ พี่เลี้ยง นักประดาน้ำ นักประดาน้ำพร้อมดำ และผู้ควบคุมระบบจ่ายอากาศและสื่อสาร

ข้อ 6 กำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่ตาม 5 ตำแหน่งที่นิยามไว้ในข้อ 1 หน้าที่หลักของแต่ละตำแหน่งมีดังนี้

1. หัวหน้านักประดาน้ำ — วางแผนการทำงานและควบคุมการดำน้ำ ตลอดจนการติดต่อสื่อสารระหว่างคนใต้น้ำกับคนบนผิวน้ำ วางแผนป้องกันอันตราย ชี้แจงและมอบหมายหน้าที่ ตรวจความพร้อมของนักประดาน้ำและอุปกรณ์ก่อนทำงาน และที่สำคัญคือ ควบคุมเวลาในการทำงานประดาน้ำ ตั้งแต่เวลาเริ่มดำน้ำ เวลาทำงานใต้น้ำ เวลากลับขึ้นสู่ผิวน้ำ เวลาพักในแต่ละระดับความลึก และเวลาพักปรับสภาพร่างกายก่อนลงครั้งต่อไป โดยต้องอยู่สั่งการตลอดเวลาที่มีการทำงาน

2. พี่เลี้ยงนักประดาน้ำ — ศึกษาแผนการทำงาน ซักซ้อมแผนการติดต่อสื่อสารและแผนป้องกันอันตราย ตรวจอุปกรณ์และช่วยแต่งชุดดำน้ำ บันทึกปริมาณอากาศในขวดอากาศก่อนและหลังการดำน้ำ และรายงานเวลาการทำงานใต้น้ำให้หัวหน้านักประดาน้ำทราบทุกขั้นตอน

3. นักประดาน้ำ — ศึกษาแผนงาน ตรวจอุปกรณ์ให้พร้อม และปฏิบัติตามแผน กฎเกณฑ์การดำน้ำ และมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ แผนการดำขึ้นที่ต้องพักในระดับความลึกต่าง ๆ ตามเวลาที่กำหนด

4. นักประดาน้ำพร้อมดำ — เตรียมพร้อมดำน้ำเพื่อช่วยเหลือนักประดาน้ำตามคำสั่งหัวหน้านักประดาน้ำ และตรวจอุปกรณ์ให้พร้อมใช้ตลอดเวลา

5. ผู้ควบคุมระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสาร — ตรวจสอบและควบคุมการจ่ายอากาศให้นักประดาน้ำตามความลึก และควบคุมระบบติดต่อสื่อสารระหว่างหัวหน้านักประดาน้ำกับนักประดาน้ำ

จำนวนคนในแต่ละตำแหน่งไม่ได้กำหนดในกฎกระทรวง แต่ไปอยู่ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดให้มีลูกจ้าง เจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำหรือทางทะเล และอุปกรณ์ พ.ศ. 2564 ซึ่งมีตารางกำหนดจำนวนขั้นต่ำตามระดับความลึกและประเภทเครื่องประดาน้ำ ตัวอย่างเช่น งานใช้อากาศจากผิวน้ำที่ความลึกมากกว่า 190 ฟุต แต่ไม่เกิน 300 ฟุต ต้องมีหัวหน้านักประดาน้ำ 1 คน พี่เลี้ยงนักประดาน้ำ 2 คน นักประดาน้ำ 2 คน นักประดาน้ำพร้อมดำ 1 คน ผู้ควบคุมระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสาร 1 คน เจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ 1 คน และแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำหรือทางทะเล 1 คน

โครงสร้างทีมและการแบ่งบทบาทในแผนการดำน้ำแต่ละครั้ง อ่านเจาะลึกที่ แผนการดำน้ำ หัวหน้างาน และบทบาททีม

การคุ้มครองความปลอดภัยในการดำน้ำ — หมวด 2 (ข้อ 7-11)

หมวด 2 คือหัวใจด้านความปลอดภัยขณะปฏิบัติงาน ครอบคลุมตารางดำน้ำ บุคลากรทางการแพทย์ การปฐมพยาบาล สิทธิปฏิเสธ และการสั่งหยุดดำน้ำ

ตารางมาตรฐานการดำน้ำและการลดความกดดัน (ข้อ 7)

ข้อ 7 กำหนดให้นายจ้างต้องควบคุมให้ลูกจ้างปฏิบัติตามตารางมาตรฐานการดำน้ำและการลดความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงไปทำงานครั้งต่อไป ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

จุดที่ต้องเน้น — กฎหมายไทย อ้างถึง "ตารางมาตรฐาน" ที่ได้มาตรฐานหรือเป็นไปตามหลักการคำนวณที่ถูกต้อง แต่ ไม่ได้ฝังตัวเลขขีดจำกัดการดำน้ำ (no-decompression limit) ไว้ในตัวบทกฎหมาย ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ออกตามข้อ 7 (พ.ศ. 2564) ระบุเพียงว่านายจ้างต้องเลือกใช้ตารางมาตรฐานที่ได้มาตรฐาน และควบคุมไม่ให้ดำเกินขีดจำกัดของตารางและอุปกรณ์นั้น ๆ ดังนั้นตัวเลขเวลา-ความลึกที่ใช้จริงต้องอ้างจากตารางมาตรฐานที่เลือกใช้ ไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งขึ้นเอง

ประกาศฉบับเดียวกันยังกำหนดให้ทำ บันทึกการดำน้ำ (Diving Record) ทุกครั้ง โดยอย่างน้อยต้องมีเวลาเริ่มดำน้ำลง เวลาถึงพื้นท้องทะเล เวลาเริ่มดำน้ำขึ้น เวลาถึงและออกจากจุดลดความกดดัน เวลาถึงผิวน้ำ และเวลารวมของการดำแต่ละช่วง

มีตัวเลขสองชุดในประกาศฉบับนี้ที่ต้องแยกให้ขาด เพราะมักสับสนกัน

  • เวลาทำงาน — งานประดาน้ำถือเป็นงานที่อาจอันตรายต่อสุขภาพ นายจ้างต้องให้ลูกจ้างทำงานวันหนึ่ง ไม่เกิน 7 ชั่วโมง และรวมทั้งสัปดาห์ ไม่เกิน 42 ชั่วโมง
  • ระยะห้ามดำซ้ำเร็วเกินไป — กรณีนักดำน้ำจำเป็นต้องดำน้ำอีกครั้งในระยะเวลา ไม่เกิน 18 ชั่วโมง หรือตามที่ตารางดำน้ำมาตรฐานกำหนด ต้องใช้มาตรการตามตารางมาตรฐานอย่างเคร่งครัด

ตัวเลข 18 ชั่วโมง เป็นเรื่องการดำซ้ำ (repetitive dive) ที่ร่างกายยังมีไนโตรเจนค้างอยู่ ไม่เกี่ยวกับชั่วโมงทำงาน 7 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ข้างต้น เป็นคนละเรื่องและคนละวัตถุประสงค์

บุคลากรทางการแพทย์และห้องปรับแรงดัน (ข้อ 8)

ข้อ 8 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำ เจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล และอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด

ประกาศกรมที่ออกตามข้อ 8 (พ.ศ. 2564) เพิ่มเงื่อนไขสำคัญ — กรณีจัดให้มีการดำน้ำแบบที่ต้องลดความกดดัน (Decompression) ต้องจัดให้มี ห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric Chamber) พร้อมเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำด้วย

ปฐมพยาบาลและออกซิเจน 100% (ข้อ 9)

ข้อ 9 เป็นข้อที่ต้องจำให้แม่น

"นายจ้างต้องจัดให้มีบริการการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และออกซิเจนหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมหน้ากากช่วยหายใจ เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำตลอดระยะเวลาที่มีการดำน้ำ"

ออกซิเจน 100% พร้อมหน้ากากช่วยหายใจต้องมีพร้อม ตลอดระยะเวลาที่มีการดำน้ำ ไม่ใช่จัดเตรียมเฉพาะตอนเกิดเหตุ เพราะออกซิเจนความเข้มข้นสูงเป็นมาตรการปฐมพยาบาลหลักของโรคจากการลดความกดดัน (decompression sickness) ที่ต้องให้ทันทีที่สงสัย

สิทธิปฏิเสธการดำน้ำของลูกจ้าง (ข้อ 10)

ข้อ 10 ให้สิทธิลูกจ้างไว้ชัดเจน

"ลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำอาจปฏิเสธการดำน้ำในคราวใดก็ได้ หากเห็นว่าการดำน้ำคราวนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของตน"

นี่คือสิทธิตามกฎหมายของลูกจ้าง — ปฏิเสธการดำน้ำ "ในคราวใดก็ได้" หากเห็นว่าเสี่ยงต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ นายจ้างหรือหัวหน้านักประดาน้ำจะบังคับให้ลงน้ำทั้งที่ลูกจ้างแจ้งว่าไม่ปลอดภัยไม่ได้

กรณีที่ต้องสั่งหยุดหรือเลิกการดำน้ำ (ข้อ 11)

ข้อ 11 กำหนดให้นายจ้างและหัวหน้านักประดาน้ำต้องสั่งให้ลูกจ้างหยุดหรือเลิกการดำน้ำใน 3 กรณี

  1. เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ำและนักประดาน้ำไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้
  2. เมื่อนักประดาน้ำต้องใช้อากาศสำรองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสำรอง
  3. เมื่อการดำน้ำในพื้นที่บริเวณนั้นไม่ปลอดภัย

ต่างจากข้อ 10 ที่เป็น "สิทธิ" ของลูกจ้าง — ข้อ 11 เป็น "หน้าที่บังคับ" ของนายจ้างและหัวหน้านักประดาน้ำ เมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ต้องสั่งหยุดทันที ไม่ใช่ทางเลือก

อุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ — หมวด 3 (ข้อ 12-13)

ข้อ 12 แบ่งอุปกรณ์ตามประเภทเครื่องประดาน้ำ 2 ประเภท

  • เครื่องประดาน้ำประเภทขวดอากาศ (scuba) — อย่างน้อยต้องมีขวดอากาศ เข็มขัดน้ำหนัก เครื่องผ่อนกำลังดันอากาศและสายผ่อนอากาศสำรอง เครื่องวัดความลึก เครื่องวัดอากาศ ชุดดำน้ำ ชูชีพ เชือกช่วยชีวิตและทุ่นแสดงตำแหน่ง ตีนกบ นาฬิกาดำน้ำ มีดดำน้ำ หน้ากากดำน้ำ ไฟฉายดำน้ำ และเข็มทิศดำน้ำ
  • เครื่องประดาน้ำประเภทใช้อากาศจากผิวน้ำ (surface supply) — อย่างน้อยต้องมีขวดอากาศสำรอง เครื่องอัดอากาศ ชุดดำน้ำ ชุดสายรัดตัว ตะกั่วถ่วงหรือน้ำหนักถ่วง ตีนกบหรือรองเท้า ตู้ควบคุมระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสาร ถังพักอากาศและทุ่นแสดงตำแหน่ง มีดดำน้ำ สายอากาศ-สายโทรศัพท์-สายวัดความลึก-เชือกช่วยชีวิต หัวครอบดำน้ำหรือหน้ากากดำน้ำ ไฟฉายดำน้ำ และเข็มทิศดำน้ำ

อุปกรณ์ทั้งหมดต้องได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งคือประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 ที่รับรองมาตรฐานหลายชุด เช่น มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐาน ISO มาตรฐานสหภาพยุโรป (EN) มาตรฐาน ANSI ของสหรัฐอเมริกา และมาตรฐานสากลอื่น โดยนายจ้างต้องควบคุมดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานตลอดระยะเวลาทำงาน

ข้อ 13 กำหนดให้นายจ้างต้องบำรุงรักษาและตรวจสอบอุปกรณ์ตามที่กำหนดในคู่มือของผู้ผลิตอุปกรณ์แต่ละชนิด

รายละเอียดอุปกรณ์ scuba เทียบกับ surface supply และความเชื่อมโยงกับการลดความกดดัน อ่านต่อที่ อุปกรณ์ประดาน้ำและความปลอดภัยในการลดความกดดัน

บทเฉพาะกาล — ช่วงเปลี่ยนผ่าน (ข้อ 14)

ข้อ 14 เป็นบทเฉพาะกาลที่หลายคนมองข้าม แต่สำคัญในช่วงปีแรก ๆ ของการบังคับใช้

"ในระหว่างที่อธิบดียังมิได้ออกประกาศตามกฎกระทรวงนี้ ให้นำประกาศที่ออกตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2548 มาใช้บังคับโดยอนุโลม"

หมายความว่า ในช่วงที่ยังไม่มีประกาศกรมฉบับใหม่ออกตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 ให้ใช้ประกาศตามกฎกระทรวงเดิม พ.ศ. 2548 ไปพลางก่อน เป็นกลไกเปลี่ยนผ่านไม่ให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย ปัจจุบันกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ทยอยออกประกาศลูกตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 ครบแล้วในปี พ.ศ. 2564 ดังนั้นในทางปฏิบัติให้ยึดประกาศ พ.ศ. 2564 เป็นหลัก

กฎหมายลูกปี พ.ศ. 2564 — 7 ฉบับที่ต้องอ่านคู่กัน

กฎกระทรวง พ.ศ. 2563 วางกรอบไว้ แต่ตัวเลขและรายละเอียดปฏิบัติส่วนใหญ่อยู่ในประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ออกตามมาในปี พ.ศ. 2564 รวม 7 ฉบับ นายจ้างต้องอ่านคู่กับกฎกระทรวงเสมอ

  1. หลักสูตรการทดสอบลูกจ้างที่ทำงานประดาน้ำ (ออกตามข้อ 5)
  1. หลักเกณฑ์การควบคุมตารางมาตรฐานการดำน้ำ การลดความกดดัน และเวลาทำงาน (ออกตามข้อ 7)
  1. โรคที่ห้ามทำงานประดาน้ำ (ออกตามข้อ 5 (2))
  1. หลักเกณฑ์ระยะเวลาตรวจสุขภาพและจัดทำบัตรตรวจสุขภาพ (ออกตามข้อ 4)
  1. หลักเกณฑ์การจัดให้มีลูกจ้าง เจ้าหน้าที่/แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ และอุปกรณ์ตามความลึก (ออกตามข้อ 8)
  1. กำหนดแบบแจ้งสถานที่ทำงานหรือเปลี่ยนสถานที่การทำงานประดาน้ำ (ออกตามข้อ 3)
  1. กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ (ออกตามข้อ 12)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ลูกจ้างมีใบ Openwater หรือ Dive master ของหลักสูตรดำน้ำเอกชนแล้ว เริ่มงานเชิงพาณิชย์ได้เลยไหม?

ไม่ได้โดยอัตโนมัติ — ตามข้อ 5 และประกาศกรม พ.ศ. 2564 ใบ Openwater เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ แต่ถ้าเป็นงานเชิงพาณิชย์ เช่น ตัด เชื่อม ซ่อมบำรุงใต้น้ำ ลูกจ้างต้องมีเอกสารแสดงว่าผ่านการอบรมลักษณะงานนั้น เช่น หลักสูตรทักษะการดำน้ำเชิงพาณิชย์ หรือหลักสูตรเชื่อม-ตัดโลหะใต้น้ำจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเพิ่มด้วย

Q2: "18 ชั่วโมง" กับ "7 ชั่วโมงต่อวัน" คือเรื่องเดียวกันไหม?

คนละเรื่อง — 7 ชั่วโมงต่อวัน และ 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ คือเพดานเวลาทำงานประดาน้ำ ส่วน 18 ชั่วโมง คือระยะที่กฎหมายเตือนว่าหากต้องดำน้ำซ้ำภายในระยะนี้ ต้องใช้มาตรการตามตารางดำน้ำมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เพราะร่างกายยังมีไนโตรเจนสะสมจากการดำครั้งก่อน

Q3: กฎหมายไทยกำหนดตัวเลข no-decompression limit ไว้เป็นข้อกฎหมายหรือไม่?

ไม่ — กฎหมายไทยอ้างถึง "ตารางมาตรฐานการดำน้ำและการลดความกดดัน" ที่ได้มาตรฐานหรือเป็นไปตามหลักการคำนวณที่ถูกต้องเท่านั้น (ข้อ 7 และประกาศกรม พ.ศ. 2564) ไม่ได้ฝังตัวเลขเวลา-ความลึกของแต่ละระดับไว้ในตัวบท ตัวเลขที่ใช้จริงต้องอ้างจากตารางมาตรฐานที่นายจ้างเลือกใช้

Q4: ต้องแจ้งหน่วยงานทุกครั้งที่เปลี่ยนสถานที่หรือไม่?

ใช่ — ตามข้อ 3 ทั้งการแจ้งสถานที่ครั้งแรกและการเปลี่ยนสถานที่ทำงานประดาน้ำ ต้องแจ้งพนักงานตรวจความปลอดภัยในเขตพื้นที่ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ตามแบบที่กำหนดในประกาศกรม พ.ศ. 2564

Q5: เมื่อไหร่ที่ต้องมีห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric Chamber)?

เมื่อจัดให้มีการดำน้ำแบบที่ต้องลดความกดดัน (Decompression) ตามประกาศกรมที่ออกตามข้อ 8 (พ.ศ. 2564) ต้องจัดให้มีห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูงพร้อมเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำประจำด้วย

สรุป

  • กฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ออกตามมาตรา 5 และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 มี 3 หมวด 14 ข้อ บังคับ งานประดาน้ำเชิงพาณิชย์ของลูกจ้าง ในช่วงความลึก 10-300 ฟุต (ข้อ 2)
  • หน้าที่ก่อนเริ่มงาน — แจ้งสถานที่ล่วงหน้า 7 วัน (ข้อ 3) · ตรวจสุขภาพโดยแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ/ทางทะเล (ข้อ 4) · ลูกจ้าง อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ + ผ่านหลักสูตรมาตรฐาน (ข้อ 5)
  • ทีมงาน 5 ตำแหน่งทางการ (ข้อ 6) — หัวหน้านักประดาน้ำ / พี่เลี้ยงนักประดาน้ำ / นักประดาน้ำ / นักประดาน้ำพร้อมดำ / ผู้ควบคุมระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสาร
  • ความปลอดภัยขณะดำ — ใช้ตารางมาตรฐานการลดความกดดัน (ข้อ 7) · ออกซิเจน 100% ตลอดเวลาที่ดำ (ข้อ 9) · ลูกจ้าง ปฏิเสธการดำน้ำได้ (ข้อ 10) · ต้องสั่งหยุดดำน้ำใน 3 กรณี (ข้อ 11)
  • ตัวเลขที่ห้ามสับสน — 7 ชม./วัน, 42 ชม./สัปดาห์ คือเวลาทำงาน ส่วน 18 ชม. คือระยะห้ามดำซ้ำเร็วเกินไป · และกฎหมายไทย ไม่ฝังตัวเลข NDL ไว้เป็นข้อกฎหมาย ให้อ้างจากตารางมาตรฐานที่เลือกใช้
  • ต้องอ่านควบคู่กับ ประกาศกรม พ.ศ. 2564 ทั้ง 7 ฉบับ ที่ลงรายละเอียดหลักสูตร ตารางดำน้ำ โรคต้องห้าม ระยะตรวจสุขภาพ จำนวนบุคลากร แบบแจ้ง และมาตรฐานอุปกรณ์

ขั้นถัดไปสำหรับนายจ้างที่มีงานใต้น้ำ — ตรวจ 3 จุดนี้ก่อนงานครั้งหน้า มีการแจ้งสถานที่ล่วงหน้า 7 วันหรือยัง · ลูกจ้างทุกคนมีบัตรตรวจสุขภาพและผ่านหลักสูตรตรงลักษณะงานครบหรือไม่ · จัดทีมครบตำแหน่งตามตารางความลึกในประกาศกรม พ.ศ. 2564 แล้วหรือยัง สามจุดนี้คือเอกสารแรกที่พนักงานตรวจความปลอดภัยจะขอดู


อ้างอิงกฎหมาย

  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 (3 หมวด 14 ข้อ — ออกตามมาตรา 5 และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 · ให้ไว้ ณ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2563)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการทดสอบลูกจ้างที่ทำงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 (ออกตามข้อ 5 (3))
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การควบคุมให้ลูกจ้างปฏิบัติตามตารางมาตรฐานการดำน้ำ การลดความกดดัน และการพักเพื่อปรับสภาพร่างกาย พ.ศ. 2564 (ออกตามข้อ 7 — เวลาทำงาน 7 ชม./วัน, 42 ชม./สัปดาห์ · ระยะดำซ้ำ 18 ชม.)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง โรคที่ห้ามทำงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 (ออกตามข้อ 5 (2))
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การกำหนดระยะเวลาการตรวจสุขภาพและจัดทำบัตรตรวจสุขภาพของลูกจ้างที่ทำงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 (ออกตามข้อ 4 — ตรวจทุก 12 เดือน · อายุ 45 ปีขึ้นไปทุก 6 เดือน)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดให้มีลูกจ้าง เจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ แพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเล และอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 (ออกตามข้อ 8 — ตารางจำนวนบุคลากรตามความลึก · ห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดแบบแจ้งสถานที่ทำงานหรือเปลี่ยนสถานที่การทำงานประดาน้ำของลูกจ้าง พ.ศ. 2564 (ออกตามข้อ 3 — แจ้งล่วงหน้า 7 วัน)
  • ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2564 (ออกตามข้อ 12 — มอก. / ISO / EN / ANSI ฯลฯ)
  • พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 (มาตรา 5 และมาตรา 8 — ฐานอำนาจออกกฎกระทรวง)

บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ความรู้เบื้องต้น & กฎหมาย? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →
กฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 — 3 หมวด 14 ข้อ สำหรับนายจ้าง — Safety Station 101