🤿 งานประดาน้ำ

อุปกรณ์งานประดาน้ำ และการลดความดัน (Decompression) ตามกฎหมาย

รายการอุปกรณ์ดำน้ำขั้นต่ำ 2 ประเภทตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 ข้อ 12 มาตรฐานอุปกรณ์ มอก./ISO/EN การบำรุงรักษา และการลดความดัน Decompression ตามตารางมาตรฐาน + ห้อง Hyperbaric Chamber พร้อมเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ

Safety Station 1016 มิถุนายน 2569อ่าน 33 นาที · 7,305 คำ
อุปกรณ์งานประดาน้ำ และการลดความดัน (Decompression) ตามกฎหมาย

อุปกรณ์งานประดาน้ำ และการลดความดัน (Decompression) ตามกฎหมาย

งานประดาน้ำต่างจากงานทั่วไปตรงที่ "อากาศ" ไม่ได้มาฟรี ทุกลมหายใจใต้น้ำมาจากอุปกรณ์ที่คุณพกลงไป หรือสายที่ส่งจากผิวน้ำ ถ้าอุปกรณ์ขาดสักชิ้น หรือไม่ได้มาตรฐานสักตัว นักประดาน้ำที่อยู่ลึกลงไปหลายสิบฟุตก็ไม่มีทางลัดให้ขึ้นมาหายใจได้ทันที

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ อันตรายจากการดำน้ำหลายอย่างไม่ได้เกิดตอนอยู่ใต้น้ำ แต่เกิดตอน "ขึ้น" — ถ้าขึ้นเร็วเกินไปโดยไม่ลดความดันตามขั้นตอน ไนโตรเจนที่ละลายในเลือดจะกลายเป็นฟองเหมือนเปิดขวดน้ำอัดลม นี่คือที่มาของโรคจากการลดความดัน (Decompression Sickness)

กฎหมายไทยจึงคุมงานประดาน้ำไว้ 2 ขา — ขาหนึ่งคืออุปกรณ์ต้องครบและได้มาตรฐาน อีกขาคือการลดความดันต้องทำตามตารางมาตรฐาน เนื้อหานี้แยกให้เห็นทีละขา ว่าตามกฎหมายต้องมีอะไรบ้าง และ จป. กับหัวหน้านักประดาน้ำต้องคุมตรงไหน หากต้องการภาพรวมตัวกฎหมายทั้งฉบับ อ่านได้ที่ กฎกระทรวงงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 ฉบับเต็ม

งานประดาน้ำในสายตากฎหมายไทย คืออะไร

ก่อนจะไปเรื่องอุปกรณ์ ขอปูพื้นนิยามตามกฎหมายก่อน เพราะหลายคนเข้าใจว่า "ดำน้ำ" คือเล่นกีฬาดูปะการัง แต่ในมุมความปลอดภัยในการทำงาน มันคืองานอาชีพที่มีกฎกระทรวงคุมเฉพาะ

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 นิยาม "งานประดาน้ำ" ว่าหมายถึงงานที่ทำใต้น้ำโดยการดำน้ำ และให้ใช้บังคับกับงานประดาน้ำที่ทำในน้ำลึกตั้งแต่ 10 ฟุต แต่ไม่เกิน 300 ฟุต

พูดง่าย ๆ คือ ถ้าโรงงาน อู่เรือ หรืองานวางท่อใต้น้ำ ส่งคนลงไปทำงานในน้ำลึกตั้งแต่ 10 ฟุตขึ้นไป งานนั้นเข้าข่ายต้องทำตามกฎกระทรวงฉบับนี้ทันที ทั้งเรื่องคน อุปกรณ์ และการลดความดัน

ลองนึกภาพง่าย ๆ ว่า อุปกรณ์ดำน้ำเหมือน "ระบบช่วยชีวิต" ที่ต้องพกติดตัว เหมือนนักบินอวกาศต้องใส่ชุดพร้อมถังอากาศก่อนออกไปนอกยาน ขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่ง = ออกไปไม่ได้ กฎหมายจึงไม่ปล่อยให้นายจ้างเลือกเองว่าจะให้อะไร แต่กำหนดรายการขั้นต่ำไว้ชัดเจน

ทำไมเรื่องอุปกรณ์กับการลดความดันถึงสำคัญ

เพราะเป็น 2 จุดที่ "พลาดแล้วตาย" จริง ๆ ไม่ใช่แค่บาดเจ็บ

จุดแรก — อุปกรณ์ ใต้น้ำไม่มีอากาศให้หายใจ ระบบจ่ายอากาศคือเส้นชีวิตเส้นเดียว ถ้าเครื่องวัดอากาศพัง นักประดาน้ำจะไม่รู้ว่าอากาศเหลือเท่าไหร่ ถ้าเชือกช่วยชีวิตขาด พี่เลี้ยงจะดึงคนขึ้นไม่ได้ ถ้าระบบสื่อสารเสีย หัวหน้านักประดาน้ำจะสั่งการไม่ได้ อุปกรณ์ทุกชิ้นที่กฎหมายระบุ ล้วนเป็นชิ้นที่ "ขาดแล้วช่วยคนไม่ทัน"

จุดที่สอง — การลดความดัน ยิ่งดำลึกและนานเท่าไหร่ ร่างกายยิ่งสะสมไนโตรเจนมากเท่านั้น การขึ้นสู่ผิวน้ำต้องค่อย ๆ ขึ้นและหยุดพักตามระดับความลึก เพื่อให้ไนโตรเจนค่อย ๆ ระบายออก ถ้าข้ามขั้นตอนนี้ ผลที่ตามมาตั้งแต่ปวดข้อ อัมพาต ไปจนถึงเสียชีวิต รายละเอียดด้านสุขภาพอ่านเพิ่มได้ที่ สุขภาพและความเสี่ยงโรคจากการลดความดัน

นี่คือเหตุผลที่กฎหมายไม่ปล่อยให้ "ดำเอามัน" แต่บังคับให้ทุกการดำน้ำมีอุปกรณ์ครบ มีตารางคุมเวลา และมีระบบรองรับเมื่อเกิดเหตุ

เครื่องประดาน้ำ 2 ประเภทตามข้อ 12

อินโฟกราฟิก 4:5 เปรียบเทียบเครื่องประดาน้ำ 2 ประเภท — แบบขวดอากาศ scuba กับแบบใช้อากาศจากผิวน้ำ surface-supply พร้อมอุปกรณ์เด่นของแต่ละแบบ

หัวใจของเรื่องอุปกรณ์อยู่ที่ ข้อ 12 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 ซึ่งบังคับให้นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทตามวิธีจ่ายอากาศ

"เครื่องประดาน้ำประเภทขวดอากาศ (scuba) ประกอบด้วยอุปกรณ์อย่างน้อย ดังต่อไปนี้"

คำว่า "อย่างน้อย" สำคัญมาก — แปลว่ารายการที่กฎหมายลิสต์ไว้คือ "ขั้นต่ำ" ที่ต้องมี ไม่ใช่เพดาน นายจ้างจะจัดเพิ่มมากกว่านี้ได้ แต่ห้ามมีน้อยกว่านี้

ประเภทที่ 1: ขวดอากาศ (scuba)

scuba คือแบบที่นักประดาน้ำพกถังอากาศติดตัวลงไปเอง ไม่มีสายต่อจากผิวน้ำ เหมาะกับงานน้ำตื้นถึงปานกลางที่ต้องเคลื่อนที่คล่อง อุปกรณ์ขั้นต่ำตามข้อ 12 (1) มีดังนี้

  • ขวดอากาศ
  • เข็มขัดน้ำหนัก
  • เครื่องผ่อนกำลังดันอากาศและสายผ่อนอากาศสำรอง
  • เครื่องวัดความลึก
  • เครื่องวัดอากาศ
  • ชุดดำน้ำ
  • ชูชีพ
  • เชือกช่วยชีวิตและทุ่นแสดงตำแหน่ง
  • ตีนกบ
  • นาฬิกาดำน้ำ
  • มีดดำน้ำ
  • สายผ่อนอากาศสำรอง
  • หน้ากากดำน้ำ
  • ไฟฉายดำน้ำ
  • เข็มทิศดำน้ำ

สังเกตว่าหลายชิ้นมาเป็นคู่กับ "ตัวสำรอง" เช่น สายผ่อนอากาศสำรอง — เพราะถ้าตัวหลักเสียใต้น้ำ ต้องมีตัวสำรองให้สลับได้ทันที นี่คือหลักการ "fail-safe" ที่ฝังอยู่ในรายการอุปกรณ์เลย

ประเภทที่ 2: ใช้อากาศจากผิวน้ำ (surface supply)

surface supply คือแบบที่อากาศถูกส่งจากผิวน้ำลงไปทางสาย นักประดาน้ำไม่ต้องแบกถังหลักลงไป เหมาะกับงานน้ำลึก งานที่ใช้เวลานาน หรืองานที่ต้องสื่อสารกับผิวน้ำตลอดเวลา อุปกรณ์ขั้นต่ำตามข้อ 12 (2) มีดังนี้

  • ขวดอากาศสำรอง
  • เครื่องอัดอากาศ
  • ชุดดำน้ำ
  • ชุดสายรัดตัว
  • ตะกั่วถ่วงหรือน้ำหนักถ่วง
  • ตีนกบหรือรองเท้า
  • ตู้ควบคุมระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสาร
  • ถังพักอากาศและทุ่นแสดงตำแหน่ง
  • มีดดำน้ำ
  • สายอากาศ สายโทรศัพท์ สายวัดความลึก และเชือกช่วยชีวิต
  • หัวครอบดำน้ำหรือหน้ากากดำน้ำ
  • ไฟฉายดำน้ำ
  • เข็มทิศดำน้ำ

จุดต่างชัด ๆ ระหว่าง 2 ประเภทคือ surface supply มี "ตู้ควบคุมระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสาร" และ "ขวดอากาศสำรอง" เป็นมาตรฐาน เพราะคนที่อยู่บนผิวน้ำต้องคุมการจ่ายอากาศและคุยกับนักประดาน้ำได้ตลอด ถ้าสายอากาศหลักมีปัญหา ก็ยังมีขวดสำรองให้นักประดาน้ำใช้ขึ้นมาได้

ในตอนท้ายของข้อ 12 กฎหมายยังย้ำว่า "อุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำต้องได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด" — ซึ่งโยงไปสู่เรื่องมาตรฐานอุปกรณ์ที่จะพูดต่อไป

มาตรฐานอุปกรณ์ — มอก. ISO EN และอื่น ๆ

มีอุปกรณ์ครบยังไม่พอ — ของแต่ละชิ้นต้อง "ได้มาตรฐาน" ด้วย เรื่องนี้กฎกระทรวงไม่ได้ระบุยี่ห้อหรือสเปกตรง ๆ แต่ให้อธิบดีออกประกาศกำหนด ซึ่งก็คือประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564

ตาม ข้อ 2 ของประกาศฉบับนี้

"มาตรฐานอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำ ได้แก่ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)"

แล้วประกาศก็ยอมรับมาตรฐานสากลอีกหลายชุดควบคู่กันไป สรุปเป็นกลุ่มได้ดังนี้

  • มอก. — มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของไทย
  • ISO — มาตรฐานองค์การมาตรฐานสากล
  • EN — มาตรฐานสหภาพยุโรป
  • ANSI — มาตรฐานสถาบันมาตรฐานแห่งชาติสหรัฐอเมริกา
  • AS/NZS — มาตรฐานออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
  • BS — มาตรฐานอังกฤษ
  • DIN — มาตรฐานอุตสาหกรรมเยอรมัน
  • JIS — มาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น
  • KS — มาตรฐานแห่งชาติเกาหลี
  • รวมถึง DOT (สหรัฐ), CTC (แคนาดา), CNS (จีน/ไต้หวัน), MS (มาเลเซีย)

ที่ต้องเน้น — อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ดูแลรักษานักประดาน้ำตามแนวทางของแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำหรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเลของไทย อย่างน้อยต้องได้มาตรฐานชุดเดียวกันนี้ และนายจ้างต้องคุมให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานตลอดเวลาที่ทำงานประดาน้ำ ไม่ใช่มีไว้โชว์ตอนตรวจแต่ไม่ใส่จริง

ในทางปฏิบัติ จป. หรือผู้ดูแลอุปกรณ์ควรเก็บหลักฐานรับรองมาตรฐานของอุปกรณ์ทุกชิ้นไว้ เช่น เครื่องหมาย มอก. บนตัวสินค้า หรือใบรับรอง CE/ISO จากผู้ผลิต เพราะเวลาพนักงานตรวจความปลอดภัยมาตรวจ จะขอดูว่าของที่ใช้อยู่ตรงตามมาตรฐานที่ประกาศกำหนดหรือไม่

การบำรุงรักษาและตรวจสอบอุปกรณ์

อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานวันแรกที่ซื้อ ไม่ได้แปลว่าจะปลอดภัยตลอดไป ของที่จมน้ำเค็มซ้ำ ๆ ยางเสื่อม วาล์วติด เกจเพี้ยน ล้วนเกิดขึ้นได้ กฎหมายจึงบังคับเรื่องการดูแลไว้ที่ ข้อ 13

"นายจ้างต้องบำรุงรักษาและตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับงานประดาน้ำตามที่กำหนด ในคู่มือของผู้ผลิตอุปกรณ์แต่ละชนิด"

จุดที่ต้องเข้าใจคือ กฎหมายไม่ได้กำหนดรอบตรวจเป็นตัวเลขกลาง เช่น "ทุก 6 เดือน" แต่ให้ยึด "คู่มือของผู้ผลิตอุปกรณ์แต่ละชนิด" เป็นหลัก เพราะอุปกรณ์แต่ละชนิดมีรอบบำรุงรักษาต่างกัน เครื่องผ่อนกำลังดันอากาศ (regulator) อาจต้องส่ง service ตามชั่วโมงใช้งาน ส่วนถังอากาศมีรอบทดสอบความดันของมันเอง

แนวทางที่ทำได้จริงในหน้างาน

  • ทำทะเบียนอุปกรณ์ทุกชิ้น พร้อมระบุรอบบำรุงรักษาตามคู่มือผู้ผลิต
  • เก็บคู่มือผู้ผลิตของอุปกรณ์ทุกชนิดไว้ให้ค้นได้
  • บันทึกประวัติการตรวจ/ซ่อม/เปลี่ยนอะไหล่ของแต่ละชิ้น
  • ตรวจสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง ไม่ใช่รอแค่รอบใหญ่ตามคู่มือ

หน้าที่ตรวจก่อนใช้งานนี้ยังซ้ำกับหน้าที่ของหัวหน้านักประดาน้ำและนักประดาน้ำเอง ที่ต้องตรวจความพร้อมของเครื่องมือก่อนการทำงานทุกครั้ง รวมถึงเช็กปริมาณอากาศในขวดทั้งก่อนและหลังดำ

การลดความดัน (Decompression) ตามตารางมาตรฐาน

แผนภาพ isometric ขั้นตอนการลดความดัน 4 ขั้น — ทำงานใต้น้ำ พักลดความกดดันตามตาราง ขึ้นสู่ผิวน้ำ และเข้าห้องปรับแรงดัน Hyperbaric Chamber พร้อมเตือนการดำซ้ำภายใน 18 ชั่วโมง

มาถึงขาที่สองที่สำคัญไม่แพ้กัน — การลดความดัน หลายคนเข้าใจผิดว่ากฎหมายไทยจะมีตารางตัวเลขเป๊ะ ๆ ว่า "ลึก X ฟุต ดำได้ Y นาที" ฝังอยู่ในกฎ ความจริงไม่ใช่ กฎหมายไทยใช้วิธีอ้างถึง "ตารางมาตรฐาน" แทน

เริ่มที่ ข้อ 7 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2563

"นายจ้างต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำปฏิบัติตามตารางมาตรฐานการดำน้ำ และการลดความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงไปทำงานใต้น้ำในครั้งต่อไป"

แล้วประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การควบคุมให้ลูกจ้างปฏิบัติตามตารางมาตรฐานการดำน้ำฯ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ก็ขยายความว่า นายจ้างต้องเลือกใช้ "ตารางมาตรฐานการดำน้ำที่ได้มาตรฐานหรือเป็นไปตามหลักการคำนวณที่ถูกต้อง" เพื่อจัดทำแผนการดำน้ำแต่ละครั้ง และต้องคุมไม่ให้ดำเกินขีดจำกัดของตารางและอุปกรณ์ที่ใช้

นี่คือจุดที่ต้องระวังมาก — ตัวเลขความลึกและเวลาในตาราง decompression ไม่ใช่ตัวเลขที่กฎหมายไทยกำหนดเอง แต่ขึ้นกับตารางมาตรฐานที่นายจ้างเลือกใช้ เช่น ตารางดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐ (US Navy Dive Tables) หรือมาตรฐานสากลอื่นที่ยอมรับกัน ดังนั้นเวลาเขียนแผนการดำน้ำ ห้ามไปแต่งตัวเลข No-Decompression Limit ขึ้นเองแล้วอ้างว่าเป็นข้อกฎหมาย ตัวเลขเหล่านั้นต้องอ้างอิงจากตารางมาตรฐานที่เลือกใช้จริง

หน้าที่คุมเวลาในการลดความดันเป็นของหัวหน้านักประดาน้ำโดยตรง ทั้งเวลาเริ่มดำ เวลาทำงานใต้น้ำ เวลาที่ต้องหยุดพักในแต่ละระดับความลึก และเวลาพักปรับสภาพก่อนดำครั้งต่อไป รายละเอียดการวางแผนและคุมเวลาอ่านต่อได้ที่ แผนการดำน้ำและการควบคุมเวลาโดยหัวหน้านักประดาน้ำ

การดำน้ำซ้ำภายใน 18 ชั่วโมง

ประเด็นที่พลาดกันบ่อยคือ "การดำซ้ำ" — เมื่อนักประดาน้ำดำเสร็จครั้งแรกแล้ว ร่างกายยังมีไนโตรเจนตกค้างอยู่ (Residual Nitrogen) ถ้าลงดำอีกครั้งเร็วเกินไป ไนโตรเจนจะยิ่งสะสมและเสี่ยงต่อโรคจากการลดความดันมากขึ้น

ประกาศกรม พ.ศ. 2564 เรื่องตารางมาตรฐานการดำน้ำ ระบุไว้ที่ ข้อ 4 ว่า

"ในกรณีที่นักดำน้ำมีความจำเป็นที่ต้องดำน้ำอีกครั้งในระยะเวลาไม่เกิน 18 ชั่วโมง หรือตามที่ตารางดำน้ำมาตรฐานกำหนด ต้องใช้มาตรการตามตารางมาตรฐานอย่างเคร่งครัด"

ตัวเลข 18 ชั่วโมง นี้เป็นตัวเลขจริงจากกฎหมาย ใช้อ้างอิงได้ตรง ๆ และต้องไม่สับสนกับชั่วโมงทำงาน — ในประกาศฉบับเดียวกันนี้ยังกำหนดด้วยว่า งานประดาน้ำให้ลูกจ้างทำงานวันหนึ่งไม่เกิน 7 ชั่วโมง และรวมทั้งสัปดาห์ไม่เกิน 42 ชั่วโมง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับ 18 ชั่วโมงของการดำซ้ำ

พูดให้ชัด — 18 ชั่วโมง คือกรอบเวลาที่ถ้าต้องดำซ้ำภายในนี้ ต้องคำนวณไนโตรเจนตกค้างและช่วงพักผิวน้ำ (surface interval) ตามตารางมาตรฐานอย่างเคร่งครัด ส่วน 7 และ 42 ชั่วโมง คือเพดานชั่วโมงทำงานต่อวันและต่อสัปดาห์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

นอกจากนี้ กฎหมายยังบังคับให้มีการบันทึกการดำน้ำ (Diving Record) ทุกครั้ง ตั้งแต่เวลาเริ่มดำลง เวลาถึงพื้น เวลาเริ่มดำขึ้น เวลาถึงจุดหยุดลดความดัน ไปจนถึงเวลาถึงผิวน้ำ ข้อมูลพวกนี้แหละที่เอามาคำนวณการดำซ้ำได้อย่างถูกต้อง

ห้องปรับแรงดัน (Hyperbaric Chamber) เมื่อต้องลดความดัน

การดำน้ำบางแบบ "ต้องลดความดัน" คือดำลึกหรือนานพอที่จะข้ามขีดจำกัดที่ขึ้นตรงได้ ต้องหยุดพักลดความดันระหว่างทางขึ้น กรณีนี้กฎหมายบังคับเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง ตามประกาศกรม พ.ศ. 2564 เรื่องการจัดให้มีลูกจ้าง เจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ และอุปกรณ์ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ข้อ 2

"ในกรณีที่นายจ้างจัดให้มีการดำน้ำแบบที่ต้องลดความกดดัน (Decompression) จะต้องจัดให้มีห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง (Hyperbaric Chamber) พร้อมเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ"

ลองนึกภาพ Hyperbaric Chamber เหมือน "ห้องฉุกเฉินเฉพาะทาง" สำหรับนักประดาน้ำ ถ้าใครเกิดอาการของโรคจากการลดความดัน หมอจะให้เข้าห้องนี้เพื่อปรับความดันให้สูงขึ้นแล้วค่อย ๆ ลดลงอย่างควบคุม เพื่อให้ฟองไนโตรเจนในร่างกายละลายกลับและระบายออกอย่างปลอดภัย ของแบบนี้ต้องมี "ก่อน" เกิดเหตุ ไม่ใช่ไปหาตอนคนเป็นแล้ว

นอกจากเรื่องห้องปรับแรงดัน ประกาศฉบับนี้ยังมีตารางกำหนดจำนวนคนและอุปกรณ์ตามระดับความลึกของการดำน้ำด้วย ยิ่งลึก ยิ่งต้องมีคนในทีมมากขึ้น และที่ความลึกระดับสูงต้องมีถึงเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำและแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำหรือแพทย์เวชศาสตร์ทางทะเลประจำ

อุปกรณ์ฉุกเฉินที่ขาดไม่ได้

นอกจากอุปกรณ์ดำน้ำหลัก กฎหมายยังบังคับเรื่องการรองรับเหตุฉุกเฉินไว้ที่ ข้อ 9 ของกฎกระทรวง พ.ศ. 2563

"นายจ้างต้องจัดให้มีบริการการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และออกซิเจนหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ พร้อมหน้ากากช่วยหายใจ เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างซึ่งทำงานประดาน้ำตลอดระยะเวลาที่มีการดำน้ำ"

ออกซิเจน 100% เป็นการปฐมพยาบาลขั้นแรกที่สำคัญที่สุดเมื่อสงสัยว่ามีอาการของโรคจากการลดความดัน เพราะช่วยเร่งการระบายไนโตรเจนออกจากร่างกายระหว่างรอนำส่งเข้าห้องปรับแรงดัน จุดที่ต้องย้ำคือ "ตลอดระยะเวลาที่มีการดำน้ำ" — ไม่ใช่มีไว้เฉพาะตอนดำลึก แต่ต้องพร้อมทุกครั้งที่มีคนอยู่ใต้น้ำ

สำหรับระบบ surface supply ตู้ควบคุมระบบการจ่ายอากาศและการติดต่อสื่อสารก็ถือเป็นอุปกรณ์ฉุกเฉินในตัว เพราะเป็นช่องทางที่ผู้ควบคุมระบบจะสั่งการ เตือนภัย และคุมการจ่ายอากาศได้ทันทีเมื่อมีเหตุ

ข้อควรระวัง — ที่หัวหน้านักประดาน้ำและ จป. เจอบ่อย

1. นับอุปกรณ์ครบ แต่ลืม "ตัวสำรอง"

หลายทีมเตรียมอุปกรณ์หลักครบ แต่ลืมว่ารายการขั้นต่ำมีทั้งสายผ่อนอากาศสำรอง ขวดอากาศสำรอง ถังพักอากาศ — ของสำรองเหล่านี้คือสิ่งที่ช่วยชีวิตตอนตัวหลักเสีย ขาดไป = ผิดกฎหมาย และเสี่ยงจริง

2. มีของได้มาตรฐาน แต่ไม่ใส่จริง

ประกาศมาตรฐานอุปกรณ์ระบุชัดว่านายจ้างต้องคุมให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานตลอดเวลาทำงาน การมีของครบในตู้แต่ลงน้ำจริงไม่ใส่ ถือว่าไม่ผ่าน

3. แต่งตัวเลขตาราง decompression เอง

เขียนแผนดำน้ำโดยกำหนดเวลา bottom time หรือ NDL ขึ้นเองโดยไม่อ้างอิงตารางมาตรฐานที่ได้มาตรฐาน — อันตรายมาก กฎหมายให้ยึด "ตารางมาตรฐาน" ห้ามคำนวณมั่ว

4. สับสน 18 ชั่วโมง กับชั่วโมงทำงาน

18 ชั่วโมงคือกรอบเวลาดำซ้ำที่ต้องคุมไนโตรเจนตกค้าง ไม่ใช่ชั่วโมงทำงานต่อวัน (ไม่เกิน 7 ชั่วโมง/วัน, 42 ชั่วโมง/สัปดาห์) คนละเรื่องกัน อย่าจำสลับ

5. ไม่มี Hyperbaric Chamber ทั้งที่ดำแบบต้องลดความดัน

ถ้างานเข้าข่ายดำแบบต้องลดความดัน แต่ไม่ได้จัดห้องปรับแรงดันพร้อมเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ ถือว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และถ้าเกิดเหตุจริงจะช่วยคนไม่ทัน

Checklist ก่อนเริ่มงานประดาน้ำ

ตรวจครบ 8 ข้อนี้ก่อนปล่อยคนลงน้ำ

  • ระบุได้ว่างานนี้ใช้ scuba หรือ surface supply
  • อุปกรณ์ครบตามรายการขั้นต่ำของข้อ 12 ตามประเภทที่ใช้ (รวมตัวสำรองทุกชิ้น)
  • อุปกรณ์ทุกชิ้นได้มาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากลที่ประกาศกำหนด มีหลักฐานรับรอง
  • มีทะเบียนบำรุงรักษา + ตรวจสภาพอุปกรณ์ตามคู่มือผู้ผลิต และตรวจก่อนใช้งานครั้งนี้แล้ว
  • เลือกตารางมาตรฐานการดำน้ำที่ได้มาตรฐาน และมีแผนการดำน้ำ + บันทึกการดำน้ำ
  • คำนวณการดำซ้ำภายใน 18 ชั่วโมงตามตารางมาตรฐาน (ถ้ามีดำซ้ำ)
  • มีออกซิเจน 100% พร้อมหน้ากากช่วยหายใจ + ปฐมพยาบาลเบื้องต้นพร้อมตลอดเวลาดำ
  • ถ้าดำแบบต้องลดความดัน — มีห้อง Hyperbaric Chamber พร้อมเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ

คำถามที่พบบ่อย

Q1: scuba กับ surface supply ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี?

scuba คือพกถังอากาศติดตัวลงไปเอง คล่องตัว เหมาะกับงานน้ำตื้นถึงปานกลางที่เคลื่อนที่บ่อย ส่วน surface supply ส่งอากาศจากผิวน้ำผ่านสาย เหมาะกับงานน้ำลึก งานยาว หรืองานที่ต้องสื่อสารกับผิวน้ำตลอด รายการอุปกรณ์ขั้นต่ำของแต่ละแบบไม่เหมือนกัน ต้องดูข้อ 12 (1) และ (2) ให้ตรงประเภทที่ใช้

Q2: อุปกรณ์ต้องเป็น มอก. เท่านั้นไหม?

ไม่จำเป็นต้อง มอก. อย่างเดียว ประกาศกรม พ.ศ. 2564 ข้อ 2 ยอมรับมาตรฐานสากลหลายชุด เช่น ISO, EN, ANSI, AS/NZS, BS, DIN, JIS, KS รวมถึง DOT, CTC, CNS, MS ขอแค่ได้มาตรฐานชุดใดชุดหนึ่งที่ประกาศกำหนด และมีหลักฐานรับรอง

Q3: ตัวเลข No-Decompression Limit หรือเวลาดำในกฎหมายไทยอยู่ตรงไหน?

กฎหมายไทยไม่ได้ฝังตัวเลขความลึก/เวลาในตัวกฎ แต่ให้นายจ้างเลือกใช้ "ตารางมาตรฐานการดำน้ำที่ได้มาตรฐาน" (เช่น US Navy Dive Tables หรือมาตรฐานสากลที่ยอมรับ) ตัวเลขจริงขึ้นกับตารางที่เลือกใช้ ห้ามแต่งตัวเลขขึ้นเองแล้วอ้างเป็นข้อกฎหมาย

Q4: 18 ชั่วโมง คืออะไรกันแน่?

คือกรอบเวลาของการดำซ้ำ ตามประกาศกรม พ.ศ. 2564 ข้อ 4 — ถ้าต้องดำอีกครั้งภายในเวลาไม่เกิน 18 ชั่วโมง หรือตามที่ตารางมาตรฐานกำหนด ต้องใช้มาตรการตามตารางอย่างเคร่งครัด เพราะร่างกายยังมีไนโตรเจนตกค้าง อย่าสับสนกับชั่วโมงทำงาน (ไม่เกิน 7 ชั่วโมง/วัน, 42 ชั่วโมง/สัปดาห์)

Q5: งานน้ำตื้นแค่ไหนถึงไม่ต้องมี Hyperbaric Chamber?

ไม่ได้วัดที่ความตื้น/ลึกอย่างเดียว แต่วัดที่ว่าเป็น "การดำน้ำแบบที่ต้องลดความกดดัน" หรือไม่ ถ้างานนั้นต้องลดความดัน (Decompression) กฎหมายบังคับให้มีห้องปรับแรงดันพร้อมเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ ตามประกาศกรม พ.ศ. 2564 ข้อ 2 ส่วนจำนวนคนในทีมก็เพิ่มตามระดับความลึกในตารางท้ายประกาศ

สรุป

จุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

  1. อุปกรณ์มี 2 ประเภท — ขวดอากาศ (scuba) กับใช้อากาศจากผิวน้ำ (surface supply) แต่ละแบบมีรายการขั้นต่ำตามข้อ 12 ต่างกัน คำว่า "อย่างน้อย" แปลว่าห้ามมีน้อยกว่านี้
  2. ต้องได้มาตรฐาน + ใส่จริง — มอก. หรือมาตรฐานสากล (ISO/EN/ANSI ฯลฯ) ตามประกาศกรม พ.ศ. 2564 และต้องสวมใส่ตลอดเวลาทำงาน
  3. บำรุงรักษาตามคู่มือผู้ผลิต — ข้อ 13 ไม่ได้กำหนดรอบกลาง ให้ยึดคู่มือของอุปกรณ์แต่ละชนิด + ตรวจก่อนใช้ทุกครั้ง
  4. การลดความดันยึดตารางมาตรฐาน — กฎหมายไม่ฝังตัวเลข ห้ามแต่งเอง ดำซ้ำภายใน 18 ชั่วโมงต้องคุมตามตารางอย่างเคร่งครัด
  5. ดำแบบต้องลดความดัน = ต้องมี Hyperbaric Chamber พร้อมเจ้าหน้าที่เวชศาสตร์ใต้น้ำ บวกออกซิเจน 100% และปฐมพยาบาลพร้อมตลอดเวลาดำ

ลองเริ่มที่จุดง่ายที่สุดก่อน — เปิดทะเบียนอุปกรณ์ของทีมคุณ ตรวจว่ารายการครบตามข้อ 12 ไหม ทุกชิ้นมีเครื่องหมายมาตรฐานไหม และคู่มือผู้ผลิตยังอยู่ครบไหม นี่คือ 3 อย่างแรกที่พนักงานตรวจความปลอดภัยจะขอดู และเป็นรากฐานที่ทำให้การดำน้ำครั้งต่อ ๆ ไปปลอดภัยขึ้นจริง


อ้างอิงกฎหมาย

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ อุปกรณ์ & การลดความดัน? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →
อุปกรณ์งานประดาน้ำ scuba/surface supply + การลดความดัน Decompression — Safety Station 101