📊 ระบบบริหาร & เหตุฉุกเฉิน

ISO 45001 vs กฎกระทรวง SMS 2565 — เทียบ Clause ต่อข้อแบบ Auditor

เทียบ ISO 45001:2018 กับกฎกระทรวง SMS พ.ศ. 2565 — mapping 5 องค์ประกอบไทย vs Clause 4-10 ISO + gap analysis สำหรับ จป.วิชาชีพและ Internal Auditor

Safety Station 10118 พฤษภาคม 2569อ่าน 32 นาที · 7,109 คำ
ISO 45001 vs กฎกระทรวง SMS 2565 — เทียบ Clause ต่อข้อแบบ Auditor

ผู้ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี การก่อสร้าง การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และอีก 54 ประเภทกิจการตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง พ.ศ. 2565 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป มีหน้าที่ตามกฎหมายไทยต้องจัดให้มี ระบบการจัดการด้านความปลอดภัย (Safety Management System — SMS) ตามองค์ประกอบ 5 ส่วนที่ระบุในกฎกระทรวง ขณะเดียวกัน หลายโรงงานก็ได้ใบรับรอง ISO 45001:2018 จาก Certification Body ระดับสากลอยู่แล้ว คำถามที่ Management Representative และ Internal Auditor ต้องตอบให้ชัดคือ ใบรับรอง ISO ที่ถืออยู่ — แทนการปฏิบัติตามกฎไทยได้หรือไม่ และถ้าได้ ต้องเสริมจุดใดบ้างให้ครอบคลุมข้อบังคับไทย

1. Technical context — สองมาตรฐาน สองสถานะ

ทั้ง ISO 45001 และกฎกระทรวง SMS พ.ศ. 2565 ต่างมีจุดประสงค์เดียวกัน คือกำหนดกรอบ (framework) ให้องค์กรจัดการความเสี่ยงด้าน OSH อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง แต่ทั้งสองมาตรฐานต่างกันที่สถานะทางกฎหมายและขอบเขตการบังคับใช้ ดังตารางเปรียบเทียบเชิงสถานะ

มิติ กฎกระทรวง SMS พ.ศ. 2565 ISO 45001:2018
สถานะ บังคับ (mandatory) ตามกฎหมายไทย สมัครใจ (voluntary) มาตรฐานสากล
ที่มา ออกตามมาตรา 5 และมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ออกโดย ISO/PC 283 (Technical Committee) เผยแพร่ มี.ค. 2018
ผู้บังคับใช้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) Accredited Certification Body (CB) ผ่าน Accreditation Body
ขอบเขตทางพื้นที่ สถานประกอบกิจการในประเทศไทย ทั่วโลก ใช้กับทุกองค์กรไม่จำกัดประเภท
เกณฑ์บังคับ นายจ้างที่อยู่ในบัญชี 54 ประเภทกิจการ + ลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป ไม่มี — องค์กรเลือกขอรับรองเอง
ระยะเวลา grace period ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีลูกจ้างครบ 50 คน ไม่มี
โครงสร้าง 13 ข้อ + บัญชีท้ายกฎ 54 ประเภทกิจการ 10 Clauses ตาม Annex SL High-Level Structure (HLS)
รุ่นที่ใช้ปัจจุบัน ฉบับ พ.ศ. 2565 (ยกเลิกฉบับที่ 2 พ.ศ. 2553) ISO 45001:2018 (แทน OHSAS 18001 ที่เลิกใช้ในปี 2021)

"นายจ้างของสถานประกอบกิจการตามที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงนี้ ที่มีลูกจ้าง จำนวนห้าสิบคนขึ้นไป ต้องจัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัย ทั้งนี้ ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างครบจำนวนดังกล่าว"

ประเด็นที่ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนเปรียบเทียบในเชิง Clause คือ ISO 45001 ไม่มีสถานะเป็น "กฎหมาย" ในประเทศไทย — การได้ใบรับรอง ISO ไม่ใช่ใบอนุญาตหรือใบรับรองที่กรมสวัสดิการฯ ออก แต่กฎไทยเปิดช่อง equivalence ผ่านข้อ 13 ที่จะกล่าวถึงในหัวข้อ 6

ผู้ที่ต้องการบริบทกฎหมายไทยฉบับเต็มของ SMS พ.ศ. 2565 สามารถอ้างอิงเพิ่มเติมที่ SMS ตามกฎกระทรวง 2565

2. Theory / standard — โครงสร้างองค์ประกอบของแต่ละมาตรฐาน

2.1 กฎกระทรวงไทย — 5 องค์ประกอบ

กฎกระทรวงไทยระบุไว้ในข้อ 5 ว่าระบบ SMS อย่างน้อยต้องประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ

"ระบบการจัดการด้านความปลอดภัย อย่างน้อยต้องประกอบด้วย (1) นโยบาย... (2) การจัดการองค์กร... (3) แผนงาน... (4) การประเมินผลและการทบทวนระบบ... (5) การปรับปรุงและการพัฒนาระบบ"

โครงสร้างนี้สะท้อนวงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act) อย่างชัดเจน โดย Policy + Planning อยู่ใน Plan, Organizing + Implementation อยู่ใน Do, Evaluation + Review อยู่ใน Check และ Improvement อยู่ใน Act

2.2 ISO 45001:2018 — 10 Clauses ตาม Annex SL HLS

ISO 45001 ใช้ High-Level Structure (HLS) เดียวกับ ISO 9001 และ ISO 14001 ทำให้องค์กรที่มี Integrated Management System (IMS) สามารถบูรณาการได้ง่าย โครงสร้าง 10 Clauses มีดังนี้

Clause ชื่อ บทบาทใน PDCA
1-3 Scope / Normative References / Terms บทนำ ไม่ใช่ข้อกำหนด
4 Context of the Organization Plan — เข้าใจองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
5 Leadership and Worker Participation Plan — ภาวะผู้นำและการมีส่วนร่วม
6 Planning Plan — Hazard ID + Risk Assessment + Legal + Objectives
7 Support Do — Resources, Competence, Awareness, Communication, Documented Info
8 Operation Do — Operational Planning + Control, Emergency Preparedness
9 Performance Evaluation Check — Monitoring, Audit, Management Review
10 Improvement Act — Incident, Nonconformity, Corrective Action, Continual Improvement

ข้อกำหนดที่ใช้ตรวจรับรอง (Auditable Requirements) อยู่ที่ Clause 4 ถึง Clause 10 รวม 7 Clauses

3. Mapping Matrix — ไทย 5 องค์ประกอบ vs ISO 45001 Clause 4-10

อินโฟกราฟิกตาราง mapping 5 องค์ประกอบกฎไทย 2565 กับ ISO 45001 Clause 4-10 — นโยบาย องค์กร แผนงาน ประเมิน ปรับปรุง

ตารางต่อไปนี้เป็นการ map ระหว่างข้อกำหนดของกฎไทยกับ Clause ของ ISO 45001 โดยอ้างเฉพาะข้อที่ระบุชัดในกฎกระทรวงเท่านั้น — ไม่ตีความเกินกว่าตัวบท

กฎไทย พ.ศ. 2565 เนื้อหา ISO 45001:2018 Clause หมายเหตุ
ข้อ 5 (1) + ข้อ 6 + ข้อ 7 นโยบาย OSH 5.2 OH&S Policy ทั้งสองต้องลงนามผู้บริหารสูงสุด + ทบทวนปีละ 1 ครั้ง
ข้อ 5 (2) + ข้อ 8 (1) บุคลากรและบทบาทหน้าที่ 5.3 Roles, Responsibilities & Authorities กฎไทยเขียนรวมกับข้อ 8 ทั้งหมด
ข้อ 8 (2) ฝึกอบรมบุคลากร 7.2 Competence + 7.3 Awareness ISO แยกสองหัวข้อชัดเจน
ข้อ 8 (3) จัดทำและเก็บเอกสาร ≥ 2 ปี 7.5 Documented Information กฎไทยกำหนดอายุ 2 ปี · ISO ไม่กำหนดอายุ (ระวัง gap)
ข้อ 8 (4) สื่อสารกับลูกจ้างและผู้รับเหมา 7.4 Communication ISO แยก internal/external communication ชัดกว่า
ข้อ 9 (1) ทบทวนสถานะเบื้องต้น 11 ปัจจัย 6.1.2 Hazard Identification + Risk Assessment กฎไทย list ปัจจัยตรง · ISO ใช้ risk-based thinking
ข้อ 9 (2) วางแผนงาน + ตัวชี้วัด + งบประมาณ 6.2 OH&S Objectives + Planning to Achieve Them ทั้งสองต้องระบุผู้รับผิดชอบ + เวลา + วัดผล
ข้อ 9 (3) นำแผนไปปฏิบัติ 8.1 Operational Planning & Control กฎไทยเขียนสั้น · ISO ลงรายละเอียดมากกว่า
ข้อ 9 (4)-(5) ประเมินแผน + ปรับปรุง 9.1 Monitoring, Measurement, Analysis & Evaluation ทั้งสองต้องตั้ง KPI วัดผล
ข้อ 10 (1) ตรวจติดตามและวัดผล 9.1.1 General + 9.2 Internal Audit ISO กำหนด Internal Audit Programme เป็นทางการ
ข้อ 10 (2) สอบสวนอุบัติเหตุ + กำหนดมาตรการ 10.2 Incident, Nonconformity & Corrective Action ทั้งสองต้องวิเคราะห์ root cause + ป้องกันการเกิดซ้ำ
ข้อ 10 (3) ทบทวนระบบ ปีละ 1 ครั้ง 9.3 Management Review ทั้งสองต้องทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ข้อ 11 ปรับปรุงและพัฒนาระบบต่อเนื่อง 10.3 Continual Improvement ตรงกัน
ข้อ 12 (1) นายจ้างควบคุมดูแล 5.1 Leadership & Commitment ทั้งสองเน้นความรับผิดชอบของ Top Management
ข้อ 12 (2) ลูกจ้างมีส่วนร่วม 5.4 Consultation & Participation of Workers ISO Clause 5.4 ลึกกว่ามาก — ระบุ "Non-managerial workers"
ข้อ 12 (3) ลูกจ้างเข้าถึงข้อมูล 7.4.2 Internal Communication ทั้งสองต้องเปิดเผยข้อมูล OSH
ข้อ 12 (4) ช่องทางรับข้อร้องเรียน 5.4 c) Consultation Process ISO ระบุ mechanism ชัด

ข้อสังเกตเชิงโครงสร้าง — กฎไทยไม่มีข้อที่ map ตรงกับ ISO 45001 Clause 4 (Context of the Organization) และ Clause 6.1.3 (Determination of Legal Requirements and Other Requirements) แม้สาระจะแฝงอยู่ในข้อ 7 (ความสอดคล้องกับสภาพการทำงานและกฎหมาย) ก็ตาม — รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ Gap Analysis

4. Risk-based thinking — ความต่างทางปรัชญา

นี่คือจุดที่ ISO 45001 ลึกกว่ากฎไทยอย่างมีนัยสำคัญ

4.1 ISO 45001 Clause 6.1 — Risk-Based Thinking เป็นแกนหลัก

Clause 6.1.2 ของ ISO 45001 (Hazard Identification and Assessment of Risks and Opportunities) กำหนดให้องค์กรต้องระบุ 3 ส่วน

  1. Hazards — ทั้งงานปกติและงานพิเศษ ทั้ง routine และ non-routine รวมถึง human factors, social factors และ near-miss
  2. OH&S Risks — โอกาส x ความรุนแรงของอันตราย พร้อมระบบการประเมินที่สามารถทวนซ้ำได้ (reproducible)
  3. OH&S Opportunities — โอกาสที่จะปรับปรุงสมรรถนะ OSH เช่น การออกแบบใหม่ การ Substitution หรือเทคโนโลยีใหม่

นอกจากนี้ Clause 6.1.3 บังคับให้องค์กรต้องกำหนดและเข้าถึง Legal Requirements and Other Requirements ที่เกี่ยวข้อง — ซึ่งสำหรับโรงงานในไทยหมายถึงต้องระบุ พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 + กฎกระทรวง 17 ฉบับ + ประกาศกรมที่เกี่ยวข้อง ลงในทะเบียนกฎหมาย (Legal Register) อย่างเป็นทางการ

4.2 กฎไทยข้อ 9 (1) — Initial Status Review

กฎไทยใช้คำว่า "ทบทวนสถานะเบื้องต้น" และ list ปัจจัยที่ต้องครอบคลุม 11 ปัจจัยอย่างชัดเจน

"การทบทวนสถานะเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมที่ปรากฏอยู่ในบริเวณที่ทำงาน ของลูกจ้าง ซึ่งรวมถึงการระบายอากาศ สารเคมีอันตราย ความร้อน แสงสว่าง เสียง รังสี ไฟฟ้า ที่อับอากาศ เครื่องจักร อาคาร สถานที่ ตลอดจนสภาพและลักษณะการทำงานอย่างอื่นของลูกจ้าง"

11 ปัจจัยที่ต้องครอบคลุมตามข้อ 9 (1) ของกฎไทยคือ การระบายอากาศ, สารเคมีอันตราย, ความร้อน, แสงสว่าง, เสียง, รังสี, ไฟฟ้า, ที่อับอากาศ, เครื่องจักร, อาคาร, สถานที่

ความต่างเชิงปรัชญาจึงเป็นว่า กฎไทยใช้แนวทาง prescriptive listing (ระบุปัจจัยที่ต้องประเมิน) ส่วน ISO 45001 ใช้แนวทาง performance-based thinking (ระบุกระบวนการที่ต้องมี แล้วเปิดให้องค์กรกำหนดเนื้อหาเอง) ทั้งสองวิธีถือว่าครอบคลุมได้เหมือนกัน แต่ในทางปฏิบัติ ผู้ตรวจ ISO จะถามว่า "Process การทำ HIRA ของท่านครอบคลุม non-routine activities อย่างไร" — ในขณะที่ผู้ตรวจกรมสวัสดิการฯ จะถามว่า "ท่านประเมินเสียงและแสงสว่างหรือยัง"

5. Documented Information — จุดที่ ISO 45001 ไม่พอ

ประเด็นที่ Management Representative ต้องระวังที่สุดเวลาอ้าง equivalence ผ่านข้อ 13 คือ อายุการเก็บเอกสาร

ISO 45001 Clause 7.5.3 (Control of Documented Information) ระบุเพียงว่าเอกสารต้อง "พร้อมใช้งานและเหมาะสมเมื่อต้องการ" และ "ได้รับการปกป้องอย่างเพียงพอ" โดย ไม่กำหนดอายุการเก็บเอกสารขั้นต่ำ — ปล่อยให้องค์กรกำหนดเองตาม Retention Schedule ของตัวเอง

แต่กฎไทยข้อ 8 (3) บังคับชัดเจน

"การจัดทำเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยให้เป็นปัจจุบัน เก็บไว้ ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันจัดทำ"

ความหมายในทางปฏิบัติคือ Retention Schedule ของโรงงานในไทยที่กำหนดให้ทิ้งเอกสาร SMS หลัง 1 ปี — แม้จะผ่าน ISO Audit แต่จะ ฝ่าฝืนกฎกระทรวงไทย ทันที ผู้ตรวจกรมสวัสดิการฯ มีอำนาจขอดูเอกสารย้อนหลัง 2 ปีตามกฎหมาย

อีกประเด็นที่ต้องระวัง — กฎไทยข้อ 8 (3) ระบุว่าเอกสารต้อง "พร้อมที่จะให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้" หมายถึงต้องอยู่ที่สถานประกอบกิจการในรูปแบบที่เปิดให้ตรวจได้ทันที — ในขณะที่บางองค์กรใช้ ISO Documentation บน Cloud ของบริษัทแม่ในต่างประเทศซึ่งอาจเข้าถึงไม่ทันที

6. Equivalence Pathway — ใช้ ISO แทนกฎไทยได้หรือไม่

ข้อ 13 ของกฎกระทรวงไทยเปิดทางให้องค์กรที่จัดทำระบบตามมาตรฐานสากลถือว่าเป็นไปตามกฎกระทรวงนี้แล้ว

"ในกรณีที่นายจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐานสหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสำนักงานบริหารความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน แห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute : ANSI) มาตรฐานของ ประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards : AS/NZS) มาตรฐานของสมาพันธ์การกำหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association : CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่อธิบดีประกาศกำหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มี ระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามกฎกระทรวงนี้แล้ว"

8 มาตรฐานที่กฎไทยยอมรับเป็น equivalence pathway คือ มอก., ISO, ILO, BSI, OSHA, ANSI, AS/NZS, CSA — รวมถึงมาตรฐานอื่นที่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประกาศกำหนดเพิ่มเติม

แม้ดูเหมือนเปิดกว้าง แต่ในทางปฏิบัติ Management Representative ต้องเข้าใจขีดจำกัดของข้อ 13

  1. "จัดให้มี" ไม่เท่ากับ "ขอรับรอง" — กฎไทยใช้คำว่า "จัดให้มีระบบ" ตามมาตรฐานนั้น ๆ ซึ่งหมายความว่าต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของมาตรฐานอย่างครบถ้วน ไม่ได้ระบุว่าต้องมีใบรับรอง 3rd-party แต่หากมีใบรับรองจะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ดีกว่า
  2. ต้องครอบคลุม content ที่กฎไทยระบุชัด — ถ้า ISO 45001 ของท่านไม่ครอบคลุม 11 ปัจจัยตามข้อ 9 (1) ของกฎไทยอย่างชัดเจน หรือไม่เก็บเอกสาร 2 ปีตามข้อ 8 (3) ผู้ตรวจกรมสวัสดิการฯ อาจตัดสินว่ายังไม่ครบ
  3. อยู่ที่ดุลพินิจของพนักงานตรวจ — ตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 พนักงานตรวจมีอำนาจตรวจสอบและออกคำสั่งให้แก้ไข — ในทางปฏิบัติ การถือใบรับรอง ISO 45001 จึงช่วยลด friction แต่ไม่ใช่ใบเบิกทาง

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติ — การถือใบรับรอง ISO 45001:2018 ที่ accredited (เช่นจาก IAF MLA member) ช่วยลดภาระ compliance อย่างมีนัยสำคัญ แต่ Management Representative ยังต้องทำ Gap Analysis เพิ่มเติมเพื่อปิดช่องที่กฎไทยลงรายละเอียดมากกว่า

7. Gap Analysis — รายการที่ ISO 45001 ไม่ครอบคลุมโดยอัตโนมัติ

ภาพประกอบ Decision Matrix ของ Gap Analysis — ทำซ้ำ ต้องทำเพิ่ม ทำใหม่ เมื่อใช้ ISO 45001 เทียบกับกฎกระทรวงไทย 2565

จุดเด่นของ ISO 45001 คือเปิดให้องค์กรกำหนดเนื้อหาเอง — ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงเมื่อต้องตรวจสอบ compliance กับกฎไทย Gap Analysis Checklist ต่อไปนี้คือสิ่งที่ Internal Auditor ของโรงงานในไทยต้องตรวจเพิ่มเหนือ ISO Audit ปกติ

Gap กฎไทยกำหนดเฉพาะเจาะจง ISO ไม่กำหนดเฉพาะ สิ่งที่ต้องทำเพิ่ม
Document retention ข้อ 8 (3) — ≥ 2 ปี นับแต่วันจัดทำ Clause 7.5 — กำหนดเอง ตั้ง Retention Schedule ≥ 2 ปี
Initial Status Review factors ข้อ 9 (1) — list 11 ปัจจัยตรง Clause 6.1.2 — performance-based จัดทำ HIRA Matrix ที่ครอบคลุม 11 ปัจจัยอย่างชัดเจน
Management Review frequency ข้อ 10 วรรคท้าย — ≥ ปีละ 1 ครั้ง Clause 9.3 — "Planned intervals" กำหนดในปฏิทินให้ ≥ ปีละ 1 ครั้ง
Policy review frequency ข้อ 6 (3) — ≥ ปีละ 1 ครั้ง Clause 5.2 — "Be reviewed periodically" ระบุใน Policy ว่าทบทวนปีละครั้ง
Document language ข้อ 6 (2) — ภาษาไทยเป็นหลัก Clause 7.5 — กำหนดเอง ต้องมีฉบับภาษาไทยทุกฉบับ
Document signature ข้อ 6 (2) — ลงลายมือชื่อ + ประทับตรารับรอง + ลงวันที่ Clause 7.5 — กำหนดเอง Policy ต้องมีลายเซ็น CEO + ตราบริษัท + วันที่
Contractor communication ข้อ 8 (4) — สื่อสารข้อมูลอันตรายให้ผู้รับเหมา Clause 7.4.3 + 8.1.4 — มีแต่ระบุ scope กว้าง จัดทำ Contractor OSH Briefing Pack ที่ครอบคลุม
Worker complaint channel ข้อ 12 (4) — ระบุชัดต้องมีช่องทางรับข้อร้องเรียน Clause 5.4 c) — "Process for consultation" จัดให้มี Hotline / กล่องรับเรื่อง / ระบบ Online

ข้อสังเกต — ทั้ง 8 gap ในตารางไม่ใช่ "ขัดกัน" กับ ISO 45001 แต่เป็นเรื่องที่ ISO ปล่อยให้องค์กรกำหนดเอง ในขณะที่กฎไทยกำหนดให้ชัด — เพียงเพิ่มขั้นตอนใน existing ISO Procedure ก็จะปิด gap ได้

8. Performance Evaluation — KPI ที่ต้องตั้ง

ทั้ง ISO Clause 9.1 และกฎไทยข้อ 9 (2) + ข้อ 10 (1) บังคับให้องค์กรต้องมี Monitoring & Measurement ที่วัดได้ การออกแบบ KPI ที่ครอบคลุมทั้งสองมาตรฐานควรประกอบด้วยทั้ง Leading และ Lagging Indicators

Lagging Indicators (Reactive — วัดผลที่เกิดแล้ว)

  • Lost Time Injury Frequency Rate (LTIFR) — จำนวน LTI ต่อ 1,000,000 ชั่วโมงทำงาน
  • Total Recordable Incident Rate (TRIR)
  • Severity Rate (SR) — วันที่เสียจาก injury ต่อ 1,000,000 ชั่วโมงทำงาน
  • Occupational Disease Rate

Leading Indicators (Proactive — วัดกิจกรรมที่ป้องกัน)

  • จำนวน Safety Inspection ที่ทำต่อเดือน
  • จำนวน Near-miss Reporting (ยิ่งสูงยิ่งดี = วัฒนธรรมรายงานดี)
  • เปอร์เซ็นต์ของแผนฝึกอบรมที่ดำเนินการตามแผน
  • ผลการตรวจติดตาม Toolbox Talk Attendance Rate

ดูเพิ่มเติมที่ KPI Leading vs Lagging

ในเชิง ISO Audit — Auditor จะถามว่า "ตัวชี้วัดที่ท่านตั้งสอดคล้องกับ OH&S Objectives ใน Clause 6.2 อย่างไร" ในขณะที่ผู้ตรวจกรมสวัสดิการฯ จะถามว่า "ท่านวัดผลตามข้อ 10 (1) ด้วยวิธีใด" — ดังนั้น KPI ที่ออกแบบดีต้อง trace ได้ทั้งสองทาง

9. Incident Investigation — Clause 10.2 vs ข้อ 10 (2)

การสอบสวนอุบัติเหตุเป็นจุดที่ทั้งสองมาตรฐานเข้มข้นเทียบเท่ากัน

กฎไทยข้อ 10 (2) บังคับว่า "มีการสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติการณ์ การเจ็บป่วย โรคจากการทำงานหรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน เพื่อกำหนดมาตรการในการแก้ไขและปรับปรุงระบบการจัดการด้านความปลอดภัย และกำหนดมาตรการป้องกันการเกิดเหตุดังกล่าวซ้ำอีก"

ISO 45001 Clause 10.2 (Incident, Nonconformity and Corrective Action) ระบุ 6 ขั้นตอนที่ต้องทำ

  1. React in a timely manner
  2. Investigate the incident or evaluate the nonconformity
  3. Determine root cause
  4. Determine if similar incidents have occurred
  5. Implement corrective action
  6. Review effectiveness of corrective action

ทั้งสองมาตรฐานเน้น root cause analysis และการป้องกันการเกิดซ้ำ — เครื่องมือที่ใช้ได้ทั้งสองทาง เช่น 5 Whys, Fishbone (Ishikawa), Tripod Beta, TapRooT

ดูเทคนิคการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สอบสวนอุบัติเหตุด้วย 5 Whys

10. Audit & Certification — ความต่างของการรับรอง

ภาพ isometric เปรียบเทียบกระบวนการ audit ของกฎไทย 2565 ที่ไม่บังคับ external audit กับ ISO 45001 ที่ต้องมี 3rd-party certification

มิติ กฎไทย ISO 45001
Internal Audit บังคับ — ตามข้อ 10 (1) ปีละ 1 ครั้งขึ้นไป บังคับ — Clause 9.2 ที่ planned intervals
Management Review บังคับ — ตามข้อ 10 วรรคท้าย ปีละ 1 ครั้ง บังคับ — Clause 9.3 ที่ planned intervals
External / 3rd-party Audit ไม่บังคับ บังคับสำหรับ Certification — Surveillance Audit ปีละครั้ง + Recertification ทุก 3 ปี
Auditor Competence ไม่กำหนดเฉพาะ ISO 19011 — Guidelines for Auditing Management Systems
Validity ไม่มีอายุ — เปลี่ยนเมื่อกฎหมายเปลี่ยน ใบรับรองอายุ 3 ปี

ในเชิง Auditor — ผู้ตรวจ ISO ใช้ ISO 19011:2018 เป็นแนวทาง โดย Auditor ต้องมี Competence ตามที่ระบุใน Annex A: Knowledge & Skills รวมถึง Discipline-specific Knowledge สำหรับ OH&S — ในประเทศไทย Auditor มักได้ Certification จาก IRCA หรือ Exemplar Global

สำหรับ Internal Audit ของโรงงาน — Auditor ภายในที่จะตรวจระบบ SMS ตามกฎไทยอย่างเดียวไม่จำเป็นต้องมีใบรับรอง IRCA แต่หากต้องการให้ผ่าน ISO Audit ด้วย ควรผ่านการอบรม Lead Auditor Course (40 ชั่วโมง) ขึ้นไป

11. Common pitfalls + Workarounds

Pitfall 1 — เข้าใจผิดว่า ISO ครอบคลุมกฎไทยอัตโนมัติ

หลายโรงงานเข้าใจว่าได้ ISO 45001 แล้วไม่ต้องห่วงกฎไทย — เป็นความเข้าใจผิด ข้อ 13 เปิดทาง equivalence แต่ Management Representative ต้องทำ Gap Analysis และเสริมจุดที่กฎไทยลงรายละเอียดมากกว่า

Workaround: จัดทำ Compliance Matrix สองคอลัมน์ — "ISO 45001 Clause" และ "Thai Law Article" — ระบุ Evidence Document ที่ตอบทั้งสองด้านในแถวเดียว

Pitfall 2 — Retention Schedule สั้นเกินไป

ISO ไม่บังคับอายุ แต่กฎไทยบังคับ 2 ปี — โรงงานที่ทำลายเอกสารทุก 1 ปีตาม IT Policy จะ ฝ่าฝืน

Workaround: ปรับ Document Master List ให้ระบุ Retention Period ของ SMS Document ทุกประเภทอย่างน้อย 2 ปี และเพิ่มเป็น 5 ปีสำหรับ Critical Document (อุบัติเหตุร้ายแรง การประเมินความเสี่ยงสารเคมีอันตราย)

Pitfall 3 — Document ภาษาอังกฤษอย่างเดียว

Multinational ที่ใช้ Corporate Template ภาษาอังกฤษอาจไม่มีฉบับภาษาไทย — กฎไทยข้อ 6 (2) บังคับให้ Policy ต้องเป็นภาษาไทยหรือมีภาษาที่ลูกจ้างเข้าใจได้

Workaround: Bilingual Policy (Thai/English) ที่ลงนามผู้บริหารสูงสุดและประทับตราบริษัท

Pitfall 4 — Worker Participation แค่บนกระดาษ

ISO Clause 5.4 และกฎไทยข้อ 12 (2) บังคับให้ลูกจ้างมีส่วนร่วม — แต่หลายโรงงานทำแค่ "ขอความเห็น" จาก คปอ. แล้วถือว่าครบ ตัวบทกฎไทยระบุชัดว่านายจ้างต้อง "เปิดโอกาสให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัย"

Workaround: จัดทำ Consultation & Participation Procedure ที่ระบุชัดเจนว่า ลูกจ้างมีส่วนร่วมในขั้นตอนใดบ้าง โดยเฉพาะ "Non-managerial workers" ตาม ISO Clause 5.4 — และเก็บ Minutes of Meeting ที่ระบุชื่อลูกจ้างที่เข้าร่วมเป็นหลักฐาน

Pitfall 5 — สับสนระหว่าง ISO 45001 กับ OHSAS 18001

OHSAS 18001 ถูกยกเลิกในเดือนมีนาคม 2021 — ใบรับรอง OHSAS ทั้งหมดสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2021 หลังจากนั้นต้องใช้ ISO 45001:2018 เท่านั้น

Workaround: หากเอกสารระบบยังอ้างอิง OHSAS 18001 อยู่ ให้ปรับปรุงทันที — ผู้ตรวจ ISO ปัจจุบันจะ flag เรื่องนี้เป็น Major Nonconformity

12. Decision Matrix — จะ implement อย่างไร

ตารางต่อไปนี้ช่วยให้องค์กรตัดสินใจ scope การ implement ตามสถานะปัจจุบัน

สถานะปัจจุบัน สิ่งที่ต้องทำ Priority
ยังไม่มีระบบ + ลูกจ้าง ≥ 50 + อยู่ในบัญชี ทำใหม่ ตามกฎไทย 5 องค์ประกอบ ภายใน 60 วัน Critical
มี SMS ตามกฎไทยอยู่แล้ว ต้องการขอ ISO ทำเพิ่ม Context, Risk-based thinking, Internal Audit Programme High
มี ISO 45001 อยู่แล้ว ทำซ้ำ + เสริม Gap 8 ข้อในตารางหัวข้อ 7 Medium
มีทั้ง ISO 45001 + Compliance Matrix ครบ Maintain — ปรับปรุงต่อเนื่อง + Surveillance Audit ปีละครั้ง Maintain

ในมุมของผู้ตรวจ Internal Auditor — แนะนำให้ใช้ ISO 45001 เป็น "กรอบหลัก" แล้ว map กฎไทยเข้าไปเป็น input ของ Clause 6.1.3 (Legal Requirements) — เพราะ ISO มีกระบวนการที่ครอบคลุมกว่าและบูรณาการกับ ISO 9001 / ISO 14001 ได้ง่าย (Integrated Management System)

13. Reference Standards

มาตรฐานที่อ้างถึงข้างต้น — แบ่งเป็นกฎหมายไทยและมาตรฐานสากล

กฎหมายไทย

  • พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 — กฎหมายแม่
  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 — กฎหลักของบทความนี้
  • กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 — บุคลากรของระบบ

มาตรฐานสากล (ที่ระบุในข้อ 13 ของกฎไทย)

  • ISO 45001:2018 — Occupational Health and Safety Management Systems — Requirements with Guidance for Use
  • ISO 19011:2018 — Guidelines for Auditing Management Systems
  • ILO-OSH 2001 — Guidelines on Occupational Safety and Health Management Systems
  • ANSI/AIHA Z10-2019 — Occupational Health and Safety Management Systems
  • BS OHSAS 18001:2007 — ถูกยกเลิกในปี 2021 ไม่ใช้แล้ว

14. สรุป — Equivalence Matrix สุดท้าย

  • กฎกระทรวง SMS พ.ศ. 2565 เป็น mandatory สำหรับนายจ้างในบัญชี 54 ประเภท + ลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป · ISO 45001:2018 เป็น voluntary international standard
  • โครงสร้าง 5 องค์ประกอบของกฎไทยสามารถ map ตรงกับ ISO Clause 4-10 ได้ — โดย Clause ที่ ISO เด่นกว่าคือ 4 (Context), 5.4 (Worker Participation ที่ละเอียด), 6.1.2 (Risk-based thinking)
  • ข้อ 13 ของกฎไทยเปิดทาง equivalence pathway — การถือ ISO 45001 ที่ accredited ช่วยลด compliance burden แต่ไม่ใช่ใบเบิกทาง 100%
  • จุดที่ต้องเสริมเสมอแม้มี ISO 45001 — Document Retention 2 ปี, 11 ปัจจัยใน Initial Status Review, ภาษาไทยใน Policy, ลายเซ็น CEO + ตราบริษัท + วันที่
  • KPI ที่ออกแบบดีต้อง trace ได้ทั้ง ISO Clause 9.1 และกฎไทยข้อ 10 (1) — ผสม Leading + Lagging Indicators
  • ระวัง — OHSAS 18001 ยกเลิกแล้วตั้งแต่ปี 2021 ต้องใช้ ISO 45001:2018 เท่านั้น

15. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ได้ ISO 45001 แล้ว ไม่ต้องทำตามกฎกระทรวง SMS 2565 ใช่หรือไม่

ไม่ทั้งหมด — ข้อ 13 ของกฎกระทรวงเปิดทางให้ถือว่า "ได้จัดให้มีระบบ" ตามกฎกระทรวงแล้ว แต่ต้องครอบคลุมเนื้อหาที่กฎไทยระบุชัด เช่น Document Retention 2 ปี, 11 ปัจจัยใน Initial Status Review, ภาษาไทยใน Policy — ดังนั้นแม้มี ISO ก็ต้องทำ Gap Analysis เสริม

Q2: ทบทวน Management Review ปีละ 1 ครั้ง — เริ่มนับจากเมื่อใด

นับจากวันที่ทำ Management Review ครั้งล่าสุด — กฎไทยข้อ 10 วรรคท้ายระบุ "อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง" และ ISO 45001 Clause 9.3 ระบุ "at planned intervals" — แนะนำกำหนดในปฏิทินบริษัทเป็น Annual Management Review ในเดือนเดียวกันทุกปี

Q3: ใบรับรอง ISO 45001 ที่ได้จาก CB ของจีน/อินเดียที่ไม่ได้ accredited จะใช้กับข้อ 13 ได้หรือไม่

ข้อ 13 ไม่ระบุชัดว่าต้อง accredited — แต่ในทางปฏิบัติ การถือใบรับรองจาก Certification Body ที่ได้ Accreditation จาก IAF MLA member (เช่น NAC, JAS-ANZ, UKAS) จะมีน้ำหนักทางหลักฐานสูงกว่ามาก — แนะนำตรวจ CB กับ IAF CertSearch ก่อนเลือกใช้บริการ

Q4: ระบบ SMS ตามกฎไทย ต้องมี จป.วิชาชีพ ร่วมจัดทำหรือไม่

ใช่ — แม้กฎกระทรวง SMS พ.ศ. 2565 ไม่ระบุชัดเจน แต่กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2565 บังคับให้นายจ้างที่มีลูกจ้าง 100 คนขึ้นไป (สำหรับโรงงานในบัญชี) ต้องจัดให้มี จป.วิชาชีพ — ซึ่ง จป.วิชาชีพมีหน้าที่ร่วมจัดทำและบริหารระบบ SMS

Q5: หากใบรับรอง ISO 45001 หมดอายุ ระหว่างต่ออายุ — ถือว่าฝ่าฝืนกฎไทยหรือไม่

ไม่ — กฎไทยใช้คำว่า "จัดให้มีระบบ" ตามมาตรฐาน ไม่ได้ใช้คำว่า "ต้องมีใบรับรอง" — ดังนั้นแม้ใบรับรองหมดอายุระหว่างต่ออายุ (transition period) หากระบบของท่านยังดำเนินอยู่ตามข้อกำหนด ISO 45001 ก็ยังถือว่าผ่านข้อ 13 แต่ในทางปฏิบัติแนะนำให้ Surveillance Audit ไม่ขาดช่วง

16. อ้างอิงกฎหมายและมาตรฐาน

กฎหมายไทย

ฉบับ ปี สถานะ
พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 บังคับใช้
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย พ.ศ. 2565 บังคับใช้ (ยกเลิกฉบับที่ 2 พ.ศ. 2553)
กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานฯ พ.ศ. 2565 บังคับใช้

มาตรฐานสากล

มาตรฐาน ปี ผู้ออก
ISO 45001 — Occupational Health and Safety Management Systems 2018 ISO/PC 283
ISO 19011 — Guidelines for Auditing Management Systems 2018 ISO/TC 176/SC 3
ILO-OSH — Guidelines on OSH Management Systems 2001 International Labour Organization
ANSI/AIHA Z10 — Occupational Health and Safety Management Systems 2019 American Industrial Hygiene Association

บทความนี้เป็นการวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงเทคนิคระหว่างกฎหมายไทยกับมาตรฐานสากล สำหรับใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในงาน Internal Audit และการจัดทำ Compliance Matrix — ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย กรณีต้องการความเห็นทางกฎหมายเป็นทางการ ควรปรึกษาทนายความและพนักงานตรวจความปลอดภัยของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ ISO 45001? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →