สสปท. คืออะไร — สถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ และบริการต่อสถานประกอบกิจการ
สสปท. (TOSH) คือสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ องค์การมหาชนภายใต้กระทรวงแรงงาน จัดตั้งโดย พ.ร.ฎ. พ.ศ. 2558 หน่วยส่งเสริม/วิชาการ ไม่ใช่หน่วยบังคับใช้กฎหมาย รู้จักวัตถุประสงค์ มาตรา 7 อำนาจหน้าที่ มาตรา 8 และบริการที่ขอได้

เวลานายจ้างหรือ จป. เจอข่าวเรื่อง "มาตรฐานความปลอดภัย" หรือเห็นชื่อ "สสปท." โผล่ในเอกสารราชการ หลายคนยังไม่แน่ใจว่ามันคือหน่วยไหนกันแน่ บางคนเข้าใจว่าเป็นกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในอีกชื่อ บางคนนึกว่าเป็นหน่วยที่เข้ามาตรวจโรงงานแล้วออกใบสั่งปรับ ทั้งสองอย่างไม่ใช่
สสปท. เป็นคนละหน่วยกับกรมที่มาตรวจและบังคับใช้กฎหมาย และบทบาทของมันเกี่ยวข้องกับงานความปลอดภัยที่คุณทำอยู่ทุกวันมากกว่าที่คิด ลองมาทำความรู้จักว่ามันคือใคร ตั้งขึ้นมาทำอะไร และในฐานะสถานประกอบกิจการ คุณขอใช้บริการอะไรจากมันได้บ้าง
สสปท. คือใคร
สสปท. ย่อมาจาก สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ส่วนชื่อภาษาอังกฤษคือ Thailand Institute of Occupational Safety and Health (Public Organization) เรียกย่อว่า TOSH ทั้งหมดนี้กำหนดไว้ตรง ๆ ในมาตรา 5 ของกฎหมายที่ตั้งสถาบันขึ้นมา
จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ถูกตั้งแต่ต้นคือ สสปท. เป็น องค์การมหาชน ไม่ใช่กรมหรือกอง สถานะ "องค์การมหาชน" หมายความว่ามันเป็นหน่วยงานของรัฐที่ตั้งขึ้นมาทำภารกิจเฉพาะด้านเป็นพิเศษ บริหารงานคล่องตัวกว่าระบบราชการปกติ และอยู่ในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ — กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเหมือน "ตำรวจจราจร" ที่คอยตรวจ จับ และปรับเมื่อมีคนทำผิดกฎ ส่วน สสปท. เหมือน "โรงเรียนสอนขับรถและศูนย์วิจัยด้านความปลอดภัยบนถนน" ที่คอยให้ความรู้ ทำคู่มือ พัฒนามาตรฐาน และช่วยให้คนขับเป็นมากขึ้น คนละบทบาทกัน แต่ทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกันคือลดอุบัติเหตุ
ที่มาของ สสปท.
สสปท. ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่มีรากมาจากกฎหมายแม่ จุดเริ่มต้นอยู่ที่ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ 2554 ซึ่งมาตรา 52 ของกฎหมายฉบับนั้นได้บัญญัติให้มีสถาบันส่งเสริมความปลอดภัยฯ ขึ้นมา
แต่การจะตั้งสถาบันให้เป็นรูปเป็นร่างจริง ๆ ต้องอาศัยกฎหมายอีกฉบับมารองรับ จึงเป็นที่มาของ พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2558
ตรงนี้เป็นจุดที่หลายคนสับสน จึงต้องแยกให้ชัด กฎหมายที่ตั้ง สสปท. คือ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ไม่ใช่ พ.ร.บ. และไม่ใช่กฎกระทรวง ลำดับมันเป็นแบบนี้
- พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 — กฎหมายแม่ มาตรา 52 สั่งให้มีสถาบัน
- พ.ร.ฎ. จัดตั้งสถาบันฯ พ.ศ. 2558 — กฎหมายที่ตั้งสถาบันขึ้นจริง กำหนดชื่อ วัตถุประสงค์ และอำนาจหน้าที่
อีกเรื่องที่น่ารู้คือ สสปท. ไม่ได้สร้างทุกอย่างขึ้นใหม่จากศูนย์ เมื่อ พ.ร.ฎ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ มาตรา 40 กำหนดให้โอนภารกิจส่วนที่เกี่ยวกับ "การส่งเสริม" ความปลอดภัยฯ จากสำนักความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มาเป็นของสถาบัน พูดง่าย ๆ คือ งานด้าน "ส่งเสริม" ที่เคยอยู่กับกรมสวัสดิการฯ ถูกแยกออกมาให้ สสปท. ดูแลโดยเฉพาะ ส่วนงาน "บังคับใช้กฎหมาย" ยังคงอยู่กับกรมสวัสดิการฯ เหมือนเดิม
วัตถุประสงค์ของ สสปท. — มีข้อเดียว
หลายหน่วยงานมีวัตถุประสงค์ยาวเป็นหางว่าว แต่ สสปท. กลับมีวัตถุประสงค์สั้นมาก กฎหมายกำหนดไว้ในมาตรา 7 ว่า ให้สถาบันมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เท่านี้จริง ๆ ไม่มีข้ออื่น
คำที่ต้องขีดเส้นใต้คือคำว่า "ส่งเสริม" วัตถุประสงค์ของ สสปท. ไม่มีคำว่า "บังคับ" "ตรวจสอบเพื่อลงโทษ" หรือ "ออกใบอนุญาต" อยู่เลย นี่คือเหตุผลที่ สสปท. ไม่ใช่หน่วยที่จะส่งคนมาตรวจแล้วปรับโรงงานของคุณ บทบาทของมันคือทำให้สถานประกอบกิจการ "ทำได้ดีขึ้น" ด้วยความสมัครใจ ผ่านความรู้ มาตรฐาน และเครื่องมือต่าง ๆ
อำนาจหน้าที่หลัก 6 ข้อ (มาตรา 8)
![]()
วัตถุประสงค์มีข้อเดียว แต่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้น กฎหมายให้อำนาจหน้าที่หลักไว้ 6 ข้อในมาตรา 8 ลองดูทีละข้อว่าแต่ละอย่างหมายถึงงานแบบไหน
-
ส่งเสริมและแก้ไขปัญหา เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน — เป็นภารกิจหลักภาพรวม
-
พัฒนาและสนับสนุนการจัดทำมาตรฐาน เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยฯ ข้อนี้คือที่มาของบทบาทด้าน มาตรฐานระบบจัดการความปลอดภัย สสปท. มีหน้าที่ช่วยทำและสนับสนุนมาตรฐานให้สถานประกอบกิจการนำไปใช้
-
ร่วมงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน — ส่งเสริม สนับสนุน และร่วมดำเนินงานด้านความปลอดภัยฯ กับหน่วยอื่น ไม่ทำงานคนเดียว
-
ศึกษาวิจัย เกี่ยวกับการส่งเสริมความปลอดภัยฯ ทั้งด้านการพัฒนาบุคลากรและด้านวิชาการ — งานวิจัยเป็นฐานให้กับมาตรฐานและองค์ความรู้
-
พัฒนาและสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม เกี่ยวกับความปลอดภัยฯ — ต่อยอดจากงานวิจัยไปสู่ของใหม่ที่ใช้ได้จริง
-
ให้บริการทางวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี เกี่ยวกับความปลอดภัยฯ ตามความต้องการและความจำเป็นในการใช้งาน รวมทั้งผลิตสื่อการเรียนรู้เพื่อเผยแพร่ ข้อนี้คือข้อที่สถานประกอบกิจการได้ประโยชน์โดยตรงที่สุด เพราะเป็นช่องทางที่คุณขอบริการวิชาการได้
ข้อ 6 นี่แหละที่เป็นหัวใจของหัวข้อ "บริการต่อสถานประกอบกิจการ" ที่จะพูดถึงต่อไป
อำนาจเสริม 8 ข้อ (มาตรา 9) — ต่างกับมาตรา 8 ยังไง
ตรงนี้คนมักสับสนระหว่างมาตรา 8 กับมาตรา 9 จึงต้องแยกให้ออก
- มาตรา 8 = อำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวกับ "ภารกิจ" โดยตรง คือ สสปท. ทำอะไรเพื่อส่งเสริมความปลอดภัย
- มาตรา 9 = อำนาจ "เครื่องมือ" ที่ใช้ทำให้ภารกิจในมาตรา 8 เดินได้ เช่น อำนาจในการบริหารทรัพย์สินและการเงิน
อำนาจเสริมในมาตรา 9 มี 8 ข้อ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการบริหารองค์กร เช่น ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ทำนิติกรรม ร่วมมือกับหน่วยงานในและต่างประเทศ ให้ทุน เข้าร่วมทุน กู้ยืมเงิน และดำเนินการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
ในจำนวนนี้มีข้อหนึ่งที่สถานประกอบกิจการควรรู้ คือ มาตรา 9 (7) ที่ให้ สสปท. มีอำนาจ เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน และค่าบริการ ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสถาบัน ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่คณะกรรมการกำหนด หมายความว่า บริการบางอย่างของ สสปท. มีค่าใช้จ่าย และอัตราค่าบริการเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารสถาบันกำหนด ไม่ใช่ตั้งกันเองตามใจ
ใครคุมทิศทางของ สสปท.
อีกเรื่องที่ช่วยให้เห็นภาพว่า สสปท. ทำงานอย่างไรคือ "ใครเป็นคนกำหนดทิศทาง" เพราะมันสะท้อนว่าหน่วยนี้ฟังเสียงใครบ้าง
ตามมาตรา 14 สสปท. มี คณะกรรมการบริหารสถาบัน เป็นผู้คุมทิศทาง โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้มาจากหลายฝ่ายผสมกัน ทั้งกรรมการโดยตำแหน่งจากหน่วยงานรัฐ เช่น ปลัดกระทรวงแรงงาน อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม รวมไปถึงกรรมการผู้แทน ฝ่ายนายจ้าง และผู้แทน ฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายละ 1 คน
จุดที่น่าสนใจคือมีทั้งฝั่งนายจ้างและฝั่งลูกจ้างนั่งอยู่ในบอร์ดด้วย แปลว่าทิศทางงานส่งเสริมความปลอดภัยไม่ได้ถูกกำหนดจากภาครัฐฝ่ายเดียว แต่มีเสียงของคนทำงานจริงในสถานประกอบกิจการเข้าไปร่วม
เหนือคณะกรรมการขึ้นไปอีกชั้นคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งมาตรา 39 ให้มีอำนาจกำกับดูแลการดำเนินงานของสถาบันให้เป็นไปตามกฎหมายและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง โครงสร้างแบบนี้ทำให้ สสปท. คล่องตัวแบบองค์การมหาชน แต่ยังอยู่ในกรอบกำกับของรัฐ ไม่ได้ลอยตัวทำอะไรก็ได้
บริการที่สถานประกอบกิจการขอจาก สสปท. ได้
เมื่อรู้กรอบกฎหมายแล้ว มาดูว่าในทางปฏิบัติ โรงงานหรือสถานประกอบกิจการของคุณติดต่อ สสปท. เพื่ออะไรได้บ้าง โดยอ้างจากกรอบอำนาจในมาตรา 8 และมาตรา 9
- บริการทางวิชาการ — ขอองค์ความรู้ คำปรึกษา หรือบริการเชิงเทคนิคด้านความปลอดภัยฯ ตามที่สถาบันเปิดให้บริการ (มาตรา 8 ข้อ 6)
- การถ่ายทอดเทคโนโลยี — รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยฯ ตามความต้องการและความจำเป็นในการใช้งานจริง (มาตรา 8 ข้อ 6)
- สื่อการเรียนรู้ — สสปท. ผลิตสื่อการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยฯ เพื่อเผยแพร่ ซึ่งสถานประกอบกิจการนำไปใช้ประกอบการอบรมหรือสร้างความตระหนักให้พนักงานได้ (มาตรา 8 ข้อ 6)
- มาตรฐานด้านความปลอดภัย — นำมาตรฐานที่ สสปท. พัฒนาและสนับสนุนไปปรับใช้กับระบบการจัดการของตัวเอง (มาตรา 8 ข้อ 2)
จุดที่ต้องระวังคือ กฎหมายฉบับนี้ให้แค่ "กรอบอำนาจ" ไม่ได้ระบุรายการบริการเฉพาะ ชื่อหลักสูตร หรืออัตราค่าบริการที่แน่นอน รายละเอียดเหล่านั้นเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารสถาบันกำหนดและประกาศในแต่ละช่วง ดังนั้นก่อนวางแผนงบหรือกำหนดการ ควรตรวจสอบบริการและอัตราล่าสุดจากช่องทางทางการของ สสปท. โดยตรง
สสปท. ต่างจากกรมสวัสดิการฯ อย่างไร
นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด จึงสรุปความต่างให้ชัดในตาราง
| ประเด็น | สสปท. (TOSH) | กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) |
|---|---|---|
| สถานะ | องค์การมหาชน | กรมในกระทรวงแรงงาน (ส่วนราชการ) |
| บทบาทหลัก | ส่งเสริม / วิชาการ | กำกับ / บังคับใช้กฎหมาย |
| ตรวจและสั่งปรับโรงงาน | ไม่ใช่หน้าที่ | ใช่ |
| ออกใบอนุญาต / ขึ้นทะเบียน | ไม่ใช่หน้าที่ | ใช่ |
| ทำมาตรฐาน / วิจัย / ถ่ายทอดความรู้ | ใช่ | ไม่ใช่บทบาทหลัก |
พูดสั้น ๆ คือ ถ้าโรงงานของคุณถูกตรวจ ถูกออกคำสั่ง หรือต้องไปขึ้นทะเบียน จป. — นั่นเป็นเรื่องของกรมสวัสดิการฯ แต่ถ้าคุณอยากได้ความรู้ มาตรฐาน หรือบริการวิชาการมาช่วยยกระดับงานความปลอดภัย — นั่นคือฝั่งของ สสปท.
ที่เป็นแบบนี้เพราะตอนตั้ง สสปท. มาตรา 40 ได้โอนเฉพาะภารกิจ "การส่งเสริม" ออกมาจากสำนักความปลอดภัยแรงงานของกรมสวัสดิการฯ งานบังคับใช้กฎหมายจึงไม่ได้ถูกโอนตามมา ทั้งสองหน่วยจึงทำงานคนละด้านแต่เสริมกัน
ข้อควรระวัง
- อย่าเรียก สสปท. ว่าเป็น "พ.ร.บ." — กฎหมายที่ตั้งสถาบันคือพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) พ.ศ. 2558 ส่วน พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 คือกฎหมายแม่ที่สั่งให้มีสถาบัน (ผ่านมาตรา 52) คนละฉบับกัน
- อย่าคาดหวังให้ สสปท. มาตรวจหรือปรับ — ไม่ใช่หน่วยบังคับใช้กฎหมาย ถ้าต้องการแจ้งเหตุหรือเรื่องบังคับใช้ ติดต่อกรมสวัสดิการฯ
- อย่าเหมาว่าทุกบริการฟรี — มาตรา 9 (7) ให้สถาบันเรียกเก็บค่าบริการได้ตามที่คณะกรรมการกำหนด บางบริการมีค่าใช้จ่าย
- อย่าอ้างชื่อหลักสูตรหรือสถิติที่ไม่มีในกฎหมาย — ตัว พ.ร.ฎ. ให้แค่กรอบอำนาจ รายการบริการและอัตราจริงต้องตรวจจากประกาศของสถาบัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สสปท. กับ TOSH คือหน่วยเดียวกันไหม ใช่ เป็นหน่วยเดียวกัน สสปท. คือชื่อย่อภาษาไทย ส่วน TOSH คือชื่อย่อภาษาอังกฤษ ทั้งสองกำหนดไว้ในมาตรา 5 ของ พ.ร.ฎ. พ.ศ. 2558
สสปท. อยู่ภายใต้กระทรวงไหน อยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะองค์การมหาชน
สสปท. มาตรวจโรงงานและสั่งปรับได้ไหม ไม่ได้ เพราะวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 มีเพียงการ "ส่งเสริม" ความปลอดภัยฯ ไม่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายหรือลงโทษ งานตรวจและสั่งปรับเป็นของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
สถานประกอบกิจการขอบริการอะไรจาก สสปท. ได้บ้าง ขอบริการทางวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี สื่อการเรียนรู้ และนำมาตรฐานที่สถาบันพัฒนาไปใช้ ตามกรอบอำนาจในมาตรา 8 ส่วนรายการและอัตราค่าบริการจริงเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารสถาบันกำหนด
บริการของ สสปท. มีค่าใช้จ่ายไหม มีได้ มาตรา 9 (7) ให้สถาบันเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน และค่าบริการ ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่คณะกรรมการกำหนด
สรุป
- สสปท. คือ สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ชื่ออังกฤษ TOSH ตั้งโดยพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2558 (มาตรา 5) โดยมีรากจากมาตรา 52 ของ พ.ร.บ.ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554
- วัตถุประสงค์มีข้อเดียว คือ ส่งเสริม ความปลอดภัยฯ (มาตรา 7) — ไม่ใช่หน่วยบังคับใช้กฎหมายหรือลงโทษ
- อำนาจหน้าที่หลัก 6 ข้ออยู่ในมาตรา 8 ครอบคลุมการทำมาตรฐาน วิจัย สร้างองค์ความรู้ และให้บริการวิชาการ ส่วนอำนาจเสริมด้านการบริหารอยู่ในมาตรา 9
- สถานประกอบกิจการขอบริการวิชาการ การถ่ายทอดเทคโนโลยี สื่อการเรียนรู้ และมาตรฐานได้ โดยบางบริการมีค่าใช้จ่ายตามที่คณะกรรมการกำหนด (มาตรา 9 ข้อ 7)
- จำให้แม่น — สสปท. = ส่งเสริม/วิชาการ, กรมสวัสดิการฯ = กำกับ/บังคับใช้ คนละบทบาท เสริมกัน
ถ้าโรงงานของคุณกำลังมองหาทางยกระดับงานความปลอดภัยให้เกินกว่าแค่ "ผ่านการตรวจ" ลองเริ่มจากทำความเข้าใจว่ามีหน่วยส่งเสริมอย่าง สสปท. อยู่ฝั่งสนับสนุน แล้วค่อยต่อยอดไปสู่การวางมาตรฐานของตัวเองทีละขั้น
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง