🧪 สารเคมี

อายุใช้งานตลับกรองสารเคมี วิธีคำนวณและตั้งรอบเปลี่ยน

กฎกระทรวงสารเคมี พ.ศ. 2556 ข้อ 12 และข้อ 14 กำหนดให้จัดและดูแลอุปกรณ์ป้องกัน แต่ไม่ได้กำหนดอายุตลับกรอง บทนี้ไล่สามทางตั้งรอบเปลี่ยน พร้อมสูตรประมาณและแบบบันทึก

Safety Station 10114 กันยายน 2569อ่าน 29 นาที · 6,417 คำ
อายุใช้งานตลับกรองสารเคมี วิธีคำนวณและตั้งรอบเปลี่ยน

อายุใช้งานตลับกรองสารเคมี วิธีคำนวณและตั้งรอบเปลี่ยน

ตลับกรองสารเคมีเสื่อมสภาพแบบเงียบ ผู้สวมหายใจได้สบายเท่าเดิมทั้งช่วงที่ตลับยังดูดซับไอสารไว้ได้ และช่วงที่ไอสารทะลุชั้นถ่านออกมาถึงใบหน้าแล้ว กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 กำหนดให้นายจ้างจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะกับอันตราย และดูแลให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา แต่ไม่ได้กำหนดสูตรคำนวณหรือจำนวนชั่วโมงของตลับไว้ในตัวบท ตัวเลขอายุใช้งานจึงมาจากข้อมูลของผู้ผลิตรุ่นนั้นกับสภาพการใช้งานจริง บทนี้แยกสองชั้นดังกล่าวออกจากกัน แล้วไล่วิธีตั้งรอบเปลี่ยนสามทางที่ใช้ได้จริง

ขอบเขตที่กฎหมายไทยกำหนด และส่วนที่เว้นไว้ให้ข้อมูลผู้ผลิต

จุดตั้งต้นอยู่ที่ข้อ 12 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามลักษณะอันตรายและความรุนแรงของสารเคมีอันตราย หรือลักษณะของงาน ให้ลูกจ้างใช้หรือสวมใส่เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดแก่ชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของลูกจ้าง ส่วนข้อ 13 กำหนดให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ตามข้อ 12 และหากไม่สวมใส่ ให้นายจ้างสั่งหยุดการทำงานทันทีจนกว่าจะได้สวมใส่ การเลือกชนิดตลับให้ตรงกับสารอ่านต่อได้ที่ เลือกสีตลับกรองให้ตรงสาร ส่วนการเลือกชนิดหน้ากากตามระดับความเข้มข้นอ่านต่อได้ที่ ค่าปัจจัยป้องกันของหน้ากาก

ข้อที่เป็นฐานของรอบเปลี่ยนตลับโดยตรงคือข้อ 14 ซึ่งกำหนดว่านายจ้างต้องดูแลสถานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายและตรวจสอบอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยที่จัดไว้ ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยตลอดเวลา ตัวบทกำหนดผลลัพธ์ไว้ แต่ไม่ระบุว่าตลับหนึ่งอันใช้ได้กี่ชั่วโมง นายจ้างจึงมีหน้าที่กำหนดรอบเปลี่ยนเองให้พิสูจน์ได้ว่าตลับที่ลูกจ้างสวมอยู่ยังกรองสารได้จริง ในระดับพระราชบัญญัติ มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และให้ลูกจ้างดูแลรักษาอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ตามสภาพและลักษณะของงานตลอดระยะเวลาทำงาน การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 มีโทษตามมาตรา 53

ค่าตั้งต้นของการคำนวณมาจากหมวด 7 ข้อ 29 กำหนดให้ตรวจวัดและวิเคราะห์ระดับความเข้มข้นของสารเคมีอันตรายในบรรยากาศของสถานที่ทำงาน พร้อมส่งรายงานผลให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบผล ค่านี้คือความเข้มข้นที่นำมาใส่ในสูตรประมาณอายุตลับ ส่วนข้อ 30 กำหนดว่าเมื่อความเข้มข้นเกินขีดจำกัดตามข้อ 28 ให้ใช้มาตรการทางวิศวกรรมและการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมก่อน แล้วจึงเสริมด้วยมาตรการป้องกันอันตรายส่วนบุคคล

สองชั้นจึงแยกกันชัด กฎหมายไทยกำหนดหน้าที่จัดอุปกรณ์ตามข้อ 12 หน้าที่ดูแลให้ใช้งานได้ตลอดเวลาตามข้อ 14 และหน้าที่ตรวจวัดตามข้อ 29 ส่วนความจุการดูดซับ ตารางอายุใช้งานรายสาร และคุณสมบัติของแถบบ่งชี้ เป็นข้อมูลของผู้ผลิตซึ่งเปลี่ยนไปตามรุ่น การอ้างว่ากฎหมายกำหนดให้เปลี่ยนตลับทุกกี่ชั่วโมงจึงไม่มีฐานในตัวบท พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสองเรื่อง คือ นายจ้างมีเกณฑ์ที่อธิบายได้ และเกณฑ์นั้นทำให้อุปกรณ์ใช้งานได้จริง

กลไกการเสื่อมของตลับกรองสารเคมี

ตลับกรองสารเคมีบรรจุถ่านกัมมันต์ ไอสารที่ไหลผ่านจะเกาะบนผิวรูพรุนของเม็ดถ่านโดยการดูดซับ ต่างจากตลับกรองอนุภาคที่ดักฝุ่นด้วยแผ่นเส้นใย ไอสารเกาะที่ชั้นถ่านด้านทางเข้าก่อน เมื่อชั้นนั้นอิ่มตัว แนวการดูดซับจะเคลื่อนลึกเข้าไปจนถึงด้านทางออก ไอสารจึงเริ่มผ่านออกมาสู่ผู้สวม จุดนั้นเรียกว่าจุดทะลุ

ความต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ตรงนี้ ตลับกรองอนุภาคเมื่ออุดตันจะหายใจฝืดขึ้น ผู้สวมรับรู้ได้เอง ส่วนตลับกรองสารเคมีที่ถึงจุดทะลุแล้วยังหายใจได้โล่งเท่าเดิม เพราะการดูดซับไม่ได้ทำให้ช่องทางลมแคบลง อีกทั้งสารจุดเดือดต่ำเกาะถ่านไม่แน่น จึงเคลื่อนไปสู่ด้านทางออกได้เองแม้ในช่วงที่วางตลับทิ้งไว้ ตลับที่ใช้ครึ่งกะแล้วแขวนไว้ข้ามคืนจึงอาจมีสารทะลุออกมาในนาทีแรกของกะถัดไป รอบเปลี่ยนตลับจึงต้องนับรวมช่วงที่ตลับสัมผัสอากาศปนเปื้อน ไม่ใช่นับเฉพาะชั่วโมงที่สวมบนใบหน้า

ตัวแปรที่กำหนดอายุใช้งาน

อายุใช้งานไม่ใช่คุณสมบัติประจำตัวของตลับ แต่เป็นผลของตลับกับสภาพงานร่วมกัน

ตัวแปร ผลต่ออายุตลับ ที่มาของค่า
ชนิดของสาร จุดเดือดต่ำหรือมีขั้วสูง เกาะถ่านไม่แน่น อายุสั้นกว่า ข้อมูลความปลอดภัยของสาร
ความเข้มข้นในอากาศ เข้มข้นขึ้น อายุสั้นลงตามสัดส่วน ผลตรวจวัดตามข้อ 29
อัตราการหายใจ งานหนัก อากาศผ่านตลับต่อชั่วโมงมากขึ้น ตารางตามความหนักของงาน
ความชื้นและอุณหภูมิ ไอน้ำแย่งพื้นที่ผิวบนถ่าน ความร้อนทำให้สารหลุดง่าย สภาพพื้นที่ · เอกสารผู้ผลิต
ความจุการดูดซับ ความจุมาก อายุยาว เอกสารเทคนิคของรุ่นนั้น
รูปแบบการใช้งาน ใช้เป็นช่วงแล้ววางไว้ อายุจริงสั้นกว่าที่คำนวณ บันทึกการใช้งานหน้างาน
สารผสมหลายชนิด ส่วนประกอบที่ทะลุเร็วที่สุดกำหนดอายุของทั้งตลับ ข้อมูลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ตัวแปรชุดนี้อธิบายว่าเหตุใดตลับรุ่นเดียวกันจึงใช้ได้ไม่เท่ากันในสองไลน์ผลิตของโรงงานเดียวกัน การยืมรอบเปลี่ยนจากที่อื่นมาใช้จึงไม่ปลอดภัย

เหตุผลที่การรอกลิ่นใช้เป็นเกณฑ์เปลี่ยนตลับไม่ได้

วิธีที่พบบ่อยที่สุดหน้างาน คือ ใช้ตลับต่อไปจนได้กลิ่นแล้วค่อยเปลี่ยน วิธีนี้ล้มเหลวด้วยเหตุผลหลายชั้น

กลิ่นมาถึงหลังการสัมผัสสาร เมื่อผู้สวมได้กลิ่น หมายความว่าไอสารผ่านตลับเข้ามาถึงจมูกแล้ว การรับรู้กลิ่นจึงยืนยันว่าการป้องกันล้มเหลวไปแล้ว ไม่ใช่การเตือนล่วงหน้า

ระดับที่จมูกรับกลิ่นได้ต่างกันมากในแต่ละคน การรับกลิ่นแปรผันตามอายุ การเป็นหวัด ภูมิแพ้ การสูบบุหรี่ และยาบางชนิด เกณฑ์ที่อาศัยประสาทสัมผัสจึงเปลี่ยนไปทุกวันและตรวจย้อนหลังไม่ได้ สารบางชนิดยังมีระดับที่รับกลิ่นได้สูงกว่าระดับที่เริ่มเป็นอันตราย ผู้สวมจะสัมผัสสารเกินขีดจำกัดไปแล้วก่อนได้กลิ่นใด ๆ

จมูกล้าเมื่อสัมผัสสารต่อเนื่อง ประสาทรับกลิ่นปรับตัวจนหยุดส่งสัญญาณ ทั้งที่สารยังอยู่ในอากาศและความเข้มข้นอาจสูงขึ้นด้วยซ้ำ กลไกนี้ชัดเจนที่สุดกับไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานรายงานตรงกันว่ากลิ่นไข่เน่าหายไปหลังอยู่ในพื้นที่ได้ระยะหนึ่ง รายละเอียดอ่านต่อได้ที่ จมูกล้าเมื่อสัมผัสไฮโดรเจนซัลไฟด์ อีกชั้นหนึ่ง ผู้สวมหน้ากากที่กระชับดีจะรับกลิ่นจากภายนอกได้น้อยลงตั้งแต่ต้น

ข้อสรุปที่ใช้ได้หน้างาน คือ กลิ่นหรือรสที่ลอดเข้ามาระหว่างสวมหน้ากาก ให้ถือเป็นเหตุผิดปกติที่ต้องออกจากพื้นที่ทันที เปลี่ยนตลับก่อนกลับเข้าไป แล้วบันทึกไว้ทบทวนรอบ เพราะการได้กลิ่นก่อนครบรอบแปลว่ารอบที่ตั้งไว้ยาวเกินจริง หรือหน้ากากรั่วที่ขอบ

สามทางที่ใช้ตั้งอายุตลับได้จริง

ทางที่หนึ่ง ตารางและโปรแกรมของผู้ผลิต

ผู้ผลิตรายใหญ่ทดสอบจุดทะลุของตลับแต่ละรุ่นกับสารมาตรฐานหลายชนิด แล้วเผยแพร่ผลเป็นตารางอายุใช้งานรายสาร หรือเป็นโปรแกรมคำนวณที่ให้กรอกชนิดสาร ความเข้มข้น อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ และความหนักของงาน แล้วคืนค่าเป็นจำนวนชั่วโมงถึงจุดทะลุ ทางนี้ให้ค่าที่ตรงกับความจริงมากที่สุด เพราะอิงผลทดสอบของรุ่นที่ใช้อยู่จริง

เงื่อนไขการใช้มีสามข้อ ข้อแรก ค่าที่ได้ผูกกับรุ่นและรหัสสินค้าเฉพาะ เปลี่ยนรุ่นเมื่อไรต้องคำนวณใหม่ ข้อที่สอง ช่วงค่าที่โปรแกรมรองรับมีขอบเขต ค่าที่เกินช่วงจะเชื่อไม่ได้ ข้อที่สาม ต้องพิมพ์หน้าผลลัพธ์เก็บไว้พร้อมวันที่และค่าที่กรอกทุกตัว เพราะเป็นหลักฐานว่ารอบเปลี่ยนที่ประกาศใช้มีที่มา สำหรับสารผสม เช่น ทินเนอร์ ให้คำนวณแยกทีละส่วนประกอบที่มีนัยสำคัญ แล้วเลือกค่าที่สั้นที่สุดมาเป็นอายุของทั้งตลับ

ทางที่สอง สูตรประมาณจากความจุและปริมาณสารที่ผ่านเข้ามา

เมื่อผู้ผลิตไม่มีข้อมูลของสารตัวนั้น หรือต้องการตัวเลขคร่าว ๆ ไว้วางแผนก่อนสั่งซื้อ ให้ประมาณจากสมดุลมวล คือ เทียบปริมาณสารที่ตลับรับไว้ได้ กับปริมาณสารที่ไหลเข้าตลับต่อชั่วโมง

อายุใช้งานโดยประมาณ (ชั่วโมง)
   = ความจุการดูดซับของตลับ (กรัม)
     ÷ [ ความเข้มข้นของสารในอากาศ (กรัม/ลูกบาศก์เมตร)
         × อัตราการหายใจ (ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง) ]

รอบเปลี่ยนที่ประกาศใช้ (ชั่วโมง)
   = อายุใช้งานโดยประมาณ × ตัวคูณความปลอดภัยของสถานประกอบกิจการ

ค่าที่เติมลงในสูตรมาจากคนละแหล่งกัน ความจุการดูดซับมาจากเอกสารทางเทคนิคของผู้ผลิตรุ่นนั้นเท่านั้น ห้ามประมาณเอาจากน้ำหนักตลับ ความเข้มข้นมาจากผลตรวจวัดตามข้อ 29 โดยขอให้ห้องปฏิบัติการรายงานเป็นหน่วยมวลต่อปริมาตร ส่วนอัตราการหายใจใช้ค่าตามความหนักของงานที่ผู้ผลิตหรือนักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมกำหนด สูตรนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าตลับดูดซับได้เต็มความจุ แต่ความชื้น อุณหภูมิ และการใช้งานเป็นช่วง ทำให้ความจุที่ใช้ได้จริงต่ำกว่าค่าในเอกสารเสมอ ค่าที่ได้จึงเป็นเพดานทางทฤษฎี ต้องคูณด้วยตัวคูณความปลอดภัยเสมอ

ทางที่สาม ตัวบ่งชี้การหมดอายุที่ตัวตลับ

ตลับบางรุ่นมีแถบบ่งชี้ที่เปลี่ยนสีตามปริมาณสารที่สะสมอยู่ในชั้นถ่าน ข้อดีคือตรงกับสภาพจริงของตลับใบนั้นโดยไม่ต้องพึ่งค่าเฉลี่ย แต่ข้อจำกัดมีมากพอที่จะทำให้ทางนี้เป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวหลัก แถบบ่งชี้มีเฉพาะกับสารบางกลุ่มและตลับบางรุ่น ไอสารอินทรีย์ส่วนใหญ่ยังไม่มีตัวบ่งชี้ที่ใช้ได้ แถบยังอยู่ที่ตัวตลับซึ่งผู้สวมมองเองไม่เห็นขณะสวม ต้องให้เพื่อนร่วมงานตรวจให้ การอ่านสียังขึ้นกับแสงสว่างและการมองเห็นสีของผู้ตรวจ และแถบบอกสถานะของชั้นดูดซับเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าหน้ากากแนบกับใบหน้าดีหรือไม่ แนวทางที่ใช้ได้จริง คือ ตั้งรอบเปลี่ยนจากทางที่หนึ่งหรือทางที่สองเป็นหลัก แล้วใช้แถบบ่งชี้เป็นด่านตรวจเพิ่มระหว่างรอบ

ตัวอย่างการคิดจากงานพ่นสีด้วยตัวทำละลาย

ตัวเลขทุกตัวในตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมุติเพื่อแสดงลำดับการคิดเท่านั้น ห้ามนำไปใช้แทนค่าจริงของตลับรุ่นใด และห้ามยกไปประกาศเป็นรอบเปลี่ยนของที่ใด งานที่ยกมาคือห้องพ่นสีสูตรตัวทำละลาย พนักงานสวมหน้ากากครึ่งหน้าพร้อมตลับกรองไออินทรีย์สองข้าง ทำงานระดับความหนักปานกลาง

ขั้นที่ 1 รวบรวมค่าตั้งต้น ความจุการดูดซับของตลับทั้งคู่รวมกันตามเอกสารผู้ผลิตสมมุติไว้ที่ 24 กรัม ผลตรวจวัดความเข้มข้นเฉลี่ยตลอดกะตามข้อ 29 สมมุติไว้ที่ 0.5 กรัมต่อลูกบาศก์เมตร และอัตราการหายใจสมมุติไว้ที่ 1.2 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

ขั้นที่ 2 หาปริมาณสารที่เข้าตลับต่อชั่วโมง นำ 0.5 กรัมต่อลูกบาศก์เมตร คูณ 1.2 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ได้ 0.6 กรัมต่อชั่วโมง

ขั้นที่ 3 หาอายุใช้งานโดยประมาณ นำความจุ 24 กรัม หาร ด้วย 0.6 กรัมต่อชั่วโมง ได้ 40 ชั่วโมง ค่านี้เป็นเพดานทางทฤษฎี ยังใช้ประกาศเป็นรอบเปลี่ยนไม่ได้

ขั้นที่ 4 คูณตัวคูณความปลอดภัย ห้องพ่นสีนี้ความชื้นสูงและพนักงานถอดหน้ากากวางไว้ระหว่างพัก คณะทำงานจึงกำหนดตัวคูณไว้ที่ 0.5 นำ 40 ชั่วโมง คูณ 0.5 ได้ 20 ชั่วโมงของการสวมจริง

ขั้นที่ 5 แปลงเป็นรอบที่หน้างานนับได้ บันทึกระบุว่าพนักงานสวมหน้ากากจริงกะละ 4 ชั่วโมง นำ 20 ชั่วโมง หาร ด้วย 4 ชั่วโมงต่อกะ ได้ 5 กะ คณะทำงานปัดลงเหลือ 4 กะ กันความคลาดเคลื่อนของการบันทึกเวลา

ขั้นที่ 6 กำหนดเงื่อนไขเปลี่ยนก่อนครบรอบ ให้เปลี่ยนทันทีเมื่อได้กลิ่นหรือรสระหว่างสวม แถบบ่งชี้เปลี่ยนสี เปลี่ยนสูตรตัวทำละลาย ระบบดูดอากาศขัดข้อง หรือตลับเปียกน้ำหรือตกพื้น

การตั้งรอบเปลี่ยนตลับเป็นตารางของสถานประกอบกิจการ

ผลการคำนวณต้องกลายเป็นตารางที่หัวหน้างานเปิดดูได้ในหนึ่งบรรทัด และผูกกับคู่มือตามข้อ 4 ซึ่งกำหนดให้จัดให้ลูกจ้างทราบและเข้าใจวิธีการทำงานที่ถูกต้องและปลอดภัย พร้อมจัดทำคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทำงาน

ช่อง เนื้อหาที่ต้องกรอก
งานหรือพื้นที่ ชื่อไลน์หรือขั้นตอนที่เจาะจงพอให้พนักงานรู้ว่าเป็นงานของตน
สารหลักที่สัมผัส ชื่อสารตามบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตราย
หน้ากากและตลับ ชนิดหน้ากาก รุ่นและรหัสตลับที่อนุมัติ
รอบเปลี่ยน จำนวนกะหรือชั่วโมงสวมจริง พร้อมวิธีนับ
เงื่อนไขเปลี่ยนก่อนครบรอบ ได้กลิ่นหรือรส แถบบ่งชี้เปลี่ยนสี เปลี่ยนสูตรสาร ระบบดูดอากาศขัดข้อง ตลับเปียกหรือตกพื้น
ที่มาของตัวเลข ผลจากโปรแกรมผู้ผลิตหรือสูตร วันที่คำนวณ และผลตรวจวัดที่ใช้

ช่องสุดท้ายทำให้ตารางนี้ต่างจากประกาศทั่วไป เพราะแสดงว่ารอบที่ประกาศมีที่มา ไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งตามความเคยชิน หน้างานต้องรองรับด้วย ให้เขียนวันที่และเวลาที่เริ่มใช้ลงบนตลับทุกใบ เก็บตลับที่ใช้ค้างรอบไว้ในถุงปิดสนิทนอกพื้นที่ปนเปื้อน และจ่ายตลับใหม่ผ่านจุดเดียวเพื่อให้จำนวนที่จ่ายกับจำนวนที่ทิ้งสอบยันกันได้ ตารางต้องทบทวนเมื่อเปลี่ยนสาร เปลี่ยนรุ่นตลับ ได้ผลตรวจวัดชุดใหม่ตามข้อ 29 ปรับปรุงระบบระบายอากาศ หรือมีรายงานว่าได้กลิ่นก่อนครบรอบ

บันทึกและเอกสารที่ต้องเก็บ

เอกสารชุดนี้ทำให้ข้อ 14 พิสูจน์ได้ เพราะการดูแลให้อุปกรณ์ใช้งานได้ตลอดเวลาต้องมีร่องรอยย้อนหลัง

  • ตารางรอบเปลี่ยนตลับฉบับล่าสุด พร้อมวันที่ประกาศใช้และผู้อนุมัติ
  • หน้าผลลัพธ์จากโปรแกรมผู้ผลิตหรือกระดาษคำนวณตามสูตร พร้อมค่าตั้งต้นทุกตัว และเอกสารทางเทคนิคของตลับรุ่นที่ใช้
  • รายงานผลตรวจวัดตามข้อ 29 พร้อมหลักฐานการส่งภายในสิบห้าวัน
  • บันทึกการจ่ายและเปลี่ยนตลับรายบุคคล ระบุวันที่ ชื่อผู้รับ รุ่นและรหัสตลับ งานที่ใช้ และวันที่ส่งคืนหรือทิ้ง
  • บันทึกเหตุการณ์ได้กลิ่นหรือรสระหว่างสวม พร้อมผลการทบทวนรอบที่ตามมา
  • หลักฐานการฝึกอบรมตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างจัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างทุกคนได้รับการฝึกอบรม
  • ผลการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพตามข้อ 31 ซึ่งกำหนดให้ประเมินในกรณีที่มีการใช้สารเคมีอันตราย แล้วนำผลไปใช้วางแผนเฝ้าระวังสุขภาพอนามัย

บันทึกรายบุคคลเป็นชิ้นที่ขาดบ่อยที่สุด ทั้งที่เป็นชิ้นเดียวที่ตอบได้ว่าตลับที่พนักงานสวมอยู่วันเกิดเหตุใช้มาแล้วกี่ชั่วโมง

เมื่อตารางเปลี่ยนตลับใช้ไม่ได้

  1. แขวนตลับไว้ที่ราวหน้างานข้ามคืน ตลับสัมผัสอากาศปนเปื้อนต่อเนื่อง อายุที่เหลือลดลงโดยไม่มีใครนับ
  2. นับอายุจากวันเปิดกล่อง แทนชั่วโมงสวมจริง ตลับที่ใช้วันละครึ่งชั่วโมงกับตลับที่ใช้เต็มกะจึงเปลี่ยนพร้อมกัน อีกทั้งมักลืมนับงานล้างถัง งานเก็บสารหก และงานเดินระบบกลางคืน
  3. ใช้รอบเดียวกับทุกงานทั้งโรงงาน ไลน์ที่ความเข้มข้นสูงกว่าจะทะลุก่อนรอบที่ประกาศไว้
  4. จับคู่ตลับต่างรุ่นเข้ากับหน้ากากเดียวกัน ชุดประกอบที่ผู้ผลิตไม่ได้รับรองทำให้ค่าที่คำนวณไว้ใช้ไม่ได้ และอาจรั่วที่จุดต่อ
  5. เก็บตลับสำรองไว้ในตู้เดียวกับสารเคมี ตลับเริ่มดูดซับไอสารตั้งแต่ยังไม่ได้ใช้
  6. ใช้แถบบ่งชี้กับสารที่ไม่มีตัวบ่งชี้รองรับ คนอ่านแถบที่ไม่เปลี่ยนสีว่าตลับยังดี ทั้งที่ไม่ได้ออกแบบให้ตอบสนองกับสารตัวนั้น

เช็กลิสต์ก่อนประกาศรอบ

  • มีผลตรวจวัดตามข้อ 29 ของสารหลักทุกตัว
  • ตั้งรอบเปลี่ยนด้วยโปรแกรมผู้ผลิต หรือสูตรที่คูณตัวคูณความปลอดภัยแล้ว
  • ตารางรอบเปลี่ยนครบหกช่อง ประกาศใช้แล้ว และติดที่หน้างาน
  • ตลับค้างรอบเก็บในถุงปิดสนิท ตลับสำรองเก็บในซองปิดผนึกเดิม
  • มีบันทึกการเปลี่ยนตลับรายบุคคล ย้อนหลังได้อย่างน้อยหนึ่งปี
  • พนักงานบอกเงื่อนไขเปลี่ยนก่อนครบรอบได้ครบทั้งห้าข้อ

สรุป

  • ข้อ 12 ของกฎกระทรวงสารเคมี พ.ศ. 2556 กำหนดให้จัดอุปกรณ์ป้องกันตามลักษณะอันตรายของสาร และข้อ 14 กำหนดให้ดูแลให้ใช้งานได้ตลอดเวลา แต่ไม่มีข้อใดกำหนดอายุตลับหรือสูตรคำนวณ
  • อายุใช้งานเป็นผลของตลับกับสภาพงานร่วมกัน ตัวแปรหลัก คือ ชนิดและความเข้มข้นของสาร อัตราการหายใจ ความชื้น อุณหภูมิ ความจุของตลับ และรูปแบบการใช้งาน
  • การรอจนได้กลิ่นแล้วค่อยเปลี่ยนใช้ไม่ได้ เพราะกลิ่นมาถึงหลังการสัมผัสสาร ระดับที่รับกลิ่นได้ต่างกันรายบุคคล และประสาทรับกลิ่นล้าเมื่อสัมผัสต่อเนื่อง
  • ทางที่ใช้ได้จริงมีสามทาง คือ ตารางหรือโปรแกรมของผู้ผลิต สูตรประมาณที่คูณตัวคูณความปลอดภัยเสมอ และแถบบ่งชี้ที่ตัวตลับซึ่งใช้เป็นด่านเสริม
  • ตัวเลขในตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมุติ ให้คำนวณใหม่จากค่าตั้งต้นของตนเอง แล้วปิดงานด้วยตารางรอบเปลี่ยนหกช่องตามข้อ 4 พร้อมบันทึกการเปลี่ยนรายบุคคล

อ้างอิงกฎหมาย

  • กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ. 2556 ข้อ 4 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 28 ข้อ 29 ข้อ 30 และข้อ 31
  • พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 มาตรา 8 มาตรา 16 มาตรา 22 และมาตรา 53
  • ค่าความจุการดูดซับ ตารางอายุใช้งานรายสาร และคุณสมบัติของแถบบ่งชี้ เป็นข้อมูลของผู้ผลิตแต่ละราย ไม่ใช่ค่าที่กฎหมายไทยกำหนด

อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?

หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง

สนใจอบรมเกี่ยวกับ PPE สำหรับสารเคมี? ปรึกษาทีมเรา ขอใบเสนอราคา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความปลอดภัยงานเกษตร — สารกำจัดศัตรูพืช เครื่องจักรกลเกษตร และความร้อนกลางแจ้ง
สารเคมี

ความปลอดภัยงานเกษตร — สารกำจัดศัตรูพืช เครื่องจักรกลเกษตร และความร้อนกลางแจ้ง

ความเสี่ยง 3 กลุ่มในฟาร์มเชิงพาณิชย์ — สารกำจัดศัตรูพืชออร์กาโนฟอสเฟต เครื่องจักรกลเกษตร และความร้อนกลางแจ้ง พร้อม PPE ตามกฎสารเคมี 2556 ตรวจเครื่องจักร 2564 และ WBGT งานหนัก 30 องศา

4 มิ.ย. 2569อ่าน 25 นาที
ชุดป้องกันสารเคมี Level A-D — เลือกระดับไหน ใช้ตอนไหน ต่างกันอย่างไร
สารเคมี

ชุดป้องกันสารเคมี Level A-D — เลือกระดับไหน ใช้ตอนไหน ต่างกันอย่างไร

Level A/B/C/D ของชุดป้องกันสารเคมีต่างกันอย่างไร ตัวไหนหุ้มกันก๊าซ ตัวไหนใช้หน้ากากกรองอากาศ พร้อมเกณฑ์เลือกระดับให้เหมาะกับเหตุสารเคมีหก/รั่ว

15 มิ.ย. 2569อ่าน 15 นาที