ความปลอดภัยงานตัดต้นไม้และงานภูมิทัศน์ ที่สูง เลื่อยโซ่ยนต์ และสายไฟเหนือทรงพุ่ม
งานตัดต้นไม้และงานภูมิทัศน์รวมสามอันตรายไว้ในงานเดียว ตกจากที่สูง เลื่อยโซ่ยนต์ และสายไฟเหนือทรงพุ่ม พร้อมเลขข้อกฎหมายไทย การกั้นเขต และแผนเอาคนลงจากต้นไม้

ต้นจามจุรีในลานจอดรถของโรงงานมีกิ่งใหญ่ยื่นข้ามรั้วไปคร่อมแนวสายไฟที่เดินเลียบถนน ฝ่ายอาคารสั่งให้ช่างซ่อมบำรุงสองคนขึ้นไปตัดก่อนฤดูฝน คนหนึ่งปีนบันไดที่พาดกับลำต้น อีกคนยืนถือปลายเชือกอยู่ข้างล่างในชุดพนักงานธรรมดา เลื่อยโซ่ยนต์ที่ยืมมาไม่มีคู่มือ ไม่มีใครรู้ว่าสายเส้นนั้นแรงดันเท่าไร และไม่มีใครกั้นทางเดินด้านล่างที่พนักงานกะบ่ายกำลังเดินเข้าโรงอาหาร
งานตัดแต่งต้นไม้ในโรงงาน โรงแรม และหน่วยงานราชการ มักอยู่ในสายงานอาคารสถานที่ จึงมักนับรวมเป็นงานสวน ทั้งที่โครงสร้างของอันตรายใกล้เคียงกับงานก่อสร้างบนที่สูงมากกว่า หน้านี้แยกอันตรายสามอย่างออกจากกัน ชี้ว่ากฎหมายไทยฉบับไหนคุมเรื่องไหน โดยเฉพาะระยะห่างจากสายไฟฟ้าที่เขียนผิดกันมากที่สุด
อันตรายสามชั้นที่ซ้อนกันในต้นไม้ต้นเดียว
ตกจากที่สูง ต้นไม้ต่างจากนั่งร้านตรงที่พื้นยืนไม่นิ่งและไม่มีใครออกแบบให้รับน้ำหนัก กิ่งที่มองจากพื้นแล้วดูใหญ่พออาจกลวงหรือผุอยู่ข้างใน และเมื่อตัดกิ่งที่ถ่วงออกไป น้ำหนักที่เคยสมดุลจะเปลี่ยนทันที
เลื่อยโซ่ยนต์ แผลจากโซ่เป็นแผลฉีกที่ดึงเนื้อและเส้นเลือดออกมาด้วย จุดที่บาดเจ็บบ่อยที่สุดคือขาท่อนบนและมือซ้าย จากแรงสะบัดย้อนกลับเมื่อปลายบนของแผ่นบังคับโซ่ไปสัมผัสของแข็ง เครื่องจะเหวี่ยงกลับเข้าหาตัวเร็วกว่าที่คนจะดึงมือหนีทัน และเมื่ออยู่บนที่สูง มือทั้งสองยังต้องแบ่งไปยึดตัวเอง
สายไฟฟ้าที่ทรงพุ่มบังไว้ ต้นไม้ที่โตขึ้นทุกปีจะค่อยกลืนแนวสายเข้าไปในทรงพุ่มจนมองจากพื้นไม่เห็น ไม้สดมีน้ำและยางเป็นตัวนำไฟฟ้าได้ เชือกที่เปียกน้ำค้างก็เช่นกัน และกระแสไฟฟ้ายังกระโดดข้ามช่องอากาศเข้าหาสิ่งที่เข้าใกล้ได้โดยไม่ต้องแตะสายจริง
สามชั้นนี้ซ้อนกันในนาทีเดียว คนที่โดนไฟช็อตบนต้นไม้จะร่วงลงมาทันที และเลื่อยที่ยังหมุนอยู่จะร่วงตามลงไปหาคนข้างล่าง
กฎหมายไทยที่ลงมาถึงงานตัดต้นไม้
ไทยยังไม่มีกฎกระทรวงที่เขียนถึงงานรุกขกรรมเป็นการเฉพาะ แต่มีสามฉบับที่ครอบงานนี้อยู่แล้ว และแต่ละฉบับคุมคนละชั้นของอันตราย
งานบนที่สูง เริ่มนับที่สองเมตร
กฎกระทรวง พ.ศ. 2564 นิยาม "ทำงานในที่สูง" ว่าเป็นการทำงานในพื้นที่ปฏิบัติงานที่สูงจากพื้นดินหรือจากพื้นอาคารตั้งแต่สองเมตรขึ้นไป ซึ่งลูกจ้างอาจพลัดตกลงมาได้ การยืนบนบันไดหรือง่ามกิ่งที่พ้นพื้นสองเมตรจึงเข้านิยามนี้แล้ว
| ข้อ | สาระที่ใช้กับงานตัดต้นไม้ |
|---|---|
| ข้อ 2 | ต้องมีข้อบังคับและขั้นตอนการทำงานเป็นเอกสาร อย่างน้อยต้องมีการระบุอันตราย การวางแผนการปฏิบัติงาน และการป้องกันและควบคุมอันตราย พร้อมอบรมหรือชี้แจงลูกจ้างก่อนเริ่มงาน |
| ข้อ 4 | จัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสม · ยึดตรึงเชือกนิรภัยกับอาคารหรือโครงสร้างอื่นใดที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย |
| ข้อ 5 | ตรวจสภาพอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง |
| ข้อ 8 | จัดนั่งร้านหรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมกับสภาพงาน โดยมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย |
| ข้อ 9 | ตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ต้องมีราวกั้น ตาข่ายนิรภัย หรืออุปกรณ์ป้องกันอื่น และใช้เข็มขัดนิรภัยกับเชือกนิรภัยตลอดระยะเวลาการทำงาน |
| ข้อ 11 | ห้ามทำงานที่สูงกลางแจ้งขณะมีพายุ ลมแรง ฝนตก หรือฟ้าคะนอง |
| ข้อ 12 | บันไดไต่ชนิดเคลื่อนย้ายได้ ต้องตั้งได้อัตราส่วนหนึ่งต่อสี่ หรือมุม 75 องศา กว้างไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร และมีสิ่งกันลื่น |
| ข้อ 16 | ลำเลียงวัสดุขึ้นลงด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสม |
| ข้อ 17 | กำหนดเขตอันตรายในบริเวณที่อาจมีวัสดุกระเด็นหรือตกหล่น ติดป้ายเตือน และคุมดูแลจนกว่างานจะแล้วเสร็จ |
สามข้อที่พลาดบ่อยที่สุดคือข้อ 4 ข้อ 9 และข้อ 17 ข้อ 4 กำหนดว่าจุดยึดต้องมั่นคงแข็งแรง ต้นไม้เป็นโครงสร้างอื่นใดได้ก็ต่อเมื่อจุดนั้นสมบูรณ์จริง กิ่งแห้ง กิ่งกลวง และง่ามที่แยกเป็นสองแฉกจึงใช้ไม่ได้ ข้อ 9 ใช้คำว่าตลอดระยะเวลาการทำงาน ซึ่งรวมจังหวะย้ายตำแหน่งบนต้น ทางแก้คือใช้เชือกสองเส้นสลับกัน ปลดเส้นหนึ่งได้เมื่ออีกเส้นเกี่ยวเข้าจุดใหม่แล้ว ข้อ 17 คือฐานกฎหมายของการกั้นเขตด้านล่าง
เลื่อยโซ่ยนต์อยู่ในกฎกระทรวงเครื่องจักร
กฎหมายไทยเอ่ยชื่อเครื่องมือชนิดนี้ไว้ตรง ๆ กฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 12 กำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยไล่ชื่อไว้เจ็ดชนิด ซึ่งมี "เลื่อยยนต์" รวมอยู่ด้วย และการประเมินนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วยการบ่งชี้อันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง คำว่าเลื่อยยนต์ในตัวบทคือเครื่องเดียวกับที่หน้างานเรียกว่าเลื่อยโซ่ยนต์ หน่วยงานที่มีเครื่องนี้ไว้ใช้เองจึงต้องมีเอกสารประเมินความเสี่ยงเก็บไว้ และเมื่อจ้างผู้รับเหมา ผู้ว่าจ้างขอดูเอกสารชุดนี้ได้ตั้งแต่ตอนคัดเลือก
ข้ออื่นในฉบับเดียวกันที่ลงมาถึงเลื่อยโซ่ยนต์มีอีกสี่ข้อ
- ข้อ 8 ให้ปฏิบัติตามคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด หากไม่มี นายจ้างต้องให้วิศวกรจัดทำขึ้นเป็นหนังสือ และต้องเป็นภาษาที่ลูกจ้างศึกษาและปฏิบัติได้
- ข้อ 9 วรรคหนึ่ง ให้ดูแลให้ลูกจ้างซึ่งทำงานกับเครื่องจักรตรวจสอบเครื่องจักรนั้นให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีและปลอดภัยก่อนการใช้งาน
- ข้อ 13 ให้ใช้ลูกจ้างซึ่งผ่านการอบรมเรื่องขั้นตอนและวิธีการทำงานที่ปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร และการตรวจสอบบำรุงรักษา สำหรับเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้โดยสภาพ
- ข้อ 18 ให้จัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ บริเวณที่ตั้งของเครื่องจักร และดูแลไม่ให้ผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไป
เรื่องอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลต้องแยกสองชั้น ชั้นแรกคือกฎหมายไทย มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานตามที่อธิบดีประกาศกำหนด และหากลูกจ้างไม่สวมใส่ ให้สั่งหยุดการทำงานจนกว่าจะสวมใส่ ชั้นที่สองคือมาตรฐานที่อ้างอิงได้ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล พ.ศ. 2554 ข้อ 3 รับไว้หลายชุด ทั้งมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและมาตรฐานสากลอย่าง ISO EN และ ANSI โดยให้เหมาะสมกับประเภทของงาน
กางเกงกันโซ่และรองเท้ากันโซ่ที่ขายในไทยส่วนใหญ่ทำตามมาตรฐานยุโรป ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ไม่ใช่ตัวเลขในกฎหมายไทย แต่ประกาศฉบับนี้รับมาตรฐานยุโรปไว้อยู่แล้ว ชุดที่ทีมงานเลื่อยใช้กันคือ หมวกนิรภัยพร้อมตะแกรงบังหน้าและอุปกรณ์ลดเสียง กางเกงที่มีเส้นใยกันโซ่ ถุงมือ และรองเท้าหัวแข็งพื้นกันลื่น มาตรฐานสากลแบ่งชั้นการป้องกันของเส้นใยกันโซ่ตามความเร็วโซ่ เวลาซื้อจึงต้องเทียบชั้นให้ตรงกับเครื่องที่ใช้จริง ส่วนเรื่องเสียง กฎกระทรวงความร้อน แสงสว่าง และเสียง พ.ศ. 2559 ข้อ 11 กำหนดว่าถ้าระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดแปดชั่วโมงตั้งแต่ 85 เดซิเบลเอขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน ทีมที่เดินเลื่อยเกือบทั้งวันจึงควรวัดจริงหนึ่งครั้งแล้วใช้ผลนั้นตัดสิน
สายไฟฟ้าเหนือทรงพุ่ม สองฉบับที่ต้องแยกให้ออก
ตรงนี้คือจุดที่เขียนผิดกันมากที่สุดในใบอนุญาตทำงาน ตัวเลขระยะห่างเป็นเมตรที่ทุกคนท่องกันได้ เป็นตัวเลขของงานปั้นจั่น ไม่ใช่ของงานตัดต้นไม้
ฉบับที่ใช้กับงานตัดต้นไม้ทั่วไปคือกฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 8 เขียนไว้ว่า ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานอื่นหรืออนุญาตให้ผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกำหนด
อ่านซ้ำอีกรอบจะเห็นว่า ตัวบทไม่มีตัวเลขเมตรอยู่เลย กฎหมายส่งต่อไปให้มาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานฯ หรือมาตรฐานของการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดระยะ ซึ่งข้อ 2 นิยามว่าหมายถึงการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนด ทีมตัดต้นไม้จึงต้องไปเอาตัวเลขมาจากสองแหล่งนั้น พร้อมกับรู้แรงดันของสายเส้นที่จะทำงานใกล้
ข้อ 7 ของฉบับเดียวกันมีทางผ่อนคลาย คือให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้กว่าระยะมาตรฐานได้ ถ้าสวมใส่อุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับแรงดัน หรือนำฉนวนมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า และมีวิศวกรหรือผู้ที่ได้รับการรับรองจากการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นควบคุมงาน ทางนี้เปิดให้เฉพาะลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าตามนิยามในข้อ 2 ทีมภูมิทัศน์ทั่วไปไม่เข้าข่าย จึงอยู่ใต้ข้อ 8 ซึ่งไม่มีข้อยกเว้น
ส่วนตัวเลขเป็นเมตรอยู่ในกฎกระทรวงเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ข้อ 68 ซึ่งเปิดข้อด้วยประโยคว่า ในกรณีที่มีการติดตั้งหรือใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า ขอบเขตจึงผูกอยู่กับปั้นจั่นตั้งแต่ประโยคแรก
| แรงดันของสายหรืออุปกรณ์ | (1) ใช้ปั้นจั่นยกวัสดุ | (2) เคลื่อนย้ายปั้นจั่นโดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนลง |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ | 3.1 เมตร | 1.3 เมตร |
| เกิน 69 แต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ | 3.3 เมตร | 3 เมตร |
| เกิน 115 แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ | 4 เมตร | 3 เมตร |
| เกิน 230 แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ | 6 เมตร | 5 เมตร |
ระยะในตารางวัดจากสายหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า ถึงส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือของวัสดุที่ปั้นจั่นกำลังยก และวรรคท้ายกำหนดว่า ในกรณีที่ปฏิบัติตาม (1) และ (2) ไม่ได้ นายจ้างต้องจัดมาตรการความปลอดภัยที่เพียงพอ และได้รับการอนุญาตจากการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายนั้นก่อนดำเนินการ สรุปให้ใช้ได้จริงเป็นสามบรรทัด
- ทีมปีนต้นไม้ตัดกิ่งด้วยเลื่อยโซ่ยนต์ ไม่มีปั้นจั่นร่วมงาน อยู่ใต้กฎกระทรวงไฟฟ้า 2558 ข้อ 8 ต้องไปเอาระยะจากมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานฯ หรือจากการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น และห้ามเขียนตัวเลขเป็นเมตรลงในแผนงานโดยอ้างว่าเป็นค่าที่กฎหมายกำหนดสำหรับงานตัดต้นไม้
- งานเดียวกันแต่ยกรถเครนเข้ามาหย่อนท่อนไม้ลงพื้น กลายเป็นการใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้า ตัวเลขในข้อ 68 มีผลทันทีทั้งกับตัวปั้นจั่นและกับท่อนไม้ที่กำลังยก
- ทางที่ปลอดภัยที่สุดของทั้งสองแบบเหมือนกัน คือขอให้การไฟฟ้าประจำท้องถิ่นดับไฟช่วงทำงาน หรือครอบฉนวนที่สายก่อน แล้วเก็บหนังสือตอบไว้เป็นหลักฐาน
รายละเอียดของระยะตามมาตรฐานที่อ้างถึง อ่านต่อได้ที่ ระยะปลอดภัยใต้สายไฟแรงสูงตามแรงดัน อีกข้อที่ใช้ได้เลยคือข้อ 6 ซึ่งกำหนดให้จัดแผ่นป้ายที่มีตัวอักษรหรือสัญลักษณ์เตือนให้ระวังอันตรายจากไฟฟ้าติดตั้งไว้โดยเปิดเผยในบริเวณที่อาจเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้า
ลำดับงานหกขั้นสำหรับทีมขนาดเล็ก
ขั้นที่ 1 สำรวจก่อนวันทำงาน เดินรอบต้นแล้วบันทึกสี่อย่าง คือ ความสูงโดยประมาณและทิศที่ต้นเอน ร่องรอยผุ โพรง หรือเห็ดที่ลำต้นและโคน สิ่งที่อยู่ในรัศมีที่กิ่งตกถึง และแนวสายทุกเส้นที่ผ่านทรงพุ่มรวมทั้งสายสื่อสาร การสำรวจนี้คือการระบุอันตรายตามข้อ 2 จึงต้องเขียนเป็นเอกสารเก็บไว้
ขั้นที่ 2 ตัดสินใจเรื่องไฟฟ้าให้จบก่อนเรื่องอื่น ถ้าทรงพุ่มแตะหรือใกล้แนวสาย ให้ติดต่อการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นก่อนวางแผนงานตัด สามคำถามที่ต้องได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร คือ สายเส้นนั้นแรงดันเท่าไร ระยะห่างที่กำหนดสำหรับผู้ที่ไม่ใช่ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าคือเท่าไร และดับไฟหรือครอบฉนวนได้หรือไม่ ถ้าทำทั้งสองอย่างไม่ได้ ให้ส่งงานส่วนที่อยู่ในระยะนั้นให้หน่วยงานไฟฟ้าทำเอง แล้วทีมภูมิทัศน์รับเฉพาะกิ่งนอกระยะ
ขั้นที่ 3 เลือกวิธีขึ้นให้เหมาะกับต้น ตามข้อ 8 มีสามทางเลือกหลัก คือ รถกระเช้า การปีนด้วยระบบเชือก และนั่งร้านสำหรับต้นเตี้ยที่ทำงานนาน รถกระเช้าเป็นเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงตามกฎกระทรวงเครื่องจักรฯ 2564 ข้อ 49 ซึ่งกำหนดให้จัดการป้องกันการตกตามกฎกระทรวงที่สูง มีป้ายบอกพิกัดน้ำหนักและจำนวนคน ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานทุกครั้งพร้อมเก็บสำเนาเอกสาร มีสัญญาณเตือนภัย และมีอุปกรณ์ตัดระบบเมื่อใช้งานเกินพิกัด ส่วนข้อ 52 กำหนดให้เส้นทางเคลื่อนย้ายแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ ซึ่งสนามหญ้าหลังฝนมักทำไม่ได้ อ่านต่อได้ที่ รถกระเช้าและกระเช้าแบบกรรไกร
ขั้นที่ 4 กั้นเขตด้านล่างและตั้งคนคุมพื้นที่ เขตกั้นต้องครอบพื้นที่ที่กิ่งตกถึงและกระดอนต่อได้ แนวปฏิบัติของงานรุกขกรรมคือให้รัศมีกว้างอย่างน้อยเท่ากับความยาวของส่วนที่จะตัด แล้วขยายเพิ่มด้านที่ลาดลงหรือด้านที่พื้นแข็ง ค่านี้เป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่ตัวเลขที่กฎหมายไทยกำหนด ส่วนที่กฎหมายกำหนดอยู่ในข้อ 17 องค์ประกอบที่ใช้ได้จริงมีสี่อย่าง คือ แถบหรือรั้วชั่วคราวรอบพื้นที่ ป้ายเตือนที่ทุกทางเข้า คนคุมพื้นที่หนึ่งคนต่อหนึ่งทางเข้าที่ปิดไม่ได้ และการแจ้งล่วงหน้าไปยังหน่วยงานที่ใช้พื้นที่ คนคุมพื้นที่ต้องไม่มีหน้าที่อื่นระหว่างนั้น
ขั้นที่ 5 คุมทิศทางกิ่งและลำดับการตัด ก่อนตัดทุกกิ่งต้องตอบสามข้อ คือ กิ่งจะไปตกตรงไหน ถ้าหมุนระหว่างตกจะเหวี่ยงไปทางใด และคนตัดจะถอยไปทางไหนหลังกิ่งหลุด กิ่งที่อยู่เหนือของที่เสียหายไม่ได้ หรืออยู่เหนือแนวสาย ให้ผูกเชือกบังคับไว้ก่อนตัดแล้วค่อยหย่อนลง วิธีนี้แลกมาด้วยแรงกระชากที่ลงไปที่จุดยึด จุดยึดของเชือกหย่อนกิ่งจึงต้องแยกคนละจุดกับจุดยึดที่คนใช้ป้องกันตัวเองตกเสมอ ลำดับการลงมีดตามเทคนิครุกขกรรม ซึ่งไม่ใช่ข้อกำหนดตามกฎหมาย คือ ตัดใต้กิ่งก่อนหนึ่งรอยเพื่อกันเปลือกฉีกลากลงไปตามลำต้น แล้วตัดจากด้านบนถัดออกไปทางปลายกิ่งให้กิ่งหลุด สุดท้ายค่อยตัดตอที่เหลือให้ชิดคอกิ่ง หลักคุมขนาดคือตัดกิ่งย่อยที่ปลายออกก่อนจนน้ำหนักเบาลง คนตัดต้องยืนไม่ให้ตัวเองอยู่ในแนวเดียวกับแผ่นบังคับโซ่ และไม่เลื่อยเหนือระดับไหล่ ถ้าจำเป็นต้องใช้มือข้างหนึ่งยึดตัวเอง ให้เปลี่ยนไปใช้เลื่อยมือหรือเลื่อยยืดด้ามแทน เครื่องมือทุกชิ้นต้องขึ้นลงด้วยเชือกตามข้อ 16
ขั้นที่ 6 เตรียมแผนเอาคนลงจากต้นไม้ คนที่หมดสติอยู่บนต้นไม้เข้าถึงยากกว่าคนติดค้างบนอาคาร เพราะไม่มีพื้นให้ตั้งอุปกรณ์และกิ่งบังทางเข้าถึง กฎกระทรวงที่สูง 2564 ไม่ได้ระบุขั้นตอนการช่วยเหลือไว้เป็นการเฉพาะ แต่ข้อ 2 กำหนดให้แผนของงานต้องครอบคลุมการป้องกันและควบคุมอันตราย แผนเอาคนลงจึงอยู่ในเอกสารชุดนั้น และต้องตอบสี่ข้อ คือ ใครขึ้นไปช่วย ต้องมีคนที่ปีนเป็นอย่างน้อยสองคนต่อหนึ่งงาน ถ้ามีคนเดียว ให้ใช้รถกระเช้าแทนการปีน จะเอาลงด้วยอะไร ระบบหย่อนตัวที่ผูกไว้ล่วงหน้า หรือตะกร้าของรถกระเช้าที่จอดรออยู่ ใครโทรแจ้ง เตรียมข้อความไว้ล่วงหน้าพร้อมจุดนัดพบรถพยาบาลที่ระบุประตูชัดเจน และ ทำอย่างไรระหว่างรอ คนที่ห้อยนิ่งในสายรัดตัวจะเริ่มมีปัญหาการไหลเวียนเลือดจากการห้อยขาไม่ขยับ ต้องรีบเอาลงและจัดท่าตามแนวทางที่ฝึกไว้ อ่านต่อได้ที่ การช่วยเหลือผู้ค้างบนที่สูงและภาวะห้อยตัวนาน แผนนี้ต้องซ้อมกับต้นไม้จริง เพราะจุดที่มักติดคือเชือกเส้นที่ตั้งใจจะใช้ช่วย ดันเป็นเส้นเดียวกับที่ผู้บาดเจ็บห้อยอยู่
ตัวอย่างจากหน้างานจริง
โรงแรมแห่งหนึ่งมีต้นหางนกยูงอยู่ริมทางเข้า กิ่งด้านถนนยื่นเข้าไปในแนวสายของการไฟฟ้า ส่วนกิ่งด้านในคลุมทางเดินไปห้องจัดเลี้ยง ผู้ควบคุมงานสำรวจล่วงหน้าหนึ่งสัปดาห์แล้วเขียนแผนตามข้อ 2 ระบุอันตรายสามข้อ คือ กิ่งตกใส่ทางเดิน คนตกจากต้น และการเข้าใกล้สายไฟ จากนั้นทำหนังสือถึงการไฟฟ้าในพื้นที่ ขอทราบแรงดันของสายเส้นนั้น ขอทราบระยะห่างที่กำหนดสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ใช่ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า และขอให้ดับไฟ คำตอบที่ได้คือดับไฟให้ได้สามชั่วโมง
ทีมจึงแบ่งงานเป็นสองช่วง กิ่งด้านสายไฟทำตอนดับไฟ ส่วนกิ่งด้านทางเดินทำหลังจ่ายไฟกลับ กั้นเขตรอบต้นโดยขยายด้านทางเดินออกไปกว่าอีกด้าน เพราะพื้นเป็นหินขัดที่ท่อนไม้กระดอนได้ไกล ระหว่างงานช่วงที่สอง ลมเริ่มแรงและฝนตั้งเค้า ผู้ควบคุมงานสั่งหยุดตามข้อ 11 ทั้งที่เหลืออีกสองกิ่ง การตัดสินใจเกิดเร็วเพราะแผนเขียนไว้แล้วว่าใครสั่งหยุดและใช้เกณฑ์อะไร
งานสวนกลายเป็นงานเสี่ยงสูงตรงไหน
- ยกตัวเลขระยะห่างของปั้นจั่นมาใช้กับงานตัดต้นไม้แล้วเขียนว่าเป็นค่าที่กฎหมายกำหนด ทางแก้คือเขียนในแผนว่าระยะที่ใช้มาจากหนังสือตอบของการไฟฟ้าฉบับใด ลงวันที่เท่าไร
- ใช้กิ่งที่มองว่าใหญ่พอเป็นจุดยึด ทางแก้คือเคาะฟังเสียงและตรวจรอยผุก่อนทุกครั้งตามข้อ 4 แล้วเลือกจุดเหนือระดับตัวคน
- กั้นเขตแคบเท่าเงาทรงพุ่ม ทางแก้คือขยายด้านที่พื้นแข็งและด้านลาดลง แล้วให้คนคุมพื้นที่ยืนนอกเขต
- ปีนบันไดพาดลำต้นแล้วเลื่อยด้วยสองมือ เงื่อนไขบันไดตามข้อ 12 ลำต้นกลมทำไม่ได้ ทางแก้คือใช้บันไดเพื่อขึ้นลงเท่านั้น
- ยืมเลื่อยมาใช้โดยไม่มีคู่มือและไม่ตรวจก่อนใช้ ขัดข้อ 8 และข้อ 9 ของกฎกระทรวงเครื่องจักรฯ 2564 ทางแก้คือทำแฟ้มประจำเครื่อง เก็บคู่มือ ใบตรวจ และประวัติการซ่อมไว้ที่เดียวกัน
- ไม่มีแผนเอาคนลง เพราะคิดว่าโทรเรียกหน่วยกู้ภัยพอ ทางแก้คือซ้อมกับต้นจริงปีละครั้งและบันทึกผลไว้กับเอกสารตามข้อ 2
เช็กลิสต์ก่อนขึ้นต้นไม้
พิมพ์ตารางนี้ติดไว้ในแฟ้มงาน ให้ผู้ควบคุมงานลงชื่อทุกครั้ง ใช้เป็นหลักฐานประกอบเอกสารตามข้อ 2
| ช่วง | รายการตรวจ | เกณฑ์ผ่าน |
|---|---|---|
| ก่อนเริ่ม | แผนงานเป็นเอกสาร | ระบุอันตราย วิธีทำงาน วิธีป้องกัน และผู้มีอำนาจสั่งหยุด |
| ก่อนเริ่ม | แนวสายไฟและสายสื่อสารในทรงพุ่ม | ระบุตำแหน่งครบ · มีหนังสือตอบจากการไฟฟ้าเรื่องแรงดันและระยะ |
| ก่อนเริ่ม | สภาพต้นและกิ่ง | ตรวจโพรง รอยผุ ทิศที่ต้นเอน และเลือกจุดยึดที่สมบูรณ์ |
| ก่อนเริ่ม | สายรัดตัว เชือก และเลื่อยโซ่ยนต์ | ตรวจทุกชิ้น · เบรกโซ่ทำงาน · ตัวกันมือครบ · ลงชื่อผู้ตรวจ |
| ก่อนเริ่ม | อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล | หมวกพร้อมตะแกรงบังหน้าและที่ครอบหู กางเกงกันโซ่ ถุงมือ รองเท้าหัวแข็ง |
| ก่อนเริ่ม | เขตกั้น ป้าย และแผนเอาคนลง | กั้นครบทุกด้าน · ป้ายที่ทุกทางเข้า · คนคุมพื้นที่ประจำจุด · แผนระบุผู้ช่วยเหลือ วิธีเอาลง และจุดนัดพบรถพยาบาล |
| ระหว่างงาน | การเกี่ยวยึดของคนบนต้น | เกี่ยวตลอดเวลา · เกี่ยวเส้นใหม่ก่อนปลดเส้นเดิม |
| ระหว่างงาน | ระยะจากแนวสาย | ตัวคน เครื่องมือ เชือก และกิ่งที่หย่อน อยู่นอกระยะที่การไฟฟ้ากำหนด |
| ระหว่างงาน | สภาพอากาศ | ลมแรงขึ้น ฝนตก หรือฟ้าคะนอง สั่งหยุดทันที |
| ก่อนเลิก | เก็บพื้นที่และบันทึก | เก็บกิ่งพ้นทางเดิน · เก็บเขตกั้นเมื่อปลอดภัย · ลงชื่อพร้อมเวลาและสิ่งผิดปกติ |
สรุป
- กฎกระทรวงการทำงานในที่สูงฯ พ.ศ. 2564 เป็นฉบับหลัก งานเริ่มนับที่สองเมตรตามข้อ 1 ต้องมีแผนเป็นเอกสารตามข้อ 2 จุดยึดต้องมั่นคงตามข้อ 4 ตั้งแต่สี่เมตรขึ้นไปต้องใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกนิรภัยตามข้อ 9 และต้องกั้นเขตอันตรายพร้อมป้ายเตือนตามข้อ 17
- เลื่อยโซ่ยนต์มีชื่ออยู่ในกฎกระทรวงเครื่องจักรฯ พ.ศ. 2564 ข้อ 12 จึงต้องมีเอกสารประเมินความเสี่ยงเก็บไว้ พร้อมคู่มือตามข้อ 8 การตรวจก่อนใช้ตามข้อ 9 และการอบรมตามข้อ 13
- ระยะห่างจากสายไฟฟ้าต้องแยกให้ขาด ตัวเลข 3.1 ถึง 6 เมตรอยู่ในข้อ 68 ซึ่งใช้กับปั้นจั่น ส่วนงานตัดต้นไม้ทั่วไปอยู่ใต้กฎกระทรวงไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 8 ซึ่งไม่มีตัวเลขเมตรในตัวบท และส่งไปที่มาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานฯ หรือของการไฟฟ้าประจำท้องถิ่น
- แผนเอาคนลงจากต้นไม้อยู่ในการป้องกันและควบคุมอันตรายตามข้อ 2 ต้องมีคนปีนเป็นอย่างน้อยสองคน และต้องซ้อมกับต้นจริง
เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ในสัปดาห์นี้ เดินไปดูต้นไม้ต้นที่ใกล้สายไฟที่สุดในพื้นที่ของคุณ แล้วตอบสามข้อ คือ สายเส้นนั้นแรงดันเท่าไร ใครตอบคำถามนี้ให้ได้ และถ้าคนตกลงมาวันนี้ จะเอาลงด้วยอะไร
อยากให้ทีมรู้เรื่องนี้แบบลงลึก?
หลักสูตรครบทุกระดับ — ทั้งหลักสูตรตามกฎหมายและหลักสูตรเฉพาะทาง
